เริ่มแล้ว! สหรัฐฯเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามชาวมุสลิม 6 ชาติ เดินทางเข้าประเทศ

ทางการสหรัฐฯเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามชาวมุสลิมจาก 6 ประเทศ  และผู้ลี้ภัยทุกคนเดินทางเข้าสหรัฐฯเป็นวันแรกในวันศุกร์ (30) 30 มิถุนายน 2017 ถือเป็นวันแรกที่ สนามบินทุกแห่งในสหรัฐฯทั้งสนามบินนานาชาติและสนามบินท้องถิ่น เริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามชาวมุสลิมจาก 6 ประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วย อิหร่าน ซีเรีย โซมาเลีย ซูดาน ลิเบีย และเยเมนเดินทางเข้าสหรัฐฯเป็นเวลา 90 วัน  รวมทั้งห้าม “ผู้ลี้ภัย”  ทุกคนเดินทางเข้าสหรัฐฯเป็นเวลา 120 วัน เพื่อเปิดทางให้สหรัฐฯทบทวนมาตรการตรวจคนเข้าเมือง และเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามเครือข่ายก่อการร้ายข้ามชาติ ที่อาจแทรกซึมแฝงตัวเข้ามาก่อการโจมตีในแผ่นดินอเมริกา   อย่างไรก็ดี ในส่วนของมาตรการห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าประเทศนั้น สหรัฐฯได้มีการออก “ข้อยกเว้น”    ให้กับชาวมุสลิม ที่มีสมาชิกในครอบครัวพำนักในสหรัฐฯ เช่น มีคู่สมรส บิดามารดา บุตร พี่น้อง และคู่หมั้น รวมทั้งผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับสหรัฐฯ ยังคงสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ตามปกติ มาตรการนี้ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 20 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่นในกรุงวอชิงตันดี.ซี.เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (29) ที่ผ่านมา หรือตรงกับเวลาราว 8.00 น. วันศุกร์ (30) […]

พบกันแล้ว! ทรัมป์-มาครง พบหารือชื่นมื่นที่เบลเยียม

  สำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่คลิปวิดีโอบันทึกการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ในวันพฤหัสบดี (25 พ.ค.) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯวัย 70 ปี กับประธานาธิบดีแอมานูแอล มาครง วัย 39 ปี  ที่เป็นผู้นำอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของฝรั่งเศส   การพบกันครั้งแรกของทั้งคู่นี้เกิดขึ้นที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม ในระหว่างที่ผู้นำทั้งสองเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต   และถือเป็นการพบปะของสองผู้นำที่แวดวงสื่อทั่วโลกให้ความสนใจมากที่สุดในชั่วโมงนี้   ด้านสื่อท้องถิ่นในเบลเยียมรายงานข่าวเชิงเสียดสีว่า มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ถือว่าโชคดีมากที่ได้จับมือเชคแฮนด์กับทรัมป์   เพราะเมื่อไม่นานมานี้   นายกรัฐมนตรีหญิงอังเกลา แมร์เคิล ผู้นำหญิงของเยอรมนี โชคร้ายไม่ได้จับมือกับโดนัลด์ ทรัมป์เลย ในระหว่างที่เธอเดินทางไปเยือนทำเนียบขาวที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.       คลิปวิดีโอ ขอบคุณ DONALD TRUMP SPEECHES & PRESS CONFERENCE

ทางการเบลเยียมระดมกำลังรักษาความปลอดภัยเข้ม ต้อนรับ “ทรัมป์-มาครง” ร่วมประชุมสุดยอดนาโต

ทางการเบลเยียมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนหลายพันนาย เข้าดูแลความปลอดภัยตามสถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศ ที่เป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีแอมานูแอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส รวมถึงผู้นำจากอีกกว่า 30 ชาติในยุโรป มีกำหนดตบเท้าเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง   การประกาศปรับเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยของทางการเบลเยียม มีขึ้นภายหลังเกิดเหตุโจมตีโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายที่สนามกีฬาแมนเชสเตอร์ อารีนาในอังกฤษเมื่อวันจันทร์ (22 พ.ค.) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 22 รายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อย      ซึ่งผลการสืบสวนเบื้องต้นของทางการอังกฤษพบความเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย   รายงานข่าวระบุว่า  ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนาโตที่เบลเยียมเป็นเวลา 2 วัน    โดยที่ทรัมป์มีกำหนดพบหารือนอกรอบกับประธานาธิบดีมาครง ผู้นำคนใหม่ของฝรั่งเศสระหว่างการเยือนเบลเยียมในครั้งนี้ด้วย   ทั้งนี้  หัวข้อหลักที่เหล่าผู้นำจะหยิบยกมาหารือกันในระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตครั้งนี้ คือประเด็นการกระชับความร่วมมือด้านการต่อต้านภัยก่อการร้าย  การจัดการปัญหาผู้อพยพ  และประเด็นความมั่นคงอื่นๆ ที่เป็นผลพวงมาจากการแผ่ขยายอิทธิพลทางทหารของรัสเซียและจีน        

กล้ากินมั๊ย!! คุกกี้หน้าการ์ตูน ‘ทรัมป์’ บ้างก็ซื้อไปกิน บ้างก็ซื้อไปเล่น ขายดีเชียวร่ะ (คลิป)

ร้านจำหน่ายคุ้กกี้ในสหรัฐฯได้ผุดไอเดีย “คุกกี้รูปการ์ตูน” เป็นหน้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลาม ร้านขนม “คัพเค้ก มาร์เก็ต”ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ได้เผยโฉมคุกกี้ใบหน้ารูปการ์ตูนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยซาร่าห์ ซิลเวอร์แมน เจ้าของร้านขนม บอกว่า “ได้ไอเดียทำคุ้กกี้เป็นรูปการ์ตูนใบหน้าผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ทั้งประธานาธิบดีทรัมป์ และนางฮิลลารี คลินตันในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ทางร้านจึงได้ได้เริ่มคิดออกแบบ ซึ่งเมื่อนำคุ้กกี้รูปหน้าของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานธิบดีออกมาวางไว้หน้าร้านก็ทำให้มีลูกค้าให้ความสนใจอย่างมาก โดยคุ้กกี้การ์ตูนรูปใบหน้าของประธานาธิบดีทรัมป์ถือว่าขายดีอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหลังการเลือกตั้ง และยังขายดีมาจนถึงวันนี้ แต่ทางร้านบอกว่าลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้นำคุกกี้ใบหน้าประธานาธิบดีทรัมป์ไปรับประทานทานอย่างเดียวเพราะมีบางส่วนที่นำคุ้กกี้ไปปาเล่นด้วย ร้านขนมแห่งนี้ยังรับทำคุ้กกี้การ์ตูนใบหน้าของคนดัง ดารานักแสดงคนอื่นๆ รวมทั้งยังรับทำคุกกี้ใบหน้าของลูกค้าด้วย ซึ่งนอกจากใบหน้าของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้ ยังมีใบหน้าคนดังอย่างมิเชล โอบามา อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง รวมทั้งนักร้องดังอย่างแคที่ เพอร์รี่ และคานเย เวสต์ โดยคุ้กกี้การ์ตูนแต่ละชิ้นจะใช้เวลานานหลายชั่วโมงในการวาดและตกแต่ง ซึ่งราคาจะตกอยู่ที่ชิ้นละ 16 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 550 บาท.”

“ทรัมป์” สั่งปลดฟ้าผ่า ผู้อำนวยการ FBI

วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 นายเจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอ ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดอย่างกะทันหัน หลังได้รับคำแนะนำจากนายเจฟฟ์ เซสชันส์ อัยการสูงสุด ว่าโคมีย์ไม่สามารถบริหารองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากที่เขาจัดการคดีเซิร์ฟเวอร์อีเมล์ของนางฮิลลารี คลินตัน คำสั่งดังกล่าวทำให้สมาชิกสภา แม้แต่บรรดาคนดังพากันตั้งข้อสงสัยว่าทรัมป์อาจมีเจตนาทุจริต เพราะเกิดขึ้นในขณะที่เอฟบีไอกำลังเปิดแฟ้มสืบสวนรัสเซีย ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมหาเสียงของทรัมป์ และมีจงใจแทรกแซงการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้วหรือไม่ ก่อนหน้านี้เอฟบีไอได้สืบสวนคดีอีเมล์ของคลินตันก่อนจะถึงวันเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน และสรุปว่าจะไม่มีการตั้งข้อหา แต่เพียง 11 วันก่อนวันเลือกตั้ง นายโคมีย์ก็ออกมากลับคำและระบุว่าจะเปิดคดีอีกครั้ง เพราะพบหลักฐานใหม่ ซึ่งคลินตันออกมากล่าวภายหลังว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอแพ้การเลือกตั้ง เพราะคำพูดของนายโคมีย์ทำให้ผู้สนับสนุนเธอเกิดไม่มั่นใจขึ้นมา     ขอบคุณ reuters

ชาวเน็ตมือดี ตัดต่อภาพท้องกบ บนคาง ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ผลลัพธ์ที่ได้ถึงกับฮาหนักมาก

เมื่อชาวเน็ตตระหนักได้ว่าจริงๆ แล้ว คางของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีความย่นและอวบอูมเหมือนท้องของกบ จึงเกิดเป็นภาพตัดต่อฮาๆ เหล่านี้ขึ้น จนกลายเป็นเทรนด์ในทวิตเตอร์ไปแล้ว ส่วนจะเป็นอย่างไร เหมือนหรือไม่ ไปชมกันเองดีกว่า ภาพจาก http://www.boredpanda.com, twitter@sirmitchell

ทรัมป์มาแปลก ชม คิมจอง-อึนเป็นเด็กหนุ่มชาญฉลาด ต้องครองอำนาจ ท่ามกลางคนจ้องแย่งชิง

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์พิธีกรข่าวชื่อดัง จอห์น ดิกเกอร์สัน แห่งรายการ “เฟซ เดอะ เนชั่น” ทางเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส เมื่อ 30 เม.ย. โดยเนื้อหาตอนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้  ทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือว่า เป็นเด็กหนุ่มที่ “เฉลียวฉลาดมากทีเดียว”   ทรัมป์ในวัย 70 ปีซึ่งก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯตั้งแต่เมื่อ 20 มกราคมที่ผ่านมา ได้กล่าวถึงคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ  โดยทรัมป์ระบุว่า   “ที่ผ่านมา ผู้คนมักพูดกันว่าสภาพจิตของเขาอาจไม่ปกติ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่ผมมองว่า คิม จอง–อึนเป็นเด็กหนุ่มที่ต้องก้าวขึ้นครองอำนาจในภาวะที่ยากลำบากหลังการเสียชีวิตของบิดา และเขายังต้องรับมือกับเหล่านายพลและคนอีกมาก ด้วยวัยเพียงเท่านี้ การที่เขาสามารถรวมศูนย์อำนาจมาไว้ที่ตัวเองได้  ทั้งๆที่มีคนพยายามท้าทายแย่งชิง นั่นก็พิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่า เขาต้องเป็นคนที่ฉลาดมากทีเดียว”   อย่างไรก็ดี สำนักข่าวเคซีเอ็นเอที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ออกคำแถลงสั้นๆ ตอบโต้การให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ล่าสุด โดยระบุ ชาวเกาหลีเหนือไม่หลงเชื่อ “ถ้อยคำจอมปลอม”  จากปากของผู้นำสหรัฐฯ พร้อมแนะ […]

ทำเนียบขาวยัน ทรัมป์ต่อสายคุยประยุทธ์เชิญเยือนทำเนียบขาว ขอแรงหนุนรับมือเกาหลีเหนือ

  ไรน์ซ  พรีบัส หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว ยืนยัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ผู้นำสหรัฐฯได้ต่อโทรศัพท์สายตรงคุยกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยเมื่อวันอาทิตย์ (30 เม.ย.) จริง โดยระบุ ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้พลเอกประยุทธ์ ช่วยสนับสนุนสหรัฐอเมริกาในวิกฤตความขัดแย้งกับ “เกาหลีเหนือ”   หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาวระบุว่า  นอกเหนือจากการที่ทรัมป์ขอเสียงสนับสนุนจากไทยในกรณีวิกฤตความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือแล้ว   ทรัมป์ยังออกปากเชิญพลเอกประยุทธ์ ไปเยือนทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการ  เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองที่เป็นพันธมิตรกันมายาวนานอีกด้วย   การเปิดเผยของหัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาวผ่านรายการ “This Week.” ทางเครือข่ายสถานีโทรทัศน์เอบีซี ระบุว่า เวลานี้ สหรัฐฯต้องการความร่วมมือจากบรรดาประเทศหุ้นส่วนจำนวนมากในภูมิภาค เพื่อให้แน่ใจว่า สหรัฐฯจะเป็นฝ่ายที่มีแต้มต่อและอยู่ในฐานะที่ได้เปรียบในการรับมือกับวิกฤตเกาหลีเหนือที่มีทั้งอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธนานาชนิดในครอบครอง   ในส่วนของความสัมพันธ์ที่เสื่อมทรามลงก่อนหน้านี้ระหว่างไทยกับรัฐบาลสหรัฐฯในยุคของประธานาธิบดีบารัค โอบามานั้น    หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาวระบุว่า  ขณะนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันจะเดินหน้าเสริมสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารของไทยถึงแม้จะมิได้ก้าวขึ้นครองอำนาจตามครรลองประชาธิปไตย โดยระบุ รัฐบาลพลเอกประยุทธ ถือเป็นทั้งหุ้นส่วนและพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐฯ และมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค   ทั้งนี้ นอกเหนือจากการต่อสายตรงของทรัมป์คุยกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยแล้ว มีรายงานว่า ผู้นำสหรัฐฯ ต่อต่อโทรศัพท์หารือกับนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุงด้วยเช่นกันเมื่อวันอาทิตย์ (30 เม.ย.)ที่ผ่านมา   […]

‘ทรัมป์’ ยกหู ต่อสายตรงถึง ‘บิ๊กตู่’ เชิญเยือนทำเนียบขาว

เมื่อวานนี้ (30 เม.ย.) พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โทรศัพท์สายตรงถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ โดยทั้งคู่ได้พูดคุยทางโทรศัพท์เป็นเวลาประมาณ 5 นาที โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมประเทศไทย เนื่องจากตนเองมีเพื่อนเป็นคนไทยหลายคน และรู้จักประเทศไทยเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังกล่าวชื่นชมการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังมีความกังวลเรื่องสถานการณ์ในทะเลจีนใต้และเกาหลีเหนือ แต่ไม่ได้มีการหารือในรายละเอียด ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีการล็อบบี้ กดดัน หรือ เรียกร้องอะไรกับประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว และโอกาสนี้ยังได้เชิญนายกรัฐมนตรีให้เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการด้วย พล.ท.วีรชน กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีตอบรับคำเชิญการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ซึ่งจะประสานเพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป โดยยืนยันว่าประเทศไทยจะดำเนินการภายใต้ข้อปฏิบัติของสหประชาชาติ นอกจากนี้ยังขอให้สหรัฐฯ ดูแลและรักษาการเจริญเติบโตเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ และกล่าวขอบคุณภาครัฐและภาคเอกชนของสหรัฐฯ ที่ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกับรัฐบาลไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้โทรศัพท์สายตรงถึงผู้นำสิงคโปร์และฟิลิปปินส์ด้วยเช่นกัน ในฐานะชาติพันธมิตรในเอเชีย เพื่อหารือคลี่คลายความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

สื่อรัสเซียแฉ ‘ทรัมป์’เตรียมอพยพพลเมืองมะกันกว่า 2 แสนคน ออกจากเกาหลีใต้ จับตาสัญญาณอันตราย

“ปราฟดา” หนังสือพิมพ์ชื่อดังของรัสเซียรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาทางเลือกในการอพยพพลเมืองอเมริกันจำนวน 230,000 คน ออกจากแผ่นดินเกาหลีใต้ ในกรณีที่ความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จนถึงขั้นที่อาจเกิดสงครามรอบใหม่บนคาบสมุทรเกาหลี สื่อดังของรัสเซียรายงานว่า ขณะนี้ ทรัมป์และทีมที่ปรึกษา กำลังหารือกันถึงแนวทางอพยพพลเมืองอเมริกันที่คาดว่าจะมีจำนวนสูงถึง 230,000 คนออกจากกรุงโซลและเมืองต่างๆ ของเกาหลีใต้ หากเกิดสงครามกับเกาหลีเหนือ หากการอพยพนี้เกิดขึ้นจริงก็จะถือเป็นหนึ่งในการอพยพพลเมืองอเมริกันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ข่าวการเตรียมอพยพพลเมืองอเมริกันออกจากเกาหลีใต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสข่าวลือแพร่สะพัดว่า สหรัฐฯอาจเปิดฉากโจมตีเกาหลีเหนือทางใดทางหนึ่งในไม่ช้า ซึ่งอาจรวมถึงการถล่มโรงงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง แม้จะทราบดีว่าฝ่ายเกาหลีเหนือจะตอบโต้กลับอย่างหนัก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเผยว่า  คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือจะสั่งถล่มกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ที่อยู่ห่างจากชายแดนเกาหลีเหนือแค่ 60 กิโลเมตร ด้วยกระสุนปืนใหญ่กว่า 500,000 ลูก และอาวุธเคมี     คลิปวิดีโอ :  TODAY

ทูตโสมแดงตราหน้าทรัมป์ ‘บ้า-เสียสติ’ ทำคาบสมุทรเกาหลีเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์

  เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 60 คิม เยน เรียง อัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ ออกมาประณามรัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าทำให้คาบสมุทรเกาหลีตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเผชิญกับ “สงครามนิวเคลียร์” โดยไม่จำเป็น พร้อมชี้ว่าขณะนี้โลกต้องตกอยู่ในอันตราย เพราะชาติมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลกอย่างสหรัฐฯ มี “คนบ้า” เป็นผู้นำประเทศ อัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำองค์การสหประชาชาติระบุ ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่ทำตัวเป็นภัยคุกคามสันติภาพของโลกมิใช่รัฐบาลเกาหลีเหนือ แต่เป็นโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ต่างหากที่มีพฤติกรรมไม่ต่างจาก “คนเสียสติ” และทำให้ความสงบสุขตลอดจนเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลีต้องสั่นคลอน อัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติยังระบุว่า ทรัมป์คิดผิดมหันต์ที่คิดจะก่อสงครามกับเกาหลีเหนือ พร้อมย้ำ รัฐบาลเกาหลีเหนือจะไม่อยู่นิ่งเฉยหากถูกสหรัฐฯโจมตี ในอีกด้านหนึ่ง เลโอนิด บอลชอฟ  ผู้อำนวยการสถาบันความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของรัสเซีย ก็ออกโรงเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไปในคาบสมุทรเกาหลี หลีกเลี่ยงการก่อสงครามนิวเคลียร์ พร้อมระบุ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิกจะกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม เพราะ “การปนเปื้อนของกัมมันตภาพรังสี” จากสงครามนิวเคลียร์ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงอย่างมิอาจประเมินค่าได้

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ตราหน้าไทย ‘1 ใน 16 ชาติขี้โกง’ ทำมะกันขาดดุลการค้าอื้อ ขู่จะตอบโต้ให้สาสม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐวัย 70 ปี ตราหน้าประเทศไทย เป็น “ชาติขี้โกง” ร่วมกับอีก 15 ประเทศ หลังข้อมูลล่าสุดจากรายงานของ สำนักงานสถิติและสำมะโนประชากรแห่งชาติของสหรัฐฯ (US Census Bureau) ระบุประเทศเหล่านี้ทำเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเสียหายหนัก จากการ “ขาดดุลการค้ามหาศาล” “ประเทศเหล่านี้เป็นพวกขี้โกง! นับแต่นี้เป็นต้นไป ประเทศเหล่านี้ซึ่งเป็นพวกแหกกฎระเบียบ จะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ตามมา เราจะตอบโต้พวกขี้โกงนี้อย่างสาสม ภายใต้รัฐบาลของผม พวกที่ขโมยเอาความรุ่งเรืองไปจากอเมริกาจะต้องถูกจัดการ ผมจะปกป้องอุตสาหกรรมของประเทศเราและแรงงานชาวอเมริกัน” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ (31 มี.ค.) หลังรับทราบรายงานของสำนักงานสถิติและสำมะโนประชากรแห่งชาติของสหรัฐฯ ข้อมูลจากรายงานฉบับดังกล่าวที่ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ระบุว่า ในปีที่แล้ว สหรัฐฯส่งออกสินค้ามายังไทยคิดเป็นมูลค่า 10,570 ล้านดอลลาร์ (ราว 363,080 ล้านบาท) ขณะที่ไทยส่งสินค้าไปขายยังสหรัฐฯในปีที่แล้ว 29,490 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.01 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาขาดดุลการค้าต่อไทยสูงถึง 18,920 ล้านดอลลาร์ (ราว 649,900 ล้านบาท) ถือเป็นตัวเลขการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ต่อไทยสูงที่สุดในรอบ 3 […]

keyboard_arrow_up