“เจ๊ลายดอก” แผลงฤทธิ์อีก​ เหยื่อเอารถไปเทิร์นกลับโดนจ่ายค่าปรับ​ ได้รถผิดคัน​ไฟแนนซ์ยึด (คลิป)

กรณีมีผู้ร้องเรียนว่าถูกเต็นท์รถย่านบางแค กทม. โกงและยึดรถ มี น.ส.ทัศนีย์ ฉายาเจ๊ลายดอก เป็นพนักงานภายในเต็นท์รถดังกล่าว โดยเจ๊ลายดอกเคยมีคนร้องเรียนพฤติกรรมโกงจนเป็นข่าวมาแล้วเมื่อ ปี 2560 และมีการดำเนินคดีไปแล้ว จนกระทั่งกลับมาทำงานในเต็นท์รถ พร้อมอ้างว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าของเต็นท์รถ ล่าสุดมีผู้เสียหายร้องเรียนว่าถูกโกงนั้น (อ่าน : “เจ๊ลายดอก” เต็นท์ฉาวคัมแบ็ก สาวแฉถูกฮุบเงินจองหลักหมื่น – เจ้าตัวโต้ส่งเช็กสภาพ ถึงส่งมอบ) วันที่ 21 พ.ค. 62 ผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า วันที่ 20 ธ.ค.61 ตนกับครอบครัวไปดูรถที่เต็นท์มือสอง พบกับนายกี้ พนักงานในร้าน น้องชายของเจ๊ลายดอก โดยตนนำรถโตโยต้า แคมรี่ มาเทิร์นได้ในราคา 120,000 บาท และตนเลือกรถในเต็นท์เป็นอีซูซุ มิว เซเว่น ราคาประมาณ 400,000 บาท จึงทำเรื่องมัดจำ 5,000 บาท และรอไฟแนนซ์ผ่าน จนถึงวันนัดรับรถ เต็นท์รถก็บอกว่ารถรุ่นอีซูซุ มิว เซเว่น ได้ขายไปแล้ว […]

แม่กุหลาบขำกร้าก โต้เขย – ลูก ยันไม่เคยสร้างหนี้ ช้ำใจสูญ 50 ล้าน ลั่นไม่กลัวคุกถ้าลูกฟ้อง (คลิป)

จากกรณีที่นางกุหลาบ พุ่มทอง หรือ เป๊ะ ได้มีการร้องเรียนผ่านอมรินทร์ทีวี เหตุถูกน.ส.ตุ๊กตา ลูกสาวคนโต กับลูกเขยยึดสมบัติ และกิจการปั๊มน้ำมัน มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท รวมที่ดินอีกหลายที่ ต่อมานายตี๋ (สงวนชื่อ-นามสกุล) ลูกเขยของนางกุหลาบ และเป็นสามีของน.ส.ตุ๊กตา ได้ออกมาตอบโต้กลับว่าไม่เป็นความจริงนั้น (อ่าน : ลูกและเขยโต้ฮุบมรดกแม่ 50 ล้าน แฉกลับแม่ก่อหนี้ต้องเคลียร์ให้ ขู่ฟ้องถ้ายังใส่ร้าย) วันที่ 17 พ.ค. 62 นางกุหลาบ พุ่มทอง ผู้ร้องเรียน กล่าวถึงประเด็นที่นายตี๋ ลูกเขย ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าตนเป็นหนี้ทั้งในและนอกระบบกว่า 30 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าไม่เคยเป็นหนี้ แต่ลูกเขยโกหก หากลูกเขยให้ข้อมูลเช่นนี้ก็จะตกนรก และสามีตนก็ไม่เคยเป็นหนี้ใคร แล้วจะมาช่วยเหลือตามคำกล่าวอ้างได้อย่างไร จากนั้น นางกุหลาบก็ขำออกมาทันที นางกุหลาบ กล่าวว่า ประเด็นที่ลูกเขยอ้างว่าที่ดินบางแปลง สามีตนต้องผ่อนเงินธนาคารเดือนละ 22,000 บาท แต่เมื่อสามีตาย ลูกเขยต้องแบกรับผ่อนต่อจนกระทั่งกรรมสิทธิ์กลายมาเป็นของลูกเขยนั้น ตนไม่ทราบเรื่องนี้ และสงสัยว่าทำไมลูกเขยถึงไม่เคยบอก ส่วนการช่วยเหลือฝ่ายลูกสาว […]

เปิดโปงขบวนการโกงเอนทรานซ์ในสหรัฐฯ พบค่าจ้างหัวละ 80 ล้าน

อัยการรัฐแคลิฟอร์เนียกำลังสืบสวนขบวนการทุจริตการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่อาจจะใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมา หลังพบว่ามีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายสูงถึง 25 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 790 ล้านบาท  โดยผู้ก่อเหตุเป็นสถาบันกวดวิชารับเงินจ้างจากพ่อแม่ผู้ปกครองระดับมหาเศรษฐี เพื่อช่วยให้ลูกของพวกเขาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังได้ โดยพบว่าสนนราคาค่าจ้างต่อหัวสูงเกือบ 80 ล้านบาท ในการขึ้นให้การต่อศาล ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตนเองเปิดสถาบันกวดวิชาบังหน้า แต่เบื้องหลัง คือการรับเงินจากพ่อแม่เด็กเพื่อช่วยให้ลูกของพวกเขาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดัง ๆ ได้ ลูกค้าที่เคยใช้บริการมีทั้งนักธุรกิจ มหาเศรษฐีและนักแสดงฮอลลีวูด โดยค่าใช้จ่ายต่อนักเรียน 1 คน ตกอยู่ราว 3 ล้าน – 80 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับความยากในการดำเนินการ สำหรับวิธีที่ใช้ มีทั้งการติดสินบนโค้ชสอนกีฬา จ้างคนสอบแทน ไปจนถึงการปลอมประวัติเพื่อให้ได้โควต้าในมหาวิทยาลัย หลังผู้ต้องหารับสารภาพ ตำรวจยังขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย มีทั้งโค้ชที่รับสินบน 13 คน และผู้ปกครองอีก 33 คนในข้อหาทุจริต โดยทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เปิดใจพ่อสาวตุ๋นสั่งทำกระยาสารท 2 ตัน เหยื่อตามถึงบ้าน ติดต่อลูกไม่ได้ ยอมให้แจ้งความจับ

กรณีชาวบ้านใน จ.นครราชสีมา ถูกมิจฉาชีพหลอกให้ผลิตกระยาสารทส่งตามออร์เดอร์ จำนวน 2,000 กิโลกรัม เพื่อนำไปจำหน่ายเป็นของฝาก ส่งตามร้านค้าทั่วประเทศ โดยอ้างว่า น.ส.แหม่ม เป็นผู้หลอกลวงนั้น (อ่าน : สาวเปิดใจ ถูกแก๊งสั่งทำกระยาสารท 2 ตัน เครียดจนอยากตาย สูญ 9 แสน) ล่าสุด วันที่ 5 มี.ค. 62 นายประสาน เทียนประชา อายุ 50 ปี พ่อของน.ส.แหม่ม ผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ตนได้พบกับลูกสาวครั้งสุดท้ายเมื่อวันตรุษจีน โดยแหม่มกลับมาที่บ้านกับแฟน แต่ก็ไม่มีอะไรผิดสังเกต ยังคงพูดคุยกับที่บ้านตามปกติ และไม่ได้พูดถึงเรื่องการทำธุรกิจขายของ ส่วนตัวไม่ค่อยได้สนิทกับแหม่มนัก เพราะแหม่มแต่งงานและออกไปอยู่กับแฟนคนเก่า ตั้งแต่อายุ 15 ปีแล้ว โดยมีลูกชาย 1 คน ก่อนที่จะเลิกรากับแฟนเก่า และย้ายไปอยู่กับแฟนคนใหม่ โดยที่ผ่านมาแหม่มบอกว่า ไปทำงานกับแฟนที่บริษัท ที่ จ.สมุทรปราการ ตนเองก็ไม่ได้เอะใจ กระทั่งมีคนมาถามหาแหม่มที่บ้าน โดยบอกว่าแหม่มไปโกงเงินของเขาจำนวนมาก […]

เหยื่อเป็นร้อย! เปิดใจ บ่าวสาว สุดช้ำร้านวิวาห์หลอกขายแพ็กเกจถูก แต่กลับสูญนับแสน (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้ร้องเรียนผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อดังว่า ถูกร้านวิวาห์แห่งหนึ่งฉ้อโกงด้วยวิธีการต่างๆ นานา ทั้ง ไม่ยอมคืนเงินค่ามัดจำชุด ไม่ยอมจัดงานให้ทั้งที่จ่ายเงินไปแล้ว กระทั่งผู้เสียหายต้องออกมารวมตัวกันเพื่อทวงถาม แต่เมื่อไปถึงที่ร้าน กลับไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายกว่า 300 คน มูลค่าความเสียหายคาดว่าหลายสิบล้านบาทนั้น (อ่าน : เปิดใจเหยื่อร้านวิวาห์แสบ หลอกขายแพ็กเกจแต่งงาน สูญเงินนับแสน เผยผู้เสียหายกว่า 300 ราย) วันที่ 12 พ.ย. 61 ผู้เสียหายรวมตัวกันกว่า 30 คน เดินทางมาที่ร้านอาหารย่านรามอินทรา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมารับเรื่องจากผู้เสียหายครั้งนี้ ก่อนจะนัดหมายไปยื่นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พรุ่งนี้ (13 พ.ย 61) เวลา 13.00 น. ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายดำรงค์ศักดิ์ ศรีฟ้า หรือ พลาย ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนแต่งงาน เมื่อ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา  และเป็นผู้เสียหาย ซื้อแพ็กเกจเช่าชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง, ถ่ายพรีเวดดิ้ง, […]

แบบนี้ก็ได้เหรอ!? สาวปากระป๋องได้รางวัล แต่แม่ค้าหาว่าโกง ทำให้ดูใหม่…ก็ยังไม่เชื่อ

กลายเป็นคลิปที่ได้รับความสนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sunruktai Sinmankungsup ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์แม่ค้าร้านปากระป๋องแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ เกิดมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับลูกค้าสาว เนื่องจากทางลูกค้าสามารถปากระป๋องได้ แต่กลับถูกหาว่าโกง เพราะใช้วิธีปาแบบดันไปข้างหน้า ซึ่งแม้ทางลูกค้ายืนยันว่าไม่ได้ดัน และทำการปาให้ดูใหม่ แต่ฝั่งแม่ค้ากลับไม่เชื่อ และผลักลูกค้าสาวกระเด็น จนผู้คนรอบข้างต้องเข้ามาห้ามปรามไว้ อย่างไรก็จากตาม จากการตรวจสอบพบว่าคลิปดังกล่าวมีผู้เขาชมไปกว่า 1 ล้านครั้ง และแชร์ออกไปอีกหลายหมื่น รวมถึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความผิดของแม่ค้าที่ทำมาหากินไม่สุจริต และยังของให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ เพราะถือว่าเป็นร้านผิดกฎหมายเข้าข่ายมอมเมาเยาวชน และทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทำไมจึงยังเปิดได้อยู่

วงจรปิด! นาทีพนักงานหยิบแบงก์พัน ลูกค้างงได้ทอนไม่ครบ – ซีพี แจง หากพบผิดไล่ออกทันที (คลิป)

วันที่ 23 ก.ย. 61 เพจเฟซบุ๊ก บิ๊กเกรียน โพสต์คลิปวิดีโอ บันทึกเหตุการณ์ภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ใน จ.พัทลุง โดยระบุข้อความว่า “#อย่าเอาเป็นเยี่ยง #โกงคนแก่ #กล้องจับคาตา ****คาหนังคาเขา*** FC ส่งเรื่องมาบอกว่า “น้าของเพื่อนไปซื้อของ ยื่นธนบัตรใบละ1000บาทเพื่อจ่ายค่าสินค้าแต่พนักงานร้านสะดวกซื้อบอกว่าให้แบงค์100บาท โต้เถียงกันอยู่พักหนึ่ง เลยขอให้เปิดกล้อง” โป๊ะเชะ!!! ***ท่านผู้ชมจับตาดูภาพ คุณป้าเสื้อน้ำตาลสวมแว่นกับพนักงานเก็บเงิน จะเห็นกันชัดๆทั้งประเทศ พฤติกรรมเยี่ยงนี้ อย่าเอาอย่างกันนะคับ ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” จากคลิปวิดีโอ บันทึกเหตุการณ์ช่วงที่พนักงานร้าน รับธบัตรฉบับละ 1,000 บาท จากลูกค้าหญิงสูงวัย และนำธนบัตรใส่ไว้บริเวณใต้ลิ้นชักที่เก็บเงิน จากนั้นหยิบเงินทอนให้ลูกค้า โดยอ้างว่าลูกค้าชำระเงินด้วยธนบัตรฉบับละ 100 บาท และทอนเงินให้ไม่ครบ จากนั้นจึงมีการเจรจากันอยู่สักระยะหนึ่ง ลล่าสุด บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด ได้ออกจดหมายชี้แจง 2 ฉบับ  โดยฉบับแรก ระบุว่า “คำชี้แจง กรณีพนักงานมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ตามที่มีคลิปจากกล้องวงจรปิดได้เผยแพร่ภาพที่มีพนักงานคนหนึ่งของร้านเซเว่น […]

แถลงข่าวโต้ไม่ช่วย? ‘เอิร์ก เลเดอเรอร์’ เละคาโซเชียล เพจแฉซ้ำขนาดนามสกุลยังปลอม

ในช่วงเย็นวานนี้ 17 ก.ย. 2561 “เอิร์ก เลเดอเรอร์” ตั้งโต๊ะแถลงเคลียร์ทุกประเด็นดราม่าโยงมีส่วนทำ “เก๋ กันยกร” นางแบบสาวฆ่าตัวตาย โดยเอิร์กเคลียร์ทีละเปราะ เริ่มที่การไปร่วมงานศพเก๋ เอิร์กชี้แจงว่าไปวันแรกเพื่อรดน้ำศพ แต่ไม่ไปงานสวดศพของเก๋ในวันที่ 3 และ 4 นั้น เนื่องจากตนโดนขู่ แต่ไม่ขอระบุว่าใคร ส่วนความสัมพันธ์ไม่ได้แตกหักอย่างที่ลือๆ กัน เพราะตนกับเก๋คุยกันทุกวันพร้อมงัดแชทไลน์โชว์เป็นหลักฐาน จากนั้นเอิร์กเคลียร์ต่อถึงปมสำคัญ เงิน 14 ล้าน เอิร์กแจงว่า มาจากการที่ทำธุรกิจร่วมกัน มีเหตุผลหลายอย่างที่หุ้นส่วนอยากแยก ทำให้ครอบครัวใหม่ของเก๋มาถือหุ้นแทนเอิร์ก แล้วมาบอกว่าเงินหาย 14 ล้าน ยืนยันว่าชีวิตนี้ไม่เคยโกงใคร เอิร์กยอมเซ็นเป็นหนี้แทนเก๋ เก๋เป็นสะใภ้บ้านนั้น อยากทำให้เก๋มีความสุขที่สุด ยืนยันไม่โกงเงินเก๋ ซึ่งตนเองยอมเป็นหนี้แทนด้วย เชื่อเก๋ไม่ได้ฆ่าตัวตายเพราะตนเองแน่นอน นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ว่าขายบ้านเก๋แล้วนำเงินไปใช้นั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของตน ซึ่งเก๋มาพักอาศัยอยู่ สำหรับประเด็นดราม่ามาแรงล่าสุด เอิร์กยืนยันไม่ได้สนิทสนมกับ พ. คู่หมั้นเก๋ และไม่ใช่คนแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน ส่วนสาเหตุที่ พ. ไม่มางานศพเก๋ ตนไม่ทราบถึงเหตุผล ซึ่งหลังจากเปิดใจกับสื่อมวลชนเรียบร้อย เอิร์ก […]

เปิดใจ เจ้าหนี้พ่นสเปรย์ “โกง” หวังตบถ้าเจอ – ลูกชาย เศร้าแม่เป็นหนี้ 3 พัน ช่วยไม่ได้ จ่อนัดคืน (คลิป)

จากกรณีที่โซเชียลแชร์คลิปวิดีโอพร้อม #ทวงหนี้2018 ในวิดีโอที่เผยแพร่เป็นภาพของแก๊งเจ้าหนี้เข้าไปทวงหนี้ลูกหนี้หน้าบ้านหลังหนึ่ง ก่อนจะมีการพ่นสเปย์สีดำลงบนพื้นและรั้วบ้าน เป็นคำว่า “โกง” พร้อมทั้งปาของเข้าไปในบ้าน จนกลายเป็นกระแสงวิพากษ์วิจารณ์ที่มองว่า ลักษณะการทวฃหนี้แลบนี้ไม่เหมาะสมและดูไม่เกรงกลัวกฎหมายแต่อย่างใด วันที่ 9 ส.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ หมู่บ้านบัวทอง ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง นนทบุรี เป็นบ้านหลังที่เกิดเหตุตามที่ปรากฎในคลิป บริเวณพื้นหน้าบ้านหลังดังกล่าว ที่ถูกพ่นสเปย์สีดำเป็นคำว่า “โกง” พบว่ายังคงมีรอยของการพ่นสเปย์สีดำอยู่ แต่จางลงเนื่องจากมีร่องรอยการขัดถูเพื่อลบรอยสเปย์ดังกล่าวนี้ ส่วนรั้วหน้าบ้านที่ถูกพ่นสเปย์สีดำนั้น ในวันนี้ได้มีการทาสีส้มทับรอยข้อความที่พ่นสเปย์แล้ว และสังเกตุเห็นว่ามีคราบสีน้ำตาลติดอยู่ที่บริเวณผนังหน้าบ้านชั้นล่าง ซึ่งเป็นรอยคราบของเลือดหมู ที่คู่กรณีปาเข้าไปในบ้าน ด้าน น้องเค (นามสมมติ) ลูกชายของคริส เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ยาย (แม่ของคริส) อยู่บ้านเพียงลำพัง ตนไปเรียนหนังสือ และแม่ไปทำงาน หลังจากตนเลิกเรียนเมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบกับรอยสเปย์สีดำที่ถูกพ่นไว้บริเวณพื้นหน้าบ้านและรั้วบ้าน รู้สึกช็อกและตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งได้นั่งพูดคุยกับยายและแม่ ยายของตนเล่าทั้งน้ำตาให้ฟัง ว่าวันเกิดเหตุแก๊งทวงหนี้มากันทั้งหมด 4 คน มาตะโกนเพื่อขอคุยกับแม่แต่แม่ของตนไม่อยู่ในบ้าน เมื่อไม่สามารถเจรจาได้จึงลงมือพ่นสเปย์คำว่าโกง […]

เหยื่อแฉโจรออนไลน์ ติดสุดยอดระดับประเทศ จับไต๋ได้รับโกงจริง เตือนใช้ของถูกล่อใจ (คลิป)

จากกรณีที่โลกโซเชียลโพสต์ข้อความ ถึงพฤติกรรมและประวัติของมิจฉาชีพรายหนึ่ง ที่ใช้วิธีการหลอกขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ โดยเมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้า แล้วโอนเงินเข้าบัญชีมิจฉาชีพ จากนั้นมิจฉาชีพรายนี้ จะตัดทุกช่องทางการติดต่อกับลูกค้าทันที โดยไม่มีการส่งสินค้าจริง ทั้งนี้ เพื่อประกาศตามหาตัวมิจฉาชีพรายนี้ และเตือนภัยไม่ให้มีคนต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำอีก โดยล่าสุดวันนี้ (6 เม.ย.) ตำรวจสามารถจับกุมไว้ได้แล้ว พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงจับกุมนายธนาวรรธน์ วงศ์เจริญศิริ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกง หลังตกเป็น 1 ใน 10 อันดับ ที่โลกโซเชียลต้องการตัวมากที่สุดในขณะนี้ โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่ คอนโดฯ ย่านเพชรเกษม ซอย 98 เขตบางแค พ.ต.อ.พรศักดิ์ ระบุว่า นายธนาวรรธน์ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกง ในพื้นที่กรุงเทพฯ, ราชบุรี, สุโขทัย, ภูเก็ต รวม 8 หมาย ซิ่งผู้ต้องหารายดังกล่าว ได้นำภาพตู้เย็น และตู้แช่ขนาดใหญ่ จากเว็บไซต์ต่างประเทศ มาโพสต์ขายในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก […]

กรณ์ เผย ไม่มี ‘นักการเมือง’ ก็โกงได้ ซ้าร้ายอาจน่ากลัวกว่า เพราะไม่มี ‘ฝ่ายค้าน’

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Korn Chatikavanij โดยกล่าวถึงปัญหาการทุจริตในระบบราชการทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับวัด โรงเรียน คนจน ผู้ป่วยเอดส์ ฯลฯ ซึ่งมีบางกรณีที่พบการทุจริตเปอร์เซ็นต์สูงถึง 80% ก่อนจะระบุว่า…ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า ‘ไม่มีนักการเมือง’ ก็โกงได้ (และอาจจะน่ากลัวกว่า เพราะไม่มีฝ่ายค้านคอยจับผิด) นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังอธิบายในโพสต์ดังกล่าวอีกว่า… ผมเห็นว่าการช่วยเหลือประชาชนยังจำเป็น แต่จากนี้ไปเราต้องพยายามช่วยโดยตรง ไม่ให้ผ่านมือข้าราชการ ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าข้าราชการไม่ดีหมด แต่ในทุกวงการ เมื่อมีเงินผ่านมือ ‘คนกลาง’ เมื่อไร เป็นยุ่งทุกที ที่บ้านผมจะโดนภรรยาดุเสมอทุกๆครั้งที่ผมวางเงินสดหรือกระเป๋าตังค์ไว้ที่โน่นที่นั่น ภรรยาผมจะพูดว่าเราไม่ควรไป ‘ยั่ว’ ให้เด็กที่บ้านต้องมีกิเลส เพราะโดยธรรมชาติคนส่วนใหญ่ไม่ขี้ขโมย แต่ทุกคนมีความอ่อนไหวและความต้องการ ดังนั้นอย่าไปเปิดช่องให้คนดีกลายเป็นโจร แม้ในสมัยที่เราเป็นรัฐบาลเราพยายามใช้หลักการนี้มาตลอด เช่น การช่วยเหลือชาวนาเราใช้ ‘ประกันรายได้’ โอนเงิน ‘ส่วนต่าง’ ตรงเข้าบัญชีชาวนา ไม่ผ่านมือใคร หรือตอนเราช่วยผู้มีรายได้น้อย เราทำ ‘เช็คช่วยชาติ’ โอนตรงให้ผู้รับเงิน ไม่ต้องผ่านหน่วยราชการ หรือแม้แต่เรียนฟรี […]

แฉ! ศูนย์จัดหาแม่บ้าน-พี่เลี้ยง ไร้คุณภาพ ค้างค่าจ้างแถมเบี้ยวเงินประกัน

เตือนภัยสำหรับครอบครัวที่ต้องการแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงดูแลคนชราที่บ้าน กับกรณีของ คุณฝน ที่ได้เข้าใช้บริการศูนย์ดูแลคนชราแห่งหนึ่ง มีนามบัตรและการจดทะเบียนบริษัทถูกต้อง เพืื่อจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลคุณยายอายุ 92 ปี เพราะทุกคนในครอบครัวต้องออกไปทำงานกันทุกคน โดยจ่ายมัดจำไป 14,000 บาท และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ เช่นค่ารถและค่านายหน้า ทั้งนี้พี่เลี้ยงคนแรกทำงานไม่น่าประทับใจ ไม่รักษาความสะอาด ด่าทอคุณยาย ทำงานได้ 7 วันจึงขอเปลี่ยนคน โดยตามสัญญาสามารถเปลี่ยนได้ 3 ครั้ง โดยคนที่ 2 เป็นคนต่างด้าวไม่ได้จดทะเบียน ทำงานได้ประมาณ 5 เดือน คุณฝนก็ทำเรื่องขออนุญาตทำงานในประเทศไทยให้โดยศูนย์บริการคนชราไม่เข้ามาช่วยเหลือ หรือดำเนินการในส่วนนี้เลย แต่พี่เลี้ยงคนนี้ต้องเดินทางกลับประเทศเนื่องจากเหตุผลจำเป็น เลยได้เปลี่ยนพี่เลี้ยงอีกครั้ง ซึ่งคนที่ 3 มาทำงานแทนเป็นเวลา 7 วัน แต่ก็ดูแลได้ไม่ดีเพราะเป็นแม่บ้านไม่ได้รับการอบรมเรื่องดูแลคนชรามา ก่อนจะได้พี่เลี้ยงคนที่ 4 และยกเลิกสัญญากันไป เมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างจะขอเงินมัดจำจำนวน 14,000 บาทคืน ทางบริษัทก็อิดออดไม่ยอมคืนให้ ตรวจสอบว่าทางพี่เลี้ยงของตน และพี่เลี้ยงคนอื่นๆ ที่บริษัทนี้เป็นนายหน้าจัดหางาน ก็ถูกค้างค่าจ้างอยู่เป็นจำนวนหนึ่ง รวมถึงพี่เลี้ยงคนสุดท้ายของคุณฝนเองก็ไม่ได้รับค่าจ้างเช่่นกัน จึงอยากออกมาเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวเพื่อไม่ให้ทางบริษัทดังกล่าวกระทำการเช่นนี้อีก ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า เป็นกรณีผิดสัญญาว่าจ้าง […]

ดูสักนิด! ขนส่งฯ แนะเลี่ยงเรียกแท็กซี่หมดอายุ สังเกตหมวดทะเบียนก่อนใช้บริการ

กรมการขนส่งทางบก แนะนำประชาชน หลีกเลี่ยงการใช้บริการรถแท็กซี่หมดอายุการใช้งานเพื่อความปลอดภัย สังเกตที่สภาพรถและทะเบียนรถโดยหมวด ทว และหมวด มฉ จะทยอยครบอายุการใช้งานภายในปีนี้ วันที่ 12 ก.พ.61 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้จัดผู้ตรวจการขนส่งลงพื้นที่เข้มงวดจับกุมผู้ฝ่าฝืนนำรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนครบ 9 ปี ซึ่งครบอายุการใช้งานตามกฎหมายแล้วมารับส่งผู้โดยสาร โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานครเขตปริมณฑล เช่น รังสิต ปทุมธานี นนทบุรี เพื่อจับกุมและป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตามกฎหมายกำหนดอายุการใช้งานของรถแท็กซี่มีระยะเวลาไม่เกิน 9 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก เพื่อให้สภาพรถมีความมั่นคงแข็งแรงพร้อมนำมาให้บริการประชาชนอย่างความปลอดภัย แต่พบว่ามีรถแท็กซี่บางส่วนที่ครบอายุการใช้งานแล้วแต่ยังไม่ดำเนินการแจ้งระงับหรือแจ้งเปลี่ยนประเภทรถ ซึ่งผู้ขับรถแท็กซี่ที่นำรถที่สิ้นอายุการใช้งานมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารจะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และต้องปลดป้ายทะเทียนออกทันที และหากนำรถที่แจ้งเปลี่ยนประเภทเป็นรถส่วนบุคคลแล้วมาลักลอบรับส่งผู้โดยสารจะมีความผิดตามมาตรา 21 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิและเพิ่มความมั่นใจความปลอดภัยในการใช้บริการแท็กซี่ ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบก แนะนำประชาชน สังเกตรถแท็กซี่ก่อนเลือกใช้บริการ สภาพรถภายนอกต้องมั่นคงแข็งแรง หมวดอักษรบนแผ่นป้ายทะเบียนกรณีเป็นรถแท็กซี่นิติบุคคลที่สังกัดสหกรณ์ หรือบริษัทต่างๆ จะขึ้นต้นด้วยหมวด “ท” โดยหมวดที่ยังอยู่ในช่วงอายุการใช้งาน […]

แค่ปรับ!? ขนส่งฯ ลุยจับแท็กซี่เหมาหัวราคาโหดทางเดียวกันไปด้วยกัน

จากกรณีมีผู้ร้องเรียนผ่านเฟซบุ๊ก “แหม่มโพธิ์ดำ” ข้อความระบุว่า ผู้โดยสารได้ใช้บริการของรถแท็กซี่ที่สถานีขนส่งหมอชิต และได้มีผู้ขับรถแท็กซี่เรียกรับผู้โดยสาร โดยการเก็บค่าโดยสารเป็นรายหัวคนละ 350 บาท โดยที่ไม่ใช้มาตรมิเตอร์นั้น เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2561 เวลา 17.00 น. กรมการขนส่งทางบก ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ บขส.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อและเจ้าหน้าที่ทหารจาก ร้อย ร.รส.ร 9 พัน 2 ทั้งนี้จาการสุ่มล่อซื้อจับกุมแท็กซี่ที่ถือโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสารในครั้งนี้ ได้จับกุมผู้ขับรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทว-9323 กทม. ในขณะว่าจ้างเพื่อโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิตไปส่งที่บางนา ซึ่งผู้ขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว ได้เรียกค่าโดยสารเป็นเงินจำนวน 550 บาท โดยไม่ใช้มาตรมิเตอร์ กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการดังนี้ 1. แจ้งข้อกล่าวหา ตามพ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 5(2) ฐานไม่ใช้มาตรมิเตอร์ ปรับไม่เกิน 1,000บาท ได้ออกคำสั่งผู้ตรวจการให้มาชำระค่าปรับ ทั้งนี้จากการเข้าตรวจสอบรถแท็กซี่คันอื่นๆ ที่จอดอยู่บริเวณใต้ทางด่วนด้านหลังสถานีขนส่งหมอชิต พบรถแท็กซี่หมดอายุแล้ว จำนวน 3 คัน ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ดังนี้ 1. […]

รวบแล้ว! ‘ไอ้กว้าง’ แก๊งควาย ตระเวนหลอกเหยื่อเล่นพนันกำถั่วสูญเงินกว่า 5 ล้าน

กองบังคับการปราบปราม จับกุมตัว “ไอ้กว้าง” 1 ใน 4 แก๊งควาย หลอกผู้เสียหายซึ่งเป็นคนมีฐานะดี ลงทุนทำธุรกิจก่อนชักชวนเล่นพนันกำถั่วจนหมดตัว เป็นหนี้หลายล้านบาท เมื่อวันที่ 5 ม.ค.61 ตำรวจกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม จับกุมตัว นายสมชาย อินทวงศ์ หรือ กว้าง อายุ 50 ปี 1 ในผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ หรือแก๊งควายหลอกเหยื่อเล่นพนันจนเสียทรัพย์สินจำนวนมากในพื้นที่ภาคใต้ ขณะที่กำลังขับรถยนต์เก๋ง มาสด้า 3 สีดำ ผ่านด่านห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยในรถมีแฟนสาวนั่งมาด้วย ก่อนนำตัวไปทำบันทึกจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งนายสมชายถือเป็นผู้ต้องหารายสุดท้ายของขบวนการนี้ ก่อหน้านี้มีผู้เสียหายเป็นสาวใหญ่เข้าแจ้งความกับตำรวจ ว่าถูกนายสมชายและพวก หลอกลวงและชักชวนให้เล่นการพนันกำถั่วจนเสียเงินไป 3.1 ล้านบาท และยังติดหนี้พนันอีกกว่า 2 ล้านบาท ตำรวจจึงทำการสืบสวน จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้เข้าพักภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง บนถนนเส้นมุดดอกขาว – สนามบินสายเก่า ต.เทพกระษัตรี […]

แชร์ลูกโซ่โผล่อีก! ท้าวเตรียมเชิดเงิน 2 ล้าน ประกาศขายบ้านหนี

ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทยพร้อมผู้เสียหายแชร์ออนไลน์บ้านสตาร์ฟี่ เดินทางเข้าร้อง ต่อ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เพื่อให้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินไว้ก่อน วันที่ 27 ธ.ค.60 นาย สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมผู้เสียหายแชร์ออนไลน์บ้านสตาร์ฟี่ นำข้อมูลบ้านของท้าวแชร์ ที่กำลังประกาศขายในเฟซบุ๊กส่วนตัว มามอบให้กับพลตำรวจตรี ธีรพงศ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ผ่านทางพ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เพื่อให้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินท้าวแชร์ไว้ก่อน เนื่องจากเกรงว่าท้าวแชร์ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาจะโอนย้ายหรือขายทรัพย์เตรียมจะหลบหนี รวมถึงเข้ามาสอบถามความคืบหน้าของคดีหลังผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ในคดีฉ้อโกง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งล่วงเลยมาเกือบ 1 เดือนแล้ว นางสาวนก นามสมมุติ ผู็เสียหาย เล่าว่า ตนเล่นแชร์ออนไลน์กับบ้านสตาร์ฟี่มานานกว่า 2 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ลูกแชร์มีได้รับเงินช้าบ้างแต่ไม่เคยมีปัญหาอะไร ตนลงเล่นแชร์ทอง 1 วง และ แชร์เงินต้น 1 แสนบาท 3 วง โดยตนต้องส่งแชร์รวมเป็นเงินประมาณ 3 หมื่นบาท ทุก 20 วัน […]

สาวแบงก์สุดสวย แฉนาทีตลบหลัง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำโจรเงิบ ห่วงคนแก่เป็นเหยื่อ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “NaNa Nana Knc” พนักงานสาวธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ไลฟ์สด ขณะพูดคุยกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผ่านโทรศัพท์ โดยพนักงานธนาคารสาว แฉเหลี่ยมโจร ของแก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้โอนเงิน ด้วยการพูดคุยขอเลขที่บัญชีธนาคาร ถามชื่อนามสกุล และจดเลขบัญชีของคนร้าย เอาไว้ ก่อนเปิดโปง ว่านี่คือการไลฟ์สด ทำให้มีผู้ติดตาม และเข้ามาดูกว่า 6 แสนคน ล่าสุด วันนี้(30 พ.ย.60) ทีมข่าวพบกับ นางสาวมารีนา แสงฉาย หญิงสาวไลฟ์สด เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา มีแก๊งคอลเซนเตอร์โทรศัพท์มาบอกว่า ตนไปกู้เงินกับธนาคารแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ โดยตนมั่นใจว่าไม่เคยไปกู้เงิน จึงพยายามหลอกถามข้อมูล โดยแก๊งคอลเซนเตอร์ ได้มีการกล่าวอ้างอีกว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นางสาวมารีนา จึงยอมทำตามที่แก๊งคอลเซนเตอร์ ระหว่างนั้นสังเกตว่า คำพูดของแก๊งดังกล่าวน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก ตนพยายามพูดคุยกับแก๊งคอลเซนเตอร์ กว่า 1 ชั่วโมง จึงได้ขอเลขบัญชี และแกล้งทำเป็นร้องไห้ เมื่อทางแก๊งคอลเซนเตอร์เห็นว่าตนตกหลุมพราง จึงออกอุบายให้ไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็ม บอกให้กดออกมาจนหมดบัญชี และส่งไปให้ทางแก๊งคอลเซนเตอร์ตรวจสอบ […]

ถูกหลอกเพราะไว้ใจ! ทนายชวนลงทุนร่วมประกันตัวผู้ต้องหา เสียหายหลายสิบล้าน

ชาวบ้านจาก จ.ลพบุรี ความเดือดร้อน ถูกหลอกจากชายคนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นทนายความและยังเป็นเครือญาติ หรือคนรู้จักที่สนิทสนม บางคนที่ถูกหลอกนับถือกันเป็นแม่บุญธรรม เข้ามาหลอกให้นำเงินไปลงทุนในการรับประกันตัวผู้ต้องหาตามศาล บอกว่าจะได้ผลตอบแทนร้อยละ 7-8 บาท ซึ่งผู้ที่ถูกหลอกก็หลงเชื่อเนื่องจากเห็นว่าเป็นคนรู้จักที่สนิท อีกทั้งยังมีอาชีพที่น่าเชื่อถือจึงเริ่มลงทุนด้วย จากการลงทุนไม่กี่หมื่นบาทแต่ถูกหลอกและโน้มน้าวให้ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเสียหายกันคนละหลักหลายแสนบาท บางคนก็หลักล้านบาท เสียหายรวมกันกว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่คดีความกลับไม่คืบหน้า ชายคนนี้ก็ยังรับประกันตัวตามศาลต่อไปเรื่อยๆ กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าไปร้องเรียนที่ศูนยดำรงธรรมตั้งแต่ปี 2558 ทั้งไปร้องเรียนที่ดีเอสไอ หรือแม้กระทั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ทุกอย่างก็ยังเงียบหาย ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ชายคนนี้มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ทั้งนี้เชื่อว่าทำเป็นกระบวนการ เพราะการทำอาชีพนายหน้ารับประกันตัวผู้ต้องหาหรือรับประกันอิสรภาพนั้น ต้องมีการขึ้นทะเบียนเป็นกิจจะลักษณะกับศาล ซึ่งตอนนี้ผู้ต้องหาก็ยังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง และติดต่อศาลอื่นๆ อีก ทั้งนี้จากตรวจสอบเอกสารที่กลุ่มผู้เสียหายได้ดำเนินคดีไปนั้น พบว่าพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนให้อัยการจ.ลพบุรีแล้วตั้งแต่ปี 2559 อยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าสำนวนคดีนี้ มีการสรุปทำความเห็นของอัยการแล้วหรือไม่ เพื่อจะได้นำตัวผู้ต้องหาฟ้องต่อศาล เพราะคดีล่วงมากว่า 2 ปีแล้ว หรือให้บันทึกประจำวันไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เนื่องจากปปง.มีอำนาจยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาได้ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. […]

keyboard_arrow_up