“เสือตอลายเล็ก” ปลาไทยใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ แต่กลับมีขายในตลาดปลาสวยงาม

ปลาเสือตอลายเล็ก (Northeastern siamese tigerfish) ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Datnioides undecimradiatus อยู่ในวงศ์ปลาเสือตอ (Datnioididae) มีรูปร่างคล้ายและพฤติกรรมคล้าย ปลาเสือตอลายใหญ่ (D. pulcher) ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน แต่ว่ามีรูปร่างที่เล็กกว่า หัวมีส่วนลาดกว่า มีลายเส้นที่เล็กกว่ามาก เกล็ดมีขนาดใหญ่กว่า พื้นลำตัวค่อนข้างไปทางสีเหลืองอ่อนหรือขาว ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 30 เซนติเมตร ปัจจุบันปลาเสือตอลายเล็กมีการกระจายพันธุ์ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงและแม่สาขาอื่นๆ ซึ่งในอดีตเป็นปลาที่ถูกจับได้ชุกชุมและนิยมนำมาบริโภคในท้องถิ่น แต่ภายหลังได้รับความนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม แทนที่ ปลาเสือตอลายใหญ่ ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ จึงทำให้ปลาเสือตอลายเล็กถูกจับจากธรรมชาติเป็นจำนวนมาก โดยปลาส่วนใหญ่มักถูกจับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำโขง, แม่น้ำมูล โดยปริมาณการจับในแต่ละปีประมาณ 300,000 ตัว ในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นฤดูแล้งที่น้ำในแม่น้ำและตามเขื่อนมีน้อย จะเป็นช่วงที่จับได้ง่ายที่สุด จากข้อมูลพบว่า การจับปลาเสือตอลายเล็กมักทำโดยวิธีการดำลงไปจับถึงใต้น้ำ วันหนึ่งจะจับได้ละประมาณ 300-400 ตัว ส่วนในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ปลาเสือตอลายเล็กในเขตจังหวัดเลย, นครพนม, มุกดาหาร, หนองคาย และอุบลราชธานี ซึ่งเป็นระยะที่ปลามีไข่จำนวนมาก โดยทางกรมประมงจะติดต่อขอซื้อปลาที่ได้จากการงมหรือปลาติดข่าย เพื่อนำไข่ในท้องมาเพาะขยายพันธุ์ต่อ ซึ่งปัจจุบันกรมประมงกำลังศึกษาเพาะขยายพันธุ์อยู่ […]

รอดตายมาได้กว่าสิบล้านปี แต่ทุกวันนี้กลับเหลือ “แพนด้าแดง” ในป่าไม่ถึง 10,000 ตัว

ถึงจะถูกเรียกว่าแพนด้า แต่ แพนด้าแดง (Red Panda) นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับหนีแพนด้าเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้สัตว์ประเภทเดียวกับตัวแรคคูนอีกด้วย แต่พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Ailuridae ซึ่งจัดเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่ในวงศ์นี้ ที่ยังสืบทอดสายพันธุ์มาตั้งแต่ยุคพาลีโอจีน หรือเมื่อกว่า 42 ล้านปีที่แล้ว จึงทำให้มันถูกจัดเป็นซากฟอสซิลที่มีชีวิตชนิดหนึ่ง แต่ขณะเดียวกัน…พวกมันก็เข้าข่ายสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย ด้วยความน่ารัก และสีขนโทนแดงส้มอันสะดุดตา ทำให้แพนด้าแดงถูกลักลอบซื้อขายเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ ทั้งในเรื่องของสัตว์เลี้ยง และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งไทยเองก็เป็นอีกประเทศที่เป็นจุดหมายของกลุ่มลักลอบแพนด้าแดงจากธรรมชาติ ที่ถูกจับมาจากแถบเทือกเขาหิมาลัย ตั้งแต่ภาคเหนือของประเทศอินเดีย, ทิเบต, เนปาล, ภูฏาน, จีน, ภาคเหนือของพม่า และภาคเหนือของประเทศลาวบริเวณที่ติดกับจีน ซึ่งโดยมากเป็นที่มีระดับความสูงตั้งแต่ 1,500-4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล นอกจากการถูกลักลอบจับสู่ตลาดมืดแล้ว พฤติกรรมตามธรรมชาติของแพนด้าแดงยังส่งผลให้การผลิตประชากรของมันช้ามาก เพราะแพนด้าแดงตัวผู้มีนิสัยหวงแหนอาณาเขตมาก และมักเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ ในขณะที่แพนด้าแดงตัวเมียจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ครอบครองของตัวเอง บางครั้งตัวผู้อาจเข้ามาหากินภายในอาณาเขตของตัวเมียด้วย โดยทั่วไปอาณาเขตของแพนด้าแดงตัวผู้จะกว้างประมาณ 1.1-9.6 ตารางกิโลเมตร ส่วนอาณาเขตของตัวเมียจะกว้างประมาณ 1.0-1.5 ตารางกิโลเมตร การผสมพันธุ์เกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ ในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยตัวเมียจะยอมให้ตัวผู้ผสมพันธุ์อยู่เพียง 1-3 วันเท่านั้น แม่แพนด้าแดงใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 90-145 วัน และจะออกลูกในโพรงไม้หรือถ้ำเล็ก […]

เด็ดดอกไม้สะเทือนดวงจันทร์ เรียงหินเล่นเอามันส์…กระทบจิ้งเหลนใกล้สูญพันธุ์

แม้จะฟังดูไม่ใช่เหตุการณ์ที่น่าจะเกี่ยวข้องกัน แต่ก้อย่างที่เรารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้มีความเชื่อมโยงถึงกันเสมอ ไม่ว่าจะในทางตรงหรือทางอ้อม และในกรณีของการเรียงหินซ้อนกันเพื่อความสนุกของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยัง Spittal Pond Nature Reserve เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในเบอร์มิวดา ก็บังเอิญไปกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของจิ้งเหลนใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งเข้า ถึงการเรียงซ้อนก้อนหินนี้จะเป็นงานศิลปะที่น่าจะเรียกยอดไลค์บนโซเชียลได้ไม่น้อย แต่นักอนุรักษ์ธรรมชาติจากสมาคม Bermuda Audubon Society ลงความเห็นว่ามันเป็นการสร้างความเสียหายต่อพืชในท้องถิ่น กับรบกวนการทำรังของนกทะเล และที่สำคัญคือเป็นการรบกวนถิ่นที่อยู่อาศัยของ Bermuda rock skink จิ้งเหลนพันธุ์หายากซึ่งอาศัยอยู่ตามซอกหลืบของก้อนหิน แม้จะฟังดูเป็นความเรื่องมากของนักอนุรักษ์ แต่ข้อห้ามเกี่ยวกับการเรียงซ้อนก้อนหินแบบนี้ก็มีในบ้านเราเหมือนกัน เช่นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ที่เคยขอความร่วมมือมัคคุเทศน์และนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเกาะหินงาม ให้เลิกนำก้อนหินมาเรียงกัน หลังจากมีการตรวจสอบพบว่ามีหินแตกหักจำนวนมาก

น่าห่วงยิ่งกว่า!! เมื่อ “ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน” ยังเป็นเมนูขึ้นภัตตาคาร ทั้งที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์

จากกรณีที่รายการ มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์ ได้นำ “ปลากระเบนนก” มาใช้เป็นวัตถุดิบให้ผู้เข้าแข่งขันทำเป็นเมนูอาหาร จนกลายเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ถึงความเหมาะสมที่นำปลาหายากและมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์มาใช้อาหาร แต่ขณะเดียวกัน หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ได้มีการชี้แจงว่าปลาทะเลชนิดดังกล่าวสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้ และในบ้านเราก้มีขายด้วยเช่นกัน (อ่านเพิ่มเติม : ม.ล.ภาสันต์ แจงปม “ปลากระเบนนก” โผล่รายการทำอาหาร ชี้หาไม่ยาก / พลิกปมดราม่า “ปลากระเบนนก” ตลาดมีขายหรือไม่ ผัดเผ็ดได้หรือเปล่า!?) แม้เหตุการณ์นี้จะกระตุ้นให้คนจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญ และมีความตื่นตัวต่อกระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลมากยิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็เป็นที่น่าสังเกตว่า…ยังมีปลาอีกหลายชนิดที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ยิ่งกว่าปลากระเบนนก และยังถูกนำมาใช้เป็นอาหารจานโปรดของให้หลายๆ คนที่มีกำลังทรัพย์มากพอจะจ่ายเพื่อให้ได้ลิ้มลองมัน นั่นคือ ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน ท่ามกลางหมู่มวลมัจฉามากมาย ปลาทูน่านับเป็นอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และสามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งตัว ไม่ว่าเป็นส่วนเนื้อแดง เนื้อติดมัน เนื้อติดกระดูก ก้าง หัว หรือแม้แต่เครื่องในก็ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ จึงไม่แปลกที่ปลาทูน่าจะเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารสด และอาหารแปรรูป แต่ก็ด้วยความนิยมอย่างล้นหลามนี้เองที่ทำให้ปลาทูน่าขนาดใหญ่อย่าง ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน ได้รับผลกระทบจากการประมงเกินขนาด ซึ่งจากข้อมูลของ World Wildlife Fund (WWF) หรือ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ได้รายงานปริมาณการบริโภคปลาทูน่าที่เพิ่มขึ้นจากไม่ถึง […]

เผยซาก ‘วาฬบรูด้า’ ขนาดใหญ่ ลอยตายใกล้เกาะเต่า

อีกหนึ่งเหตุการณ์การสูญเสียสัตว์หายากชนิดหนึ่งในเมืองไทย เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ภัทรกานต์ พุ่มสอาด ได้โพสต์ภาพซากของ วาฬบรูด้า ขนาดใหญ่ที่ลอยตายห่างจากเกาะเต่าไปประมาณ 13 ไมล์ทะเล ซึ่งผู้โพสต์ได้ระบุอีกว่า…ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาเจอ เพราะยังไม่มีข่าวออกมาแต่อย่างไร อีก 1 ชีวิตที่ต้องเสียไปกับสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ที่ใกล้จะสูญพันธ์ ทั้งนี้ ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า พื้นที่อ่าวไทยพบว่าเป็นแหล่งอาศัยและศึกษาเกี่ยวกับวาฬบรูดาแหล่งใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย โดยถือว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นอ่าวไทยไปแล้ว เมื่อพบจำนวนประชากร 2-20 ตัว ขนาดที่แตกต่างกันในแต่ละวัน ซึ่งประเมินว่ามีจำนวนประชากรราว 35 ตัว และทำการจำแนกอัตลักษณ์ได้แล้วกว่า 30 ตัว พร้อมกับมีการตั้งชื่อให้ด้วย โดยเมื่อสำรวจพบวาฬ จะมีการจำแนกอัตลักษณ์ของวาฬแต่ละตัวด้วยวิธีการถ่ายภาพ (Photo-ID) ศึกษาตำหนิบริเวณครีบหลังเป็นจุดหลัก และใช้ตำหนิรอง เช่น ตำหนิตามลำตัว หัว ปาก ซี่กรอง และหาง มาประกอบ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2555 พบฝูงวาฬบรูด้า ในบริเวณที่ห่างจากปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงแค่ 5 กิโลเมตรเท่านั้น และมีการสำรวจพบมากขึ้น โดยอาหารสำคัญของวาฬฝูงนี้ก็คือ ปลากะตัก และพบด้วยว่าวาฬบรูด้าที่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวไทยนี้มีขนาดเล็กกว่าวาฬบรูด้าที่พบที่อื่นทั่วโลก […]

เกาะยาว ห่วง ‘นกเงือก’ จะสูญพันธุ์เพราะไม่มีต้นไม้อยู่ อาศัยไหชาวบ้านทำรังออกไข่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางกลุ่ม “เรารักษ์ เกาะยาว” ได้แชร์ข้อความและภาพของชีวิตนกเงือกในพื้นที่เกาะยาว อ.เกาะยาว จ.พังงา พร้อมระบุข้อความว่าใต้ภาพ “จากนกเงือกที่เกาะยาวน้อย ขาดแคลนโพรงรังจากต้นไม้ธรรมชาติ ต้องใช้ไห (โอ่ง) ที่เขาวางทิ้งไว้บนพื้นดินทำรังเพื่อออกไข่ มีลูกน้อย ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตรายกับครอบครัวของนกเงือก ในภาพ พ่อนกเงือกกำลังป้อนอาหารให้แม่นกเงือกครับ” จนทำให้กลุ่มคนที่อนุรักษ์นกเงือกได้ห่วงกับสถานการณ์นกเงือกที่จะสูญพันธุ์ไปในไม่ช้า จากเมืองที่กำลังเจริญเติบโตจากการสร้างโรงแรม ที่พักอาศัยจนทำให้ต้นไม้ที่เป็นโพรงแหล่งอาศัยของนกเงือก เริ่มหายไป กลุ่มเรารักษ์ เกาะยาว ระบุว่า ปัจจุบันความผูกพันระหว่างชาวบ้านและนกเงือกในพื้นที่เกาะยาวนั้นมีมานานแล้วทำให้นกเงือกใช้ชีวิตร่วมกับคนในเกาะยาว โดยนกเงือกมักจะอาศัยและหาอาหารกินภายในสวนผลไม้ ใกล้กับบ้านเรือน จนเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตามหลายปีที่ผ่านมาพบว่า จำนวนนกเงือกลดลงจนใกล้จะสูญพันธุ์ซึ่งทางกลุ่มชาวบ้านได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานพยายามที่จะอนุรักษ์ โดยมีการประกาศห้ามจับนกเงือกในพื้นที่และรณรงค์หยุดบริโภคหยุดค้าขาย โดยเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาทางกลุ่มชาวบ้านเกาะยาว และ นักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันสร้างโพรงรังเทียมเป็นกล่องไม้ นำไปติดตั้งบนต้นไม้ตามจุดต่างๆ ในพื้นที่เกาะยาว โดยพบว่า นกเงือกตัวเมีย จะเข้าไปอาศัย และจะเห็นนกเงือกตัวผู้ เอาอาหารมาป้อนให้กับตัวเมีย สำหรับนกเงือกเป็นนกขนาดใหญ่ส่วนมากมักจะมีขนสีดำสลับขาว ทั่วโลกมี 55 ชนิด มีการแพร่กระจายอยู่ในแถบเขตร้อน ของทวีปอัฟริกา และเอเชีย นกเงือกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียวปัจจุบัน นกเงือกในประเทศไทย มีทั้งหมด 13 สายพันธุ์ […]

ได้ไม่คุ้มเสีย! พบนกหายากใกล้สูญพันธุ์ ติดตาข่ายเกษตรกรตายหลายชีวิต

อาจเป็นภาพชินตาสำหรับใครหลายๆ คนที่เห็นการกางตาข่ายบนพื้นที่การเกษตร เพื่อป้องกันการรบกวนของแมลงและนกบางชนิดที่อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิต แต่ขณะเดียวกัน…วิธีดังกล่าวก็อาจสร้างผลกระทบต่อสัตว์ที่ไม่เพียงจะไม่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังเป็นประโยชน์ทางอ้อมต่อเกษตรกรด้วย อย่างเช่นกรณีล่าสุดที่ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nick Upton ได้โพสต์ภาพของนกจาบปีกอ่อนอกเหลือง (Yellow breasted Bunting) นกหายากที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically endangered) ติดตาข่ายตายหลายตัวในพื้นที่การเกษตรของตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จากข้อมูลพบว่าสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ได้ระบุให้นกจาบปีกอ่อนอกเหลืองมีชื่ออยู่ในบัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (Red List) เนื่องจากในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ประชากรของนกชนิดนี้ลดลงกว่า 80% และเพราะว่าสาเหตุหลักนั้นมาจากการถูกดักจับในช่วงการอพยพย้ายถิ่น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นกชนิดดังกล่าวเคยได้รับผลกระทบจากการอพยพข้ามประเทศจีนในช่วงฤดูหนาวอย่างหนัก เพราะพวกมันถูกดักจับมาปรุงอาหาร เพราะชื่อว่ามีคุณสมบัติเป็นยาโด๊ป แม้ว่าทางการจีนจะขึ้นทะเบียนปกป้องนกอพยพชนิดนี้ และมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืน โดยปรับเป็นเงินสูงถึง 100,000 หยวน หรือราว 500,000 บาทแล้วก็ตาม ที่มา – Facebook.com : Nick Upton / wikimedia.org

keyboard_arrow_up