เปิดโพสต์สุดท้าย แหม่มโพธิ์ดำ ก่อน ‘ปิดเพจชั่วคราว’ เผยขอพักกายพักใจ ก่อนกลับมาเมื่อพร้อม

เชื่อว่าหลายคนอาจมีความสงสัยว่า เพจชื่อดังอย่าง แหม่มโพธิ์ดำ นั้นทำไมจู่ถึงหายไปจากหน้าฟีดเฟซบุ๊ก หรือจะเกิดอะไรขึ้นกรณีเดียวกับเพจแซวการเมืองก่อนหน้านี้ที่หายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุหรือไม่ จากการตรวจสอบล่าสุด พบว่าในกลุ่ม สหายโพธิ์ดำ หนึ่งในกลุ่มแฟนคลับของเพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้มีผู้นำโพสต์สุดท้ายของเพจแหม่มโพธิ์ดำมาชี้แจงถึงกรณีที่เพจดังกล่าวหายไป โดยมีเนื้อหาระบุว่า เป็นการปิดเพจชั่วคราวเพื่อพักผ่อนร่างกายและจิตใจของผู้ทำเพจ รวมทั้งทีมงานคนอื่นๆ ที่ผ่านเรื่องราวการทำงานต่างๆ มากมาย และจะกลับมาใหม่เมื่อพร้อม ทั้งยังบอกด้วยว่าปีนี้จะทำเพจให้มีเหตุผลมากขึ้น อ่อนโยนขึ้น แต่ตอนนี้ขอพักเคลียร์สมองให้ปลอดโปร่งก่อน

หญิงสาวผวา หนุ่มแชทมาจีบ ขู่ รุมโทรม – ฆ่า ถ้าไม่ยอมเสียตัว

จากกรณีที่มีหญิงสาวคนหนึ่ง เข้าร้องเรียนเพจ แหม่มโพธิ์ดำ โดยโพสต์ภาพ การสนทนาพร้อมเขียนข้อความ ระบุว่า “ช่วยด้วยค่ะ แจ้งตำรวจเลยได้ไหม กูจะหนีออกจากระยองให้เร็วที่สุด” โดยข้อความแชท ฝ่ายชายพูดจา ในลักษณะขอเป็นแฟนและขอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง กับหญิงสาวรายดังกล่าว แต่ถูกฝ่ายหญิงปฎิเสธ ทำให้ฝ่ายชายไม่พอใจและข่มขู่ว่า จะพาเพื่อนมารุมข่มขืน แล้วฆ่า และหลังจากฆ่าตายแล้วจะจัดงานศพให้อย่างดี ทำให้หญิงสาวเกิดความหวาดกลัว จึงได้ส่งภาพ และข้อความ ดังกล่าว มาขอความช่วยเหลือ      

เพจดังแฉ ‘พ่อค้าหัวใส’ โพสต์ขาย ‘อวัยวะเพศเสือดาวตัวเมีย’ อ้างสรรพคุณฟิตกระชับยันหน้าขาวใส

อีกหนึ่งประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง แหม่มโพธิ์ดำ ได้เผยภาพที่แคปหน้าจอของพ่อค้าออนไลน์รายหนึ่งที่โพสต์ขายอวัยวะเพศตากแห้งของเสือดาวตัวเมีย พร้อมทั้งบอกว่ายังมีกลิ่นอยู่ และสามารถนำไปใช้ทำเครื่องรางได้เลย ทั้งยังอวดอ้างสรรพคุณ…ฟิตกระชับ ระงับกลิ่น แฟนติดใจ หน้าขาวใสไร้สิวฝ้า มีออร่าท้าพิสูจน์ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันเสือดาวจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ของประเทศไทย และมีสถานภาพตามกฎหมาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีแนวโน้มว่าใกล้สูญพันธุ์ ในบัญชีหมายเลข 1 (Appendix I) ของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชา (IUCN) อีกด้วย

เด็กเล็กต้องย้ายออกจากบ้าน! ชาวบ้านโวย โรงงานวางกระสอบพริกข้างถนน

ชาวบ้านภายในซอยเทพกุญชร 32 จังหวัดปทุมธานี เดือดร้อนหนัก กระสอบอาหารสัตว์ที่มีพริกเป็นส่วนประกอบ ร่วงตกพื้นแตกกระจาย ลมพัดแต่ละครั้งทำเอาชาวบ้านจาม แสบเนื้อแสบตัว เด็กเล็กต้องย้ายออกจากพื้นที่ จากกรณีมีผู้ร้องเรียนไปยังแฟนเพจแหม่มโพธิ์ดำว่า มีรถขนถุงพริกป่นมากองไว้ติดกับถนน ถุงที่แตกก็กองเต็มพื้นถนน ลงเสร็จก็ไม่มีอะไรคลุม แจ้งไปทางเทศบาล ก็กวาดเฉพาะกองที่ตกกลางถนนเข้าไปข้างทางเท่านั้น ตอนนี้แสบเนื้อแสบตัวมาก แสบตาด้วย ล่าสุดวันนี้ (8 ม.ค. 61) คุณสิริสกุล มยุรีสวรรค์ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปยังซอยเทพกุญชร 32 เทศบาลท่าโขลง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปกลางๆ ซอย ก็ได้พบกับกระสอบสีขาวที่วางเรียงรายอยู่ริมถนน ภายในสถานที่ที่ชาวบ้านเรียกว่าเป็นโรงไม้เก่าที่เลิกกิจการไปแล้ว ชาวบ้านหลายคนบอกว่า นี่เป็นอาหารสัตว์ แต่มีพริกเป็นส่วนประกอบ ดังนั้น ผู้สื่อข่าวจึงลองหยิบตัวอย่างที่แตกกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมา ซึ่งก็พบว่ามีพริกเป็นส่วนประกอบจริงๆ และเมื่อมีลมพัด เศษอาหารเหล่านี้ก็จะปลิว เป็นต้นเหตุทำให้จาม คุณธนวรรณ ชาวบ้านที่อาศัยในระแวกนี้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีนายทุนชาวจีนนำรถเทรลเลอร์หลายคันที่บรรทุกกระสอบ มาลงไว้ในที่ดินผืนนี้ เป็นเหตุทำให้การจราจรติดขัดตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ในระหว่างการขนย้าย คนงานยังทำกระสอบตกพื้นแตก เศษอาหารที่มีเม็ดพริกปนอยู่ด้วยกระจายเต็มถนน ลมพัดมาแต่ละครั้งทำให้ชาวบ้านจามอย่างหนัก จะออกมานอกบ้านต้องใส่หน้ากากอนามัย หลังมีคนแจ้งไปทางนายทุนก็นำผ้าใบผืนใหญ่มาปิดคลุมไว้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี […]

เพจดังแชร์อุทาหรณ์คนขายบ้าน เมื่อคนซื้อไม่ยอมจ่ายเงิน แถมทำเละทั้งบ้าน

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ข้อความจากสมาชิกเพจรายหนึ่งที่ระบุว่า ตนต้องการขายบ้านที่ซื้อไว้เพื่อมาลงทุนทำธุรกิจ จากนั้นได้มีเพื่อนพาผู้ซื้อเข้ามาพบโดยเพื่อนบอกว่าผู้ซื้อคนนี้เชื่อถือได้ ซึ่งผู้ซื้อขอผ่อนชำระในชื่อของตนและแฟน ในส่วนนี้ตนและผู้ซื้อได้เขียนสัญญาไว้ จากนั้นตนกับแฟนได้ตัดสินใจตกลงขายบ้านให้ผู้ซื้อ แต่ผ่านมาระยะหนึ่งผู้ซื้อไม่ยอมผ่อนชำระตามที่ได้คุยกัน ตนทวงถามมาหลายเดือน จนต้องปรึกษาทนายและฟ้องร้องให้ผู้ซื้อออกจากบ้าน ซึ่งต่อมาตนต่อสู้จนชนะ แต่ผู้ซื้อก็ไม่ยอมออกจากบ้านศาลจึงเรียกผู้ซื้อมาเตือนก่อนออกหมายจับ ต่อมาเพื่อนบ้านบอกว่าผู้ซื้อขนของออกไปแล้วตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบบ้านของตน แต่สิ่งที่เห็นคือผู้ซื้อทิ้งสุนัข 3 ตัวไว้ที่บ้าน และยังทำให้สภาพบ้านสกปรก แถมที่ผนังยังมีการขีดเขียนสีไว้อีกด้วย

ผู้ก่อตั้งสนามยิงธนูใต้ทางด่วน ยืนยันใช้พื้นที่ถูกต้อง มั่นใจไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น (คลิป)

ผู้ก่อตั้งสนามยิงธนูใต้ทางด่วน ยืนยันอยู่ระห่างการขอใช้พื้นที่ที่ถูกต้องตามระเบียบจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และจุดที่ใช้ซ้อมยิงธนูขณะนี้ก็ไม่ใช่จุดเดิมที่มีการร้องเรียนมาก่อนหน้านี้ด้วย จากกรณีเพจชื่อดัง แหม่มโพธิ์ดำ ได้แชร์ภาพเกี่ยวกับการร้องเรียนถึงความไม่ปลอดภัยของสนามยิงธนูบริเวณใต้ทางด่วนอาจณรงค์ รามคำแหงซอย 4 ซอย รพ.แพทย์ปัญญา และต้องการหาวิธีการที่อยู่ร่วมกันได้ของคนในชุมชนนั้น ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ไปตรวจสอบสนามซ้อมยิงธนูจุดดังกล่าว คือ บริเวณพื้นที่ว่างใต้ทางด่วนอาจณรงค์ และพบกับนายอานัส ซอหมัด ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสนามยิงธนู ชมรมธนูไทย-มุสลิม คุณอานัส บอกว่า ปัจจุบันจุดฝึกซ้อมธนูที่ใหม่ ยังเป็นพื้นที่ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตใช้สถานที่อย่างถูกต้อง โดยย้ายมาจากจุดเดิมหลังมีประกาศห้ามใช้พื้นที่ เพราะเป็นการบุกรุกสถานที่ โดยไม่ได้มีการขออนุญาตใช้พื้นที่อย่างเป็นทางการ จึงย้ายจุดฝึกซ้อมมาเป็นใต้ทางด่วนอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 100 เมตร โดยจุดนี้เป็นพื้นที่ลานกีฬาส่วนกลางของชุมชน และใช้เป็นที่จอดรถในช่วงที่มูลนิธิศูนย์กลางมุสลิมจัดงานแข่งกีฬา ซึ่งมีการแบ่งปันพื้นที่กันใช้อย่างถูกต้อง ส่วนคนที่เข้ามาใช้พื้นที่นี้ในการฝึกซ้อม ยิงธนูมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ยิงธนูเป็นอยู่แล้ว ไม่ได้ใช้เป็นพื้นที่แข่งขัน ส่วนประเด็นที่คนทั่วไปมองว่า การใช้พื้นที่นี้เป็นที่ฝึกซ้อมจะทำให้เกิดอันตรายต่อคนที่ใช้ทางเดินร่วม โดยอยากให้ไปฝึกซ้อมในสนามจริง ที่มีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยสูงกว่านี้ และเนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของค่าใช้จ่าย และการฝึกซ้อมของตนและกลุ่มเพื่อนเป็นการซ้อมเพื่อฝึกสมาธิเล่นๆ จึงใช้กำแพงหลังบ้านของตัวเองเป็นฉากป้องกันอันตรายจากลูกธนู กับถนนที่เป็นทางเดินสัญจร มีระยะห่างจากจุดที่เป็นเป้ายิงมากพอสมควร และส่วนใหญ่จะไม่มีใครเข้ามาเดินในสนามเนื่องจากเป็นทางตัน ไม่มีทางออก ทั้งนี้ ตนมั่นใจว่า โอกาสที่ลูกธนูจะพลาดเป้าไปโดนคนที่เดินผ่านไปมามีน้อยมาก รวมถึงด้านหลังเป้าธนูมีอุปกรณ์เซฟตี้ หรือที่เรียกว่าแบ็คสต๊อป ป้องกันอยู่ […]

ห้ามก็เท่านั้น! โซเชียลจวกยับ หลังพบคนฝ่าฝืนคำสั่ง ยิงกระหน่ำใส่ป้ายห้ามซ้อมยิงธนูใต้ทางด่วน

อีกหนึ่งประเด็นที่กลายที่ที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง แหม่มโพธิ์ดำ มีการโพสต์ภาพป้ายห้ามซ้อมยิงธนูใต้ทางด่วน บริเวณด้านหลังการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ของทางการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (EXAT) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้คนในละแวกใกล้เคียง แต่กลับพบว่ายังมีคนซ้อมยิงธนูใส่อยู่ อีกทั้งป้ายห้ามดังกล่าวยังถูกนำมายิงด้วย ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้คนในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง

โซเชียลถล่มยับ!! เพจดังแฉจดหมาย ผดส. เขียนด่า ‘แอร์โฮสเตส’ หลังไม่ยกกระเป๋าให้

อีกหนึ่งประเด็นที่กำลังเป็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง แหม่มโพธิ์ดำ ได้เปิดเผยข้อความที่ได้รับจากแอร์โฮสเตสไม่ระบุสายการบิน ซึ่งระบุว่าเป็นจดหมายที่ได้รับจากผู้โดยสารซึ่งเขียนต่อว่าถ้อยคำหยาบคาย เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่ยกกระเป๋าขึ้นช่องเก็บของให้ โดยอธิบายว่าการยกกระเป๋าไม่ใช่หน้าที่ของลูกเรือ แต่จะช่วยยกให้คนสูงอายุและคนที่วางกระเป๋าไม่ถึง หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก ได้มีผู้คนร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับโพสต์ดังกล่าวอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่ผู้โดยสารสมัยนี้ยังคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะใช้งานแแอร์ฯ ในเรื่องใดก็ได้ และยืนยันว่าแอร์โฮสเตสมีหน้าที่ต้อนรับผู้โดยสารบนเครื่องบน ไม่ใช่คอยยกกระเป๋าให้ผู้โดยสารทั้งลำ

จบด้วยดี! ‘เด็ก ม.2’ ไถเงินเพื่อนร่วมชั้น ผู้ปกครองไกล่เกลี่ย-จ่ายเงินเยียวยา

จากกรณีที่ แหม่มโพธิ์ดำ เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง ได้แชร์ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ระบุว่า ยอมจ่ายค่าเทอมสูงๆ เพื่อส่งลูกชายให้ไปเรียนที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจ.ตรัง แต่กลับมาพบว่าลูกชายถูกกระทำจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนจำนวน 3 คน รีดไถ ข่มขู่ จึงทำให้รู้สึกเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ล่าสุด ในช่วงเช้าของวันนี้ (18 ธ.ค. 60) นายนิวรณ์ แสงวิสุทธิ์ รักษาการศึกษาธิการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย และผู้บริหารโรงเรียนเอกชนดังกล่าว เพื่อมาพูดคุยทำความเข้าใจ และหาทางออกเรื่องดังกล่าวร่วมกัน โดยใช้เวลาในการพูดคุยนานประมาณ 3 ชั่วโมง นายนิวรณ์ บอกว่า จากการรับฟังข้อมูลและร่วมพูดคุยปัญหาร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย พบว่า ปัญหาบานปลายเพราะการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน ต่างฝ่ายต่างพูด จึงทำให้เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องทางโรงเรียนรับทราบปัญหา และดำเนินการไปตามขั้นตอนทุกประการแล้ว ส่วนผู้ปกครองที่ลูกเป็นฝ่ายถูกกระทำ ก็ย้ายเด็กไปเรียนที่อื่นเพื่อความสบายใจ โดยในวันย้ายทางโรงเรียนไม่ได้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมในการออกเอกสารการย้ายแต่ประการใด แต่เป็นค่าเทอมที่ทางผู้ปกครองยังไม่ได้จ่ายเท่านั้นเอง ซึ่งตามระเบียบก็ต้องจ่ายให้ครบ ซึ่งผู้ปกครองของเด็กที่จะย้ายก็จ่ายให้ทางโรงเรียนจนครบ ทั้งนี้เมื่อได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว ผู้ปกครองของเด็กทั้ง 2 ฝ่าย และทางโรงเรียนก็จบลงได้ด้วยดี ทั้งนี้ฝากเตือนด้วยว่าปัจจุบันสื่อโซเชียลเข้ามามีอิทธิพลอย่างมาก ผู้ปกครอง สังคมรอบข้าง […]

เจอสายแข็ง!! หนุ่มไทยเปิดวอร์สุดเดือด ‘เศรษฐีแขก’ หลังทำตัวไร้มารยาทใส่สาวเสิร์ฟ

อีกหนึ่งเหตุการณืที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอซึ่งเป็นภาพนาทีขณะหนุ่มไทยรายหนึ่งเกิดอาการเลือดขึ้นหน้า จนต้องลุกขึ้นมาต่อว่าลูกค้าเศรษฐีชาวตะวันออกกลางภายในร้านอาหารของโรงแรมดังย่านเพชรบุรี หลังจากที่ฝ่ายลูกค้าแขกได้ใช้วาจาหยาบคายใส่พนักงานสาวเสิร์ฟชาวไทย โดนลุกขึ้นต่อว่าและใช้คำว่า ‘Get Out’ เพื่อเชิญลูกค้าชาวต่างชาติออกจากร้าน เพื่อเป็นปกป้องศักดิ์ศรีของสาวไทย หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก ได้มีผู้คนในโลกออนไลน์ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว และฝ่ายที่กังวลว่าคลิปดังกล่าวอาจสร้างความเข้าใจผิดต่อนักท่องเที่ยวรายอื่นได้

‘ประธานชุมชนฯ’ ขอพูดบ้าง! ยืนยันไม่ได้แกล้ง ‘ครูพี่เลี้ยง’ แจงบริสุทธิ์ใจเรื่องงบประมาณฯ (คลิป)

จากกรณีที่ครูพี่เลี้ยงในสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง เข้าทำร้ายร่างกายเด็ก และเจ้าตัวได้ออกมายืนยันว่าถูกกลั่นแกล้งด้วยการปล่อยคลิปนั้น ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับคุณสุธารัตน์ รัตนปิณฑะ หรือป้าต้อย ซึ่งเป็นประธานชุมชนจิตรา และยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้ ยืนยันไม่ได้คิดกลั่นแกล้งนางสาวกัญญาภัทร ศิริจันโท หรือครูยุ้ย ซึ่งเป็นครูพี่เลี้ยงที่ตวาดและตีเด็กอนุบาลในศูนย์เด็กเล็กฯ ทำไปทั้งหมด เพราะไม่ต้องการบกพร่องต่อหน้าที่ ส่วนประเด็นที่ถูกพาดพิงเรื่องงบประมาณศูนย์ ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจ เพราะที่ผ่านมาได้หอบหลักฐานชี้แจงสำนักงานเขตเรียบร้อยแล้ว “ก่อนหน้าที่จะเข้ามาดูแลจัดทำงบประมาณของศูนย์ฯ จะมีกลุ่มครูพี่เลี้ยงเป็นคนดูแล ซึ่งป้าต้อยจะเข้ามาตรวจเจอความผิดปกติของเงินจำนวนหนึ่งที่หายไปเท่านั้น ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เงินที่หายไปนั้น เป็นเงินที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของครูยุ้ย ป้าต้อยจึงตัดสินใจเข้ามาตรวจสอบทำบัญชีด้วยตนเอง และนำเงินงบประมาณบางส่วนจากสำนักงานเขตและจากผู้ปกครอง มาปรับปรุงพัฒนาศูนย์ให้มีมาตรฐาน รวมทั้งการติดกล้องวงจรปิดด้วย” ป้าต้อย กล่าว จากนั้น ครูยุ้ยจึงทำเรื่องเรียนไปว่ามีความไม่ชอบมาพากลจากการใช้เงินไปในส่วนนี้ แต่ป้าต้อยได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องนี้จบไปแล้ว เนื่องจากป้าต้อยได้หอบหลักฐานที่เป็นการชี้แจงรายจ่ายทั้งหมด มอบให้กับทางสำนักงานเขตลาดกระบังไปแล้ว ส่วนที่มาของการเจอคลิปนั้น ป้าต้อยบอกว่า เมื่อไม่กี่เดือนก่อน หน้าจอสำหรับดูภาพจากกล้องวงจรปิดเสีย คุณป้าซึ่งมีรหัสเข้าดูได้เพียงคนเดียว เพราะเป็นผู้บริหารศูนย์ จึงได้เข้าไปตรวจเช็คว่ามีตรงไหนเสีย ก่อนจะเลื่อนดูภาพจากกล้องด้วยความรวดเร็ว และไปสะดุดตาเข้ากับการกระทำของครูยุ้ย และครูอุ้ย จึงเซฟภาพ โดยมีการแจ้งคณะกรรมการไปแล้วบางคน ก่อนจะตัดสินใจส่งเรื่องให้ทางสำนักงานเขตพิจารณาตรวจสอบ ไม่ได้มีเจตนากลั้นแกล้งตามที่ครูยุ้ยและพ่อครูยุ้ยระบุแต่อย่างใด.

เพจดังเผย ‘พ่อครูพี่เลี้ยง’ ขู่แจ้งความกลับประธานชุมชน ฐานกลั่นแกล้งลูกของตน

สือเนื่องจากกรณีข่าวครูพี่เลี้ยงที่ศูนย์ดูแลเด็กเล็กของชุมชนแห่งหนึ่งก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็ก ๆ อายุ 3-4 ขวบ ทั้งตบ ตี จิกหัว ต่อมา ครูพี่เลี้ยงรายดังกล่าวก็ได้ออกมาขอโทษผู้ปกครองเด็ก และบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ที่ทำไปเพราะแค่สั่งสอนเท่านั้น (อ่านต่อที่ : สอบ ‘ครูพี่เลี้ยง’ ทำร้ายเด็ก อ้างคนปล่อยคลิปหวังกลั่นแกล้ง เผยทำไปเพราะหวังดี (คลิป)) ล่าสุดในเพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมที่ได้รับจากสมาชิกเพจรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก และตัวครูพี่เลี้ยงรายดังกล่าวได้ออกมาขอโทษพ่อแม่ของเด็กแล้ว ทางด้านพ่อของครูพี่เลี้ยงคนดังกล่าว ได้ขู่จะแจ้งความกลับประธานชุมชน ในข้อหากลั่นแกล้งลูกของตัวเอง และยังเปิดเผยอีกว่า ด้านครูพี่เลี้ยงเองก็ไม่ได้รู้สึกสลดเสียใจแต่อย่างใด ที่มา – Facebook.com / แหม่มโพธิ์ดำ

สอบ ‘ครูพี่เลี้ยง’ ทำร้ายเด็ก อ้างคนปล่อยคลิปหวังกลั่นแกล้ง เผยทำไปเพราะหวังดี (คลิป)

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปที่เพจชื่อดัง ‘แหม่มโพธิ์ดำ’ พร้อมระบุว่า เป็นภาพที่ครูพี่เลี้ยงภายในศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง มีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายเด็กอนุบาล ด้วยการจิกหัว ตบตี กระชาก และกักขัง เป็นการทำร้ายเกินกว่าเหตุ ซึ่งที่ผ่านมาทางชุมชนได้ประสานร้องเรียนไปทางสำนักงานเขตแล้ว แต่กลับได้รับคำตอบมาว่า ให้เคลียร์เรื่องให้จบเพียงเท่านี้ ทางผู้ปกครองจึงส่งเด็กคนดังกล่าวไปเรียนที่อื่น เพราะกลัวในอิทธิพลของครูพี่เลี้ยงคนดังกล่าว วันนี้(30 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ไปเพื่อพูดคุยกับนายวัชราวุธ ทิพย์อำอ่อน หรือคุณตั้ม คุณพ่อของเด็กชายที่ถูกทำร้ายร่างกายในคลิป คุณตั้มเล่าว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งส่วนตัวก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าในตอนนั้นลูกมีบาดแผลกลับมาบ้านหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วน้องมักจะมีบาดแผลจากการเล่นซุกซนเป็นประจำ และต้องยอมรับว่าลูกของตนเป็นเด็กดื้อมาก แต่การกระทำของครูพี่เลี้ยงก็ถือว่าเกินกว่าเหตุ ทั้งนี้บอกด้วยว่ารู้จักกันดีกับครูพี่เลี้ยงคนดังกล่าว เพราะวันเสาร์-อาทิตย์ ครูจะมารับจ้างเป็นพนักงานที่ร้านขายอาหารของคุณตั้ม และทำมานานเป็นปีๆ แล้ว จึงไม่คิดว่าครูจะทำร้ายลูกของตนได้ และไม่ทราบสาเหตุจูงใจที่ทำให้เกิดเหตุลักษณะนั้น แต่เท่าที่สังเกต คือ คุณครูเป็นคนอารมณ์ร้อน และตั้งแต่เกิดเรื่อง สำนักงานเขตลาดกระบังก็ได้ขอให้ทั้งคู่เจรจายุติเรื่องเพียงเท่านี้ ซึ่งโดยส่วนตัวคุณตั้มเองก็ต้องการจะจบเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้เช่นกัน เพราะยังเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันมานาน และยังมีความเมตตาสงสารลูกเล็กๆ ของครูอีก 2 คน เช่นเดียวกับพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กอีก 2 คนที่ถูกทุบตีในคลิป ก็ไม่ต้องการเอาเรื่องเช่นกัน เนื่องจากไม่มีทางเลือก เพราะยังต้องให้ลูกเรียนโรงเรียนนี้อยู่ ส่วนเรื่องการเผยแพร่คลิปนั้น ไม่ทราบว่าใครเป็นคนเผยแพร่ออกไป ขณะเดียวกันในวันนี้ […]

งานแซะก็มา!? เมื่อสองเพจดัง ‘จ่า-ควีน’ ประสานเสียงล้อเลียน ‘ล็อคเกตพี่นวล’

หลังจากการเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่มุมต่างๆ มากมาย เกี่ยวกับ ‘ล๊อกเกตพี่นวล’ ที่ภายหลังอดีตนักร้องฝาแฝด “แจ๊ค-จิลล์” ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นต่างๆ รวมทั้งที่มาของการจัดสร้างล็อกเก๊ตพี่นวลขึ้นมาใหม่ ซึ่งพบว่ามีค่าเช่าสูงถึง 64,000 บาท และสร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก (อ่านเพิ่มเติมที่ : เขาว่ากำลังมา!? ‘ล็อคเกตพี่นวล’ เครื่องรางดังกระหึ่มโซเชียล เซียนท่าพระจันทร์เมิน..ชี้ไสยดำ / ‘แจ๊ค-จิลล์’ ตอบคำถามคาใจ…ทำไมต้อง ‘ล็อกเกตพี่นวล’ พร้อมเปิดตัวของขลังใหม่ ‘ลูกกรอกสมประสงค์’ (คลิป)) ล่าสุด สองเพจดัง Drama-addict และ แหม่มโพธิ์ดำ ได้ทำภาพล้อเลียนล็อคเกตพี่นวล โดยนำภาพโปรไฟล์ของเพจมาวางลงในกรอบล็อคเกต พร้อมกล่าวอ้างถึงสารพัดสรรพคุณต่างๆ ซึ่งเรียกเสียงฮาจากลูกเพจและชาวเน็ตที่ผ่านมาเห็นได้อย่างล้นหลาม ที่มา – Facebook.com : Drama-addict / แหม่มโพธิ์ดำ

เก็บกดมาจากไหน!? สาวร้องเพจดัง โดน ‘ชายโรคจิต’ ฉีกกระโปรงขาดขณะยืนรอรถเมล์

อีกหนึ่งเหตุการณ์เตือนภัยสังคม เมื่อเพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้เปิดเผยเหตุการณ์ของหญิงสาวรายหนึ่งที่แจ้งเข้ามา ว่าในขณะที่เธอกำลังยืนรอรถเมล์ที่ป้ายบริเวณหน้าคอนโดแห่งหนึ่งในย่านร่มเกล้า และกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ ก่อนโดนชายโรคจิตคนหนึ่งเดินเข้ามาประชิดตัว แล้วลงมือฉีกกระโปรงจนขาด จนเห็นถึงกางเกงชั้นใน จากนั้นรีบวิ่งหลบหนีไป จนทำให้เธอต้องใช้เสื้อสูทพันเอวแล้วกลับคอนโดไปเปลี่ยนกระโปรง ที่มา – Facebook.com / แหม่มโพธิ์ดำ

‘อ.อ๊อด’ ร้อง ‘ดีเอสไอ’ เอาผิดอาญาหัวเชื้อน้ำมันเครื่องยนต์ยี่ห้อดัง ใช้สารอันตรายอียูสั่งแบน

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 60 นายวีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยตัวแทนสื่อยานยนต์และผู้เสียหายจากการใช้สารเคลือบเครื่องยนต์ยี่ห้อหนึ่ง เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภค ตรวจสอบสารเคมีในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่ามีอันตรายต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมหรือไม่ รวมถึงขอให้ตรวจสอบเรื่องแหล่งที่มาของสารเคมีดังกล่าวด้วย นายวีรชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผลการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีการเปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการติดสลากอันเป็นเท็จแต่ไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันว่า สารประกอบในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ประกอบด้วยสารใดบ้าง จึงนำเรื่องนี้มาร้องต่อดีเอสไอที่มีกฎหมายคดีพิเศษ เพื่อขอให้พิจารณารับตรวจสอบในเรื่องนี้ เนื่องจากทราบว่าในสารเคลือบดังกล่าวมีการใช้สารเคมีบางประเภท ที่สหภาพยุโรปเคยเตือนไม่ให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ยานยนต์ เพราะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังขอให้ดีเอสไอขยายผลตรวจสอบถึงแหล่งนำเข้าสารเคมีดังกล่าวด้วย เนื่องจากตั้งข้อสังเกตว่าในไทยสารเคมีดังกล่าวมีใช้ในอุตสาหกรรมผลิตพลาสติก ในโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดระยอง ทำให้สงสัยว่ามีการสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ ตามที่มีการกล่าวอ้างจริงหรือไม่ นายวีรชัยยืนยันว่า การมาร้องต่อดีเอสไอในวันนี้ เป็นการร้องเรียนในภาพรวม เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ แต่ส่วนที่สร้างความเสียหายส่วนตัว จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ดำเนินการต่อไป ด้าน พ.ต.ต.วรนันท์ ระบุว่า จะส่งเรื่องดังกล่าวให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องรับไปสืบสวนหาข้อเท็จจริง เนื่องจากคดีนี้ดีเอสไอมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ จึงสามารถรับไว้ตรวจสอบได้ โดยหลังจากนี้จะมีการประสานกับทางกองบังคับการปราบปราม และสคบ. ในการนำข้อมูลมาประกอบสำนวนการสอบสวน ส่วนต้องมีการเชิญเจ้าของผลิตภัณฑ์มาให้ปากคำหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นก่อนมีการพิจารณาในเรื่องนี้อีกครั้ง

สคบ.สรุป น้ำมันหัวเชื้อชื่อดัง โฆษณาเกินจริง สั่งยกเลิกฉลาก ส่วนเรื่องคุณภาพโยน ตร.สอบสวนต่อ

สคบ. ชี้ผลทดสอบ “แมคซ์นาโน” โฆษณาเกินจริง สั่งเข้มยกเลิกฉลากทันที ระบุ “เมฆ มังกรบิน” รับผิด พร้อมแก้ไข ด้านผู้เสียหายโผล่แฉ ยังไงก็ใช้แล้วพัง โอดผู้เชี่ยวชาญควรทดสอบแบบโปร่งใสกว่านี้ ความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก พิจารณาในประเด็นการใช้ข้อความ ที่อวดอ้างสรรพคุณอันอาจเป็นเท็จหรือเกินความจริง และการระบุข้อความในฉลากไม่ถูกต้องครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก กรณีผลิตภัณฑ์แมคซ์นาโนของนายเกริกพล จงเอื้อมกลาง หรือ “เฆฆ มังกรบิน” เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 60 ล่าสุด ก่อนการประชุมจะเสร็จสิ้น นายเกริกพล หรือ เฆฆ มังกรบิน ได้ปลีกตัวออกมาจากห้องประชุม และได้ลงลิฟท์ไปทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด ขณะที่นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้ได้มีการนำเสนอผลการทดสอบให้คณะกรรมการว่าด้วยฉลากพิจารณากรณีผลิตภัณฑ์แมคซ์นาโนด้วย เบื้องต้นผลทดสอบก็ได้ออกมาแล้ว ปรากฏว่า เรื่องของกำลังแรงม้า , อัตราเร่ง และอัตราการสิ้นเปลือง ไม่เป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้ในฉลาก ซึ่งทางคณะกรรมการก็มีความเห็นให้ดำเนินการด้วยการออกคำสั่งห้ามให้เลิกใช้ข้อความที่ระบุไว้ พร้อมทั้งต้องมีการดำเนินการแก้ไขข้อความที่ระบุไว้ในฉลากด้วย หากผิดคำสั่ง จะถือว่ากระทำผิดกฎหมายตามมาตรา 52 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 […]

‘เมฆ มังกรบิน’ พบ สคบ.รับทราบผลตรวจน้ำมัน ย้ำผลิตภัณฑ์ดีจริง กลุ่มแฉแค่พวกคู่แข่งทางการค้า

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ต.ค. 60 นายเกริกพล จงเอื้อมกลาง หรือ “เมฆ มังกรบิน” พร้อมด้วยกลุ่มตัวแทนผู้ใช้ผลิตภัณฑ์แมคซ์นาโนที่มาให้กำลังใจ เดินทางเข้าพบคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เนื่องจากวันนี้ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากได้จัดประชุมพิจารณาในประเด็นการใช้ข้อความ ที่อวดอ้างสรรพคุณอันอาจเป็นเท็จหรือเกินความจริง และการระบุข้อความในฉลากไม่ถูกต้องครบถ้วนตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก โดยหากการประชุมเสร็จสิ้น จะทราบผลการทดสอบพิสูจน์ตัวอย่างผลิตภัณฑ์สารเคลือบเครื่องยนต์ หลังจากก่อนหน้านี้ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้ทำการตรวจสอบขนาดโมเลกุลของผลิตภัณฑ์ว่า มีขนาดเล็กกว่าโมเลกุลน้ำมันเครื่อง 500 เท่า ตามที่อวดอ้างไว้บนฉลากสินค้าหรือไม่ รวมถึงหลังจากการนํารถยนต์และรถจักรยานยนต์จํานวนหนึ่งของบริษัท แมคซ์ นาโน (ไทยแลนด์) จํากัด ให้กับสถาบันยานยนต์เพื่อนําไปทดสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าผลสรุปเป็นอย่างไรบ้าง โดย เมฆ มังกรบิน ระบุก่อนการเข้ารับฟังผลการประชุมว่า วันนี้ที่เดินทางมา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่ สคบ. ได้เรียกให้ตนมาฟังผลการทดสอบพิสูจน์ตัวอย่างผลิตภัณฑ์สารเคลือบเครื่องยนต์ ว่ามีความเสียหายอะไรตรงไหนบ้าง โดยส่วนตนเชื่อว่า ที่ผ่านมากลุ่มผู้เสียหายที่ออกมาให้ข้อมูลเท็จ ว่าใช้แล้วรถพังนั้น เป็นคนของคู่แข่งทางการค้าทั้งสิ้น เพราะตนยังคงยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ของตนดีจริง ขนาดตนใช้เองทดสอบรถตนเองหลายคันวิ่งไป 1,000 กิโลเมตร ก็ไม่พังสักคัน ส่วนสถาบันยานยนต์ หลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพว่าตรงกับฉลากหรือไม่นั้น หากวันนี้ผลปรากฏว่าคุณภาพไม่ตรงกับฉลากที่ระบุไว้ ตนยินยอมที่จะใช้ฉลากใหม่ที่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย เนื่องจากตนเป็นคนที่หากทำผิด […]

keyboard_arrow_up