นาทีใจสลาย!! แม่โลมาแบกร่างไร้วิญญาณของลูก คาดถูกเรือสปีดโบ๊ทชน

กลายเป็นคลิปที่ถูกส่งต่อกันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ต่างประเทศ ซึ่งเผยให้เห็นคลิปนาทีใจสลายของแม่โลมาแบกร่างไร้วิญญาณของลูกน้อยว่ายไปตามพื้นที่ชายฝั่งอินเดียน รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ และมีท่าทีดูเหมือนจะไม่ยอมทิ้งร่างของลูกน้อยไว้เพียงลำพัง และในขณะที่ร่างของลูกน้อยจมลงไปใต้น้ำ ผู้เป็นแม่ก็จะมุดน้ำลงไปอย่างไม่รีรอ และดันร่างของลูกน้อย พยุงให้โผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำตลอดเวลา ทั้งนี้ ทวิตเตอร์ ที่เผยแพร่คลิปดังกล่าวซึ่งใช้ชื่อว่า See Through Canoe ยังได้บอกอีกว่า “แม่โลมาไม่พร้อมที่จะปล่อยลูกน้อยที่ตายแล้วไป และพยายามดันร่างของลูกน้อยไปตามทางน้ำ ยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุการตายได้ แต่บางทีลูกโลมาอาจถูกเรือชน ดังนั้นอย่าคิดเอาเองว่า โลมาว่ายน้ำเร็ว แล้วคุณจะไม่มีทางชนมัน” Mother #dolphin not ready to let go of her dead calf and pushing it through the intracoastal waterway. It's hard to say for sure without examination, but the calf may have been […]

เมื่อแรงกดดันไม่สามารถชนะวัฒนธรรมการกิน “เนื้อโลมา” ในญี่ปุ่น

ถึงการกินจะเป็นพื้นฐานและธรรมชาติของมนุษย์ แต่บางครั้งการคิดค้นเมนูประทังชีวิตของคนบางกลุ่ม ก็ไปกระทบกับจริยธรรมและจิตสำนึกของคนในอีกสังคมนึงเช่นกัน อย่างเช่นวัฒนธรรมการกินเนื้อวาฬและเนื้อโลมาของชาวญี่ปุ่น ที่แม้จะมีกระแสต่อต้านทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดความชื่นชอบในรสชาติของเนื้อจากสัตว์ที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เพราะการล่าได้ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากคณะกรรมาธิการล่าวาฬระหว่างประเทศ หรือ International Whaling Commission : IWC ที่ขอรัฐบาลญี่ปุ่นยื่นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่า การล่าวาฬของญี่ปุ่นเป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่ท่าทีล่าสุดของคณะผู้ประสานงานของรัฐบาลญี่ปุ่นประจำคณะกรรมาธิการล่าวาฬระหว่างประเทศ ยืนยันว่าแผนการเดินหน้าล่าวาฬในปีนี้ จะยังคงดำเนินต่อไปตามปกติโดยจะไม่มีการลดจำนวนวาฬเป้าหมายลง ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ International Court of Justice : ICJ จะมีคำตัดสินในปี 2014 ที่ระบุให้ญี่ปุ่นต้องงดเว้นจากการออกใบอนุญาตล่าวาฬเพิ่มเติม และต้องเพิกถอนใบอนุญาตของเดิมที่ออกไปแล้วทั้งหมด แต่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินดังกล่าว และทำให้การล่าวาฬและโลมาโดยไม่ใช่วัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยยังดำเนินต่อไป ถึงจะมีแรงกดดันจากผู้ไม่เห็นด้วยทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่รัฐบาลญี่ปุ่นก็ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาการล่าโลมาและวาฬ และตามรายงานของเว็บไซต์ bluevoice.org ยังระบุด้วยว่ารัฐบาลของแดนปลาดิบทำเพียงแค่ให้หยุดการล่าไว้ชั่วคราว เพื่อรอให้กระแสต่อต้านหายไป และจะเปิดฤดูการล่าครั้งใหม่แบบเงียบๆ ทั้งยังมีการจำกัดปริมาณการล่าในบางพื้นที่ที่มีการล่าน้อยหรือแทบไม่มีเลยเพื่อลดแรงกดดันจากนานาชาติลง แต่กับพื้นที่ที่มีการล่าอย่างรุนแรง กลับไม่มีการใช้นโยบายดังกล่าว และยังคงมีการล่าอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่รับรองโดยรัฐบาลญี่ปุ่น

‘โลมา’ ถูกซัดเกยฝั่งฝรั่งเศสกว่า 1,100 ตัว เหตุบาดเจ็บจากเรือประมง

โลมา กว่า 1,100 ตัว ถูกซัดเกยชายฝั่งแอตแลนติก ของฝรั่งเศส ตั้งแต่เดือน ม.ค. 62 ที่ผ่านมา โดยองค์กรสิทธิสัตว์ กล่าวว่าเป็นผลพวงจากอุตสาหกรรมประมง ผู้เชี่ยวชาญ ระบุ ตัวเลขการตายดังกล่าวเป็นตัวเลขที่สูงมาก ทำลายสถิติของปีก่อน จะเข้าสู่ 2562 มาเพียง 3 เดือนเท่านั้น และนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 40 ปี โดย 90% ของโลมาที่ตาย มีสาเหตุจากบาดแผลที่เกิดจากเรือประมง ฟรองซัว เดอ รูจี รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของฝรั่งเศส เผยว่า ได้วางแผนเพื่อลดการตายของโลมา ซึ่งรวมไปถึงการผลักดันการใช้งานอุปกรณ์ส่งเสียงขับไล่บน 26 เรืออวนลากซึ่งได้ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวไว้แล้ว เพื่อไล่โลมาออกไปจากพื้นที่ประมง แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มนักเคลื่อนไหวซี เชฟเพิร์ด ออกมาโต้แย้งว่า บรรดาเรืออวนลากจะไม่เปิดอุปกรณ์นอกจากจะมีการตรวจสอบ เพราะกลัวว่าอาจจะไล่ปลาชนิดอื่นออกไปด้วย และเชื่อว่ามลพิษทางเสียงที่เกิดจากอุปกรณ์เหล่านี้จะทำให้สัตว์ทะเลอาศัยอยู่ในมหาสมุทรไม่ได้ ลาเมีย เอสซองลาลี่ ผู้อำนวนการ ซี เชฟเพิร์ด  ฝรั่งเศส กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์เคยทำนายไว้ว่า โลมา มีโอกาสในการสูญพันธุ์ เนื่องจากการทำประมงจำนวนมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อตลาดมีความต้องการปลาราคาถูก […]

พิษพายุ! โลมาหัวบาตร ถูกซัดเกยหาดขนอม หลังปาบึกพัดผ่าน

หลังจากซัดกระหน่ำจนทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ภาคใต้ ล่าสุดวันที่ 5 มกราคม 2562 กรมอุตุนิยมวิทยา เผยประกาศเมื่อเวลา 04.00 น. ระบุว่า พายุโซนร้อนปาบึก มีศูนย์กลางอยู่บริเวณอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ หรือที่ละติจูด 8.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 98.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบและความสูญเสียจากพายุโซนร้อนปาบึกแล้ว สัตว์ป่าเองก็ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาตินี้เช่นกัน โดยล่าสุดได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ หนุ่ย หยาดน้ำค้าง ได้โพสต์ภาพของโลมาหัวบาตร ที่ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบริเวณหาดขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากพายุโซนร้อนปาบึกที่พัดขึ้นฝั่งในช่วงเย็นของวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา

โลมาเคราะห์ร้าย ถูก ‘ห่วงพลาสติก’ รัดปากจนอดอาหารตาย

แม้ในความคิดของคนเราอาจจะรู้สึกว่าห่วงพลาสติกที่หลุดออกมาขาดน้ำนั้นไม่เป็นอันตรายอะไร แต่สำหรับพวกสัตวืแล้ว ห่วงเหล่านี้นอกจากจะเป็นอันตรายต่อร่างกายหากกินเข้าไปแล้ว มันยังอันตรายถึงชีวิตแม้จะไม่มีใครกินมันเข้าไปก็ตาม อย่างเช่นกรณีของโลมาปากขวดตัวนี้ที่มาเกิดตื้นอยู่บนหาดแห่งหนึ่งในประเทศบราซิล ใกล้กับสถาบันวิจัยทางทะเล Instituto Biopesca ในรัฐเซาเปาลู และพบว่ามีห่วงพลาสติกรัดปากของมันไว้ ซึ่ง Paulo Silveira ผู้โพสต์ภาพดังกล่าวได้ระบุว่า โลมาตัวนี้เสียชีวิตเนื่องจากการขาดอาหาร เพราะมันไม่สามารถอ้าปากเพื่อกินอาหารได้ และเขายังบอกว่าเป็นปัญหาการปนเปื้อนของขยะในระบบนิเวศ ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ และคนส่วนใหญ่ไม่ทราบถึงปัญหาเหล่านี้

ฮือฮา! พบโลมาปากขวด 4 ตัวหากินในทะเลเมืองเพชรบุรี

พบโลมาปากขวด 4 ตัวหากินใกล้กับเรือประมง ซึ่ง 2 ตัวที่พบเป็นสีชมพู ในทะเลที่จังหวัดเพชรบุรี ผู้ที่อยู่ในเรือได้เห็น ส่วนเจ้าของเรือก็โยนปลาให้เจ้าโลมากิน ซึ่งก็พบว่า มันกินปลาที่โยนให้ โดยมีผู้ถ่ายวิดีโอและเผยแพร่ลงในโลกออนไลน์ สร้างความประดับใจให้ผู้ที่ได้ชม โดยโลมาสีชมพูตัวดังกล่าว ได้ดำผุดดำว่าย และกระโดดขึ้นเหนือน้ำ อยู่ข้าง ๆ เรือของนายวรสรณ์ สมสุด ชาวประมงพื้นบ้านโตนดน้อย ขณะนำเรือออกไปเพื่อจับปลาในทะเล ซึ่งจุดที่พบอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 2-3 กิโลเมตร และมีโลมาสีดำ อีก 2 ตัว โผล่ว่ายมากับโลมาสีชมพูด้วย สำหรับโลมาสีชมพูที่พบในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรก และสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ และไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อนซึ่งส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นโลมาหัวบาต และวาฬบรูด้าเท่านั้น ซึ่งถือเป็นความน่ายินดีที่มีโลมาสีชมพูมาปรากฏตัวในทะเล พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ต้องรอด!! เมื่อหมึกยักษ์หนีตายจากการถูกล่า ด้วยการเกาะติดไปกับโลมา

ถึงจะถูกจัดเป็นสัตว์โลกน่ารักแถมยังแสนรู้ แต่โลมาก็นับว่าเป็นนักล่าที่ฉลาดเป็นกรด จนแทบไม่มีเหยื่อชนิดไหนจะสามารถหนีพ้นการโจมตีของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดนี้ไปได้ เพราะถึงจะซ่อนตัวอยู่ในทราย โลมาก็สามารถหากตัวมันเจอด้วยการสร้างภาพจากเสียงสะท้อน หรือเอคโคโลเคชั่น (Echolocation) แต่ดูเหมือนวิธีดังกล่าวคงจะใช้ไม่ได้กับกับเจ้าหมึกยักษ์ตัวนี้ ที่นอกจากจะไม่ซ่อนตัวแล้ว มันยังขึ้นไปเกาะอยู่บนตัวของนักล่าอีกต่างหาก ภาพชุดถูกบันทึกไว้โดย Jodie Lowe ขณะกำลังพักผ่อนอยู่ที่ Port Macquarie ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย และได้เห็นโลมาเพศเมียตัวหนึ่งที่นักท่องเที่ยวเรียกมันว่า ‘Grandma’ กำลังพยายามไล่ล่าหมึกยักษ์อยู่บนผิวน้ำอยู่นานหลายนาทีแต่ก็ไม่สามารถจับมันได้ แถมยังโดนเจ้าหมึกใช้หนวดเกาะติดอยู่บนตัวของมัน จนทำให้โลมาต้องกระโดดขึ้นเหนือน้ำเพื่อสะบัดให้หมึกหลุดออกไป ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอยู่นานทีเดียวกว่าเจ้าหมึกจะยอมแพ้ และโดนจับกินในที่สุด ที่มา – Facebook.com / Port Macquarie Cruise Adventures

‘ซีไลฟ์ทรัสต์’ สร้างศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ ‘วาฬเบลูกา’ แห่งแรกของโลก!

ซีไลฟ์ทรัสต์ (SEA LIFE TRUST) องค์กรระดับโลก ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องมหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ร่วมด้วยพันธมิตรครอบครัวอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดอย่าง ซีไลฟ์ (SEA LIFE) ทั่วโลก ประกาศสร้าง “ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ ‘วาฬเบลูกา’ ของซีไลฟ์ทรัสต์” (SEA LIFE TRUST Beluga Whale Sanctuary) ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่สำหรับวาฬเบลูกา ภายใต้โครงการสวัสดิภาพทางทะเลของไอซ์แลนด์ ในความร่วมมือกับ สมาคมอนุรักษ์ปลาโลมาและปลาวาฬ (Whale and Dolphin Conservation: WDC) ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ ‘วาฬเบลูกา’ นับเป็นหนึ่งในการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในการดูแลและปกป้องวาฬและโลมาที่ถูกจับ ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะให้วาฬที่ถูกจับได้กลับคืนสู่สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และนำไปสู่การยกเลิกการแสดงวาฬและโลมาในอนาคต โดยศูนย์อนุรักษ์พันธุ์วาฬเบลูกาฯ ตั้งอยู่ในอ่าวธรรมชาติที่เฮเมย์ (Heimaey) เกาะหนึ่งในหมู่เกาะเวสต์แมน (Westman Island) นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ อ่าวอันเงียบสงบซึ่งมีพื้นที่วัดได้กว่า 32,000 ตารางเมตร และมีความลึกถึง 10 เมตรนี้ มีลักษณะสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติแบบกึ่งขั้วโลก (Sub-Arctic) และมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสำหรับสัตว์ป่า จึงเหมาะสมที่จะเป็นบ้านหลังใหม่ของ วาฬเบลูกา เพศเมียทั้งสองตัวอย่าง ลิทเทิลเกรย์ […]

นาทีระทึก! ชาวบ้าน-ชุดกู้ภัยฯ ภูเก็ต ช่วยเหลือ ‘โลมาแถบ’ เกยตื้น

เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำ กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจน้ำภูเก็ต เข้าช่วยเหลือโลมาไม่ทราบชนิดเกยตื้นบริเวณหน้าหาดกมลา ใกล้สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี หรือ สวนสาธารณะอนุสรณ์สึนามิกมลา ม.3 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่สามารถระบุชนิดและเพศได้ โดยโลมาอยู่ในอาการอ่อนแรง หายใจช้า มีอาการชักเกร็งเป็นระยะ ชาวบ้านช่วยเหลือด้วยการพยุงตัวไว้ในน้ำเพื่อรอเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำฯ จึงได้ประสานไปยังสัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน แหลมพันวา ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เพื่อสอบถามแนวทางดำเนินการ ซึ่งสัตวแพทย์กลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเคลื่อนย้ายโลมาไปส่งศูนย์วิจัยฯ อย่างเร่งด่วน พร้อมให้คำแนะนำขั้นตอนในการช่วยเหลือผ่านทางโทรศัพท์เป็นระยะ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำฯ ได้เร่งทำการเคลื่อนย้ายโลมาจากชายหาดขึ้นรถยนต์กระบะของ อบต.กมลา ออกเดินทางไปส่งยังกลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ ศูนย์วิจัยฯ ซึ่งในระหว่างทางที่เคลื่อนย้าย โลมาตัวดังกล่าวอยู่ในอาการตกใจ มีอาการชักเกร็งบ่อยครั้ง ต้องใช้วิธีการกดนวดหัวใจช่วย กระทั่งเดินทางไปถึงที่ศูนย์วิจัยฯ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที ก่อนทำการลำเลียงลงบ่ออนุบาล เพื่อให้สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายากทำการดูแลต่อ โดยเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทำการพยุงโลมาไว้ในน้ำ ก่อนที่สัตวแพทย์ทำการตรวจร่างกาย ฉีดยาปฏิชีวนะและยาบำรุง ก่อนเฝ้าสังเกตุอาการตลอด 24 […]

เมื่อลองมองกันดีๆ ทั้ง ‘วาฬ-โลมา’ ก็มีอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายๆ กับมนุษย์

อย่างที่เราคงเคยอ่านหรือได้ยินมาบ้าง ว่ากะลาสีเรือในสมัยก่อนนั้นเปรียบเทียบโลมาเป็นเหมือนโฉมงามแห่งท้องทะเล จนใครหลายๆ คนมองว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเลเหล่านี้เป็นนางเงือก หรือสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปลาอย่างที่เขียนไว้ในตำราโบราณของหลายๆ ชาติ ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับคนสมัยใหม่แล้ว เราแทบไม่มีอะไรใกล้เคียงกันเลยสักนิด แถมต้นตระกูลของมนุษย์เองก็แยกสายวิวัฒนาการกับพวกวาฬและโลมามานานนับล้านปีแล้ว แต่หากลองเทียบตามลักษณะทางกายภาพบางอย่างแล้ว ก็คงไม่แปลกที่คนสมัยก่อน หรือคนบางกลุ่มจะคิดว่า…พวกมันเหมือนเรามากจริงๆ ที่มา – sivator.com

อย่าหลงใหลในความน่ารัก เพราะ ‘โลมา’ อาจฉวย iPad ของคุณไปลอยคอในน้ำได้

ด้วยความน่ารักแสนรู้ จึงไม่แปลกที่คนเราจะชื่นชอบการชมโชว์ และได้ใกล้ชิดกับโลมาตามศูนย์แสดงสัตว์น้ำเป็นพิเศษ แต่ก็คงเพราะความฉลาดที่ใกล้เคียงกับเด็กๆ ก็อาจทำให้มันทำเรื่องที่เกินความคาดหมายให้มนุษย์ได้ อย่างเช่นเจ้าโลมาตัวหนึ่งใน Seaworld Orlando ที่แสดงพฤติกรรมไม่ธรรมดา ด้วยการโผล่ขึ้นมางับ iPad ในมือนักท่องเที่ยวหญิงรายหนึ่งลงบ่อไปต่อหน้าต่อตา แต่ยังโชคดีที่ดูเหมือนเจ้าโลมาจะแค่อยากหยอกเล่น ไม่งั้นเธอคงอดได้ของรักกลับคืนมาแน่

วัยรุ่นมือบอนพ่นสี ‘รูปปั้นโลมา’ สัญลักษณ์เมืองพัทยา ชาวบ้านวอนเร่งแก้ไข (คลิป)

วันที่ 15 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชน และนักท่องเที่ยวที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาบริเวณอุโมงค์ทางลอด ถนนสุขุมวิท ปากทางพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปัจจุบันบริเวณพื้นผิวของรูปปั้นปลาโลมาที่กรมทางหลวงชนบท ออกแบบและก่อสร้างไว้เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและรูปแบบความสวยงามทางศิลปกรรมในโครงการอุโมงค์ทางลอด ที่เพิ่งเปิดใช้งานไปในช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา มีกลุ่มหรือบุคคลผู้ไม่หวังดี ซึ่งน่าจะเป็นวัยรุ่นมือบอนในพื้นที่ใช้สเปรย์สีทองไปพ่นเขียนตัวอักษรบนตัวปลาโลมาจำนวนหลายตัว ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่กรมทางหลวงชนบท เจ้าของโครงการอุโมงค์ลอดทางแยกพัทยากลาง จัดทำเป็นสวนสาธารณะบริเวณช่องทางวิ่งเหนืออุโมงค์ขนาด  2 ช่องจราจรไป-กลับ ซึ่งด้านบนจัดทำเป็นสวนสาธารณะ ประดับไฟตกแต่งอย่างสวยงาม พร้อมด้วยปฏิมา กรรมเป็นรูปปั้นปลาโลมาเท่าขนาดจริงจำนวน 7 ตัว พื้นที่ประมาณ  200 ตารางเมตร โดยบริเวณผิวของรูปปั้น มีรอยพ่นด้วยสเปร์สีทองทุกตัว ระบุข้อความ “ไม่มีตั๋ว-Start-ก็ตรัสรู้ได้-รับยา 1” เป็นต้น ซึ่งถือว่าทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินทางราชการและภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อการท่องเที่ยว ทั้งนี้จากการสอบถามชาวบ้านและผู้ประกอบการในละแวกใกล้เคียง เผยว่าข้อ ความเหล่านี้คาดว่าจะถูกกลุ่มวัยรุ่นมือบอนมาพ่นไว้ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา จึงอยากให้เมืองพัทยาซึ่งรับมอบโครงการดังกล่าวแล้วเร่งเข้ามาแก้ไขโดยด่วนด้วย

เปิดสมดุลธรรมชาติสุดแปลก เมื่อชาวประมงแบ่ง ‘ซากปลาดุกทะเล’ กับฝูงโลมา

อีกหนึ่งเหตุการณ์แปลกๆ ที่ถูกแชร์ต่อๆ กันเป็นจำนวนมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช่เฟซบุ๊คชื่อ สมิง ล่านายพราน ได้โพสต์ภาพซากปลาดุกทะเลหลายสิบตัวที่ถูกกัดจนขาดครึ่ง โดยระบุว่าเป็นผลงานของเหล่าโลมาที่หากินอยู่ใกล้กับปากอ่าวบริเวณแม่น้ำบางปะกง ที่ล่าล่าดุกที่หลบซ่อนอยู่ใต้โคลน และกินเฉพาะส่วนลำตัวเพื่อหลบเงี่ยงของปลาดุก จึงทำให้ส่วนที่เหลือลอยขึ้นมาเหลือผิวน้ำ และกลายเป็นอาหารของชาวประมงได้อีกต่อ แม้จะเป็นเรื่องราวแปลกประหลาดจนไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วบ่อยครั้ง อย่างเช่นในเว็บไซต์ siamfishing.com แห่งรวมของเหล่านักตกปลา ได้มีสมาชิกที่ใช้ชื่อว่า Kaocup เคยโพสต์เรื่องราวแบบเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 บริเวณแม่น้ำบางประกง ซึ่งเจ้าตัวได้ออกเรือไปเก็บซากส่วนหัวของปลาดุกทะเลที่โลมาเหลือไว้ เพื่อนำมาประกอบอาหาร นอกจากนี้ยังมีรายงานจากต่างประเทศเกี่ยวกับการร่วมมือกันระหว่างปลาโลมากับชาวประมงด้วย อย่างเช่นในประเทศบราซิล ที่ชาวประมงกับฝูงโลมาได้ร่วมมือกันจับปลาในเขตน้ำตื้น โดยฝูงโลมาจะไล่ต้อนปลาจากพื้นที่น้ำลึก เข้าไปหาชาวประมงที่รอเหวี่ยงแหอยู่ตามชายหาด ซึ่งความร่วมมือนี้ ทำให้นักล่าทั้งสองฝ่ายสามารถแบ่งปลากันได้โดยไม่ต้องมีเรื่องบาดหมางกัน เพราะชาวประมงก็ได้ปลาที่หลงเข้ามาในอวน ส่วนโลมาก็สามารถได้ปลาที่ว่ายหนีกลับมา หรือได้รับบาดเจ็บเป็นอาหาร ที่มา – Facebook.com : สมิง ล่านายพราน‎ / siamfishing.com คลิปวิดีโอจาก : Youtube.com / Animal Planet

‘ฝูงโลมา’ อวดโฉมกลางอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จนท.ปลื้ม คาดเกิดจากช่วยกันลดขยะในทะเล

นายศิริ วานิชกุล อุปนายกสมาคมมัคคุเทศก์จังหวัดพังงา เล่าว่า ขณะทำหน้าที่เป็นไกด์พานักท่องเที่ยวไปเที่ยว เกาะปันหยี (บ้านกลางน้ำ) ถ้ำลอด ภาพเขียนโบราณ และเขาพิงกัน (เกาะเจมส์บอนด์) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงานั้น โดยระหว่างที่ชมความงามของเขาพิงกัน และเขาตะปู กำลังนั่งเรือกลับ เมื่อออกเรือมาได้ระยะหนึ่งก็ได้พบเห็นฝูงโลมา ประมาณ 5 ตัว แต่ไม่ทราบว่าเป็นโลมาชนิดใด ตัวไม่ใหญ่นัก จึงได้บอกให้คนขับชะลอเรือ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพ ซึ่งการพบเห็นโลมาในครั้งนี้ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก ส่วนตนเองก็รู้สึกดีใจที่มีฝูงโลมากลับเข้ามาว่ายวนเวียนอยู่ในอ่าวพังงาอีกครั้งหลังจากไม่ได้เห็นมานาน ซึ่งตนเองคิดว่าน่าจะเกิดจากการที่อุทยานฯ ประชาชน ชาวประมง ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยว ได้มีความตระหนักถึงปัญหาขยะทะเลซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ และช่วยรณรงค์จนขยะลดน้อยลงไปมากและทำให้ธรรมชาติในท้องทะเลมีความสมบูรณ์มากขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็น ฝูงโลมา มาว่ายน้ำอวดโฉมให้ได้เห็นกันอีกครั้ง

หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่ชวนให้หลายๆ คนอดคิดไม่ไว่า ‘โลมา-วาฬ’ นั้นคล้าย ‘มนุษย์’

คงเป็นความเชื่อนมนานกาเลของบรรพบุรุษเราที่คิดว่าในท้องทะเลนั้นมีสิ่งมีชีวิตที่รูปร่างเป็นครึ่งคนครึ่งปลาอาศัยอยู่ ซึ่งได้รับการพิสูจน์มานานหลายร้อยปีแล้วว่าสิ่งที่ถูกเข้าใจผิดนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่นางเงือก แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลอย่างวาฬและโลมาต่างหาก และเชื่อว่าคงคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่คิดว่า เรากับมันนั้นไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักนิด แต่ถ้าลองเทียบกันดูตามลักษณะทางกายภาพบางอย่างแล้ว ก็ไม่น่าแปลกที่คนบางกลุ่มจะคิดว่าพวกมันเหมือนเรามากๆ จนชวนให้คนยุคแรกที่ไม่รู้จักสัตว์ชนิดนี้ คิดว่ามันคือสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปลาจริงๆ แม้จะดูคล้ายกันเพียงใด แต่ความจริงแล้วบรรพบุรุษของเรากับมันนั้น วิวัฒนาการแยกออกจากกันจนกลายเป็นสัตว์คนละสายพันธุ์ตั้งแต่เมื่อหลายล้านปีก่อนแล้ว ที่มา : sivator.com

เตรียมธูปเตรียมแป้ง! เผยความผิดปกติสุดหายาก ที่ทำให้ลูกโลมามี ‘สองหัว’

อีกหนึ่งเหตุการณ์แปลกๆ จากโลกธรรมชาติ เมื่อชาวประมงในประเทศเนเธอร์แลนด์กลุ่มหนึ่งได้เดินทางออกไปลากอวนจับปลาบริเวณนอกชายฝั่งประเทศเนเธอร์แลนด์ และได้พบลูกโลมาตัวหนึ่งที่ลอยคอเสียชีวิตอยู่กลางมหาสมุทร ที่สำคัญคือซากที่พบนั้นมี 2 หัวงอกออกมาและแยกจากกันอย่างสมบูรณ์ ซากของโลกมาน้อยตัวนี้ถูกส่งให้กับ Dr. Erwin Kompanje นักชีววิทยาทางทะเลที่เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล ซึ่งเปิดว่าซากนี้เกิดจากการความผิดปกติที่พบได้ยาก และเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบโลมา 2 หัว ที่หัวแยกออกจากกันอย่างชัดเจนแบบนี้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้มันเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน แต่เป็นได้ว่าปอดของมันอาจไม่เพียงพอจะตอบสนองการทำงานของหัวทั้งสองที่มีสมองสั่งการแยกจากกันได้ และอาจจะเพิ่งตายหลังจากชาวประมงกลุ่มนี้ไปพบได้ไม่นานนัก ที่มา – deleter.net

ดับอนาถ! เมื่อความหิวโหยขั้นสุด ทำให้ ‘โลมา’ พยายามจะกินหมึกยักษ์ จนติดคอตัวเอง

ถึงจะเป็นหนึ่งในนักล่าสูงสุดแห่งห่วงโซ่อาหารในทะเล และยังมีระดับสมองที่ชาญฉลาดกว่าสุนัข แต่ก็ใช่ว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเลอย่างโลมาจะไม่มีโอกาสพลาดกับเขาเลย เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้มีโลมาตัวหนึ่งมาเกยตื้นตายอยู่ใกล้กับชายหาดในเมืองบันเบอรี รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้นำซากของมันไปพิสูจน์หาสาเหตุการตาย ก็ต้องกับเรื่องน่าประหลาดใจยิ่งกว่า เพราะสิ่งที่ทำให้เจ้าโลมาตัวนี้เสียชีวิต ก็คือหมึกขนาดใหญ่ที่เข้าไปคิดในหลอดลมจนทำให้มันหายใจไม่ออก แม้จะฟังดูเหลือเชื่อที่โลมาจะพลาดกับเรื่องง่ายๆ ได้ แต่ในกรณีของเจ้าโลมาตัวนี้ เจ้าหน้าที่พบว่าหมึกที่มันกลึกลงไปนั้นน้ำหนักมากถึง 2.1 กิโลกรัม ซึ่งปกติโลมาล่าหมึกขนาดนี้ได้ จะต้องฉีกมันออกเป้นชิ้นๆ ก่อนจะกลืนลงไป แต่เจ้าโลมาตัวนี้คงจะหิวมากจึงทำให้มันกลืนหมึกลงไปทั้งตัว โดยที่เหยื่อของมันก็ยังไม่ตายสนิท จึงทำให้ปุ่มดูดนับร้อยยังมีแรงพอยึดเกาะตามปากและลำคอของโลมาได้ โดยสังเกตจากรอยช้ำวงกลมที่กระจายไปทั่ว ที่มา – newscientist.com

แบบนี้ก็ได้เหรอ!? หมึกยักษ์หนีตายจากการถูกล่าด้วยการเกาะติดไปกับโลมา

ถึงจะถูกจัดเป็นสัตว์โลกน่ารักแถมยังแสนรู้ แต่โลมาก็นับว่าเป็นนักล่าที่ฉลาดเป็นกรด จนแทบไม่มีเหยื่อชนิดไหนจะสามารถหนีพ้นการโจมตีของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดนี้ไปได้ เพราะถึงจะซ่อนตัวอยู่ในทราย โลมาก็สามารถหากตัวมันเจอด้วยการสร้างภาพจากเสียงสะท้อน หรือเอคโคโลเคชั่น (Echolocation) แต่ดูเหมือนวิธีดังกล่าวคงจะใช้ไม่ได้กับกับเจ้าหมึกยักษ์ตัวนี้ ที่นอกจากจะไม่ซ่อนตัวแล้ว มันยังขึ้นไปเกาะอยู่บนตัวของนักล่าอีกต่างหาก ภาพชุดถูกบันทึกไว้โดย Jodie Lowe ขณะกำลังพักผ่อนอยู่ที่ Port Macquarie ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย และได้เห็นโลมาเพศเมียตัวหนึ่งที่นักท่องเที่ยวเรียกมันว่า ‘Grandma’ กำลังพยายามไล่ล่าหมึกยักษ์อยู่บนผิวน้ำอยู่นานหลายนาทีแต่ก็ไม่สามารถจับมันได้ แถมยังโดนเจ้าหมึกใช้หนวดเกาะติดอยู่บนตัวของมัน จนทำให้โลมาต้องกระโดดขึ้นเหนือน้ำเพื่อสะบัดให้หมึกหลุดออกไป ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอยู่นานทีเดียวกว่าเจ้าหมึกจะยอมแพ้ และโดนจับกินในที่สุด ที่มา – Facebook.com / Port Macquarie Cruise Adventures

keyboard_arrow_up