กัมพูชายันไม่พบข้อมูล ‘ยิ่งลักษณ์’ เข้าประเทศ และ ‘ไทย’ ไม่เคยสอบถามมา

ภายหลังที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ออกมาให้ข่าวว่าไปพบภาพจากกล้องวงจรปิด เป็นรถอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใกล้ชายแดนกัมพูชา แต่ล่าสุด มีรายงานจากสื่อกัมพูชา ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยมีข้อมูลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางเข้าประเทศ โดยในเว็บไซต์ พนมเปญโพสต์ อ้างคำพูดของนายลิม เต็ค รักษาการผู้บัญชาการตำรวจชายแดนประจำด่านจังหวัดปอยเปต ที่ยืนยันว่า ตรวจสอบไม่พบข้อมูล น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางเข้าประเทศ และที่สำคัญกัมพูชาเปิดเผยว่า ไม่เคยได้รับการสอบถามจากทางการไทยถึงเรื่องดังกล่าว เช่นเดียวกับนายสก พัน ผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชาที่ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับข้อมูลเรื่องนี้ ขอให้ไปถามทางการไทยเอาเอง.

รู้จัก ‘โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน’ ภัยใกล้ตัว ที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ กับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะ ‘ยิ่งลักษณ์’

จากกรณีที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เลื่อนการเข้าพบศาล โดยให้เหตุผลว่าเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน นั้น ทีมข่าวได้ตรวจสอบกับแพทย์ประจำโรงพยาบาลยันยี เผยความเครียดนอนไม่หลับ อาการเจ็บป่วย เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน สามารถเกิดได้ทั้งในเพศชายและหญิงผู้ป่วย ที่มีอาการหนักจะไม่สามารถเดินทางได้ นายแพทย์ศุภวัฒน์ วราพรมงคลกุล อายุรแพทย์ทั่วไป ประจำโรงพยาบาลยันฮี ระบุว่า โรคน้ำในหูไม่เท่ากันเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จากการถูกกระตุ้นจากโรคอื่นๆ ที่มาจากความเครียด นอนไม่หลับ อาการเจ็บป่วยหรือติดเชื้อไวรัสต่างๆซึ่งถือเป็นภาวะแทรกซ้อน ที่ทำให้เกิดอาการบางชนิด เช่น เวียนหัว บ้านหมุน ขณะที่บางรายเป็นหนักจะไม่สามารถเดินทางได้ ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยมักจะแนะนำให้นอนนิ่งๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ หรือไม่เปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็วเพื่อให้ภาวะน้ำในหูไม่ถูกกระตุ้นมากเกินไป สำหรับผู้ป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากันพบได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 30 ถึง 60 ปีทั้งในเพศชายและเพศหญิง ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ารับการรักษา จะต้องดูตามอาการว่ามีมากน้อยเท่าใด หรือเกี่ยวเนื่องกับความผิดปกติของหูชั้นในถูกกระตุ้นหรือไม่ ซึ่งบางครั้งต้องตรวจร่วมกับโรคกล้ามเนื้อและระบบประสาทด้านอื่นๆด้วย

keyboard_arrow_up