‘ทรัมป์’ ยกหู ต่อสายตรงถึง ‘บิ๊กตู่’ เชิญเยือนทำเนียบขาว

เมื่อวานนี้ (30 เม.ย.) พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โทรศัพท์สายตรงถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ โดยทั้งคู่ได้พูดคุยทางโทรศัพท์เป็นเวลาประมาณ 5 นาที โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมประเทศไทย เนื่องจากตนเองมีเพื่อนเป็นคนไทยหลายคน และรู้จักประเทศไทยเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังกล่าวชื่นชมการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังมีความกังวลเรื่องสถานการณ์ในทะเลจีนใต้และเกาหลีเหนือ แต่ไม่ได้มีการหารือในรายละเอียด ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีการล็อบบี้ กดดัน หรือ เรียกร้องอะไรกับประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว และโอกาสนี้ยังได้เชิญนายกรัฐมนตรีให้เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการด้วย พล.ท.วีรชน กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีตอบรับคำเชิญการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ซึ่งจะประสานเพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป โดยยืนยันว่าประเทศไทยจะดำเนินการภายใต้ข้อปฏิบัติของสหประชาชาติ นอกจากนี้ยังขอให้สหรัฐฯ ดูแลและรักษาการเจริญเติบโตเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ และกล่าวขอบคุณภาครัฐและภาคเอกชนของสหรัฐฯ ที่ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกับรัฐบาลไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้โทรศัพท์สายตรงถึงผู้นำสิงคโปร์และฟิลิปปินส์ด้วยเช่นกัน ในฐานะชาติพันธมิตรในเอเชีย เพื่อหารือคลี่คลายความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

สื่อรัสเซียแฉ ‘ทรัมป์’เตรียมอพยพพลเมืองมะกันกว่า 2 แสนคน ออกจากเกาหลีใต้ จับตาสัญญาณอันตราย

“ปราฟดา” หนังสือพิมพ์ชื่อดังของรัสเซียรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาทางเลือกในการอพยพพลเมืองอเมริกันจำนวน 230,000 คน ออกจากแผ่นดินเกาหลีใต้ ในกรณีที่ความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จนถึงขั้นที่อาจเกิดสงครามรอบใหม่บนคาบสมุทรเกาหลี สื่อดังของรัสเซียรายงานว่า ขณะนี้ ทรัมป์และทีมที่ปรึกษา กำลังหารือกันถึงแนวทางอพยพพลเมืองอเมริกันที่คาดว่าจะมีจำนวนสูงถึง 230,000 คนออกจากกรุงโซลและเมืองต่างๆ ของเกาหลีใต้ หากเกิดสงครามกับเกาหลีเหนือ หากการอพยพนี้เกิดขึ้นจริงก็จะถือเป็นหนึ่งในการอพยพพลเมืองอเมริกันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ข่าวการเตรียมอพยพพลเมืองอเมริกันออกจากเกาหลีใต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสข่าวลือแพร่สะพัดว่า สหรัฐฯอาจเปิดฉากโจมตีเกาหลีเหนือทางใดทางหนึ่งในไม่ช้า ซึ่งอาจรวมถึงการถล่มโรงงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง แม้จะทราบดีว่าฝ่ายเกาหลีเหนือจะตอบโต้กลับอย่างหนัก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเผยว่า  คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือจะสั่งถล่มกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ที่อยู่ห่างจากชายแดนเกาหลีเหนือแค่ 60 กิโลเมตร ด้วยกระสุนปืนใหญ่กว่า 500,000 ลูก และอาวุธเคมี     คลิปวิดีโอ :  TODAY

ทูตโสมแดงตราหน้าทรัมป์ ‘บ้า-เสียสติ’ ทำคาบสมุทรเกาหลีเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์

  เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 60 คิม เยน เรียง อัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ ออกมาประณามรัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าทำให้คาบสมุทรเกาหลีตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเผชิญกับ “สงครามนิวเคลียร์” โดยไม่จำเป็น พร้อมชี้ว่าขณะนี้โลกต้องตกอยู่ในอันตราย เพราะชาติมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลกอย่างสหรัฐฯ มี “คนบ้า” เป็นผู้นำประเทศ อัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำองค์การสหประชาชาติระบุ ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่ทำตัวเป็นภัยคุกคามสันติภาพของโลกมิใช่รัฐบาลเกาหลีเหนือ แต่เป็นโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ต่างหากที่มีพฤติกรรมไม่ต่างจาก “คนเสียสติ” และทำให้ความสงบสุขตลอดจนเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลีต้องสั่นคลอน อัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติยังระบุว่า ทรัมป์คิดผิดมหันต์ที่คิดจะก่อสงครามกับเกาหลีเหนือ พร้อมย้ำ รัฐบาลเกาหลีเหนือจะไม่อยู่นิ่งเฉยหากถูกสหรัฐฯโจมตี ในอีกด้านหนึ่ง เลโอนิด บอลชอฟ  ผู้อำนวยการสถาบันความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของรัสเซีย ก็ออกโรงเตือนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไปในคาบสมุทรเกาหลี หลีกเลี่ยงการก่อสงครามนิวเคลียร์ พร้อมระบุ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิกจะกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม เพราะ “การปนเปื้อนของกัมมันตภาพรังสี” จากสงครามนิวเคลียร์ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงอย่างมิอาจประเมินค่าได้

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ตราหน้าไทย ‘1 ใน 16 ชาติขี้โกง’ ทำมะกันขาดดุลการค้าอื้อ ขู่จะตอบโต้ให้สาสม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐวัย 70 ปี ตราหน้าประเทศไทย เป็น “ชาติขี้โกง” ร่วมกับอีก 15 ประเทศ หลังข้อมูลล่าสุดจากรายงานของ สำนักงานสถิติและสำมะโนประชากรแห่งชาติของสหรัฐฯ (US Census Bureau) ระบุประเทศเหล่านี้ทำเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเสียหายหนัก จากการ “ขาดดุลการค้ามหาศาล” “ประเทศเหล่านี้เป็นพวกขี้โกง! นับแต่นี้เป็นต้นไป ประเทศเหล่านี้ซึ่งเป็นพวกแหกกฎระเบียบ จะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ตามมา เราจะตอบโต้พวกขี้โกงนี้อย่างสาสม ภายใต้รัฐบาลของผม พวกที่ขโมยเอาความรุ่งเรืองไปจากอเมริกาจะต้องถูกจัดการ ผมจะปกป้องอุตสาหกรรมของประเทศเราและแรงงานชาวอเมริกัน” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ (31 มี.ค.) หลังรับทราบรายงานของสำนักงานสถิติและสำมะโนประชากรแห่งชาติของสหรัฐฯ ข้อมูลจากรายงานฉบับดังกล่าวที่ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ระบุว่า ในปีที่แล้ว สหรัฐฯส่งออกสินค้ามายังไทยคิดเป็นมูลค่า 10,570 ล้านดอลลาร์ (ราว 363,080 ล้านบาท) ขณะที่ไทยส่งสินค้าไปขายยังสหรัฐฯในปีที่แล้ว 29,490 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.01 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาขาดดุลการค้าต่อไทยสูงถึง 18,920 ล้านดอลลาร์ (ราว 649,900 ล้านบาท) ถือเป็นตัวเลขการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ต่อไทยสูงที่สุดในรอบ 3 […]

keyboard_arrow_up