ปัญหาเกิดจากการสื่อสารไม่เข้าใจ!? ขนส่งสั่งปรับแท็กซี่ไล่ตีพิธีกรเกาหลี

ขนส่งเรียกแท็กซี่ฉาว ที่ก่อเหตุถือไม้ไล่ตีพิธีกรรายการทีวีชื่อดังของเกาหลีใต้กลางถนนเข้าชี้แจง พร้อมสั่งปรับ 2,000 บาท จากรณีที่นายคิมอูริ พิธีกรรายการทีวีชื่อดังของเกาหลีใต้ และยังเป็นอดีตสไตล์ลิสต์ของเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง ได้เรียกแท็กซี่สีชมพู ป้ายทะเบียน ทห 8397 กรุงเทพมหานคร หลังจากขึ้นไปแล้ว แท็กซี่ไม่ยอมกดมิเตอร์ พร้อมต่อราคาให้ผู้โดยสารจ่ายแบบเหมา 200 บาทบ้าง 150 บาทบ้าง ซ้ำยังพา นายคิมอูริ กับเพื่อน ขับรถวนไปมา สุดท้ายตกลงกันไม่ลงตัว เพราะทั้งหมดไม่ยอมจ่ายค่าโดยสารตามที่คนขับแท็กซี่เรียก โชเฟอร์แท็กซี่จึงไล่ลงจากรถ พร้อมทั้งหยิบไม้ออกมาไล่ฟาด ซึ่งนายคิมอูริก็โพสต์คลิปวีดิโอนาทีที่ถูกโชเฟอร์แท็กซี่ถือไม้ไล่ตี ลงบนอินสตาแกรม และเตือนคนเกาหลีให้ระมัดระวังในการมาเที่ยวประเทศไทย จนถูกแชร์และมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ล่าสุด กรมการขนส่งทางบกได้เรียกคนขับแท็กซี่มาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมกับดำเนินการเอาผิด 2 ข้อหา คือ 1. ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ตกลงกัน ปรับขั้นสูงสุด 1,000 บาท 2. แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ปรับสูงสุด 1,000 บาท ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาขอโทษเพื่อนแท็กซี่และคนไทย ที่ทำให้เสียภาพลักษณ์ ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากภาษา จนทำให้สื่อสารกันไม่เข้าใจ

แท็กซี่เปิดใจไล่พิธีกรดังเกาหลีลง เหตุขอเปลี่ยนทาง ปัดถืออาวุธ ที่เห็นแค่กระดาษ (คลิป)

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอจากอินสตาแกรม kwrhome ของนายคิมอูริ พิธีกรรายการทีวีของเกาหลีใต้ และเป็นอดีตสไตล์ลิสต์ของวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง T-ARA ซึ่งข้อมูลที่ถูกโพสต์ ระบุในลักษณะว่า นายคิมอูริ ถูกโชเฟอร์แท็กซี่ไทย ถือไม้ไล่ตีกลางถนนของกรุงเทพฯ วันที่ 6 ธ.ค. 61 นายกมล (นามสมมติ) ผู้ขับขี่แท็กซี่คันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (5 ธ.ค.) เวลา 15.00 – 16.00 น. ตนรับผู้โดยสารจากห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน โดยการเข้าคิวหน้าห้างฯ ซึ่งตนไม่สามารถปฏิเสธผู้โดยสารได้ จากนั้น รปภ.ที่ดูแลคิวรถ บอกตนว่าผู้โดยสารจะไปสำเพ็ง จากนั้นก็ขึ้นรถตามปกติ โดยตนไม่มั่นใจว่าผู้โดยสารเป็นคนสัญชาติใด แต่คาดเป็นชาวเกาหลี เพราะด้วยภาษาที่เขาพูดกัน ซึ่งผู้โดยสารมี 4 คน จากนั้นตนก็มุ่งหน้าไปสำเพ็ง เมื่อรถถึงถนนเยาวราช ผู้โดยสารคนหนึ่งสะกิดเรียกตนทำท่าทางเหมือนจะบอกว่าไม่ใช่เส้นทางนี้ และยื่นมือถือที่เปิดแผนที่ไว้ให้ตน ซึ่งหนึ่งในผู้โดยสารพูดว่า “สาทร” ตนดูแผนที่จึงตอบเป็นภาษาไทย และทำท่าทางว่าไม่ใช่ตามที่ตกลงกันไว้ แล้วบอกให้ผู้โดยสารไปขึ้นรถคันอื่น เนื่องจากขณะนั้น ตนกังวลว่าจะนำรถยนต์ไปส่งให้อู่รถไม่ทัน เพราะใกล้เวลาส่งรถแล้ว จากนั้น ผู้โดยสารก็ยอมลงไปจากรถ โดยไม่ได้มีปากเสียงกัน […]

keyboard_arrow_up