ดูไบเปิดตัว ‘แก้วชาร้อน’ ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บรรจุน้ำชาได้ 5,000 ลิตร ใช้ใบชาถึง 155 กก.

ที่นครรัฐดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เปิดตัว “แก้วชาร้อน” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่่งในงานเปิดได้มีเจ้าหน้าที่จากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ มาบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการด้วย แก้วชาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนี้บรรจุน้ำชาได้ 5,000 ลิตร สูง 3.66 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางของแก้ว 1.42 เมตร และใช้หม้อต้มชา 60 ใบ ใช้ใบชาไปทั้งหมด 155 กิโลกรัม นมผงอีก 270 กิโลกรัม รวมทั้งน้ำตาล 360 กิโลกรัม ทั้งยังมีส่วนผสมอื่นๆ เช่น ขิง และอบเชยใส่ลงไปด้วย โดยงานนี้ใช้เชฟราว 120 คน และใช้เวลาต้มชานานหลายชั่วโมง ทั้งนี้ นครรัฐดูไบมีชื่อเสียงเรื่องการสร้างสถิติโลกมากมายทั้งอาคารสูง และเกาะเทียมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว. ภาพจาก The Filipino Times

รู้จัก ‘ใบชา’ กับคุณค่ามหาศาล กับวิธีเลือกดื่มชาให้เหมาะกับตัวคุณ!

รู้จักกับ ‘ชา’ สินค้าที่มีมูลค่าตลาดกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี! โดยตำนานของการดื่มชานั้น เริ่มมาจากประเทศจีน โดยคนจีนเชื่อในเทพเจ้าที่ชื่อว่า เสินหนง ว่าเป็นเทพแห่งกสิกรที่จะตะเวนชิมพืชแต่ละชนิด เมื่อชิมใบชาแล้วพิษในร่างกายถูกล้างออกไปทั้งหมด จึงเกิดเป็นคติว่า การดื่มชาคือดื่มเพื่อรักษาโรค โดยแต่ละชนเผ่าในประเทศจีนก็มีเทคนิคในการทำชาที่แตกต่างกันไป ในประเทศไทย แหล่งปลูกชามากเป็นอันดับ 1 ของไทยอยู่ที่ จ.เชียงราย ด้วยภูมิประเทศและอากาศที่เหมาะสม สามารถผลิตใบชาคิดเป็น 80-90% ของปริมาณใบชาทั้งประเทศ พันธุ์ชาในประเทศไทยที่ปลูกในเชิงการค้าจะมีอยู่ 2 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ ชาอัสสัมหรือชาเมี่ยงเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่นำมาปลูกจากอินเดีย และสายพันธุ์ชาจีนซึ่งนำเข้ามาจากประเทศจีนและไต้หวัน ชาอัสสัม หรือที่เราเรียกว่าชาพื้นเมือง ชาป่า หรือเมี่ยง นำเข้ามาจากรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย และเข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยพ่อขุนเม็งราย ตามหลักฐานคัมภีร์ใบลานที่ในสมัยนั้นได้มีการค้าขายในเส้นทางสิบสองปันนาชาอัสสัมเป็นสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดีตามป่า ที่ร่มไม้ ลักษณะต้นใหญ่ สูงประมาณ 6-8 เมตร ทนแล้งได้ดี นิยมนำมาผลิตเป็นชาและเมี่ยง โดยจะแปรรูปออกมาเป็นชาเขียวและชาดำ ชาจีน มีลักษณะเป็นลำต้นพุ่มเตี้ย ใบสีเขียวเข้ม ขนาดเล็ก มีหลายสายพันธุ์ เช่น อู่หลงเบอร์ 17 (อู่หลงก้านอ่อน) อู่หลงเบอร์ 12 (ชิงชิงอู่หลง) […]

keyboard_arrow_up