ทวิตเตอร์พบจีนสร้าง 2 แสนบัญชี แพร่ข้อมูลโจมตีม็อบฮ่องกง

เว็บไซต์สังคมออนไลน์ ทวิตเตอร์ (Twitter) ระงับบัญชีผู้ใช้กว่า 936 บัญชี และตรวจสอบอีกกว่า 200,000 บัญชี ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน ในการแพร่ข้อมูลโจมตีเหตการณ์และผู้ประท้วงในฮ่องกง รวมถึงสั่งแบนโฆษณาจากสื่อที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีน ด้าน เฟซบุ๊ก (Facebook) ได้ทำการปิดบัญชีผู้ใช้งาน 5 บัญชี เพจ 7 เพจ และกลุ่มสนทนา 3 กลุ่มที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวเช่นกัน ทาง ทวิตเตอร์ ประกาศผ่านแอคเคาท์ Twitter Safety ระบุว่า ทวิตเตอร์ไม่มีการให้บริการในประเทศจีน แต่มีการตรวจพบว่ามีบัญชีถูกสร้างขึ้นในจีนและใช้งานผ่าน VPN หรือผ่าน IP address ที่ไม่ได้ถูกล็อก ซึ่งจะมีบัญชีหลัก ๆ คอยสร้างข่าวหรือเนื้อหาโจมตีการประท้วงในฮ่องกง ก่อนกระจายไปยังบัญชีเครือข่ายอีกกว่า 2 แสนบัญชี ทั้งนี้พฤติกรรมของบัญชีเหล่านี้ถือว่า ละเมิดหลักการพื้นฐานของทวิตเตอร์ นายเกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ออกมาปฏิเสธ โดยไม่ได้ให้ความเห็นโดยตรงเกี่ยวกับการกระทำของทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก ระบุเพียงว่าประชาชนชาวจีน และสื่อมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับการประท้วงในฮ่องกง และทุกคนต่างมีความเห็นต่อเหตุการณ์ประท้วงที่เกิดขึ้นต่างกัน ทำไมจึงตัดสินว่าข้อมูลจากสื่อของรัฐบาลจีนเป็นข้อมูลแง่ลบหรือเป็นเรื่องเท็จ โดยที่ผ่านมาสื่อของจีนใช้สื่อสังคมออนไลน์ของต่างประเทศ เพื่อสื่อสารกับคนทั่วโลก แนะนำระบบการปกครองของจีนและเผยแพร่เรื่องราวของประเทศ ทั้งนี้ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กถูกบลอคไม่ให้ใช้งานได้ในประเทศจีน แต่สามารถใช้งานได้ในฮ่องกง โดยปัจจุบันบริษัทโซเชียลมีเดียทั่วโลกต่างตกอยู่ภายใต้ความกดดันและถูกจับตามองไม่ให้มีการทำแคมเปญที่มีผลทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึงในปี […]

ผู้เชี่ยวชาญเตือน!! ผู้ใช้ Face App ระวังถูกล้วงข้อมูล

หลายๆ คนที่เล่นโซเชียลมีเดียกันวันนี้คงงงเป็นไก่ตาแตกเลย เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ หลายคนทำไมหน้าตาแก่ลงเยอะได้ขนาดนั้น หรือว่าเรานอนนานเกินไปหลับทีเวลาบนโลกก็ผ่านไปหลายปีแล้ว แต่พอหันมองดูปฏิทิน เอ๊ะ! นี่ก็ปี 2019 นี่นา แล้วทำไมเกิดอะไรขึ้นทุกคนถึงแก่กันไปหมด ก็ไม่ต้องสงสัยอะไรกันมากมาย เพราะกระแสเปลี่ยนหน้าให้ดูแก่นี้กำลังเป็นกระแสที่คนเล่นกันทั่วโลกในชื่อ Face App ที่โหลดใช้งานทั่วไปผ่านทางแอปฯ สโตร์ในสมาร์ทโฟนของเรานี่แหละ ต้องบอกก่อนว่าเจ้า Face App นี้เป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับแต่งหน้าผู้ใช้ให้แก่ขึ้น เด็กลง เปลี่ยนเพศ อะไรทำนองนี้ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งตอนนี้คนแห่แหนกันดาวน์โหลดและเล่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง ถ้าเป็นแอปฯ ปกติทั่วไปก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่เมื่ออะไรที่เป็นกระแสก็ต้องมีผู้ที่ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับมัน โดยมีทางผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยได้ออกมาเตือนผู้ที่กำลังเพลิดเพลินกับการแต่งรูปเกี่ยวกับการทำงานที่ดูแล้วน่าสงสัย ทั้งการดึงรูปไปประมวลผลไปจนถึงการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ซึ่งถ้ายังจำกันได้เมื่อปีก่อนทางเฟซบุ๊กเองก็ถูกฟ้องจากกรณีแอบขายข้อมูลผู้ใช้บริการเพื่อหวังผลทางการเมืองจนต้องชดใช้ค่าเสียหายไปมหาศาล หรือล่าสุดเมื่อตอนต้นปีกับแอปฯ แต่งรูปจากจีนที่มีการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด โดยเจ้า Face App นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากประเทศรัสเซีย และเราก็ยังไม่รู้ว่าจะถูกนำข้อมูลไปใช้ยังไงหรือไม่ แต่ปลอดภัยไว้ก่อนก็คงจะดีกว่านะครับ

ไปต่อไม่ไหว ‘กูเกิลพลัส’ ยุติการให้บริการแล้ว

“กูเกิลพลัส” (Google+) แพลตฟอร์มออนไลน์จากยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล(google) ที่ตัดสินใจยุติการให้บริการอย่างถาวร ตั้งแต่วันนี้(2 เม.ย.) เป็นต้นไป กูเกิลพลัสเปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 โดยเปิดให้สมาชิกสามารถพูดคุยสนทนา โพสต์ภาพและข้อความได้เหมือนกับโซเชียลมีเดียทั่วไป โดยเป็นการเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ของกูเกิล ไม่ว่าจะเป็น g-mail และ Youtube แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือไม่มีลูกเล่นที่น่าสนใจ ทำให้ไม่ได้รับความนิยมเหมือนกับเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ นอกจากนั้น ยังมีกรณีที่ข้อมูลของผู้ใช้รั่วไหลออกสู่ภายนอกอีกด้วย ข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 14 “ทิ้งขยะในที่ของผู้อื่น” เอาผิดได้หรือไม่????

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับวันนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของการ “ทิ้งขยะในที่ของผู้อื่น” ว่าสามารถเอาผิดตามกฎหมายกันได้หรือไม่? ที่ทุกคนควรรู้ไว้จะได้ไม่ต้องเสียเงินและเสียเวลากันครับ ในกรณีที่มีบุคคลนำขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ มาทิ้งที่หน้าบ้านของเรา กรณีเช่นนี้ผู้ที่นำขยะมาทิ้งมีความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง หรือเป็นความผิดละหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญาแล้วแต่กรณีครับ ส่วนวิธีการจัดการกับบุคคลเหล่านั้น ขั้นแรกเราควรพูดคุยกันก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางกับเพื่อนบ้าน แต่ถ้าหากว่าคุยแล้วยังคงกระทำอยู่ เราสามารถแจ้งไปยังนิติบุคคลของหมู่บ้านเพื่อเป็นคนกลางในการเจรจา แต่ถ้าเป็นกรณีหลังจากเจรจาผ่านนิติบุคคลแล้วยังคงกระทำความผิดซ้ำอีก เราสามารถไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาได้ นอกจากนี้ยังสามารถไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาดำเนินการตรวจสอบและออกหนังสือเตือน ทีนี้ถ้ายังเกิดการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่ ผู้กระทำผิดจะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาทครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 13 “แอบอัดเสียงคู่สนทนาทางโทรศัพท์” ผิดกฏหมายหรือไม่??

กลับมาไขปมข้อกฎหมายกันอีกครั้งนะครับ ในวันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องที่ทีผู้เสียหายถูกอัดเสียงแล้วนำไปเผยแพร่ในช่องทางสื่งสังคมออนไลน์ หรือส่งต่อให้กับเพื่อนๆ จนก่อให้เกิดความเสียหาย กรณีแบบนี้จะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และหากสามารถอัดบันทึกได้ จะนำไปใช้ในกรณีใดได้บ้างจึงจะไม่ผิดกฎหมาย เราไปหาคำตอบกันเลยครับ ในกรณีที่เราแอบอัดเสียงของคู่สนทนาโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วนำไปเผยแพร่ในช่องทางสื่งสังคมออนไลน์ หรือส่งต่อให้กับเพื่อนๆ จนก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการหมิ่นประมาท การทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นๆ หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง ผู้กระทำจะต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญาครับ แต่สำหรับในกรณีที่เราบันทึกเสียงไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลหรือประกอบการสืบพยาน กรณีแบบนี้ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายครับ เพราะถือว่าเป็นการปกป้องสิทธิของตนเอง ดังนั้นถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องบันทึกเสียงของใครก็ตาม ควรที่จะขออนุญาตเจ้าของเสียงก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายติดตามมา และควรที่จะนำเสียงที่บันทึกไปใช้ให้ถูกวิธีจะได้ไม่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาและต้องรับผิดชอบกับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับเจ้าของเสียงนั่นเอง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 12 “ยืนจองที่จอดรถ” ผิดกฏหมายหรือไม่??

ในยุคปัจจุบันที่รถยนต์ถือเป็นอีก 1 ปัจจัยหลักที่ขาดไปไม่ได้ ด้วยจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลต่อการหาที่จอดรถไม่ว่าจะเดินทางไปในที่ใดก็ตาม ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเลยอย่าง การที่ให้คนที่เดินทางมาด้วยกันลงจากรถมายืนขวางกั๊กที่จอดไว้ ก่อนที่ตัวคนขับจะมาถึง สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาผู้ที่ขับขี่มาถึงก่อน วันนี้เรามาคุยกันถึงกรณีนี้กันครับ ว่าผิดกฎหมายหรือไม่? การที่คนขับให้คนที่นั่งมาด้วยไปยืนจองที่จอดรถตามห้างหรือสถานที่ต่างๆ จริงๆ แล้วไม่ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายนะครับ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าเป็นความผิด แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในทางสังคม ใครที่มาก่อนก็ควรที่จะมีสิทธิ์จอดก่อนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การกระทำเช่นนี้อาจจะทำให้เกิดความผิดอื่นๆ ตามมา เช่น การทะเลาะวิวาท หรือการดูหมิ่นซึ่งหน้า ทำให้อาจจะเสียเวลา เสียโอกาสในอนาคตก็เป็นได้ครับ ถึงแม้ว่าการกระทำบางอย่างจะไม่ผิดกฎหมาย เราก็ควรที่จะต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้เกียรติผู้อื่น ให้เกียรติสถานที่ ถ้าเราเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น มีน้ำใจให้แก่กัน จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้นนั่นเอง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 11 “ร้องเพลง Cover ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ผิดกฏหมายหรือไม่??

กลับมาพบกันอีกครั้งกับช่วงดีๆ ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายและไม่ต้องประสบปัญหาในช่วง ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึง “ร้องเพลง Cover ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ผิดกฏหมายหรือไม่?? ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การร้องเพลง Cover ถ้าเป็นการร้องเพลงเพื่อความสนุกสนาน ร้องเพื่อสร้างสีสันโดยไม่ได้มีผลกำไรหรือรายได้เกิดขึ้น ในกรณีเช่นนี้ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ แต่อย่างไรก็ตามควรจะให้เครดิตเจ้าของเพลง เพื่อเป็นกรขอบคุณที่นำเอาเพลงของศิลปินท่านนั้นมาร้อง แต่ถ้าเป็นในกรณีที่นำเพลงของผู้อื่นมา Cover แล้วมีรายได้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในช่องทางใดก็ตามแต่ ทั้งรายได้ทางตรง รวมไปถึงรายได้จากค่าโฆษณา หรือเป็นการรับจ้างร้องเพลงตามงานต่างๆ กรณีแบบนี้คุณจะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ มีโทษทั้งจำทั้งปรับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะนำผลงานของผู้อื่นไปใช้ประโยชน์ก็ควรที่จะขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของผลงาน เพื่อปกป้องตัวเองจากกรณีที่ถูกฟ้องขึ้นมาครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 10 “โพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงโซเชียล” มีความผิดหรือไม่??

วันนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่ถูกพูดถึงบ่อยและเป็นที่น่าสงสัยกันในปัจจุบันว่า การโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงโซเชียลมีเดีย มีความผิดหรือไม่ หลังจากที่เราเคยเห็นข่าวดาราคนนั้น นักแสดงคนนี้ ถูกเรียกไปให้ปากคำกันอยู่ช่วงนึง ลองมาหาคำตอบกันดีกว่าครับ ในกรณีที่ 1 ถ้าเราโพสต์ภาพเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ หรือชักชวน จูงใจ ให้ผู้อื่นร่วมดื่ม กรณีนี้ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่เราโพสต์ภาพบรรยากาศของงานเลี้ยง ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วางอยู่บนโต๊ะ กรณีแบบนี้ไม่เป็นความผิด เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดหรือบรรยายบรรยากาศที่อยู่ในงานสังสรรค์มากกว่า ไม่ได้มีเจตนาในการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงไม่มีความผิด ดังนั้นสบายใจได้แน่นอนถ้าเราไม่ได้มีเจตนาในการโฆษณา ส่วนทางออกที่ดีที่สุด ก่อนโพสต์ภาพควรจะเบลอภาพเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ออกก่อนจะดีที่สุดครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ปาปัวนิวกินีสั่งแบน ‘เฟซบุ๊ก’ 1 เดือน เล็งศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้-กวาดล้างบัญชีผี

รัฐบาลปาปัวนิวกินีออกมาประกาศเตรียมปิดเซิร์ฟเวอร์เฟซบุ๊กในประเทศเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อศึกษาพฤติกรรมของประชาชน รวมถึงผลกระทบที่โซเชียลมีเดียมีต่อสังคมในปัจจุบัน โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากรัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารของปาปัวนิวกินี โดยระบุว่าในระยะเวลา 1 เดือนที่เฟซบุ๊กจะถูกปิด ผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานจะทำการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นใคร โพสต์เนื้อหาแบบไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะกวาดล้างพวกบัญชีปลอมที่มักเผยแพร่ข้อมูลไม่เหมาะสม เช่น ภาพโป๊ และข่าวลวงที่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งบัญชีเหล่านี้จะถูกสั่งปิดอย่างถาวร ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลยังพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาสังคมออนไลน์เฉพาะคนในประเทศ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ป้องกันการถูกแฮ็คข้อมูลส่วนตัว และเพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างเหมาะสม แต่แนวคิดนี้ก็ถูกจับตาจากนักวิชาการ ที่ตั้งข้อสังเกตว่าการสั่งปิดโซเชียลมีเดีย มักเกิดขึ้นเพื่อนัยยะสำคัญบางอย่าง เช่น กำลังจะมีการเลือกตั้ง หรือไม่ก็อาจเสี่ยงถูกแบนอย่างถาวร อย่างเช่นในประเทศจีน

เปิดใจที่แรก! ปมผกก.ห้าม ตร. เล่นโซเชียลช่วงทำงาน-ปัดคุมสิทธิ์ส่วนตัว(คลิป)

จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลผ่านโลกโซเชียล เป็นภาพหนังสือกำกับจากผกก. สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ห้ามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้โซเชียลมีเดีย ไลน์ อีเมลขณะปฏิบัติหน้าที่ ตั้ง 08.30-16.30 น. หากพบว่ามีผู้ฝ่าฝืนให้หัวหน้าลงทัณฑ์ ไม่ต่ำกว่าภาคทัณฑ์ เว้นแต่ใช้ในการรายงานผลการปฏิบัติงานและการทำผลงานเท่านั้น เป็นเหตุให้โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่ล้าหลังเกินไปหรือไม่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ สุวรรณนพมาศ ผกก.สภ.เขาชัยสน เล่าว่า ในการห้ามใช้โซเชียลมีเดีย หรือไลน์นั้นห้ามในส่วนที่เป็นเรื่องส่วนตัวเท่านั้น สามารถใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ รับคำสั่งผ่านไลน์ได้ ทั้งนี้เคยพบเหตุการณ์ไลฟ์สดระหว่างทำงาน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และเพื่อป้องกันการแชร์ข้อมูลหรือภาพที่ไม่ถูกต้อง เหมาะสม เสี่ยงต่อความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ ตอนนี้ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนก็เห็นด้วยและปฏิบัติตามอย่างดี

ที่จอดรถตรงนี้… จองแล้ว!!! หนุ่มนิวยอร์กสุดงง สาวแว่นยืนจองไล่รถยนต์ไปจอดที่อื่น (คลิป)

ที่ต่างประเทศ มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอลงในยูทูปของหนุ่มรายหนึ่ง โดยระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ตัวเขา และภรรยาขับรถ เพื่อไปทานติ่มซำที่ร้านอาหารเจ้าดังในนิวยอร์ก ขณะที่ขับรถหาที่จอดอยู่ ก็เจอซองว่างกำลังจะเลี้ยวจอด ปรากฏว่า มีสาวแว่นหน้าตาคล้ายคนเอเชียเดินมาขวางที่จอดรถเอาไว้ และไม่ให้เขาจอด โดยบอกว่า เธอมาถึงที่นี่ก่อน แต่รถของเธอไปวนกลับรถมาอยู่ แต่เจ้าของรถรายนี้ไม่ยอม จะให้เธอหลบไปให้ได้ และบอกว่าไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลย และบอกว่านี่เป็นที่จอดรถไม่ใช่ที่จอดคน ถ้าเธอไม่ได้อยู่ในรถก็ไม่มีสิทธิอยู่ในช่องนี้ ทั้งนี้ มีการโต้เถียงกันอยู่เป็นนาที ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ยอมหลบ แถมยังมีหญิงสูงวัยอีกคนที่น่าจะเป็นแม่ลงจากรถมาด้วย และพยายามไล่ให้ไป ผู้หญิงแว่นถึงขั้นเดินไปดูและกลับมาบอกว่าที่อื่นก็มีซองว่าง ให้เขาไปจอดตรงนู้น แต่เจ้าของรถคันนี้ก็ยังยืนยันว่าไม่ไป สุดท้าย มีผู้หญิงสูงวัยอีกคนหนึ่งเดินมาและบอกว่า รถเธอกำลังจะออก ขอให้ไปจอดแทนที่เธอ เพราะมัวทะเลาะกันแบบนี้ทำให้รถคันหลังติดยาว เจ้าของรถคันนี้เห็นใจคนอื่นก็เลยยอมถอยไปจอดที่ช่องอื่นแทน.

ชาวเน็ตต้องระวัง! ดีอีเตือนส่งต่อข้อมูล ภาพบิดเบือนเสี่ยงคุก

วันที่ 29 ม.ค.61 นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตือนประชาชนระวังการส่งต่อข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ หากเป็นข้อมูลบิดเบือนอาจเข้าข่ายผิด พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการส่งต่อข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่ควรส่งต่อข้อมูลที่ไม่ได้มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หากเป็นข้อมูลที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาจทำให้ผู้ส่งต่อต้องรับโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดด้วย ดังนั้นหากส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือนไม่เป็นความจริงจนเกิดความเสียหายต่อประชาชนหรือความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นความผิดดังกล่าวต้องได้รับโทษเช่นเดียวกัน  

เตือนภัย! สาวแชร์จองโรงแรมออนไลน์ ไปถึงช็อคสภาพเกือบร้าง ผจก.อ้าง ‘ปิดปรับปรุง’

สายเที่ยว สายลุยไม่สนทัวร์ต้องอ่าน! มีเรื่องเล่าประสบการณ์มาแชร์ให้ได้ระวังกัน ที่เฟซบุ๊ก Kukkik Toyou ได้โพสต์ภาพ และข้อความบอกเล่าประสบการณ์จองที่พักผ่านเว็บไซต์ดัง แต่เมื่อไปถึง กลับกลายเป็นโรงแรมเกือบร้างซะอย่างงั้น โดยมีข้อความว่า “จองโรงแรม ผ่านเว็บไซต์ดังจะเข้าพักวันที่ 30 ธันวาคม 2560 -1 มกราคม 2561 แต่เผอิญป่วยกะทันหันเลยโทรไปเลื่อนกับทางโรงแรมว่าขอเข้าพักวันที่ 17-19 ซึ่งทาง ผจก.โรงแรมได้ถามว่า เลื่อนไป 17-19 กุมภาพันธ์ เหรอครับ ไม่ได้นะครับ เลื่อนได้แค่ 1 เดือนนะครับ เราเลยตอบไปว่าป่าวค่ะ เลื่อนเป็น 17-19 มกราคม 2561 ค่ะ ผจกโรมแรม ตอบตกลง …จนมาถึงวันนี้ 17 มกราคม 2561 เราตื่นตั้งแต่ตี 4 เดินทางมาจากกรุงเทพ ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ครึ่ง ข้ามเรือมาเกาะ ถึงเกาะช้างประมาณเกือบเที่ยง แต่ทางโรงแรมให้เข้า Check in […]

ใจหายใจคว่ำ! เผยวินาทีเสือขาว กระโดดใส่ นทท.ที่ยืนถ่ายรูป โชคดีมีกระจกกั้น (คลิป)

ที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอเผยให้เห็นวินาที “เสือขาว” กระโดด กระโจน ใส่นักท่องเที่ยวที่ยืนถ่ายรูปด้วย แต่โชคดีที่เจ้าเสืออยู่ในห้องกระจก จึงไม่ได้สร้างความอันตรายใดๆ มีเพียงความตกใจกลัวเท่านั้น.   ค่อยๆย่อง กระจกแตกนี่งานเข้า 🤣 โพสต์ที่แชร์โดย 🏵ดกทง🏵 By บูมมี่ @boommiez🎗 (@dok_thong) เมื่อ ม.ค. 8, 2018 เวลา 10:27pm PST

แชร์สนั่นโซเชียล! ‘แพทย์ศิริราช’ อินเนอร์มาเต็ม ออกสเต็ปเต้น ‘ปานามา’ (คลิป)

ที่ยูทูบชาแนล Siriraj 4D ได้โพสต์คลิปสุดน่ารัก ของคุณหมอโรงพยาบาลศิริราช ที่ขอพักสมองคลายเครียด วางอุปกรณ์ตรวจคนไข้ชั่วคราว แล้วชวนกันมาออกสเต็ปแดนซ์ในเพลง “ปานามา” บอกเลยว่าน่ารักมากๆ ซึ่งในคลิปเป็นอาจารย์หมอ คุณหมอ สาขาหทัยวิทยา (โรคหัวใจ) ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ที่ขอวางอุปกรณ์มาโชว์สเต็ป งานนี้โปรดักชั่นดี ภาพสวย โลเคชั่นเลิศ ที่สำคัญ “อินเนอร์” มาเต็ม เป๊ะปังสุดๆ สำหรับเพลง “ปานามา” เป็นของศิลปิน Matteo จากบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย ซึ่งเป็นเพลงแนวเรกเก้ รวมกับบอสซาโนว่า.

เหยื่อ ‘ยาขาว’ แฉขบวนการขายฝัน ใช้ ‘ตำรวจยศใหญ่’ ข่มขู่สั่งห้ามแชร์ข่าวเสียหาย (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้เสียหายจำนวนมากออกมาแฉว่า ถูกหลอกให้เข้าร่วมธุรกิจขาย “ยาขาว” หลายรายสูญเงินไปเป็นหลักแสนนั้น ความคืบหน้าทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับผู้เสียหายอีกหนึ่งราย น้องเชอรี่ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ที่ถูกหลอกลวงให้ร่วมสมัครสมาชิกของบริษัทขายตรงยี่ห้อหนึ่งย่านรัชดา เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ตน และเพื่อนๆ ออกมาเปิดโปงถึงพฤติกรรมของบริษัทดังกล่าว ก็เริ่มมีการถูกข่มขู่จากบริษัทให้หยุดการเคลื่อนไหว หยุดแชร์ข่าวด้านลบของบริษัท พร้อมกับชี้แจงว่าบริษัทไม่ใช่เครือข่ายแชร์ลูกโซ่ บริษัทไม่ได้ผิดกฎหมาย ซึ่งตนได้แชร์ข่าวเพจเพจหนึ่งที่เกี่ยวกับบริษัทหลังจากบริษัทเป็นข่าวได้เพียงวันเดียว จากนั้นช่วงเย็นของอีกวัน ก็มีพนักงานบริษัทซึ่งเป็นหัวหน้าทีมโทรมา บอกว่าแคปหน้าจอที่แชร์ข่าวไม่ดีเกี่ยวกับบริษัทไว้แล้ว ให้ลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง รวมถึงห้ามแชร์ข่าวอะไรอีก หากไม่ทำตามจะฟ้องดำเนินคดี พร้อมกับส่งภาพตำรวจนายหนึ่งมาในไลน์ส่วนตัวเพื่อทำให้ตนเชื่อว่ารู้จักกับตำรวจจริง ซึ่งจากที่ตนทราบมาก็มีผู้เสียหายรายอื่นโดนแบบนี้เหมือนกัน ส่วนตัวตนจึงเชื่อว่า น่าจะมีคนมีสีอยู่เบื้องหลัง เพราะหากบริษัทถูกกฎหมาย หรือไม่ผิดจริง ทำไมเฟซบุ๊กของผู้บริหารถึงหายไป ผู้บริหารบางคนก็ลบโพสต์บางโพสต์ออกไป ซึ่งตอนนี้ตนเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าโดนหลอก รวมถึงบริษัทแห่งนี้เปิดมานานและเคยถูกฟ้องมาครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2558 ทั้งนี้ ยอมรับว่า แปลกใจว่ามีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ไม่เคยดำเนินคดีอะไรกับบริษัทได้เลย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ ว่าตำรวจนายนี้เกี่ยวข้องจริงหรือไม่ พร้อมยอมรับอีกว่า ตอนนี้รู้สึกกลัว และเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเหมือนกัน แต่หากไม่ออกมาปิดเผยเรื่องนี้ คงมีอีกหลายคนโดยเฉพาะเยาวชนที่หลงเชื่อ จึงอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ เตือนทุกคนว่า ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ นอกจากนี้ ทีมข่าวได้ตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าตำรวจในภาพ […]

เตือนภัยซื้อ-ขายออนไลน์! คนร้ายใช้ภาพลวงเป็นพระ เชิดสินค้าออกหลังกุฏิวันส่งของ (คลิป)

หนุ่มร้องคนร้ายแอบอ้างเป็นพระ มาติดต่อขอซื้อไอแพดผ่านเว็บออนไลน์ แต่กลับถูกใช้กลยุทธ์ล่อลวงเชิดของหนีไปได้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบนายกฤษณุ อาศิรพัฒน์ อาย 27 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนได้โพสต์ขายไอแพดมินิ 4 ในเว็บไซต์ขายของออนไลน์เว็บหนึ่ง ประมาณวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. จากนั้นเช้าวันถัดมา มีคนทักมาว่าสนใจจะซื้อ โดยใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า พระชัยวุฒน์ และแต่งตัวคล้ายพระ ซึ่งทางนายกฤษณุได้ตกลงราคาชื้อขายกัน โดยตนให้บริษัทส่งของไปส่งให้ และเก็บเงินปลายทาง โดยนัดส่งของที่วัดลาดพร้าว จากนั้น เมื่อไปถึงสถานที่นัดได้โทรหาพระ แต่ว่าพระไม่ว่างเลยบอกจะส่งลูกศิษย์มา พอมาถึงก็ขอดูเครื่อง แต่เปิดไม่ติด เลยขอไปชาร์จแบตเตอรี่ที่กุฏิ โดยออกกลอุบายให้ไลน์แมนไปจอดรถแล้วตามมา พอนำรถไปจอด คนร้ายก็ได้หายตัวไป นายกฤษณุ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นไลน์แมนได้ติดต่อมาหาตน บอกว่าลูกศิษย์หายไปพร้อมกับไอแพดแล้ว ตนจึงส่งรูปในไลน์ไปให้คนส่งของ เพื่อสอบถามจากทางวัดว่า มีพระสงฆ์รูปนี้หรือไม่ แต่ทางวัดตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีพระหน้าตาแบบในรูป ตนจึงรีบเดินทางไปที่วัดลาดพร้าว และไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด ก็เห็นภาพของลูกศิษย์ที่เอาไอแพดไป จากนั้นจึงให้คนส่งของไปเดินหารอบวัดว่ารู้จักคนในรูปหรือไม่ ซึ่งบังเอินเจอกับคนขับวินมอเตอร์ไซด์ บอกว่ารู้จักคนในรูป เพราะคนในรูปเป็นคนเหมารถตนจากแฮปปี้แลนด์มาส่งที่วัดลาดพร้าว และบอกให้รอรับกลับ แต่ซึ่งตนรอมา 1 ชั่วโมงแล้ว ก็ไม่เห็นใครมาเลย หลังจากรู้ว่าโดนหลอกแน่ๆ ตนจึงเข้าแจ้งความ […]

ทหาร-ตำรวจบุกบ้านคุมตัว ‘มาร์ค พิทบูล’ เชิญไปพูดคุยทีี่ มทบ.11 (คลิป)

เจ้าหน้าที่ทหาร นำกำลังไปยังบ้านพัก “มาร์ค พิทบูล” เชิญตัวพูดคุยที่ มทบ.11 คาดเกิดจากประเด็นวิจารณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยปฏิบัติการด้านกฎหมาย คสช.พร้อมด้วย ตำวจ สน.มีนบุรี นำกำลังไปยังบ้านพักของ นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ “มาร์ค พิทบูล” เพื่อควบคุมตัวไปพูดคุย โดย ทางด้าน มาร์ค พิทบูล ได้ ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Pitbullzone” ซึ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ราว 8.00 น. ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่า เป็นการเชิญไปพูดคุยในประเด็นที่ มาร์ค พิทบูล ได้มีการเผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งขอความร่วมมือเชิญตัวมาร์ค พิทบูล ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.มีนบุรี ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11).  

keyboard_arrow_up