รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมต้อนรับการมาเยือนอย่างเป็นทางการของผู้นำสหรัฐฯ

“เจแปน ไทม์ส” สื่อดังแดนปลาดิบ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับประธานาธิบดีทรัมป์ โดยให้นายคาสุฮิโตะ โคซากะ ศิลปินชื่อดังที่รู้จักกันดีในชื่อ “ปิโกะทาโร่” ขึ้นแสดงให้ความบันเทิงในงานนี้ ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเปิดเผยว่าเขาชื่นชอบเพลง PAPP ที่มียอดวิวบนยูทูบทะลุ 111 ล้านวิว อีกทั้งหลานสาวของเขาก็เป็นเเฟนคลับของปิโกะทาโร่เช่นกัน นอกจากนั้น รัฐบาลญี่ปุ่นยังเตรียมให้ฮิเดกิ มัตสึยามะ โปรกอล์ฟชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมือวางอันดับ 4 ของโลก ลงสนามดวล “วงสวิง” กับประธานาธิบดีทรัมป์และนายกฯ อาเบะที่สนามกอล์ฟ ในจังหวัดไซตามะด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ทรัมป์มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศต่างๆ ในเอเชีย ประกอบด้วยญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เป็นเวลา 11 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.นี้ เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มอาเซียนและกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) รวมถึงหารือกับชาติพันธมิตรเกี่ยวกับปัญหาเกาหลีเหนือ

ต้อนรับฮาโลวีน! ทรัมป์ เปิดทำเนียบขาวแจกขนมเด็กๆ ในวันปล่อยผี

อีกหนึ่งธรรมเนียมปฏิบัติของผู้นำสหรัฐฯ นั่นคือการเปิดทำเนียบขาวเพื่อต้อนรับเด็กๆ ในเทศกาลฮาโลวีน เพื่อพูดคุยและแจกขนม ซึ่งนั้นทำให้ทำงานรูปไข่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีบรรยากาศผ่อนคลายลงมาก เมื่อมีกลุ่มหนูน้อยในชุดคอสตูมรายล้อมผู้นำสหรัฐฯ แถมเด็กๆ เหล่านี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นคนไกลที่ไหน แต่เป็นลูกๆ ของบรรดาผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบ ที่ได้รับเชิญมาเล่นทริกออร์ทรีต (trick or treat) กับผู้นำประเทศ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกปากแซวผู้สื่อข่าวด้วยว่า ทุกคนเป็นเด็กที่น่ารัก แต่พอโตขึ้นมาจะเป็นนักข่าวเหมือนกับพ่อแม่ของพวกเค้าหรือเปล่า ก่อนออกปากชมว่า…ผู้สื่อข่าวเองก็ทำหน้าที่พ่อแม่ได้เป็นอย่างดี แต่พอถึงเวลาทำข่าว พวกเขาทำไมไม่ออกมาให้ดีแบบนี้ ซึ่งเป็นประโยคที่เรียกเสียงหัวเราะชอบใจไปทั้งห้องทำงานรูปไข่ ที่มา — CBS News

หมายเลขหนึ่งที่แท้ทรู! ‘เมลาเนีย’ เจ็บจี๊ด เมียเก่าทรัมป์ออกทีวีอ้าง…ฉันนี่แหละ First Lady

กำลังเป็นประเด็นร้อนในทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับสถานะ “สตรีหมายเลขหนึ่ง” หลังจากที่นางอิวาน่า ทรัมป์ ภรรยาคนแรกของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ไปออกรายโทรทัศน์ โดยพูดว่าเธอเป็นภรรยาคนแรกของโดนัลด์ เพราะฉะนั้น เธอนี่แหละคือ First Lady ทำให้ทีมงานของนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาคนปัจจุบัน ไม่พอใจอย่างหนัก ในช่วงหนึ่งของรายการ Good Morning America ทางช่อง ABC ได้เชิญนางอิวาน่า ทรัมป์ มาเป็นแขกรับเชิญ ในฐานะที่เธอกำลังจะเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ “เรสซิ่ง ทรัมป์” ระหว่างการสัมภาษณ์ นางอิวาน่าเล่าถึงการเลี้ยงลูกทั้ง 3 คนของเธอกับทรัมป์ ได้แก่ โดนัลด์ จูเนียร์, อิวานก้า และเอริค และยังพูดถึงความสัมพันธ์ของเธอกับอดีตสามี โดยบอกว่าเธอมีเบอร์โทรศัพท์สายตรงถึงประธานาธิบดีทรัมป์ แต่เธอไม่อยากโทรไป เพราะไม่อยากให้มีคนหึงหวง เพราะถ้าพูดตามตรง เธอคือภรรยาคนแรกของทรัมป์ เพราะฉะนั้น…เธอนี่แหละคือ “สตรีหมายเลขหนึ่ง” หลังรายการออกอากาศไป โฆษกส่วนตัวของนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาคนปัจจุบันก็ออกมาตอบโต้ทันที โดยระบุว่าเมลาเนียได้สร้างทำเนียบขาวให้เป็นบ้านที่อบอุ่นสำหรับสามีของเธอและบารอน ลูกชายของพวกเค้า เธอได้รับการยกย่องในฐานะสตรีหมายเลขหนึ่ง และตั้งใจจะใช้สถานะนี้ในการช่วยเหลือคน […]

แบบนี้รับไม่ได้! รุมจวก ‘ทรัมป์’ โยนสิ่งของ-กระดาษชำระให้ผู้ประสบภัยเปอร์โตริโก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯตกเป็นประเด็นวิจารณ์อย่างหนัก หลังเดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยพายุเฮอร์ริเคนที่เกาะเปอร์โตริโก ดินแดนในปกครองของสหรัฐฯกลางทะเลแคริบเบียน และใช้วิธีโยนสิ่งของบรรเทาทุกข์ซึ่งรวมถึง “กระดาษชำระ” ให้กับเหล่าผู้ประสบภัย รวมถึงฝูงชนที่เดินทางมารอต้อนรับการมาถึงของผู้นำสหรัฐฯ การเดินทางเยือนเปอร์โตริโกของทรัมป์ เกิดขึ้นภายหลังจากที่ดินแดนแห่งนี้ถูกพัดถล่มจากพายุเฮอร์ริเคนต่อเนื่องกันถึง 3 ลูกในเดือนที่แล้ว ส่งผลให้จนถึงขณะนี้ระบบส่งจ่ายกระแสไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และน้ำประปายังคงได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างและไม่สามารถใช้งานได้ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม และน้ำมันเชื้อเพลิง ที่กำลังคุกคามชาวเปอร์โตริโกจำนวนมากกว่า 3.4 ล้านคน ในตอนแรก ข่าวการมาถึงของทรัมป์และเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง สร้างความตื่นเต้นดีใจให้แก่ชาวเปอร์โตริโกจำนวนมาก แต่ไม่นานหลังจากที่ทรัมป์เดินทางมาถึงศูนย์กระจายสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่กรุงซานฮวน เมืองหลวงของเปอร์โตริโก ผู้นำสหรัฐฯก็สร้างวีรกรรมและสร้างความผิดหวังครั้งใหญ่ ด้วยการ โยนสิ่งของช่วยเหลือ รวมถึงกระดาษชำระ ให้กับผู้ประสบภัยและชาวบ้านที่มารอต้อนรับ นางการ์เมน ยูลิน กรู๊ซ นายกเทศมนตรีหญิงของกรุงซานฮวน กล่าวโจมตีพฤติกรรมดังกล่าวของทรัมป์ว่าเป็นการ “ดูถูก” และเป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกของชาวเปอร์โตริโกอย่างเลวร้าย ขณะที่สื่อท้องถิ่นพากันลงข่าวโจมตีพฤติกรรมของทรัมป์ในการโยนสิ่งของให้ผู้ประสบภัยในครั้งนี้ว่า ทรัมป์มองชาวเปอร์โตริโก เป็นเพียง “พลเมืองชั้นสอง” ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เองก็โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงความล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือต่อเปอร์โตริโกที่เผชิญกับการพัดถล่มของพายุเฮอร์ริเคนที่มีรุนแรงที่สุดในรอบ 90 ปี

‘ทรัมป์’ เปิดทำเนียบขาวรับ ‘บิ๊กตู่’ ยินดีสานสัมพันธ์การค้า (คลิป)

พล.อ.ประยุทธ์ ผู้นำอาเซียนคนที่ 3 เข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในปีนี้ ตามหลังนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย และนายเหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ซึ่งช่วงเวลาการพบปะหารือกันก็อยู่ในช่วงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ นี่จึงเป็นประเด็นหลักที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องพูดคุยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนหน้านี้สำนักข่าวเอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานตรงกันว่า สหรัฐฯ ต้องการให้ไทยตัดท่อน้ำเลี้ยงด้านการเงินของเกาหลีเหนือด้วยการปราบปรามธุรกิจบังหน้าที่เกาหลีเหนือตั้งขึ้นในไทยเพื่อทำการค้า เอเอฟพีอ้างข้อมูลจากระทรวงต่างประเทศของไทยว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยและเกาหลีเหนือระหว่างปี 2552-2557 เติบโตขึ้นเกือบ 3 เท่า เป็นมูลค่า 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ราว 4,300 ล้านบาท แต่ฝั่งไทยอ้างว่า ปีนี้การค้าระหว่างไทย และเกาหลีเหนือลดลงไปถึงร้อยละ 94 ขณะที่ควอร์ซ สื่ออเมริกันอีกสำนักหนึ่ง แสดงความคิดเห็นว่า ทรัมป์แทบจะไม่สนใจว่าประเทศใดจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ และเชื่อว่าผู้นำไทยและสหรัฐฯ จะออกมาใช้คำพูดสวยหรูแบบเดิมๆ คือ “ไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียของสหรัฐฯ” และยกยอความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานเป็นสูตรสำเร็จ ควอร์ซ ยังระบุอีกด้วยว่า สมาชิกสภาคองเกรสควรจะมีปากมีเสียงในการเดินทางเยือนของรัฐบาลไทยมากกว่านี้ ด้วยการตั้งเงื่อนไขให้ คสช.ทำตามให้ได้ก่อนจะเดินทางเยือนสหรัฐฯ เช่น เปิดเสรีด้านการแสดงความคิดเห็นหรือวิจารณ์การทำงานรัฐบาล, […]

สื่อนอกจับตา ‘ประยุทธ’ พบ ‘ทรัมป์’ ด้านนักเคลื่อนไหวไร้หวัง สหรัฐฯ แก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย

สื่อต่างประเทศยังคงจับตาการหารือกันระหว่างผู้นำสองประเทศที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ (2 ก.ย.60) อย่าง “ฟอเรน บรีฟ” ระบุว่าการพบกันของทรัมป์และพล.อ.ประยุทธ์ถือเป็นการฟื้นความสัมพันธ์ที่ห่างหายไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่ปี 2014 สหรัฐฯ ระงับการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่กองทัพไทย และชะลอการขายอาวุธ ทำให้ไทยหันไปซื้อพวกรถถังและเรือดำน้ำจากจีนแทน ด้านสหรัฐฯ เองก็น่าจะหยิบยกประเด็นเกาหลีเหนือขึ้นมาพูดคุย เพราะก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยแสดงความกังวลที่ไทยปล่อยให้บริษัทเกาหลีเหนือมาเปิดดำเนินธุรกิจในไทย ส่วนในเว็บไซต์ “ควอตซ์” สำนักข่าวด้านเศรษฐกิจ ได้ตีพิมพ์บทความของนายจอห์น ซิฟตั้น ผู้อำนวยการฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ สาขาภูมิภาคเอเชีย โดยเขามองว่าการหารือในครั้งนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของไทย เพราะในขณะที่ทำเนียบขาวแสดงความกังวลเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้การค้ากับไทยได้รับผลกระทบ ที่ผ่านมา จึงไม่ได้มีมาตรการคว่ำบาตรหรือกดดันไทยอย่างจริงจัง  

ผมทำได้แล้วฮะ!! ทรัมป์สานฝันหนูน้อย 11 ขวบ ให้ได้ตัดหญ้าในทำเนียบขาว

อีกหนึ่งเรื่องราวประทับใจจากต่างประเทศ เมื่อมีการรายงานข่าวของ Frank Giaccio หนูน้อยวัย 11 ปี ที่ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานเป็นพนักงานดูแลสนามหญ้าของทำเนียบขาว หลังจากที่เขาได้ส่งจดหมายเสนอตัวเข้ามาในทำเนียบขาว โดยให้เหตุผลว่าอยากจะโชว์ให้ชาวอเมริกันเห็นถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ซึ่งทางทำเนียบขาวได้ตอบรับคำขอนั้น ทั้งยังมีรายงานระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คือผู้อยู่เบื้องหลังโอกาสอันยิ่งใหญ่ของเด็กหนุ่มคนนี้ด้วย แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งที่เท่หรือเป็นหน้าเป็นตาอะไร แต่ฝีมือในการตัดหญ้าของเขานั้นก็ดีจนประธานาธิบดีต้องลงมาออกปากชมด้วยตัวเอง แถมความขยันของเขายังไปสะดุดตาเจ้าหน้าที่อีกหลายคนในทำเนียบขาว ว่าเขาจริงจังกับหน้าที่นี้ยิ่งกว่าพนักงานผู้ใหญ่บางคนซะอีก ที่มา – Youtube.com / CHANNEL90seconds newscom

‘ทรัมป์’ ร่วมรำลึกครบ 16 ปี เหตุวินาศกรรม 911 ถล่ม ‘เวิร์ลเทรด เซ็นเตอร์’

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งได้เข้าร่วมพิธีรำลึกถึงเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ซึ่งเพิ่งครบรอบ 16 ปีไปเมื่อวานนี้ (11 ก.ย. 60) โดยยืนนิ่งสงบบริเวณเป็นเวลา 1 นาทีด้านหน้าทำเนียบขาวเพื่อไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรมดังกล่าว โดยพิธีนี้มีขึ้นเมื่อเวลา 8 นาฬิกา 46 นาที ซึ่งตรงกับเวลาที่เครื่องบินลำแรกพุ่งชนอาคารเวิร์ล เทรด เซ็นเตอร์ 1 โดยมีบรรดาผู้รอดชีวิตและเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากเหตุวินาศกรรม 11 กันยายนเข้าร่วมพิธีด้วย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้เดินทางไปยังเพนทากอน หรือกระทรวงกลาโหมเพื่อเข้าร่วมร่วมพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรม 11กันยายนอีกจุด เมื่อเวลา 9 นาฬิกา 37 นาที่ ซึ่งตรงกับเวลาที่เครื่องบินของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ เที่ยวบิน 77 พุ่งชนอาคารของอาคารกระทรวงกลาโหมในเมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ขณะที่รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ได้เดินทางไปยังอนุสรณ์สถานเที่ยวบิน 93 ที่เมืองแชงค์วิลล์ ในรัฐเพนซิลวาเนียเพื่อรำลึกผู้โดยสารและลูกเรือบนเที่ยวบินดังกล่าวที่ต่อสู้กลุ่มสลัดอากาศที่จี้เครื่องบิน ซึ่งส่งผลให้กลุ่มสลัดอากาศไม่สามารถนำเครื่องพุ่งชนชนทำเนียบขาว และทำให้เครื่องบินพุ่งตกลงทุ่งนาในเมืองแชงค์วิลล์ ส่งผลให้ผู้โดยสารและกลุ่มสลัดอากาศเสียชีวิตยกลำ ทั้งนี้ เหตุการณ์ 11กันยายน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป […]

เราจะได้เห็นกัน…! สหรัฐฯ ขู่ใช้กำลังทหารตอบโต้เกาหลีเหนือ หลังทดสอบอาวุธนิวเคลียร์

รัฐบาลสหรัฐฯ ขู่ตัดสัมพันธ์ทางการค้าทั้งหมดกับประเทศที่เป็นพันธมิตรเกาหลีเหนือหลังการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุด ด้านคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติเรียกประชุมฉุกเฉินวันนี้เพื่อหารือมาตรการรับมือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, รองประธานธิบดีไมค์ เพนซ์ และหน่วยงานด้านความมั่นคงนัดประชุมด่วนหลังเกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งล่าสุด เป็นระเบิดไฮโดรเจนที่มีอานุภาพรุนแรงกว่าระเบิดปรมาณู โดยทรัมป์กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “เราจะได้เห็นกัน” หลังโดนถามว่าคิดจะโจมตีเกาหลีเหนือหรือไม่ เขายังขู่ยุติการค้าทุกประเภทกับประเทศที่ทำการค้ากับเกาหลีเหนือ ซึ่งก็หมายถึงจีนนั่นเอง เพราะเกาหลีเหนือพึ่งพาการค้ากับจีนกว่าร้อยละ 90 ด้านพลเอกเจมส์ แมททิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยหลังการประชุมว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้ภัยคุกคามสหรัฐฯ และพันธมิตรด้วยแสนยานุภาพทางทหารที่มี แต่ทุกฝ่ายยังต้องการเห็นเกาหลีเหนือยอมวางอาวุธเอง เพราะไม่ต้องการจะลบประเทศเกาหลีเหนือให้หายไป ส่วนคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติก็มีกำหนดประชุมฉุกเฉินวันนี้เพื่อหามาตรการรับมือ ประกอบด้วยประเทศสมาชิกถาวร 5 ประเทศ คือสหรัฐฯ จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส และอังกฤษ และสมาชิกไม่ถาวรอีก 10 ประเทศ.

พายุโซนร้อนฮาร์วี่ย์ถล่มรัฐลุยเซียนา ประกาศเตือนภัย ‘น้ำท่วมฉับพลัน’

เมืองนิว ออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนากำลังรับมือกับพายุโซนร้อนฮาร์วี่ย์ที่เข้าพัดถล่มพื้นที่ ซึ่งมีการคาดว่าอิทธิพลของพายุจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในช่วง 3 วันข้างหน้านี้ และได้มีการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากหลายพื้นที่มีความเสี่ยง ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองฮิวสตัน รัฐลุยเซียนายังคงถูกน้ำท่วม และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 20 รายแล้ว และมีบ้านเรือนกว่า 3,000 หลังถูกน้ำท่วมขัง นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนอีกหลายพันหลังเสี่ยงเกิดน้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำในเขื่อนหลัก 2 แห่งในเมืองฮิวสตันอยู่ในระดับเอ่อล้น อย่างไรก็ดี มีการคาดการณ์ว่าสภาพอากาศในรัฐเท็กซัสจะดีขึ้นในเร็ววันนี้ ซึ่งอาจช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้มากขึ้น ด้านเจ้าหน้าที่ก็ยังคงเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือแม่และทารก ที่ติดค้างในเมืองคอลเลจ สเตชัน รัฐเท็กซัส หลังได้รับการโทรแจ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ และใช้กระเช้าหย่อนลงไปช่วยเหลือแม่ลูกคู่นี้ขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ในขณะนี้เมืองฮิวสตันยังคงประกาศเคอร์ฟิวต่อไปอย่างไม่กำหนด เพื่อป้องกันเหตุปล้นสะดมในช่วงเกิดน้ำท่วม โดยช่วงระยะเวลาที่สั่งห้ามประชาชนเดินทางออกจากบ้านเรือนในยามวิกาลจะเริ่มต้นแต่เวลาเที่ยงคืนไปจนถึงเวลา 5 นาฬิกา.

สหรัฐฯ ประกาศ ‘เคอร์ฟิว’ ในพื้นที่ ‘น้ำท่วม’ หวั่นความปลอดภัย ยอดผู้เสียชีวิต 15 รายแล้ว

สถานการณ์น้ำท่วมที่เมืองฮิวสตัน รัฐเทกซัสของสหรัฐฯ ยังคงวิกฤตต่อเนื่อง เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และภรรยาลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเรื่องน้ำท่วม แต่ว่าไปไม่ถึงฮิวสตัน โดยให้เหตุผลว่ากลัวจะรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแต่งตัวของสตรีหมายเลขหนึ่ง “มาเลเนีย ทรัมป์” ขณะที่เดินออกจากทำเนียบขาวเพื่อจะขึ้นเครื่องบินต่อไปยังรัฐเท็กซัส ชาวเน็ตสังเกตเห็นว่าเธอสวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมราคาแพง ดูไม่เหมาะกับการลงพื้นที่น้ำท่วมเลยแม้แต่น้อย แต่พอไปถึงที่เมืองคอร์ปัส คริสตี้ รัฐเท็กซัส เมลาเนียก็เปลี่ยนมาสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ดูคล่องตัวทะมัดทะแมงแทน งานนี้อาจจะเตรียมไว้แล้ว แต่ไม่ทันชาวเน็ต โดนโซเชียลถล่มไปซะก่อน สถานการณ์น้ำท่วมที่เมืองฮิวสตันตอนนี้ถือว่ายังวิกฤตอยู่ มีน้ำท่วมเต็มเกือบทุกพื้นที่ รถยนต์และบ้านเรือนของประชาชนถูกน้ำท่วมจนมิดหลังคา เจ้าหน้าที่ยังคงต้องใช้เรือเข้าไปช่วยอพยพประชาชนออกจากบ้านเรือนด้วยความยากลำบาก ด้านทางการท้องถิ่นประกาศเคอร์ฟิวห้ามไม่ให้ออกจากเคหะสถานตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีห้าเพื่อป้องกันอันตราย ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด เพิ่มขึ้นเป็น 15 ราย สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นจากภาพข่าวตั้งแต่ช่วงแรกที่ฮิวสตันถูกน้ำท่วม ก็คือภาพของผู้คนและเจ้าหน้าที่ที่อุ้มสัตว์เลี้ยงหนีน้ำท่วม เพราะว่าเจ้าของบางคนไม่ยอมทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้าน ตอนนี้ หลายตัวเลยต้องมาอาศัยอยู่รวมกันที่ศูนย์พักพิง ส่วนแขกไม่ได้รับเชิญอย่างพวกจระเข้ ตอนนี้ ทางการก็ออกคำเตือนมาเหมือนกัน เพราะว่าตั้งแต่ระดับน้ำท่วมสูง มีรายงานว่าจระเข้โผล่แล้วหลายจุด ทางการต้องเตือนว่าถ้าน้ำยังไม่ลดก็อย่าเพิ่งกลับเข้าบ้านจะดีกว่า.

ท้าทายอีกรอบ…’โสมแดง’ ยิงขีปนาวุธตกทะเลฮอกไกโด ญี่ปุ่นต่อสายตรง ‘ทรัมป์’ หาทางโต้ตอบ (คลิป)

วันที่ 29 ส.ค. 2560 เวลาประมาณ 04.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เกาหลีเหนือทำการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งใหม่ลอยผ่านน่านฟ้าเกาะฮอกไกโด ทางภาคเหนือของญี่ปุ่น ถือเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวท้าทายประชาคมโลกรอบล่าสุดของรัฐบาลเปียงยางภายใต้การนำของคิม จองอึน โดยรายงานข่าวระบุว่า ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือทำการยิงทดสอบในครั้งนี้ คือ ขีปนาวุธพิสัยกลางแบบ “ฮวาซง-12” ที่มีพิสัยทำการยิงได้ไกลเกิน 4,820 กิโลเมตร และเป็นขีปนาวุธแบบเดียวกับที่ผู้นำเกาหลีเหนือเคยอ้างว่า สามารถยิงถล่มเกาะ “กวม” ดินแดนในปกครองของสหรัฐฯ ในแปซิฟิกเหนือได้ ด้านสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค (NHK) รายงานว่า การทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือผ่านน่านฟ้าเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่นที่ระดับความสูงจากพื้นดินราว 550 กิโลเมตรในครั้งนี้ มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ทางกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น (เอสดีเอฟ) ตัดสินใจ “ไม่ยิงสกัด” ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นออกคำแถลงที่ระบุว่า หลังการทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นได้หารือทางโทรศัพท์เป็นเวลาประมาณ 40 นาทีกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โดยที่ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องว่า ทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (U.N. Security Council) ควรจัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหาทางตอบโต้รัฐบาลเปียงยาง ทางด้านของเกาหลีใต้ ประธานาธิบดี […]

โหรเตือน! สุริยุปราคาอาจส่งกระทบต่อ ดวงชะตาของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ และดวงประเทศ

อีกไม่กี่ชั่วโมง “สุริยุปราคา” เต็มดวงครั้งนี้ จะพาดผ่านพื้นที่สหรัฐฯ แผ่นดินใหญ่ จากทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง 14 รัฐที่อยู่ในเส้นทางการเคลื่อนที่ของอุปราคา ก็จะมองเห็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวง เริ่มจากฝั่งตะวันตกในเวลา 10.19 น. ตามเวลาท้องถิ่น (เวลาไทย คืนนี้ 00.19 น.) *เวลานี้คือตอนที่พระจันทร์บังพระอาทิตย์จนมิดกลายเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง* ส่วนรัฐทางตะวันออกจะได้ชมเป็นที่สุดท้ายคือในเวลา 14.41 น. (เวลาไทย คืนนี้ 01.41 น.) สำหรับ 14 รัฐที่จะได้ชมแบบเต็มดวง จะเริ่มจากออริกอนเป็นที่แรก – ต่อด้วยไอดาโฮ – มอนแทนา – ไวโอมิง – เนแบรสกา – แคนซัส – มิสซูรี – ไอโอวา – อิลลินอยส์ – เคนตักกี – เทนเนสซี – นอร์ทแคโรไลนา – จอร์เจีย – และ […]

‘ทรัมป์’ เตือนสติ ‘เกาหลีเหนือ’ คิดให้ดีๆ หลังขู่จะยิงขีปนาวุธโจมตีเกาะกวม

ผู้นำสหรัฐฯเตือนเกาหลีเหนือให้ระวังตัวให้มาก หลังขู่ยิงขีปนาวุธโจมตีเกาะกวม ขณะที่บรรดาประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯเตรียมทำสงครามต่อต้านเกาหลีเหนือ หากถูกรุกราน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯระบุว่าเกาหลีเหนือควรต้องระมัดระวังตัวให้มากๆ ถ้าคิดว่าจะโจมตีสหรัฐฯ หรือประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ หลังจากที่เกาหลีเหนือออกมาขู่ว่าจะยิงขีปนาวุธฮวาซอง 12 จำนวน 4 ลูกให้ตกใกล้กับบริเวณเกาะกวม ซึ่งเป็นดินแดน และที่ตั้งฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขอให้เกาหลีเหนือคิดพิจารณาให้ดีๆ มิเช่นนั้นเกาหลีเหนือจะต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯระบุว่ายังคงพิจารณาใช้วิธีการเจรจาแก้ปัญหาความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือ ขณะที่เกาหลีใต้ออกมาเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการกระทำที่สร้างความตึงเครียด พร้อมกับระบุว่าขณะนี้ก็ยังไม่พบความเคลื่อนไหว ที่ชี้ว่าเกาหลีเหนือกำลังเตรียมยิงขีปนาวุธ ด้านนายกรัฐมตรีมัลคอมล์ เทิร์นบูลของออสเตรแลีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯกล่าวว่าออสเตรเลียเตรียมพร้อมทำสงครามกับเกาหลีเหนือ หากสหรัฐฯถูกเกาหลีเหนือโจมตี ทั้งนี้ การปะทะคารมระหว่างผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือมีขึ้น หลังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ เพื่อลงโทษที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามแบบข้ามทวีปถึง 2 ครั้งเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นไปที่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันให้เกาหลีเหนือยุติโครงการพัฒนาอาวุธ.

แอบขำเบา!! เมื่อจู่ๆ มีไก่เป่าลมหน้าคล้าย ‘ทรัมป์’ ไปโผล่ในสวนใกล้ทำเนียบขาว (ชมคลิป)

สำหรับบางประเทศ การล้อเลียนคนระดับผู้นำอาจทำให้คุณเดือดร้อนได้ แต่สำหรับที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ดูเหมือนกิจกรรมแบบนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว และล่าสุดได้มีผู้ผลิตภาพยนต์สารคดีจากแคลิฟอร์เนียนามว่า Taran Singh Brar ได้นำลูกโป่งรูปไก่ขนาดใหญ่ไปวางไว้ใกล้ๆ กับทำเนียบขาว ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหน มันก็เหมือนกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากจะมีสร้างความฮือฮาให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาแล้ว เจ้าไก่เป่าลมมูลค่า 1,300 เหรียญตัวนี้ยังเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างหนึ่งซึ่งต้องการสื่อว่า…คนส่วนใหญ่รู้ว่า ภาพหนึ่งภาพสามารถแทนคำพูดได้นับพันคำ และคำโกหกในแต่ละวันของทรัมป์นั้นก็หาความน่าเชื่อถือไม่เช่นกัน งานนี้หลายคนคงสงสัยว่าทำไม โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงไม่ออกมาสั่งให้จัดการกับเจ้าไก่เป่าลมตัวนี้ คำตอบง่ายๆ คือเขาไม่ได้อยู่ที่ทำเนียบขาว แต่กำลังไปพักผ่อนหย่อนใจอยู่ที่ชมรมกอล์ฟในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่มา – boredpanda.com / youtube.com (The Telegraph)

เปิดศึกกับชาวสีรุ้ง ‘ทรัมป์’ ประกาศไม่รับ ‘คนข้ามเพศ’ เป็นทหารในกองทัพสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะไม่รับคนข้ามเพศเข้ามารับราชการทหารในกองทัพไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใดๆ ก็ตาม โดยการตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่เขาได้ปรึกษากับเหล่านายพล และผู้เชี่ยวชาญด้านกลาโหมในประเด็นดังกล่าว ผู้นำสหรัฐฯยังกล่าวว่ากองทัพจะต้องให้ความสำคัญกับชัยชนะเป็นอันดับแรก ซึ่งกองทัพไม่อาจแบกรับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์อันมหาศาล และปัญหาต่างๆที่เกิดจากกลุ่มคนข้ามเพศ นโยบายห้ามกลุ่มคนข้ามเพศเข้าเป็นทหารของประธานาธิบดีทรัมป์ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายในกองทัพครั้งสำคัญ หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา มีนโยบายที่เปิดกว้างให้กับกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายเพศ ด้วยได้ยกเลิกนโยบายห้ามผู้ที่เปิดเผยตัวว่าเป็นกลุ่มคนรักเพศเดียวกันเข้าสมัครเป็นทหารเมื่อปี 2011 และเพิ่งอนุญาตให้คนข้ามเพศสามารถเข้ามาเป็นทหารเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่องค์กรพิทักษ์สิทธิชาวเกย์ และเลสเบี้ยนได้ออกมาระบุว่า จุดยืนของประธานาธิบดีทรัมป์เท่ากับเป็นการโจมตี และกีดกันกลุ่มคนข้ามเพศในสหรัฐฯ.

บ.ดีไซน์รัสเซียเผยโฉมโนเกีย 3310 รุ่นพิเศษฉลองการพบกันครั้งแรกระหว่างปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน

บริษัทดีไซน์ในรัสเซียเผยโฉมโทรศัพท์โนเกีย 3310 รุ่นพิเศษปรับรูปลักษณ์และสเปกให้ดูทันสมัย ด้านหลังตัวเครื่องมีการสลักรูปประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย

เริ่มแล้ว! สหรัฐฯเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามชาวมุสลิม 6 ชาติ เดินทางเข้าประเทศ

ทางการสหรัฐฯเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามชาวมุสลิมจาก 6 ประเทศ  และผู้ลี้ภัยทุกคนเดินทางเข้าสหรัฐฯเป็นวันแรกในวันศุกร์ (30) 30 มิถุนายน 2017 ถือเป็นวันแรกที่ สนามบินทุกแห่งในสหรัฐฯทั้งสนามบินนานาชาติและสนามบินท้องถิ่น เริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามชาวมุสลิมจาก 6 ประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วย อิหร่าน ซีเรีย โซมาเลีย ซูดาน ลิเบีย และเยเมนเดินทางเข้าสหรัฐฯเป็นเวลา 90 วัน  รวมทั้งห้าม “ผู้ลี้ภัย”  ทุกคนเดินทางเข้าสหรัฐฯเป็นเวลา 120 วัน เพื่อเปิดทางให้สหรัฐฯทบทวนมาตรการตรวจคนเข้าเมือง และเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามเครือข่ายก่อการร้ายข้ามชาติ ที่อาจแทรกซึมแฝงตัวเข้ามาก่อการโจมตีในแผ่นดินอเมริกา   อย่างไรก็ดี ในส่วนของมาตรการห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าประเทศนั้น สหรัฐฯได้มีการออก “ข้อยกเว้น”    ให้กับชาวมุสลิม ที่มีสมาชิกในครอบครัวพำนักในสหรัฐฯ เช่น มีคู่สมรส บิดามารดา บุตร พี่น้อง และคู่หมั้น รวมทั้งผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับสหรัฐฯ ยังคงสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ตามปกติ มาตรการนี้ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 20 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่นในกรุงวอชิงตันดี.ซี.เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (29) ที่ผ่านมา หรือตรงกับเวลาราว 8.00 น. วันศุกร์ (30) […]

keyboard_arrow_up