กลุ่มกบฎชาติพันธุ์เมียนมาก่อเหตุโจมตีทหาร ดับอย่างน้อย 15 ราย

กองทัพ เมียนมา รายงานว่า กลุ่มกบฎชาติพันธุ์ ก่อเหตุโจมตีวิทยาลัยทหารและเป้าหมายหลายจุดทางตะวันตกของประเทศวานนี้(15 ส.ค.)  ส่งผลให้มีประชาชนและเจ้าหน้าเสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย โดยกลุ่มพันธมิตรฝ่ายเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ออกมาอ้างว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นที่สถาบันฝึกทหารในเมือง ปยินอูลวิน ในรัฐฉาน เป็นฝีมือของกลุ่ม โดยสถาบันแห่งนี้ เป็นศูนย์ฝึกวิศวกรทหารของประเทศ โดยกลุ่มกบฏยังก่อเหตุโจมตีพื้นที่อื่น ๆ อีก 4 จุด โฆษกกองทัพเมียนมา ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มกบฏใกล้กับสะพานรถไฟก๊กเต็ก ซึ่งเป็นสถานที่องเที่ยวยอดนิยม ส่วนอีกหนึ่งจุดคือบริเวณสะพานข้ามหุบเขาก๊กเต็ก ที่ถูกกลุ่มกบฏทำลาย และผู้ก่อเหตุยังบุกไปเผาสำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติดของเมืองอีกด้วย เหตุโจมตีหลายระรอกที่เกิดขึ้น ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งยาวนานหลายสิบปีที่ตึงเครียดยิ่งขึ้นในภูมิภาค ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มกำลังต่อสู้เรียกร้องเอกราช ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงนานหลายเดือน ซึ่งสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาได้รับการขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 62 ส่วนโฆษกกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกลุ่มพันธมิตรฝ่ายเหนือ ออกมาอ้างว่า เหตุโจมตีที่เกิดขึ้น เพื่อตอบโต้การใช้กำลังของกองทัพเมียนมาในพื้นที่ชนกลุ่มน้อยเมื่อไม่นานมานี้ โดยย้ำว่า รัฐบาลที่นำโดยนาง ออง ซาน ซูจี พยายามจะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าเลยหากกองทัพไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เพจการเมืองอ้างฝุ่นปกคลุมเมืองเป็น “ภาพตัดต่อ” ชี้หวังกระแสโจมตีรัฐบาลทหาร

สืบเนื่องจากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เพิ่มปริมาณสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และทางภาครัฐได้เสนอแนวทางแก้ไขต่างๆ ออกมาเพื่อรับมือกับมลภาวะที่เกิดขึ้นตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ได้มีเพจเฟซบุ๊กชื่อ เลือกตั้งไปก็ได้ “เหี้ย” ได้โพสต์ภาพและข้อความที่ระบุว่า ภาพฝุ่นละอองที่มีการแชร์และเผยแพร่ในโลกออนไลน์ขณะนี้ เป็นภาพที่เกิดจากการใช้โปรแกรมแต่งภาพ Photoshop ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อโจมตีรัฐบาลทหาร พร้อมทั้งแท็กเฟซบุ๊กของ JS100 Radio ที่มีการรายงานสภาพอากาศในช่วงหลายวันที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ตาม จากโพสต์ดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง ซึ่งภายหลังแอดมินเพจได้อธิบายว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นการโพสต์ดักกลุ่มความเห็นทางการเมืองขั้วตรงข้ามเท่านั้น พร้อมกับบอกว่า…หากคุณอยากเห็นคนโง่ ให้ลองทำอะไรโง่ๆดู แล้วคนโง่จะวิ่งเข้ามาหาคุณไม่ขาดสาย แต่ภายหลังได้มีผู้นำข้อความสนทนาระหว่างลูกเพจรายหนึ่ง กับแอดมินเพจ ที่มีการชี้แจงว่าขณะนี้มีการรายงานตัวเลขฝุ่นในอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทางเพจได้อธิบายว่าน่าจะเป็นการคีย์ข้อมูลขึ้นมาจากโปรแกรม Word หรือ Excel ไม่น่าทำขึ้นจาก Photoshop

เคนย่าสังหารกลุ่มติดอาวุธ ก่อเหตุโจมตีโรงแรมเครือดุสิตธานีแล้ว

จากกรณีกลุ่มติดอาวุธก่อเหตุโจมตี และบุกยึดโรงแรมดุสิตดีทู ในกรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย ในจำนวนนี้มีชาวอังกฤษและสหรัฐฯรวมอยู่ด้วย และมีผู้บาดเจ็บ 30 คนนั้น (อ่านเพิ่มเติม วางระเบิด-กราดยิงโรงแรมดุสิตธานีในเคนย่า ดับอย่างน้อย 15 ราย) ล่าสุดประธานาธิบดีอูฮูรู เคนยัตตา ผู้นำเคนย่าเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่จัดการสังหารกลุ่มติดอาวุธ ที่ก่อเหตุบุกโจมตี และยึดโรงแรมดุสิตดีทู ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาวในเครือดุสิตธานีของไทยในกรุงไนโรบี หลังยิงปะทะกันนานหลายชั่วโมง พร้อมกับเปิดเผยว่าทีมเจ้าหน้าที่ยังช่วยนำตัวผู้ที่ติดอยู่ภายในโรงแรมมากกว่า 700 คนออกมาได้สำเร็จ ด้านบริษัทดุสิตโฮเทล แอนด์ รีสอร์ทของไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับบอกว่าความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานทุกคนของโรงแรมถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งบริษัทจะดูแลอย่างเต็มความสามารถ และขณะนี้กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ สำหรับพนักงานไทยของบริษัทฯ นั้น ได้รับคำยืนยันจากสถานทูตไทยในประเทศเคนย่าว่าทุกคนปลอดภัย ส่วนโรงแรมได้หยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว โดยทางโรงแรมกำลังประสานงานในการนำแขกที่เข้าพักก่อนหน้านี้ และมีกำหนดจะเข้าพัก ส่งต่อไปยังโรงแรมอื่นในตัวเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ซีเรียถูกโจมตีด้วยแก๊สพิษ ปชช.บาดเจ็บกว่า 107 คน

สื่อของรัฐบาลซีเรียได้เผยแพร่ภาพขณะที่ประชาชนในเมืองอาเลปโปกำลังเข้ารับการรักษาภายในห้องฉุกเฉินจากอาการบาดเจ็บ หลังถูกแก๊สพิษโจมตี ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขซีเรียระบุว่าเหตุโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการโจมตีด้วยอาวุชีวภาพครั้งแรกในเมืองอาเลปโป เหตุโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บ 107 คน โดยผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีอาการหายใจติดขัด และระคายเคืองตา ด้านรัฐบาลซีเรียระบุว่าเหตุแก๊สพิษโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่มกบฏ ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดโจมตีจุดที่เป็นที่ตั้งของปืนใหญ่ของกลุ่มกบฏในเมืองอาเลปโปเพื่อเป็นการตอบโต้ โดยกระทรวงกลาโหมระบุว่าเป้าหมายโจมตีดังกล่าวได้ถูกทำลายทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุโจมตีดังกล่าว อย่างไรก็ดี กลุ่มกบฏในซีเรียได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แก๊สพิษโจมตีประชาชน และระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเพียงข้ออ้าง ที่รัสเซียใช้ในการโจมตีกลุ่มของตนเท่านั้น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ยังไม่จบ!! อีลอน มัสก์ ทวีตโจมตี ‘อันสเวิร์ธ’ รอบใหม่ เหตุไม่ยอมฟ้องแม้มีโอกาส

แม้จะผ่านไปนานนับเดือนแล้ว สำหรับภารกิจถ้ำหลวง ที่มีนักดำน้ำชาวอังกฤษชื่อ เวอร์นอน อันสเวิร์ธ(Vernon Unsworth) เป็นอีกหนึ่งกำลังหลักในการให้ความช่วยเหลือทีมหมูป่าอคาเดมีออกจากถ้ำ แต่ล่าสุด Elon Musk นักธุรกิจชื่อดังและซีอีโอบริษัทรถยนต์ Tesla ได้ทวิตเตอร์โจมตีนักดำน้ำชาวอังกฤษคนเดิมอีกครั้ง โดยยืนกรานว่าในข้อกล่าวหาต่อนักดำน้ำชาวอังกฤษ อันสเวิรธ โดยระบุว่า…ไม่คิดหรือว่ามันแปลกที่อันสเวิร์ธไม่ได้ฟ้องผม เขาได้รับข้อเสนอให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายฟรีด้วยซ้ำ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ อันสเวิร์ธ เคยวิจารณ์โดรนดำน้ำของมัสก์ว่าไม่สามารถใช้การไม่ได้ในปฎิบัติการกู้ภัยครั้งนี้ เนื่องจากมีอุปสรรคต่างๆ ที่ไม่เอื้อให้ใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวได้ โดยมัสก์ได้โต้ตอบโดยกล่าวหาว่าอันสเวิร์ธนั้นเป็นพวกชอบมีความสัมพันธ์กับเด็ก ซึ่งต่อมาเจ้าพ่อเทสลาลบข้อความทั้งสองทิ้ง และได้ขอโทษหลังจากเกิดกระแสการโจมตีอย่างหนัก และส่งผลให้หุ้นของเทสลาตกลงอย่างหนักในรอบ 2 ปี You don’t think it’s strange he hasn’t sued me? He was offered free legal services. And you call yourself @yoda … — Elon Musk (@elonmusk) August […]

เพจดังวอนโซเชียล อย่าใช้ความตายเป็นเครื่องมือโจมตี ‘ทีมหมูป่า’ เชื่อไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้

สืบเนื่องจากเหตุการณ์สุดเศร้าสลด เมื่อมีรายงานข่าวยืนยันว่าอดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ เสียชีวิตภายในถ้ำหลวง ระหว่างลำเลียงขวดอากาศจากโถง 3 โดยผู้เสียชีวิต ชื่อ จ่าเอกสมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ซึ่งเป็น นทต.จู่โจม รุ่น 30 อายุ 38 ปี จนท.ตระเวนระงับเหตุฝ่าย รปภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บ.ท่าอากาศยานไทย (อ่านเพิ่มเติมที่ : สุดเศร้า! จ่าเอกอดีตซีล เสียชีวิตในถ้ำหลวง ขณะดำน้ำลำเลียงขวดอากาศช่วย 13 ทีมหมูป่า / ย้อนดูภาพ ‘ซีล’ ลำเลียงถังออกซิเจนเข้าถ้ำหลวง ก่อนสูญเสียผู้กล้า) จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของคนบางกลุ่มในโลกออนไลน์ ที่นำเหตุการณ์ดังกล่าวมาเชื่อมโยงว่ามีสาเหตุมาจากการเด็กๆ ทีมเยาวชนที่เข้าไปติดอยู่ในถ้ำหลวง จนทำให้หลายฝ่ายต้องเร่งมือช่วยเหลือ ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้แสดงความเห็นถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า…เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ใครอยากให้เกิดขึ้น เด็กๆเขาก็เป็นผู้ประสบภัย ไม่มีใครคาดคิดได้ว่าฝนมันจะมาไวขนาดนี้จนเขาติดในถ้ำ เมื่อเกิดเหตุจะหน่วยซีลหรืออดีตหน่วยซีลเขาก็มาช่วยเหลือ โดยเขารู้อยู่แล้วว่ามีความเสี่ยงในปฎิบัติการนี้สูงมาก ผบ หน่วยซีลเองก็บอกว่าแม้จะสูญเสียจ่าเอกแกไป แต่เขาก็จะไม่ย่อท้อ จะทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กๆต่อไป เพื่อนๆ ทหารเขาก็เข้าใจ เพราะชีวิตทหารโดยเฉพาะหน่วยซีล เขาแบกรับความเสี่ยงนี้ […]

จนท.แพทย์ซีเรียยืนยัน ‘อาวุธเคมี’ เป็นข่าวลวง ผู้เชียวชาญเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ

ความคืบหน้าวิกฤตการณ์ในซีเรีย เมื่อคืนที่ผ่านมา (16 เม.ย. 61) องค์การห้ามอาวุธเคมีหรือ OPCW มีการประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือแนวทางตรวจสอบการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญก็ได้รับอนุญาตให้ลงพื้นที่เมืองดูมา เพื่อสอบสวนหาหลักฐานในวันพรุ่งนี้ (18 เม.ย. 61) ซึ่งถือว่าเร็วกว่ากำหนดการเดิม เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทั้งรัฐบาลซีเรียและรัสเซียระบุว่าในพื้นที่ยังมีอันตราย ขณะที่เมื่อวานนี้(16 เม.ย. 61) รัฐบาลซีเรียได้พาสื่อมวลชนลงพื้นที่เมืองดูมา พร้อมนำเสบียงไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ซึ่งพอรถเสบียงมาถึง มีชาวเมืองมารุมล้อมเพื่อขออาหาร ส่วนบรรยากาศภายในเมืองเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของซีเรียและรัสเซียลาดตระเวนดูแลความสงบเรียบร้อย เนื่องจากกบฏซีเรียชุดสุดท้ายเพิ่งออกจากเมืองไปเมื่อสองวันที่แล้ว อย่างไรก็ตามในการพาสื่อลงพื้นที่ ทีมข่าวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลซึ่งถูกระบุว่าเป็นสถานที่ที่ให้ความช่วยเหลือเด็กๆ เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 61 แต่ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลยืนยันว่าอาการผิดปกติของเด็กๆ ในวันนั้น ไม่ใช่ผลจากอาวุธเคมี แต่มีคนพยายามสร้างข่าวลวง เจ้าหน้าที่รายหนึ่งเล่าว่าพวกเขาได้รับตัวเด็กจำนวนหนึ่งซึ่งมีอาการหายใจไม่ออก เนื่องจากเด็กๆ เหล่านี้อาศัยอยู่ในชั้นใต้ดินซึ่งมีฝุ่นละอองสะสมและพอมีการทิ้งระเบิด ฝุ่นควันจึงมีปริมาณมากจนพวกเด็กๆ หายใจไม่ออก ซักพักจึงมีคนตะโกนว่าพวกเขาถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมี ทำให้ผู้คนตื่นตกใจและกลายเป็นภาพชุลมุน มีการใช้น้ำเร่งฉีดใส่ตัวเด็ก ทั้งที่แพทย์ยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ถูกอาวุธเคมี สำหรับการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนและเก็บหลักฐานของ OPCW ผู้เชี่ยวชาญจะไปพูดคุยกับหน่วยแพทย์และดูอาการผู้บาดเจ็บ ตลอดจนการเก็บตัวอย่างดินและน้ำที่จุดที่เกิดเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 61 เพื่อนำมาตรวจสอบว่ามีร่องรอยอาวุธเคมีจริงหรือไม่

โฉบกระชากหัว!! เผยนาทีสังหารของเหยี่ยว Prairie Falcon ที่น็อคเหยื่อด้วยการโฉบเพียงครั้งเดียว

แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตเท่านกนักล่าชนิดอื่น และยังอาจจะตัวเล็กว่าเหยื่ออีกหลายชนิด แต่ด้วยความเร็วในบินกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ทำให้เจ้าเหยี่ยว Prairie Falcon นกนักล่าจากทวีปอเมริกาเหนือชนิดนี้ สามารถเล่นงานเป้าหมายให้น็อคคาที่ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเจ้าเป็ดแมลลาร์ดตัวนี้ ที่โดนเจ้าเวหาโฉบกระแทกเข้าที่หัวอย่างจังจนดับดิ้นในพริบตา

‘พระสันตะปาปา’ ประณามผู้ก่อเหตุวางระเบิดโจมตีอัฟกันฯ เสียชีวิตกว่า 100 ราย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงนำพิธีสวดภาวนาหมู่ประจำสัปดาห์ภายในนครรัฐวาติกัน และทรงประณามผู้ก่อเหตุโจมตีในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย โดยทรงระบุว่า เหตุการณ์โจมตีนองเลือดล่าสุดที่เกิดขึ้นในกรุงคาบูล ถือเป็นการสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ และเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้ายที่ไร้มนุษยธรรม ทั้งนี้ประมุขแห่งสำนักวาติกันยังทรงเรียกร้องให้บรรดาผู้เกี่ยวข้องเดินหน้าทำงานเพื่อสร้างสันติภาพในอัฟกานิสถานต่อไปโดยไม่หวั่นไหวต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น ท่าทีล่าสุดของสมเด็จพระสันตะปาปาเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่เกิดเหตุโจมตีโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายในกรุงคาบูลเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 230 คน รวมถึงเหตุโจมตีสำนักงานขององค์กรการกุศล “เซฟ เดอะ ชิลเดร็น” ที่เมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน

รายงานพิเศษ : ภัยก่อการร้ายคุกคามโลก ปี 2017 (คลิป)

ที่ต่างประเทศ ในรอบปี 2017 ที่ผ่านมา ได้มีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นมากมาย มาในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเหตุกราดยิง เหตุลอบวางระเบิด เหตุระเบิดพลีชีพ รวมไปถึงการโจมตีทางไซเบอร์ อย่าง Malware WannaCry ทำให้หลายประเทศปั่นป่วนไปทั่ว ติดตามได้จากรายงานพิเศษ.

บึมพลีชีพ! ถล่มโรงเรียนนายร้อยตำรวจในโซมาเลีย ตาย 18 ศพ เจ็บ 15 ราย

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโรงเรียนนายร้อยตำรวจของโซมาเลีย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงเรียนตำรวจในกรุงโมกาดิชูของโซมาเลีย โดยมือระเบิดได้ปลอมตัวเป็นตำรวจ และแฝงตัวเข้ามาปะปนในบริเวณโรงเรียน พร้อมจุดชนวนระเบิดกลางสนามโรงเรียนในช่วงที่กำลังมีการซ้อมเดินขบวนสวนสนามของตำรวจในช่วงเช้า แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บอีก 15 ราย ด้านเจ้าหน้าที่คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ เนื่องจากผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ยังคงมีอาการสาหัส หลังเกิดเหตุกลุ่มอัล-ชาบับ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัล-กออิดะห์ได้ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีดังกล่าว โดยกลุ่มอัล-ชาบับมักก่อเหตุวางระเบิดโจมตีในกรุงโมกาดิชู และเมืองอื่นๆของโซมาเลียอยู่บ่อยครั้ง.

เฮ้ยแบบนี้ก็ได้…? กลุ่มนักรบไอเอสเผย ‘โปสเตอร์’ ขู่ก่อการร้ายช่วงเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่

กลุ่มไอเอสได้เปิดเผยภาพโปสเตอร์ ซึ่งเป็นภาพตัดต่อของกลุ่มนักรบไอเอส พร้อมอาวุธครบมืออยู่ตามสถานที่ช้อปปิ้ง และสถานที่จัดงานฉลองคริสต์มาส และนับถอยหลังปีใหม่ตามประเทศต่างๆ ทั้งถนนอ็อกซ์ฟอร์ด สตรีทในกรุงลอนดอนของอังกฤษ หอไอเฟลในกรุงปารีสของฝรั่งเศส และย่านไทม์สแควร์ ในนครนิยอร์กของสหรัฐฯ เพื่อเป็นการขู่ว่า กลุ่มไอเอสจะลงมือก่อการร้ายตามสถานที่ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่จะมาจับจ่ายซื้อของช่วงคริสต์มาส และฉลองปีใหม่ นอกจากนี้ กลุ่มไอเอสยังได้ขู่บรรดาแฟนบอลว่าจะก่อเหตุร้ายในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่รัสเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในปีหน้าด้วย คำขู่ล่าสุดของกลุ่มไอเอสครั้งนี้ ถือว่าสอดคล้องกับคำเตือนของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เคยเตือนให้พลเรือนชาวอเมริกันระมัดระวังตัวเป็นพิเศษในการเดินทางท่องเที่ยวในยุโรปช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่กลุ่มไอเอสในยุโรปอาจลงมือก่อเหตุร้ายในช่วงเวลาดังกล่าว โดยจะพุ่งเป้าไปที่ตลาดคริสต์มาส ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่าน และมีการดูแลความปลอดภัยที่ค่อนข้างหละหลวม โดยก่อนหน้านี้กลุ่มไอเอสเคยออกมาว่าอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีตามเมืองต่างๆในยุโรปอยู่บ่อยครั้ง.

ระเบิดพลีชีพ! ‘มัสยิด 2 แห่ง’ ในอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตกว่า 60 ศพ (คลิป)

เกิดเหตุกราดยิง และระเบิดตัวตายโจมตีมัสยิดถึง 2 ระลอกในอัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตราว 60 ราย เกิดเหตุโจมตีมัสยิดชาวมุสลิมนิกายชิอะห์ในอัฟกานิสถานถึง 2 ระลอก ซึ่งเหตุโจมตีจุดแรกเกิดขึ้นที่มัสยิดอิหม่าม ซามานในกรุงคาบูล โดยมือปืนบุกเข้ามากราดยิงผู้คนที่กำลังประกอบพิธีภายในมัสยิด จากนั้นก็จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายในที่เกิดเหตุ เป็นเหตุมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้อย่างน้อย 39 ราย ส่วนเหตุโจมตีจุดที่สองเกิดขึ้นที่มัสยิดในจังหวัดกอฮ์ ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ใช้ปืนบุกกราดยิงและจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายเหมือนกับจุดเกิดแรกในกรุงคาบูล โดยเหตุโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย ด้านกระทรวงสาธารณสุขของอัฟกานิสถานระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีมัสยิดทั้ง 2 แห่งมีราว 60 ราย และคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก เบื้องต้น ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีดังกล่าว แต่ที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสมักก่อเหตุพุ่งเป้าโจมตีมัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชิอะห์ในอัฟกานิสถานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการสอบสวน.

โซมาเลียประกาศไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตกว่า 200 ศพ จากเหตุระเบิดโจมตีเป็นเวลา 3 วัน

ชาวโซมาเลียได้ออกมาประท้วงเหตุระเบิดบรรทุกในกรุงโมกาดิชู ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 ราย ขณะที่ทางการโซมาเลียได้ประกาศไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดโจมตีเป็นเวลา 3 วัน ชาวโซมาเลียกว่า 2,000 คน รวมตัวกันเดินขบวนในกรุงโมกาดิชู พร้อมโพกผ้าสีแดงที่ศีรษะเพื่อประท้วง และแสดงความโกรธแค้นเหตุระเบิดรถบรรทุก 2 จุด ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเหตุระเบิดรถบรรทุกจุดแรกเกิดขึ้นบริเวณทางเข้าโรงแรมซาฟารี ส่วนระเบิดอีกจุดเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันในเขตมาดิน่าของกรุงโมกาดิชู ซึ่งเหตุระเบิดทั้ง 2 จุดทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 230 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 300 คน นับเป็นเหตุระเบิดระเบิดโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในโซมาเลีย โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีดังกล่าว ด้านประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด อับดุลลาฮี ฟาร์มาโจ ผู้นำโซมาเลียได้ประกาศไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดโจมตีเป็นเวลา 3 วันและลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศ พร้อมกับประณามเหตุระเบิดดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายพุ่งเป้าโจมตีประชาชน เช่นเดียวกับหลายประเทศที่ออกมาประณามเหตุระเบิดโจมตี โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส และนายแอนโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติได้ประณามเหตุโจมตี และขอให้ชาวโซมาเลียเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อต่อสู้กับภัยก่อการร้าย ส่วนตุรกีก็ประกาศส่งเครื่องบินพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยเหลือโซมาเลีย และเตรียมนำผู้บาดเจ็บบินมารักษาตัวในตุรกีด้วย ขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านที่ยังคงอยู่บริเวณที่เกิดเหตุเพื่อตามหาคนในคนครอบครัวที่สูญหายจากเหตุระเบิดรถบรรทุก โดยเจ้าหน้าที่คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดอาจเพิ่มสูงกว่านี้.

‘ญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้เราอีกต่อไป..’ โสมแดงเล่นบทนักเลงโต ขู่ใช้นิวเคลียร์จมญี่ปุ่นทั้งประเทศ!

สถานการณ์ในแถบคาบสมุทรเกาหลียังตึงเครียด ล่าสุดเกาหลีเหนือขู่จมประเทศญี่ปุ่นด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ด้านญี่ปุ่นออกมาประณามว่าเป็นพฤติกรรมที่ยั่วยุและอุกอาจ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 60 สำนักข่าวเคซีเอ็นเอ กระบอกเสียงของรัฐบาลเกาหลีเหนือเผยคำขู่ที่เจาะจงถึงญี่ปุ่นว่า “เกาะทั้งสี่ของประเทศหมู่เกาะควรจะถูกจมด้วยระเบิดนิวเคลียร์ ญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ใกล้ ๆ เราอีกต่อไป” หลังจากนั้นไม่นาน โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาตอบโต้ว่า คำขู่ของเกาหลีเหนือเป็นการยั่วยุที่รุนแรงและอุกอาจ และเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามเกาะฮอกไกโดมาแล้ว

เกิดเหตุโจมตี 2 ครั้งในอัฟกานิสถาน สังเวยอย่างน้อย 50 ศพ ประเดิมถือศีลอดวันแรก

  เกิดเหตุโจมตีโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายใกล้สนามฟุตบอลแห่งหนึ่งในวันเสาร์ (27 พ.ค.) ที่จังหวัด คอสต์ ทางภาคตะวันออกของอัฟกานิสถานใน “วันแรกของเทศกาลถือศีลอด”    ในเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย    ก่อนจะเกิดเหตุโจมตีอีกจุดหนึ่งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 36 ราย   รายงานข่าวซึ่งอ้างกูล โมฮัมมัดดิน มานกาล  ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขประจำจังหวัดคอสต์ ออกมายอมรับว่า สภาพศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 14 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเละเทะ จนยากที่จะระบุตัวตนได้   ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 8 คนมีหลายคนที่มีอาการสาหัสและอาจเสียชีวิตตามมาในไม่ช้า   ขณะเดียวกัน ได้เกิดเหตุยิงปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลอัฟกานิสถานกับกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ในจังหวัดบาดกิส ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นเหตุให้มีสมาชิกกลุ่มติดอาวุธซึ่งเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อนถูกสังหาร 22 ราย แต่มีสมาชิกกองกำลังความมั่นคงอัฟกันถูกสังหารไป 6 นาย และมีพลเรือนถูก “ลูกหลง” เสียชีวิตไปอีก 8 ราย ในช่วงวันแรกของการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนเช่นกัน   เหตุสะเทือนขวัญทั้ง 2 เหตุ ส่งผลให้เฉพาะในช่วงวันแรกของเดือนรอมฎอนเพียงวันเดียว  ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงในอัฟกานิสถานไปแล้วถึง 50 […]

เฉียดตาย! เผยเหตุการณ์สุดระทึกของชายผู้รอดจากการขย้ำของเสือดาวในเสี้ยวนาที

เชื่อว่าหลายคนอาจไม่รู้มาก่อน ว่ามีพื้นที่หลายแห่งในอินเดียที่อยู่ใกล้พื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่อยู่ของเสือดาวจำนวนมาก อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองคันตาบันจี รัฐโอริศา ประเทศอินเดีย เมื่อมีเสือดาวตัวหนึ่งโผล่เข้าไปในหมู่บ้าน และสร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านอย่างมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน แต่นั่นกลับทำให้เกิดการเผชิญที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ไล่ต้อนเสือดาวเข้าไปจนมุมอยู่ในอาคารหลังหนึ่ง แต่ปรากฏว่ามันได้ปีนขึ้นมาบนหลังคา แล้วกระโจนเข้าจู่โจมเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนนั้น   ถึงจะมีขนาดตัวเล็กกว่ามนุษย์ แต่เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แล้ว การกัดของเสือดาวนั้นนับว่ารุนแรงกว่าสิงโตซะอีก และนับเป็นโชคดีของเจ้าหน้าที่คนนั้นที่ตัดสินใจกระโดดลงมาจากหลังคาเพื่อหลบหนีคมเขี้ยวของนักล่าตัวนี้ได้ แม้ว่าจะทำให้การตามล่าตัวมันต้องยืดเยื้อออกไปอีกกว่า 12 ชั่วโมง และทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 3 ราย แต่โชคดีที่ภารกิจนี้ไม่มีใครเป็นอันตรายถึงชีวิต รวมทั้งเจ้าเสือดาวที่ถูกนำตัวไปยังสวนสัตว์ด้วย ที่มา – Youtube.com / kunu meher

ยังไม่รู้เดียงสา! เมื่อเสือดาววัยละอ่อนโจมตีเม่นจนกลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ชมคลิป)

ถึงจะเป็นนักล่าอันตรายชนิดหนึ่งของแอฟริกา แต่เสือดาวก็เป็นเช่นเดียวกับสัตว์กินเนื้อชนิดอื่นที่ต้องผ่านการฝึกฝนและสะสมประสบการณ์แรมปี ก่อนที่จะขึ้นมาเป็นสุดยอดนักล่าได้ ซึ่งนั่นก็รวมถึงการได้เรียนรู้บทเรียนเจ็บๆ อย่างการโจมตีสัตว์ที่ไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของใครง่ายๆ หากไม่ต่อสู้ป้องกันตัวก่อนอย่างเม่น และนั่นคือเรื่องราวของเจ้าเสือดาววัยรุ่นตัวนี้ https://www.youtube.com/watch?v=BoLFaIuPwFg เห็นแบบนี้หลายคนคงอดสงสัยเจ้าเสือดาวไม่ได้ และคงคิดว่าไม่น่ามีสัตว์อะไรจะจัดการกับเม่นได้แน่ แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่าก่อนจะเป็นนักล่าได้ ก็ต้องสะสมประสบการณ์มาพอตัวเลยทีเดียว และเม่นเองก็เป็นเหยื่อปกติที่เสือดาวรุ่นใหญ่สามารถโจมตีได้โดยไม่ลังเลอีกด้วย ถ้าไม่เชื่อ…ลองดูตัวอย่างในคลิปข้างล่างนี้ได้เลย ถึงจะมีหนามแหลมปกคลุมทั่วหลัง แต่เม่นกลับมีผิวหนังส่วนท้องที่บางและนุ่มมาก ซึ่งนั่นเป็นจุดอ่อนที่เสือดาวเล็งไว้ และด้วยความคล่องตัวของมัน ทำให้สามารถโจมตีส่วนท้องของเม่นได้โดยที่ไม่ทำให้ตัวเองต้องบาดเจ็บเพราะหนามบ่อยนัก และเมื่อเม่นเริ่มอ่อนแรงจากอาการบาดเจ็บ ก็ได้เวลาเผด็จศึกของเสือดาว…ต่างจากเจ้าเสือดาววัยรุ่นในคลิปแรกที่กระโจนใส่เจ้าเม่นแบบเต็มๆ จนถูกขนแหลมแทงเต็มหน้าอก ที่มา – Youtube.com : Kruger Sightings / Aloha

keyboard_arrow_up