เข้มข้น! “ทรัมป์” ขู่ขึ้นภาษีจีนอีกรอบ หากไม่ยอมเจรจาการค้าด้วย

“ทรัมป์” ขู่ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน หาก “สี จิ้นผิง” ไม่ยอมเจรจาการค้าด้วย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 325,000 ล้านดอลลาร์ หากประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ไม่ยินยอมเจรจาการค้ากับตนในช่วงปลายเดือนนี้ โดยภาษีชุดใหม่นี้จะเพิ่มเติมจากมาตรการเก็บภาษี 25% ต่อสินค้าจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ที่สหรัฐฯ ประกาศไปแล้วก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ เผยกับ CNBC ว่า  จีนต้องการจะทำข้อตกลงการค้าฉบับนี้มากกว่าสหรัฐฯ ดังนั้นตนเชื่อว่า ปธน.สี จะต้องยอมเจรจากับตนแน่นอน สำหรับสหรัฐฯ และจีนส่งผู้แทนไปเจรจาการค้ากันมาแล้ว 11 ครั้งตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่าจีนพยายามเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหลายอย่างในส่วนที่ได้ตกลงกันไปแล้ว ขณะที่จีนก็กล่าวหาว่าสหรัฐฯ เองที่เป็นฝ่ายทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า

ราดน้ำมันใส่กองไฟ! Huawei ตอบโต้ ทรัมป์ ไล่ พนง.มะกันกลับประเทศ

สื่อนอกรายงาน Huawei ไล่พนักงานที่เป็นชาวอเมริกันกลับประเทศ เพื่อตอบโต้การแบนของรัฐบาลสหรัฐ ดูท่าว่าสงครามการค้าระหว่าง Huawei และรัฐบาลสหรัฐฯ ครั้งนี้จะยิ่งระอุขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดสำนักข่าว Financial Times รายงานว่า Huawei ได้มีการยกเลิกการประชุมร่วมกับพนักงานที่เป็นชาวอเมริกัน นอกจากนี้ยังมีคำสั่ง เชิญให้พนักงานที่เป็นชาวอเมริกันที่ทำงานอยู่ในสำนักงานใหญ่ของ Huawei เดินทางกลับประเทศอีกด้วย โดย Financial Times ได้รายงานว่า มีพนักงานชาวอเมริกันที่ทำงานฝ่ายการวิจัยและการพัฒนาถูกส่งตัวกลับประเทศเมื่อสองสัปดาห์ก่อน หลังจากบริษัทสัญชาติจีนถึง 68 แห่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มเป็นภัยต่อความมั่นคง และบริษัทในสหรัฐไม่สามารถทำธุรกิจกับ Huawei ได้

“ทรัมป์” เผยจีนจะต้องเสียใจ หากแก้ไขข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ

ทรัมป์ เผย จีนยังคงต้องการเจรจาการค้ารอบใหม่กับสหรัฐฯ และว่าจีนจะต้องเสียใจที่จีนพยายามแก้ไขข้อตกลงการเจรจาที่ใกล้จะบรรลุ สื่อ วอยซ์ ออฟ อเมริกา เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (30 พ.ค.62) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวที่ทำเนียบขาวว่า หากทีมเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯจะต้องกลับมาหารือกันอีกครั้ง ก็คงจะไม่เป็นการหารืออย่างที่ผ่านมา และการปรับขึ้นภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ ทำให้ผู้ประกอบการในจีนต้องย้ายฐานการผลิตออกไปประเทศอื่นๆ แต่ส่งผลต่อเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ระดับเล็กน้อยเท่านั้น

“แรร์เอิร์ธ” ไม้เด็ดในอุ้งมือมังกร ที่ทำให้จีนมีแต้มต่อเหนือพญาอินทรี

หลังจากเปิดศึกจนทำเศรษฐกิจทั่วโลกระส่ำระสายไม่สบายตัวกันไปทั่วหน้า (ดูจากหุ้นทั้งในสหรัฐและยุโรปพากันร่วงลงกันอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา) ก็ดูเหมือน “สงครามการค้า” ระหว่างสองมหาอำนาจโลกอย่าง “สหรัฐอเมริกา – จีน” จะยังไม่จบลงง่ายๆ และยังคงดำเนินต่อไปภายใต้กลเกมการกดดันผ่านมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ ที่จะทำให้ทั่วโลกต้องปั่นป่วนไปอีกสักพักใหญ่ และทำให้การพบกันของประธานาธิบดีทั้งสอง “โดนัลด์ ทรัมป์ – สี จิ้นผิง” ในเดือนมิถุนายนนี้ น่าจับตามองเป็นอย่างมากว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร และเหนือสิ่งอื่นใด…เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เริ่มต้นมาจากการส่งสัญญาณของพญามังกรไปสู่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เริ่มตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับหัวเว่ย ด้วยการขู่ไม่ส่งแร่หายาก “แรร์เอิร์ธ” ที่ใช้ผลิตชิปให้ (อ่านเพิ่มเติม : “แรร์เอิร์ธ” แร่สำคัญในการผลิต iPhone ที่จีนขู่จะระงับการส่งออกให้สหรัฐฯ) ทำไม “แร่หายาก” ที่หลายคนบอกว่าสามารถพบได้ทั่วโลก จึงกลายเป็นแต้มต่อของจีนที่สร้างความปั่นป่วนจนเขย่าโลกเศรษฐกิจ (โดยเฉพาะอเมริกา) ได้ถึงขนาดนี้ !? อย่างที่เคยได้บอกไปแล้วว่า แร่แรร์เอิร์ธนั้นถูกนำมาใช้ในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกคนบนโลก ตั้งแต่ สมาร์ทโฟน แว่นตา กล่องถ่ายรูป อุปกรณ์การแพทย์ ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า ที่สำคัญยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างอาวุธสมัยใหม่ เช่น ขีปนาวุธนำวิถี (อ่านเพิ่มเติม : สำคัญกว่าแค่ผลิต iPhone เพราะ “แรร์เอิร์ธ” […]

เยือนญี่ปุ่นสุดชื่นมื่น! ทรัมป์ เพลิดเพลินกอล์ฟ-มวยปล้ำซูโม่

“โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนญี่ปุ่นเป็นเวลา 4 วัน โดยได้ร่วมเล่นกอล์ฟร่วมกับชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในจังหวัดชิบะ ใกล้กับกรุงโตเกียว ก่อนชมการแข่งขันซูโม่ครั้งยิ่งใหญ่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังอยู่ที่ญี่ปุ่นสำหรับการเยือนอย่างเป็นทางการรวมสี่วัน ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องพิธีการและกีฬาต่างๆ เช่น กอล์ฟ และการชมการแข่งขันมวยปล้ำซูโม่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐให้สัญญาว่าจะมีเรื่องราวที่เป็นสาระที่จะประกาศก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์เองก็ได้แสดงความหวังว่า สหรัฐกับญี่ปุ่นจะสามารถทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการกล่าวถึงการเจรจาการค้ากับญี่ปุ่น แต่ก็ไม่มีความคาดหมายอย่างจริงจังเกี่ยวกับความคืบหน้าที่สำคัญเรื่องข้อตกลงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศทั้งสองจากการเยือนครั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ (26 พ.ค.62) ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้เวลาเล่นกอล์ฟกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น หลังจากนั้นผู้นำทั้งสองเข้าชมการแข่งขันมวยปล้ำซูโม่ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทำพิธีมอบถ้วยรางวัล President’s Cup หรือที่เรียกกันว่า “Trump Cup” ให้ผู้ชนะ และในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์กับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ไปร่วมรับประทานอาหารเย็นเป็นการส่วนตัว สำหรับในวันจันทร์ ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตของญี่ปุ่น รวมทั้งจะเข้าพบหารืออย่างเป็นทางการกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและเข้าร่วมในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบรัฐพิธีซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ

เปิดข้อพิพาท “แร่แรร์เอิร์ธ” เมื่อสหรัฐฯ เคยร้อง WTO กรณีจีนจำกัดการส่งออกแร่หายาก

จากกรณีที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้เดินทางไปเยี่ยมโรงงานผลิต แร่แรร์เอิร์ธ (Rare-earth) ที่มณฑลเจียงซี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแร่ดังกล่าวที่สำคัญของประเทศ และจีนยังเป็นผู้ผลิตในสัดส่วนถึง 90% ของทั้งโลก พร้อมทั้งส่งสัญญาณไปถึง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เริ่มตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับหัวเว่ย ด้วยการขู่ไม่ส่งแร่ผลิตชิปให้กับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทเกี่ยวกับ “แร่แรร์เอิร์ธ” นั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเพราะการคว่ำบาตรหัวเว่ยในปีนี้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสามารถย้อนกลับได้ถึง 7 ปีก่อน โดยจากข้อมูลของ ศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้เผยแพร่ข้อมูลเรื่อง “สหรัฐฯ ร้อง WTO กรณีจีนจำกัดการส่งออกแร่ที่มีธาตุโลหะหายาก” เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555 โดยระบุว่า… เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 รัฐบาลสหรัฐฯได้ยื่นข้อร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก หรือ WTO ในกรณีที่จีนกำหนดโควต้าส่งออกแร่ที่มีธาตุโลหะหายาก หรือ rare-earth minerals ซึ่งเป็นแร่ที่จำเป็นต่อการผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์จอแบน รวมไปถึงขีปนาวุธ เนื่องจากสหรัฐฯเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดขวางกลไกตลาด […]

“ทรัมป์” ผู้นำต่างชาติคนแรกที่จะเข้าเฝ้า “จักรพรรดิองค์ใหม่” ของญี่ปุ่น

มีรายงานว่า วานนี้ (18 เม.ย.62) ทำเนียบขาวแถลงว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเมลาเนีย ทรัมป์ ผู้เป็นภริยา มีกำหนดเดินทางเยือนญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม โดยนับเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่จะได้เข้าเฝ้าพระจักรพรรดิองค์ใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งมีกำหนดการเดินทางเยือนญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 25-28 พ.ค. 2019 ในฐานะแขกระดับรัฐบาลคนแรกของญี่ปุ่น หลังการขึ้นครองราชย์ของพระจักรพรรดินารุฮิโตะในวันที่ 1 พ.ค. 2019 รายงานเสริมยังบอกอีกว่า ทรัมป์ยังจะประชุมร่วมกับชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เพื่อ “พัฒนาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างประชาชนชาวอเมริกันและชาวญี่ปุ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น” ระหว่างการเยือนด้วย

ประชุม ‘ทรัมป์-คิม’ ปิดฉากก่อนกำหนดแบบไร้ข้อตกลง

การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ปิดฉากลงแล้วในวันนี้(28 ก.พ.)  โดยไม่มีการลงนาม หรือบรรลุข้อตกลงใด ๆ จากผู้นำทั้งสอง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯเปิดการแถลงข่าวเมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือในกรุงฮานอยของเวียดนาม โดยประธานาธิบดีประทรัมป์และนายคิม จองอึนได้หารือกันในช่วงเช้า แต่ได้ยกเลิกการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงแบบกะทันหัน ทั้งยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง หรือลงนามในข้อตกลงใด ๆ ร่วมกันในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งทำให้การประชุมเสร็จสิ้นก่อนกำหนดเดิมถึง 2 ชั่วโมง แม้ว่าก่อนหน้าการประชุมผู้นำทั้งสองแสดงความมั่นใจว่าผลการประชุมจะออกมาดีและเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายก็ตาม ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าได้หารือในประเด็นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจกับผู้นำเกาหลีเหนือ และการหารือประเด็นปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีก็มีความคืบหน้า แต่เกาหลีเหนือกลับต้องการให้สหรัฐฯยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือทั้งหมดถึงจะยอมยุติการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ แต่สหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุด้วยว่ายังไม่มีแผนที่จะประชุมหารือกับนายคิม จองอึนในรอบที่ 3 ในเร็ววันนี้ และบอกว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการปูทางไปสู่การเจจราหารือที่ดีระหว่างทั้งสองประเทศในอนาคต ทั้งยังยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขากับนายคิม จองอึนยังคงเหนียวแน่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สหรัฐฯ จัดรัฐพิธีศพอดีตปธน. ‘จอร์ช บุช’ ผู้นำโลกร่วมอาลัย

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 61 บรรยากาศรัฐพิธีศพของนายจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีคนที่ 41 ของสหรัฐฯ เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติ มีผู้นำและอดีตผู้นำโลกเข้าร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก รัฐพิธีดังกล่าวถูกจัดขึ้นภายในมหาวิหารแห่งชาติ ในกรุงวอชิงตันดีซี โดยมีสมาชิกราชวงศ์และผู้นำชาติต่างๆ เดินทางเข้าร่วม อาทิ สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์แห่งจอร์แดน เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ แห่งอังกฤษ และอังเกลา แมร์เคิล นายกฯ เยอรมนี ที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือการรวมตัวของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ 3 คน คือจอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้เป็นลูก,  บิล คลินตัน และบารัก โอบามา ทั้งหมดนั่งเรียงกันที่เก้าอี้ตัวหน้าของแถว ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน โดนัลด์ ทรัมป์ก็เดินทางมาถึง และเข้าไปนั่งที่แถวเดียวกัน ทำให้เป็นการปรากฎตัวอย่างพร้อมเพรียงกันของผู้นำและอดีตผู้นำสหรัฐฯ ที่มากที่สุด ซึ่งถ้าหากนับจอร์จ บุช ซีเนียร์ (ผู้เสียชีวิต) ด้วย ก็จะเป็น 5 คน หลังเสร็จสิ้นรัฐพิธี ร่างของบุชได้ถูกนำขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เพื่อเดินทางกลับไปที่รัฐเท็กซัส […]

ผู้นำโลกร่วมพิธีรำลึก 100 ปียุติสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ฝรั่งเศส

ผู้นำจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก นำโดยประธานาธิบดีแอมานูแอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ, นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิลแห่งเยอรมนี และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เดินทางเข้าร่วมพิธีรำลึกที่กรุงปารีส เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี การลงนามในสนธิสัญญาสงบศึก ที่นำไปสู่การสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 1 รายงานข่าวระบุว่า บรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ ต่างเดินทางมารวมตัวกันบริเวณประตูชัย ที่ถูกสร้างขึ้นโดยจักรพรรดินโปเลียน แห่งฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1806 โดยพิธีรำลึกนี้ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของทางการฝรั่งเศส ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ.1918 ผู้แทนกลุ่มประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรที่เป็นฝ่ายชนะสงคราม กับผู้แทนของรัฐบาลเยอรมนีที่แพ้สงคราม ได้เดินทางมาลงนามในสนธิสัญญาสงบศึก บริเวณป่ากงเปียญ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส นำไปสู่การสิ้นสุดของการสู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปีระหว่างปี ค.ศ.1914-1918 และคร่าชีวิตทหารไปกว่า 10 ล้านคน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง […]

ทรัมป์ ส่งทหาร 15,000 นาย ประจำชายแดนเม็กซิโก ต้านขบวนผู้อพยพ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ บอกว่า สหรัฐอาจส่งกำลังทหารมากถึง 15,000 นาย ไปประจำการบริเวณพรมแดนที่ติดกับเม็กซิโก เพื่อแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อขบวนผู้อพยพที่หลบหนีความรุนแรงและความยากจนในภูมิภาคอเมริกากลาง และกำลังมุ่งหน้ามายังอเมริกาเหนือ โดยล่าสุดบรรดาทหารพร้อมยุทโธปกรณ์ชุดแรก เดินทางถึงเมือง ซานแอนโตนิโอ ในรัฐเท็กซัส ที่อยู่ติดกับเม็กซิโกแล้ว หลายวันมานี้ ทรัมป์ออกมาแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าว โดยบอกว่า ขบวนผู้อพยพจากอเมริกากลางที่หลบหนีความยากจนและความรุนแรงผ่านแม็กซิโกมุ่งหน้ามายังพรมแดนสหรัฐ ถือเป็นภัยคุมคามต่อสหรัฐ โดยทหารจำนวน 15,000 นาย ที่ทรัมป์บอกว่าจะส่งไปประจำการที่พรมแดน เป็นจำนวนมากกว่า 2 เท่าของจำนวนที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ บรรดา สส. พรรคริพับลิกัน และผู้สนับสนุนทรัมป์ คนอื่น ๆ ต่างเห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ แต่เหล่านักวิจารณ์ โต้แย้งว่า ทรัมป์ได้ฉวยโอกาสสร้างวิกฤต เพื่อให้ประชาชนที่หนุนรีพรรคริพับลิกันออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศในสัปดาห์นี้ด้วยว่า เขาจะหาทางยกเลิกสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐที่ให้แก่เด็กที่เกิดในสหรัฐ แต่ผู้ปกครองไม่ใช่พลเมืองสหรัฐ และผู้อพยพผิดกฎหมาย โดยบอกว่า เขาจะออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อยกเลิกสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

‘คิม จองอึน’ ส่งร่าง ‘ทหารพลีชีพ’ ในสงครามเกาหลีกลับสหรัฐฯ

ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมด้วยภริยา รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของทหารสหรัฐฯ จำนวนหนึ่งได้เดินทางมารับศพของทหารอเมริกันจำนวนหลายสิบนาย ที่เสียชีวิตในช่วงสงครามเกาหลีระหว่างปี ค.ศ.1950-1953 คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ส่งร่างไร้วิญญาณของทหารอเมริกันทั้งหมดนี้มายังฐานทัพอากาศโอซันในเกาหลีใต้ ตามคำมั่นสัญญาที่เขาได้ให้ไว้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระหว่างที่ผู้นำทั้งสองร่วมประชุมสุดยอดกันที่สิงคโปร์เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการแสดงไมตรีจิตของฝ่ายเกาหลีเหนือ ขณะที่ทางการเกาหลีใต้ได้ประสานกับทางการสหรัฐฯ เพื่อส่งต่อศพทหารอเมริกันเหล่านี้มายังมลรัฐฮาวาย โดยมีการจัดพิธีส่งมอบศพอย่างสมเกียรติ ซึ่งแฮร์รีย์ แฮร์ริส เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำเกาหลีใต้ และ ซง ยอง-มู รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ ร่วมเป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ ตามข้อมูลของทางการสหรัฐฯ มีทหารอเมริกันเสียชีวิตในสงครามเกาหลีรวมทั้งสิ้น 54,246 นาย และมีทหารอเมริกันอีก 8,177 นาย สูญหายไปในระหว่างสงคราม

มุกท่านผู้นำ! ‘ปูติน’ มอบลูกฟุตบอลโลกให้ ‘ทรัมป์’ หลังปิดฉากประชุมสุดยอดที่ฟินแลนด์

ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย มอบลูกฟุตบอลที่ระลึก เป็นของขวัญให้แก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระหว่างการแถลงข่าวร่วมกันของผู้นำทั้งสอง ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดที่กรุงเฮลซิงกิ ของฟินแลนด์ เรียกว่าเป็นการตอกกลับเอาคืนเบาๆ หลังนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย มอบลูกฟุตบอลโลก 2018 แก่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนการแถลงข่าวร่วมหลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกัน ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อวันจันทร์ (16 ก.ค.) ที่ผ่านมา เมื่อปูตินตอบคำถามนักข่าวที่ซักถามประเด็นซีเรียด้วยลูกฟุตบอลดังกล่าวและเล่นสำนวน “ball is in your court” ซึ่งมีความหมายทำนองว่า “การตัดสินใจหรือความรับผิดชอบขึ้นอยู่กับคุณ (สหรัฐฯ) แล้ว” โดยเป็นการย้อนสำนวนเดียวกันที่นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ใช้กล่าวถึงรัสเซียก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังเป็นการร่วมแสดงความยินดีที่สหรัฐอเมริกา-แคนาดา-เม็กซิโก ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี ค.ศ.2026 ร่วมกัน และเพื่อตอบแทนคำชมของทรัมป์ที่ระบุว่า ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพและเพิ่งปิดฉากไป ถือเป็นศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ดีที่สุดที่เคยจัดมา ด้านทรัมป์กล่าวขอบคุณปูติน บอกว่าจะเอาลูกฟุตบอลนี้ไปให้บาร์รอนผู้เป็นลูกชาย ก่อนจะโยนลูกบอลนี้ให้กับนางเมลาเนีย ทรัมป์ […]

‘ทรัมป์’ สั่งออกแบบ ‘แอร์ ฟอร์ซ วัน’ ใหม่! เผยต้องสวยงาม-เหนือกว่าทุกลำบนโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯได้เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสว่าต้องการที่จะเปลี่ยนสีลายเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ซึ่งเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการเปลี่ยนมาใช้สีแดง ขาวและน้ำเงินเพื่อแสดงถึงความเป็นอเมริกัน และบอกด้วยว่าด้วยลายเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันใหม่นี้จะต้องออกมาดูสวยงาม และเหนือชั้นกว่าเครื่องบินลำอื่น ๆ ของโลก นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังต้องการให้เตียงนอนส่วนตัวบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันมีขนาดใหญ่ขึ้นเหมือนกับเตียงนอนบนเครื่องบินส่วนตัวของเขาด้วย โดยคาดว่าเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันที่ได้รับการออกแบบใหม่นี้จะเสร็จสมบูรณ์อย่างเร็วที่สุดในช่วงปี 2021 ขณะที่บริษัทโบอิ้งจะเป็นผู้รับหน้าที่ออกแบบและผลิตเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันใหม่จำนวน 2 ลำ ทั้งนี้ ลวดลายสีฟ้าเข้มของเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันลำปัจจุบันเป็นสีที่อดีตประธานธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้และนางแจ็คเกอรีน เคนเนดี้ ภริยาเป็นผู้เลือกเมื่อปี 1960 ส่วนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันลำปัจจุบันใช้งานมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช

ส่ง ‘ทรัมป์เบบี้’ ป่วนปธน. ‘ทรัมป์’ ขณะเยือนอังกฤษ-เตรียมประท้วงต้านทั้งเมือง

“ทรัมป์เบบี้” หุ่นอัดลมรูปประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์  ขนาดสูง 6 เมตร สวมผ้าอ้อมและถือโทรศัพท์มือถือ โดยหุ่นอัดลมตัวนี้เป็นแคมเปญต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์ เนื่องจากเขาเตรียมที่จะเยือนอังกฤษในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งมีการเปิดให้ประชาชนร่วมบริจาค เป้าหมายอยู่ที่ 5,000 ปอนด์ (220,000 บาท) แต่ได้เงินบริจาคไปกว่า 29,000 ปอนด์(1,275,000 บาท) “ทรัมป์เบบี้” จึงมีแผนที่จะเดินทางไปทั่วโลก คอยตามหลอกหลอนปธน.ทรัมป์ไปในทุกที่ แต่เดิมหุ่นอัดลมตัวนี้มีกำหนดการจะลอยฟ้าในวันที่ 13 ก.ค. 61 ตั้งแต่ 9.30-11.30 น. ที่จัตุรัสรัฐสภา ใกล้กับอาคารรัฐสภาของประเทศอังกฤษ แต่ล่าสุดไม่สามารถเอาขึ้นลอยฟ้าได้ เนื่องจากขัดกับกฎหมายการเดินอากาศของลอนดอน จึงจะมีการตั้งไว้ที่พื้นแทน นอกจากเบบี้ทรัมป์แล้ว สุดสัปดาห์นี้ยังมีอีเว้นท์ที่จัดขึ้นเพื่อต่อต้านทรัมป์อีกมากมายในกรุงลอนดอน อาทิ อีเว้นท์ในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ชื่อ “เราไม่ต้องรับทรัมป์-ส่งเสียงเมื่อเขามาถึง” ในวันที่ 12 ก.ค. 61  ซึ่งจะเป็นการส่งเสียงดังก่อกวนทรัมป์ขณะเข้าเช็คอินที่พัก ของสถานทูตสหรัฐฯ  ย่านรีเจนท์ พาร์ค และในช่วงบ่ายของวันถัดมา(13 ก.ค.61) จะมีการเดินขบวนต่อต้านทรัมป์ ซึ่งจะมีหุ่นเบบี้ทรัมป์ร่วมด้วย โดยจะเดินตั้งแต่ตึกบีบีซี ในพอร์ทแลนด์ ผ่านอ๊อกซฟอร์ดเซอร์คัส  รีเจนท์สตรีท ไปสู่จัตุรัสทราฟัลการ์ ซึ่งจะมีการชุมนุมในช่วงเย็นด้วย ก่อนหน้านี้ยังมีเคมเปญการซื้อเพลง […]

‘สหรัฐ’ จี้ ‘เกาหลีเหนือ’ ปลดนิวเคลียร์ใน 2 ปี โต้เตรียมถอนทหารจากเกาหลีใต้

นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวว่าทางการหสรัฐฯ หวังที่จะเห็นเกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ภายในช่วงปลายปี 2020 โดระบุว่าในเวลานี้สหรัฐฯ ยังต้องทำงานร่วมกับเกาหลีเหนืออีกมาก แต่หวังว่าทั้งเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุจุดประสงค์ร่วมกันในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมกับยืนยันว่าสหรัฐฯ จะยังไม่ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ จนกว่าเกาหลีเหนือจะปลอดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯได้ประกาศว่าเกาหลีเหนือจะไม่เป็นภัยคุกคามนิวเคลียร์อีกต่อไป พร้อมกับปฏิเสธข่าวลือที่ออกมาหลังการประชุมสุดยอดกับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ระบุว่าสหรัฐฯจะเตรียมถอนกำลังทหารราว 32,000 นายออกจากเกาหลีใต้ โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าไม่เคยนำประเด็นการถอนกำลังทหารออกจากเกาหลีใต้มาหารือกับนายคิม จองอึนในการประชุมที่สิงคโปร์ แต่สหรัฐฯ มีแผนที่จะยุติการซ้อมร่วมกันระหว่างกองทัพสหรัฐฯและเกาหลีใต้ และคาดว่าจะถอนกำลังทหารสหรัฐฯออกจากเกาหลีใต้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

ทรัมป์ โพสต์ทวีต เผย ‘เกาหลีเหนือ’ ไม่ใช่ภัยคุกคามของสหรัฐฯ อีกต่อไป

กลายเป็นการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามอง และดูเหมือนจะลงเอยได้ดีเหนือความคาดหมายที่หลายๆ คนคิดไว้ สำหรับการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา กับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา ทางตอนใต้ของสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมาก ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่น และจบลงด้วยการที่ผู้นำของทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลง ว่าด้วยการยึดมั่นต่อกระบวนการสันติภาพอย่างยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี (อ่านเพิ่มเติมที่ : วินาทีประวัติศาสตร์ ‘ทรัมป์-คิม’ จับมือ เชื่อหารืออย่างราบรื่น / เปิดข้อตกลง ‘ทรัมป์-คิม’ มุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์-สร้างสันติในคาบสมุทรเกาหลี) ล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงสหรัฐอเมริกาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (13 มิ.ย.) ได้กล่าวในทวิตเตอร์ส่วนตัวซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า เกาหลีเหนือไม่ใช่ภัยคุกคามทางด้านนิวเคลียร์อีกต่อไป ทั้งยังบอกว่าการพบกับคิมจองอึนในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และเป็นไปในเชิงบวกอย่างมาก Before taking office people were assuming that we were going to War with North Korea. President […]

เปิดข้อตกลง ‘ทรัมป์-คิม’ มุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์-สร้างสันติในคาบสมุทรเกาหลี

วันนี้(12 มิ.ย. 61) กับการหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยการหารือดังกล่าวเป็นไปอย่างราบรื่น ประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่า ผลการหารือที่ออกมาน่าจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย (อ่านเพิ่มเติม ‘ทรัมป์-คิม’ ร่วมลงนามข้อตกลง เผยโลกเตรียมเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่) ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกัน โดยมีประเด็นหลัก ๆ 4 ข้อ ด้วยกัน คือ สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะร่วมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ตามความปรารถนาของประชาชนของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ เพื่อสันติภาพและความรุ่งเรือง สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะร่วมมือสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนและมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีเหนือจะเดินหน้าในการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ตาม ‘ปฏิญญาปันมุนจอม’ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 61 สหรัฐฯ และ เกาหลีเหนือ จะรือฟื้นข้อตกลง POW/MIA ว่าด้วยทหารหรือเชลยศึกชาวอเมริกันที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ส่งกลับกระดูกผู้เสียชีวิตที่สามารถระบุตัวตนได้แล้วกลับประเทศทันที นอกจากนี้ในหนังสือสัญญาระบุว่าทั้ง 2 ประเทศได้มีการเปิดใจหารือกันอย่างครอบคลุม ลงลึกและจริงใจ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสงบสุขในคาบสมุทรเกาหลี […]

keyboard_arrow_up