สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จอัญเชิญ ‘พระบรมโกศ’ ขึ้นพระเมรุมาศ

เมื่อเวลา 07.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจําพระชนมวาร ทรงทอดผ้าไตร ก่อนอัญเชิญพระบรมโกศพระราชา คณะสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้เปลื้องพระโกศทองใหญ่เชิญพระลอง ลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดลไป ประดิษฐานที่พระยานมาศสามลําคาน  ที่ประตูกําแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ตามไปส่งที่ชาลาพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มุขเหนือ  อัญเชิญพระบรมโกศด้วย พระยานมาศสามลําคานออกจากพระบรมมหาราชวัง  ถวายนพปฎลมหา เศวตฉัตรคันดาลกางกั้น  แล้วยาตราขบวนพระบรมราชอิสริยยศไปยังพระมหาพิชัยราชรถ  หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดําเนินไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร ที่ท้ายเกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ พระสงฆ์สดับปกรณ์เที่ยวละ 5 รูป อัญเชิญพระบรมโกศ ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ยาตราขบวนแห่อัญเชิญพระบรมโกศ ไปยังพระเมรุมาศท้องสนามหลวง  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ตาม เมื่อขบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่อัญเชิญพระบรมโกศเข้าสู่ท้องสนามหลวง ขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ  ไปประทับรอที่พลับพลายกนอกราชวัติพระเมรุมาศ เมื่อเทียบพระมหาพิชัยราชรถ อัญเชิญพระบรมโกศ ลงจากพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาคประดิษฐานพระบรมโกศบนราชรถปืนใหญ่ เพื่อตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศ สําหรับเวียนพระเมรุมาศ เสร็จแล้วสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์  เสด็จฯ ตามพระบรมโกศเวียนพระเมรุมาศครบ 3 […]

คลื่นพสกนิกรทุกจังหวัดหลั่งไหลร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ

วันนี้ (26 ต.ค. 60) วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนารถบพิตร นอกจากที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงแล้ว ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศก็ได้มีการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชน ที่จ. อุทัยธานี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจ.อุทัยธานี เป็นประธานนำข้าราชการศาลทหารตำรวจและพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมกันประกอบพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณพระเมรุมาศจำลองวัดสังกัสรัตนคีรี อ.เมือง จ.อุทัยธานี เชิงบันใดทางขึ้นสู่ยอดเขาสะแกกรัง 449 ขั้น สถานที่จัดประเพณีตักบาตรเทโวคล้ายพุทธตำนานมากที่สุด เปรียบเสมือนการส่งเสด็จขึ้นสู่สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดยมีพสกนิกรจำนวนมากเดินทางมารอในเต๊นท์พักคอยกันตั้งแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจร และมีจิตอาสาทั้ง 8 ประเภทงานคอยบริการประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมเกียรติอย่างสูงสุด ที่จ.ลำปาง บริเวณลานด้านหน้าวัดพระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง พระภิกษุสงฆ์สามเณรพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการข้าราชการใน อ.เกาะคาจำนวนมาก ร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทร์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรที่ซุ้มถวายดอกไม้จันทร์ขนาดกลาง ลานด้านหน้าวัดพระธาตุลำปางหลวงซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 1,300 ปี และเป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุลำปางหลวงอีกทั้งยังเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปาง โดยมีประชาชนและจิตอาสานับเริ่มมาลงทะเบียนกว่า 1,000 คน เพื่อรอเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทร์ในช่วง 17.00 น. ของวันนี้ (26 ต.ค. 60) โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันรักษาความปลอดภัยและมีแพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลบาลเกาะคามาให้บริการด้านการพยาบาลด้วย ขณะที่บริเวณสถานที่ตั้งพระเมรุมาศจำลองมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง มีหัวหน้าส่วนราชการข้าราชการประชาชนทั้งภาครัฐและเอกชนชาวลำปางกว่า 50,000 คนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ที่จ.กาฬสินธุ์ […]

เผยที่แรก! ภาพมือกลองวงตชด. เคยทรงดนตรีร่วมกับ ‘ในหลวง ร.๙’ ครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรที่เชียงใหม่

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 ต.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายกิตติ กิตติวัฒนากูล นายกเทศมนตรีตำบลหนองแซง อ.หันคา จ.ชัยนาท ว่ามีคนในพื้นที่ชื่อ ร.ต.ต.จิตรบุญ วิรัตน์ 70 ปี เคยร่วมทรงดนตรีกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ที่ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2520 ที่ผ่านมา จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่258 ม.2 ต.หนองแซง พบ ร.ต.ต.จิตรบุญ วิรัตน์ ภายในบ้านมีรูปวงดนตรีเครื่องเป่า เครื่องตี ขนาดเล็ก แขวนอยู่กลางบ้าน แต่ภาพนี้กลับหาใช่ภาพธรรมดา เนื่องจากด้านมุมขวาเป็นภาพของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงดนตรีร่วมอยู่ด้วย โดยทรงแซกโซโฟนโซปราโน ถือเป็นภาพหาดูได้ยากยิ่ง และยังไม่ได้รับการเปิดเผยจากที่ไหน ร.ต.ต.จิตรบุญวิรัตน์กล่าวว่า ช่วงปลายปี 2520 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมกับสมเด็จพระราชินี, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร […]

เพิ่มเป็น 8 ตู้! ปชช.หาดใหญ่ แห่ขึ้นรถไฟฟรีไม่จำกัดที่นั่ง เพื่อร่วมงานพระราชพิธีฯ

วันนี้ (24 ต.ค.) บรรยากาศที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยประชาชนที่ไปรอรับตั๋วโดยสารรถไฟฟรีเพื่อเดินทางขึ้นกรุงเทพฯ ไปร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ โดยเฉพาะใน 1-2 วันนี้มีประชาชนเดินทางหนาแน่นมากที่สุดเพื่อให้ทันร่วมพระราชพิธี โดยทางสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ต้องเพิ่มตู้โดยสารรถไฟฟรี ขบวนรถเร็วที่ 172 สุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ จาก 6 ตู้ เป็น 8 ตู้ และแม้ว่าจะมีจำนวนที่นั่งแค่ 576 ที่นั่ง แต่ได้เปิดให้ประชาชนรับเดินทางฟรีไม่จำกัดจำนวนที่นั่งเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางไปร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพได้ทุกคนตามที่ตั้งใจ ซึ่งบางส่วนอาจต้องนั่งกับพื้นหรือยืนก็ตาม ส่วนขบวนรถไฟฟรีสายใต้ขึ้นกรุงเทพฯ ขบวนพิเศษ972ที่เพิ่มขึ้นอีก1ขบวนประชาชนสามารถเดินทางได้อีกครั้งในวันที่25,28 และ30 ตุลาคม  ส่วนขาลงจากกรุงเทพฯวันที่ 24,27 และ29 ตุลาคม

หยาดฝนสู่ประชา จากบิดาของแผ่นดิน พระราชดำริ ‘ฝนหลวง’ ที่ ‘ในหลวง ร.๙’ ทรงค้นพบด้วยพระองค์เอง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529  ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานสัมภาษณ์เกี่ยวกับ “ฝนหลวง” แก่ข้าราชการสำนักงาน กปร. ประกอบด้วย นายสุเมธ ตันติเวชกุล  นายมนูญ มุกข์ประดิษฐ์  และนายพิมลศักดิ์ สุวรรณทัต ความว่า …เรื่องฝนเทียมนี้เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2498 แต่ยังไม่ได้ทำอะไรมากมาย เพราะว่าไปภาคอีสานตอนนั้นหน้าแล้งเดือนพฤศจิกายน  ที่ไปมีเมฆมาก อีสานก็แล้ง ก็เลยมีความคิด 2 อย่าง ต้องทำ Check dam ตอนนั้นเกิดความคิดจากนครพนม ผ่านสกลนครข้ามไปกาฬสินธุ์ ลงไปสหัสขันธ์ที่เดี๋ยวนี้เป็นอำเภอ  สมเด็จ…ไปจอดที่นั่นไปเยี่ยมราษฎรมันแล้ง  มีฝุ่น… ….แต่มาเงยดูท้องฟ้า มีเมฆ ทำไมมีเมฆอย่างนี้ทำไมจะดึงเมฆนี่ให้ลงมาได้ ก็เคยได้ยินเรื่องทำฝนก็มาปรารภกับคุณเทพฤทธิ์ ฝนทำได้มีหนังสือ เคยอ่านหนังสือทำได้…นับเป็นต้นกำเนิดแห่งพระราชดำริ ฝนหลวง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงค้นพบด้วยพระองค์เอง…อย่างแท้จริง ด้วยพระเนตรที่ยาวไกล และทรงความอัจฉริยะของพระองค์ท่านที่ประกอบด้วยคุณลักษณะของนักวิทยาศาสตร์ จึงทรงสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลในขั้นต้นแล้ว จึงได้มีพระราชดำริครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2498 แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ […]

ทฤษฎีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ป้องกันภัยพิบัติแก่เหล่าปวงประชา

ตามที่ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตมรสุม มีฝนตก และปริมาณน้ำฝนสูงจึงเกิดปัญหาน้ำท่วมอยู่ในหลายพื้นที่เกือบทุกภูมิภาค พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระปริวิตกห่วงใยในปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เสมอมา และทรงวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมและทรงคำนึงถึงการเลือกใช้วิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพท้องที่ และสมรรถนะของกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ตลอดจนงบประมาณค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย วิธีการต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมคือ 1. การก่อสร้างคันกั้นน้ำ  เพื่อป้องกันน้ำท่วมซึ่งเป็นวิธีการดั้งเดิมแต่ครั้งโบราณโดยการก่อสร้างคัน ดินกั้นน้ำขนาดที่เหมาะสมขนานไปตามลำน้ำห่างจากขอบตลิ่งพอสมควร เพื่อป้องกันมิให้น้ำล้นตลิ่งไปท่วมในพื้นที่ต่างๆ ด้านใน 2. การก่อสร้างทางผันน้ำ เพื่อผันน้ำทั้งหมดหรือบางส่วนที่ล้นตลิ่งท่วมท้นให้ออกไป โดยการก่อสร้างทางผันน้ำหรือขุดคลองสายใหม่เชื่อมต่อกับลำน้ำที่มีปัญหาน้ำ ท่วมโดยให้น้ำไหลไปตามทางผันน้ำที่ขุดขึ้นใหม่ไปลงลำน้ำสายอื่น หรือระบายออกสู่ทะเลตามความเหมาะสม 3. การปรับปรุงและตกแต่งสภาพลำน้ำ ที่ตื้นเขินหรือคดโค้งมาก ให้น้ำไหลสะดวกขึ้น 4. การก่อสร้างเขื่อนเก็บน้ำ เป็นมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่สำคัญประการหนึ่งในการกักเก็บน้ำที่ไหลท่วมล้นในฤดูน้ำหลาก โดยเก็บไว้ทางด้านเหนือเขื่อนในลักษณะอ่างเก็บน้ำ 5. ระบบแก้มลิง ลักษณะและวิธีการคือ ระบายน้ำออกจากพื้นที่ตอนบนให้ไหลไปตามคลองในแนวเหนือ-ใต้ลงคลอง พักน้ำขนาดใหญ่ที่บริเวณชายทะเล เมื่อระดับน้ำทะเลลดต่ำลงกว่าระดับน้ำในคลอง ก็ทำการระบายน้ำจากคลองดังกล่าวออกทางประตูระบายน้ำ โดยใช้หลักการทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity Flow) ตามธรรมชาติ หรือสูบน้ำออกจากคลองที่ทำหน้าที่ แก้มลิง นี้ ให้ระบายออกในระดับต่ำที่สุดออกสู่ทะเล เพื่อจะได้ทำให้น้ำตอนบนค่อยๆ ไหลมาเองตลอดเวลาส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมพื้นที่ลดน้อยลง เมื่อระดับน้ำทะเลสูงกว่าระดับน้ำในลำคลองให้ทำการปิดประตูระบายน้ำ เพื่อป้องกันมิให้น้ำย้อนกลับ โดยยึดหลักน้ำไหลทางเดียว (One Way Flow) ภาพจาก chaoprayanews.com, […]

‘หาดใหญ่’ เนรมิตสรวงสวรรค์ริมถนนแสดงภาพ ‘ในหลวง ร.๙’ ประดับด้วยดอกไม้งดงามสวยงาม

ยิ่งใกล้ถึงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประชาชนใน จ.สงขลา หลากหลายสาขาอาชีพได้รวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัยและรำลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ ๙ เช่น ที่บริเวณย่านถนนศุภสารรังสรรค์ หนึ่งในย่านการค้าของเมืองหาดใหญ่  บรรดาผู้ประกอบการร้านดอกไม้และร้านค้าในบริเวณดังกล่าว ได้เนรมิตพื้นที่ริมถนนหน้าอาคาร จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวเหลืองอย่างสวยงามวิจิตตระการตาสมพระเกียรติพร้อมกับเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมความสวยงามและเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก  พร้อมๆไปกับการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ นายพฒิวัชส์ อัชณาวิศิษฏ์ หรือพี่ไก่ ชาว อ.หาดใหญ่ เจ้าของร้านบ้านดอกไม้ ซึ่งรับจัดดอกไม้มานานกว่า 20 ปี เล่าว่า ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่ง อยากแสดงออกถึงความจงรักภักดี ด้วยการร่วมเทิดพระเกียรติ พร้อมร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พ่อหลวงสักครั้งในชีวิต และมุ่งมั่นจะเป็นลูกที่ดีของพ่อ ประกอบกับตนเองมีฝีมือในการจัดดอกไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้ร่วมกับห้างร้านใกล้เคียง คือ ร้านขายยาซิตี้ฟาร์มาซี 2 ร้านขายน้ำหอมสวนีย์ และร้าน 008 โกดัก และเพื่อนๆหลายสิบชีวินร่วมกันจัดแสดงพระบรมฉาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขึ้น โดยมีการประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวเหลือง เช่น ดอกดาวเรือง ดอกเบญจมาศ ดอกบัวขาว ดอกกล้วยไม้สีขาว และพืชผักสวนครัวอย่าง “ปูเล่” อย่างสวยงาม

ศาลาเฉลิมกรุงจัดกิจกรรม ‘เพลงจากใจถวายพ่อ’ ประชาชนเข้าร่วมฟรี!

“เพลงจากใจถวายพ่อ” จัดขึ้นโดยความร่วมมือของศาลาเฉลิมกรุง ร่วมกับ ศิลปิน นักแต่งเพลง นักร้องนักแสดง นักดนตรี วิทยาลัยเพาะช่าง และมาสเตอร์พีซ ออร์กาไนเซอร์ เพื่อเป็นการถวายอาลัยและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อประชาชนอย่างหาที่สุดมิได้ โดยรวบรวมบทเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 มาถ่ายทอดผ่านบทเพลงจากเรื่องเล่าของนักแต่งเพลงถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์บทเพลงเริ่มตั้งแต่การแต่งเนื้อร้อง ทำนอง ดนตรีและการเป็นผู้ถ่ายทอดบทเพลงของนักร้อง จนทำให้เกิดเป็นบทเพลงที่ไพเราะ มีความหมายและเข้าถึงส่วนลึกของจิตใจคนไทย ประกอบกันเป็นบทเพลงถวายพ่อ ถ่ายทอดผลงานเพลงจากใจนักแต่งเพลงและนักร้อง อาทิ ชาลี อินทรวิจิตร(ศิลปินแห่งชาติ), ชรินทร์ นันทนาคร(ศิลปินแห่งชาติ), สันทัด ตัณฑนันทน์(สมาชิกวง อส.วันศุกร์, วิรัช อยู่ถาวร, นิติพงษ์ ห่อนาค, ชมพู ฟรุ๊ตตี้, หนุ่ม ศรราม, นิโคล เทริโอ, อี๊ด วงฟลาย, ทิพย์วัลย์ ปิ่นภิบาล, เจี๊ยบ นนทิยา, รุ่ง สุริยา, ดำรง วงศ์ทอง, ลูกหว้า พิจิกา, พา นภพา, แพรว […]

เปิดแล้ว! มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 พร้อมนิทรรศการ ‘ความท๙งจำ’

เมื่อวันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด “งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 (Book Expo Thailand 2017)” ในระหว่างวันพุธที่ 18 – วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 (12 วัน) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.  ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “ความทรงจำ” พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “การส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านในประเทศของเรานั้น เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ส่งเสริมและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ตามแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย พ.ศ. 2560-2564 เน้น 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์แรกสร้างพฤติกรรมการอ่านให้คนทุกวัย ยุทธศาสตร์ที่ 2 อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสื่อการอ่านของประชาชนทั้งในเมืองและภูมิภาค ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพแห่งการเรียนรู้ สื่อการอ่าน และยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการอ่าน ด้วยตระหนักอย่างแน่ชัดจากตัวอย่างของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วว่า ประเทศที่มีพลเมืองมีนิสัยรักการอ่าน  จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อการพัฒนาบ้านเมืองในด้านต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว มั่นคง และยั่งยืน” นอกจากนี้ยังได้ชื่นชม การร่วมมือร่วมใจของภาครัฐและเอกชน โดยมีสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยเป็นหลักในการประสานความร่วมมือ จัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 สร้างสรรค์นิทรรศการ “ความท๙งจำ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อวงการหนังสือไทยตลอดรัชสมัยของพระองค์ เป็นโอกาสสำคัญสำหรับชาวไทย ที่จะได้เรียนรู้พระปรีชาสามารถด้านวรรณศิลป์ จากหนังสือพระราชนิพนธ์ และหนังสืออื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกด้วย นางสุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 (Book Expo Thailand 2017)” ถือเป็นงานแสดงหนังสือระดับชาติที่ได้รับความสนใจและรอคอยจากบรรดาคนรักการอ่านมาตลอด โดยงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งนี้จัดขึ้น ภายใต้แนวคิดและถ่ายทอดผ่านนิทรรศการในชื่อ “ความท๙งจำ” […]

‘ครูมืด’ เผยความพร้อมการแสดงมหรสพสมโภช ทุกการแสดงยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ

ครูมืด- ประสาท ทองอร่าม เผยความพร้อม การแสดงมหรสพสมโภช เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ ท้องสนามหลวง

แม้ร่างกายและจิตใจเป็นแบบนี้..แต่ ‘รักพ่อ’ ไม่แพ้ใคร ‘พอลลา’ นางฟ้าถังขยะ เดินตามรอยในหลวง ร.9 (คลิป)

นายกิตตินันท์ ปิ่นทองดี หรือ พอลลา วัย 37 ปี ชายผู้มีอาการผิดปกติ โดยมีพัฒนาการที่ช้ากว่าคนทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่มีไม่แพ้คนอื่นๆ คือความรักในสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะติดตามข่าวพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตั้งแต่เด็ก และเห็นว่าพระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด กิตตินันท์ จึงได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนนี้เขามีรายได้จากการเก็บขยะขาย ซึ่งเขาเริ่มเก็บขยะขายครั้งแรกตอนอายุ 8 ขวบ จากการไปช่วยพระทำความสะอาดที่วัดใกล้บ้าน เมื่อได้เศษกระดาษและขวดพลาสติก พระได้บอกว่าเอาไปขายจะได้เงินจากนั้นก็เริ่มทำทุกวัน แม้การเก็บขยะขายจะได้เงินเพียงวันละไม่ถึง 200 บาท แต่กิตตินันท์ ก็มีการเก็บออม สะสมรวมกับเงินที่ที่บ้านให้เป็นรายเดือน เดือนละ 1,500บาท ทำให้เขาสามารถซื้อรถจักรยานยนต์ของตัวเองได้ กิตตินันท์บอกว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ ต้นแบบชีวิต แม้ตัวเองจะมีสภาพไม่พร้อมแต่ก็ต้องการจะทำงาน ไม่นั่งรออยู่ที่บ้านให้พ่อแม่เลี้ยง เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นถึงพระมหากษัตริย์แต่ท่านก็ยังทรงงานหนักเพื่อประชาชน และหลังจากทราบข่าวว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต กิตตินันท์จึงแต่งบทกลอนแสดงความอาลัยและไปจ้างช่างทำป้ายติดไว้ที่รถ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ นอกจากนี้ กิตตินันท์ ยังฝากบอกว่า หลายคนที่เห็นเขาในสภาพนี้ เป็นผู้ชายผมสั้นแต่ใส่ชุดนักเรียน อาจจะกลัว บางครั้งใส่ชุดนี้ไปเข้าห้องน้ำผู้หญิง คนที่ไม่รู้จักอาจจะมองว่าโรคจิต แต่ที่จริงเขาเป็นชายหัวใจหญิง และสาเหตุที่ใส่ชุดนักเรียนแบบนี้ […]

ชมภาพ 11 สิทธิบัตรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่หาชมได้ยาก!

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงคิดค้นผลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ เพื่อนำมาใช้พัฒนาประเทศและดูแลประชาชนชาวไทยให้กินดีอยู่ดี จนได้รับพระราชสมัญญานามว่า “พระบิดาแห่งนักประดิษฐ์ไทย” โดยทรงได้รับการถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร รวมทั้งสิ้น 11 ฉบับ ดังนี้ 1.เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา) สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 3127 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 เรื่อง เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือ (กังหันน้ำชัยพัฒนา) เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่ใช้ในการเติมออกซิเจนลงในน้ำที่ระดับผิวน้ำ 2.การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ดีเซล (น้ำมันไบโอดีเซล) สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 10764 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2544 เรื่อง การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล เป็นการใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลแทนน้ำมันดีเซล 3.กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน) สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 22637 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550 เรื่อง กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน) โดยใช้วิธีการเลียนแบบธรรมชาติเพื่อแกล้งให้ดินมีสภาพเปรี้ยวจัดก่อน แล้วทำการชะล้างความเปรี้ยวของดิน และทำการปรับสภาพดินให้เหมาะแก่การเพาะปลูกต่อไป 4.ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ สิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 29091 ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน […]

เชิญชมงานนิทรรศการ หนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่อง ‘๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึง ลานพระเมรุมาศ’

ศูนย์ศิลปะฮอฟอาร์ต (Hof Art) ร่วมกับ บริษัท พญากากาศ จำกัด จัดโครงการหนังสือศิลปะภาพเล่าเรื่อง “๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ” – Notre Roi เพื่อเผยแพร่และน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ ปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยหนังสือศิลปะ ภาพเล่าเรื่องเป็นผลงานจากปลายพู่กันของ อาจารย์เกริกบุระ ยมนาค ศิลปินวาดรูปสเกตซ์ภาพสีน้ำ ผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย อาทิ รางวัล Encouragement Prize, รางวัลภาพวาดประกอบหนังสือเด็กจากประเทศญี่ปุ่น และรางวัล BAD Awards ของวงการโฆษณา เป็นต้น พร้อมคำบรรยายประกอบภาพจากปลายปากกาของ สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว ผู้เคยศึกษาอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และทำงานกับสายการบินแห่งชาติสวิสมากว่า ๒๐ ปี พร้อมเชิญชมนิทรรศการภาพเล่าเรื่อง “๙ เหนือเกล้า จากโลซานน์ถึงลานพระเมรุมาศ” – Notre Roi ตั้งแต่วันนี้จนถึง ๓๑ ตุลาคม ศกนี้ ณ ลานอีเดน ๑ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ […]

แจกฟรี! ‘เมกาบางนา’ จัดทำเข็มกลัดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงร.๙ ออกแบบโดยศิลปินดัง ‘ครูปาน – สมนึก คลังนอก’

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ศูนย์การค้าเมกาบางนา ได้จัดทำเข็มกลัดพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ออกแบบโดย ครูปาน – สมนึก คลังนอก ศิลปินนักวาดภาพชื่อดังของไทย จัดทำขึ้น 3 ภาพ 3 สี คือ สีฟ้า สีชมพู และสีเหลือง โดยลูกค้าของศูนย์การค้าเมกาบางนา และสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอรับเข็มกลัดได้ระหว่างวันที่ 1 – 31 ตุลาคมนี้ ณ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์การค้าเมกาบางนา (เข็มกลัดมีจำนวนจำกัด) ครูปาน – สมนึก คลังนอก ศิลปินนักวาดภาพได้เปิดเผยว่า “ภาพวาดชุดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อพสกนิกรชาวไทยมาเป็นเวลาอันยาวนาน พระองค์เสร็จพระราชดำเนินไปถึงถิ่นทุรกันดารโดยไม่เกรงกลัวต่อความยากลำบากใดๆ โดยทรงมีแผนที่ดินสอหรือกล้องติดพระองค์ตลอด โดยใช้เทคนิคการวาดลายเส้นปากกาลงบนกระดาษ จากนั้นก็เป็นการเติมสีในคอมพิวเตอร์ ซึ่งสีทั้ง 3 สี มีความหมายเป็นสัญลักษณ์แทนความรู้สึกของคนไทย โดย สีฟ้าแทนความสูงส่งและเหมือนพระองค์ท่านพระราชทานพรจากฟ้า สีเหลืองเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ สีชมพูแทนหัวใจของประชาชนที่รักพระองค์ท่านอย่างสุดหัวใจ” […]

ซุป’ตาร์พาตะลุย : ‘เลโอ’ ชวน ‘นิกกี้’ ปั่นจักรยานไปดูบ้านของพ่อ ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก

ซุป’ตาร์พาตะลุยวันนี้บุกไปกันที่จังหวัดตาก กับซุป’ตาร์หนุ่มเพื่อนซี้ของพิธีกรนิกกี้ ณฉัตร นั่นก็คือหนุ่ม เลโอ โซสเซย์ นั่นเอง ถ้าพูดถึงจังหวัดตาก แลนด์มาร์คที่สำคัญที่สุดคือ เขื่อนภูมิพล หรือเขื่อนของพ่อหลวง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นเขื่อนเอนกประสงค์แห่งแรกของประเทศไทย ที่บอกว่าเป็นเขื่อนเอนกประสงค์ เพราะเขื่อนที่นี่ทำได้หลายอย่าง เช่น เก็บน้ำไว้ช่วยเหลือไม่ให้น้ำไหลลงไปข้างล่างเยอะเกิน โดยมีเขื่อนกั้นไว้ หลังจากนั้นก็ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อการอุปโภคและบริโภค เพื่อการผลักดันน้ำเค็ม การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง การประมง และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อการเกษตร เขื่อนภูมิพล ยังเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย มีความสูง 154 เมตร และความกว้าง 207 กิโลเมตร ยิ่งกว่านั้นยังนำแรงของน้ำไปหมุนกังหันให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าให้เราใช้กันทั่วประเทศ เขื่อนภูมิพลอยู่ห่างจากจังหวัดตากประมาณ 1 ชั่วโมง บริเวณเขื่อนถูกห้อมล้อมไปด้วยขุนเขา แต่เดิมเขื่อนภูมิพลนั้น มีชื่อว่า เขื่อนยันฮี ต่อมาในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเสด็จมาเยือนที่เขื่อนแห่งนี้ในปีพ.ศ. 2501 และทรงพระราชทานชื่อจาก เขื่อนยันฮี เป็น เขื่อนภูมิพล ตั้งแต่นั้นมา มาถึงแล้ว หนุ่มนิกกี้และหนุ่มเลโอก็ปั่นจักรยานมาพักชมวิวบน สะพานแขวน สะพานที่สร้างจากอุปกรณ์เหลือใช้จากการสร้างโรงไฟฟ้าของเขื่อนภูมิพล นอกจากจะเป็นสะพานแขวนแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการปั่นจักรยานอีกด้วย […]

เปิดใจหนึ่งใน ตร.กราบ ‘พระบรมศพ’ ผ่านกำแพงวัง ทำด้วยใจด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

จากกรณีที่โลกออนไลน์ มีการเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งกำลังกราบ “พระบรมศพ” ในหลวง รัชกาลที่ 9 ผ่านกำแพงพระบรมมหาราชวัง จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมจำนวนมากนั้น (เพิ่มเติม) ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พูดคุยกับหนึ่งนายตำรวจที่อยู่ในภาพ คือ ร.ต.อ.ไกรลาศ คุณรักษ์ รองสารวัตรงานสายตรวจ5 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร โดยเจ้าตัวเผยว่า ที่มาของการกราบพระบรมศพ ที่กำแพงพระบรมมหาราชวัง มาจากความคิดของ พ.ต.ท.ถนอมชล สังเกิด สารวัตรงานสายตรวจ 5 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร ที่มีความเห็นว่า กราบที่ไหนก็เหมือนอยู่ต่อหน้าพระบรมศพเหมือนกัน โดยที่ผ่านมาทางผู้บังคับบัญชา และตนเองมีความตั้งใจที่จะเข้ากราบพระบรมศพ ภายในพระบรมมหาราชวัง แต่ที่มีประชาชนเดินทางมากราบพระบรมศพเป็นจำนวนมาก และต้องเข้าแถวเป็นระยะเวลานาน หากไปต่อแถวคงจะกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในผลัดต่อไปไม่ทัน ทำให้ต้องเปลี่ยนมากราบฯ ผ่านหน้ากำแพงพระบรมมหาราชวังแทน ทั้งนี้ ในทุกวันตนเอง และผู้ใต้บังคับบัญชา จะมากราบพระบรมศพตรงนี้ วันละ 2 ครั้ง คือเวลา 6 โมงเช้า และบ่าย 2 โมง โดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม และจะทำไปจนถึงวันที่ 5 […]

‘เมื่อมองไปก็รู้สึกสบายใจ…’ พ่อเฒ่าวัย 84 นำพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9 ใส่กรอบติดผนังบ้านกว่า 200 ภาพ

พสกนิกรทั่วประเทศ ร่วมกันตกแต่งสถานที่ เพื่อแสดงความอาลัยแด่ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ขณะที่จังหวัดอ่างทอง มีพ่อเฒ่าวัย 84 ปี เทิดทูนในหลวง ร.9 ไว้เหนือหัว ติดพระบรมฉายาลักษณ์ใส่กรอบไม้เต็มบ้านกว่า 200 ภาพ เผยจะทำจนกว่าจะไม่มีแรง ลุงขัน พุ่มสวย อายุ 84 ปี ชาวจังหวัดอ่างทอง อดีตทหารนอกราชการ ได้เก็บพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ใส่กรอบ นำไปติดที่ผนังบ้าน มากกว่า 200 ภาพ โดยบอกว่า เมื่อมองไปก็รู้สึกสบายใจ เราเก็บไว้ให้ลูกหลานเพื่อที่จะได้รำลึกถึงพระองค์ ซึ่งเมื่อก่อนตนเองยากจนแต่พอท่านขึ้นครองราชย์ก็เริ่มมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลูกหลานเกิดมาทีหลังก็มีความสุขมีความสบาย หลังท่านสวรรคตก็ไม่มีแรงที่จะไปหาท่านได้แต่สวดมนต์วันละ 1-2 ชั่วโมงให้ท่าน ทุกวันนี้แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังเก็บรูปของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้อีก วันไหนมีแรง ก็จะทำกรอบไม้ใส่ติดฝาผนังไปเรื่อยๆจนกว่าจะไม่มีแรงทำ ที่จังหวัดมุกดาหาร ประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร “ปลูกดอกดาวเรือง” ประดับตกแต่งหน้าบ้านให้บานสะพรั่งทั่วทั้งจังหวัดในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ นำธงขาวดำ ไปติดประดับบนเสาไฟส่องสว่าง บนเกาะกลาง ถนนโชตนา ตั้งแต่แยกข่วงสิงห์ ถึงหน้า ศูนย์ราชการจังหวัด […]

กลุ่มผู้สูงอายุชัยนาทถึงเที่ยงคืน เข้ากราบ ‘พระบรมศพ’ เผยรู้สึกประทับใจได้ถวายบังคมครั้งสุดท้าย

ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังคงมีประชาชน จำนวนมาก เดินทางมาเพื่อรอเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่มาก จากการสำรวจบรรยากาศพบว่า หางแถวของจุดคัดกรองหน้าโรงแรมรอยัลรัตนโกสินทร์อยู่บริเวณสี่แยกคอกวัว แต่แถวมีสภาพค่อนข้างเคลื่อนตัวไปได้เร็ว เนื่องจากกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส) ได้ปรับเวลาเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 2 จุด คือ จุดคัดกรองโรงแรมรัตนโกสินทร์ และจุดคัดกรองวงเวียนรักษาดินแดน ในวันนี้ทีมข่าวได้พูดคุยกับกลุ่มผู้สูงอายุที่เดินทางมาจากจังหวัดชัยนาท และกำลังจะขึ้นรถบัสเดินทางกลับ หลังเสร็จสิ้นการเข้ากราบสักการะพระบรมศพแล้ว คุณลุงนิพล เอี่ยมพิทักษ์ ตัวแทนกลุ่มเล่าว่า คุณลุง และคณะรวม 45 คน เดินทางมาถึงกรุงเทพมหานครตั้งแต่เที่ยงคืน และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเมื่อเวลา 07.30 น. ซึ่งรู้สึกประทับใจในการดูแลต้อนรับของบรรดาจิตอาสา ส่วนเวลาที่เหลืออีก 2 วัน อยากเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทย ได้มากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระองค์ท่าน เป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่บริเวณจุดคัดกรองหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ มีจิตอาสาประชาชนซึ่งเป็นพ่อค้าขายข้าวแกงจากตลาดบางลำพู นำข้าวแกงและน้ำหวานเย็น ๆ มาบริการพี่น้องประชาชนให้คลายหิว โดยนายชัยรัตน์ เลิศอภินันท์พงศ์ ระบุว่า ตนเองและผู้ร่วมบุญอีกหลายคน ได้ร่วมกันทำข้าวแกงมาแจกประชาชนตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน หวังเพียงต้องการให้ประชาชนอิ่มท้อง เพราะทราบดีว่าคนที่มาเข้าคิวรอเป็นเวลานานต้องหิวข้าว นอกจากนี้ […]

keyboard_arrow_up