ห้ามกิน ‘น้ำแข็งยูนิต’ เพราะผสมฟอร์มาลีน! (ชัวร์หรือ?)

ในประเทศที่อากาศร้อนมากอย่างประเทศไทย การทานน้ำเย็นๆ คงเป็นเรื่องปกติที่ห้ามกันไม่ได้ แล้วข่าวแชร์ที่ว่า ‘น้ำแข็งยูนิตมีการผสมฟอร์มาลีนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้’ นี่จะชัวร์หรือมั่วนิ่ม ตามไปถามความจริงจากผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า ปัฐมาพร หงษ์สุวรรณ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “แชร์มั่ว X” น้ำแข็งยูนิตไม่ได้มีการผสมฟอร์มาลีนเพื่อรักษาความเย็นแต่อย่างใด ข่าวลือนี้อาจมีที่มาจากความเชื่อที่ว่าใส่ฟอร์มาลีน หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของน้ำยาดองศพ เข้าไปในน้ำแข็งแล้วจะทำให้ละลายได้ช้า สามารถรักษาความเย็นของน้ำแข็งได้เหมือนกับการรักษาสภาพของศพ แต่แท้จริงแล้วฟอร์มาลีนที่ใช้ในการรักษาศพเพราะมีผลทำให้โปรตีนในร่างกายแข็งตัว ส่งผลให้ศพไม่เน่าเปื่อย ซึ่งหมายความว่าฟอร์มาลีนไม่มีผลอะไรกับน้ำธรรมดา ไม่ได้ทำให้เย็นขึ้นหรือแข็งตัวได้นานขึ้นแต่อย่างใด แต่ถ้ายังสงสัยเรื่องสารปนเปื้ินในน้ำแข็ง ให้สังเกตว่าน้ำแข็งที่มีสารปนเปื้อนจะมีลักษณะสีข่าวขุ่น ไม่ขาวใสแบบปกติที่เราทานกัน แต่ในน้ำแข็งทั่วไปแม้ไม่มีสารเคมีผสมอยู่ แต่สามารถปนเปื้อนสิ่งสกปรกได้จากการใช้น้ำหรือการขนส่งที่ไม่สะอาด ดังนั้นควรเลือกทานอย่างระวัง ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

ใส่ยกทรงนอน เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม! (ชัวร์หรือ??)

มาอีกแล้วกับข่าวเตือนภัยสาวๆ กับข่าวแชร์ที่ว่า “ใส่ยกทรงนอน เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม” ที่ก่อนจะเป็นกังวลกันไป ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ชัวร์ๆ ไปเลยดีกว่า นพ.โกมล ปรีชาสนองกิจ แพทย์หัวหน้าศูนย์รักษ์เต้านม รพ. พญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มกับทางรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่างแชร์มั่ว” แล้ว ว่าเรื่องนี้  “แชร์มั่ว X” การใส่ยกทรงนอนไม่มีผลต่อการเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด หลายคนอาจเข้าใจว่าการใส่ยกทรงอาจเป็นการรัดหน้าอก ทำให้เลือดลมไปเลี้ยงได้ไม่ดี แต่แท้จริงแล้วไม่ได้ส่งผลอะไร แต่สาวๆ ควรเลือกยกทรงให้เหมาะกับขนาดของหน้าอกเพราะจะทำให้ใส่สบายมากขึ้น ส่วนความแตกต่างระหว่างยกทรงมีโครงเหล็ก หรือไม่มีโครงนั้น ก็ไม่ส่งผลต่อมะเร็งเต้านมเช่นเดียวกัน ในการสังเกตมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองนั้น ให้เริ่มจากการดูว่าหน้าอกทั้งสองข้างขนาดเท่ากันหรือไม่ เวลายกแขนขึ้นไม่เกิดรอยบุ๋มที่เต้านม ไม่เป็นผื่นหรือแผลที่บริเวณฐานหัวนม ไม่มีคราบน้ำไหลออกจากหัวนม หรือสามารถตรวจสอบด้วยการคลำ เช่น ยกแขนซ้ายให้ตึงแล้วใช้มือขวาคลำหาก้อนขนาดประมาณ 1-1.5 ซม.บริเวณเต้านมซ้าย ทำสลับกัน หากพบก้อนเนื้อ หรือสงสัยว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งเต้านม ควรเข้าพบแพทย์เพื่อเจาะเอาชิ้นเนื้อมาตรวจสอบยืนยันก่อน จึงจะเริ่มทำการรักษาต่อไป โดยเริ่มจากการผ่าตัด หากอยู่ในขั้นที่ทำการผ่าตัดไม่ได้ก็จะทำการรักษาด้วยเคมีบำบัด ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

ดื่มน้ำมะพร้าว ช่วยให้หน้าอกใหญ่ขึ้น!? (ชัวร์หรือ?)

ผู้หญิงแทบทุกคนคงทราบว่า ‘น้ำมะพร้าว’ เป็นของต้องห้ามสำหรับประจำเดือน เพราะว่ากันว่ามีฮอร์โมนเพศหญิงที่เมื่อดื่มแล้วจะทำให้ปวดท้องได้ แต่ถ้ามีฮอร์โมนที่ว่าอยู่จริง ข่าวแชร์ที่ว่า “การดื่มน้ำมะพร้าว จะช่วยให้หน้าอกใหญ่ขึ้น” ก็อาจจะจริงน่ะสิ!? แต่ก่อนที่จะเชื่อกันไป ตามนักสืบโซเชียลไปถามคุณหมอให้แน่ใจกันดีกว่า นพ.ชูศักดิ์ งามไพบูลย์ สูตินารีแพทย์ โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” มีฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ในน้ำมะพร้าวจริง แต่ไม่ช่วยทำให้หน้าอกของคนดื่มมีขนาดใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด ฮอร์โมนที่พบในน้ำมะพร้าวนั้น เป็นฮอร์โมนพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เรียกว่า ฮอร์โมนไฟโตเอสโตรเจน มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง แต่พบในปริมาณน้อยมากและส่วนใหญ่พบอยู่ในน้ำมะพร้าวอ่อนเท่านั้น ยิ่งมะพร้าวแก่เท่าไหร่ก็ยิ่งมีน้อยลง ทำให้แทบไม่ส่งผลกับขนาดของหน้าอกนั่นเอง แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ช่วยให้หน้าอกใหญ่ขึ้น แต่น้ำมะพร้าวก็เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากมาย เป็นแหล่งของวิตามิน แถมยังอร่อยอีกด้วย ในเมื่อวิธีนี้ไม่ได้ผล แล้วคนที่อยากหน้าอกใหญ่ต้องทำอย่างไร? คุณหมอบอกว่า การที่คนเราจะหน้าอกใหญ่ขึ้นมีหลายองค์ประกอบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ หรือการการออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกกระชับ หากออกกำลังกายมากๆ กล้ามเนื้อบริเวณฐานหน้าอกขยายใหญ่ขึ้น ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นตามไปด้วย สำหรับยาที่โฆษณาสรรพคุณว่าช่วยทำให้อกฟูทั้งหลายนั้น ไม่แนะนำอย่างยิ่ง! ยาเหล่านี้ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้นได้จริงเนื่องจากมีส่วนผสมของ ฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือฮอร์โมนเพศหญิง แต่หน้าอกจะใหญ่ขึ้นในระยะชั่วคราวเท่านั้น เมื่อระดับฮอร์โมนในร่างกายลดลงหน้าอกก็จะกลับมาขนาดเท่าเดิม และมีผลเสียคือทำให้เหยื่อบุมดลูกหนาตัวขึ้น เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งมดลูก นอกจากไม่ช่วยแล้วยังเป็นอันตราย ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว […]

สั่งน้ำมูกแรง เสี่ยงตาบอดได้ แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ??

ใครเคยได้ยินข่าวแชร์นี้คงกลัวที่จะต้องสั่งน้ำมูกกันไปเลย กับกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อน หญิงสาวคนหนึ่งจากประเทศอังกฤษ สั่งน้ำมูกแรงจนตาบวมปูด มองอะไรไม่เห็น ถึงขั้นต้องทำการผ่าตัดรักษาก่อนที่จะถึงขั้นตาบอด!! ตกลงเรื่องนี้มันยังไงกันแน่ นักสืบโซเชียลจะไปถามคุณหมอให้กระจ่างกันไปเลย แพทย์หญิงมัทยา ขวัญอโนชา แพย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตา และเลเซอร์ โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” การสั่งน้ำมูกรุนแรงไม่มีผลกระทบขนาดที่จะทำให้ตาบอดได้  ส่วนข่าวที่สั่งน้ำมูกอย่างรุนแรงแล้วตาบวมเป่ง พบว่ามีลมอยู่ในกระดูกเบ้าตาและมีความดันตาสูงนั้น คุณหมอให้ความเห็นว่า ตามหลักการแพทย์แล้ว กรณีดังกล่าวแล้วเป็นไปแทบไม่ได้เลย นอกเสียจากว่าคนๆ นั้นจะเคยประสบอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้กระดูกเบ้าตาผิดปกติ เช่น กระดูกเบ้าตาร้าวอยู่แล้ว จึงทำให้เกิดภาวะเช่นนั้นขึ้น เพราะการสั่งน้ำมูกแรกจนทำให้มีลมเข้าไปอยู่ในกระดูกเบ้าตานั้นเป็นไปได้ยากมาก ต้องได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงระดับเบ้าตาแตกหรือร้าวลมจึงจะเข้าไปอยู่ได้ อย่างไรก็ดีความเกี่ยวข้องของการสั่งน้ำมูกและเบ้าตามีอยู่บ้าง อย่างที่เราจะสังเกตได้ว่าเวลาสั่งน้ำมูก จะมีน้ำตาไหลหรือมีอาการตาแดง ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยปกติของดวงตา ถ้าสั่งน้ำมูกรุนแรงก็อาจมีภาพเบลอได้บ้างเพราะมีน้ำตาไหลออกมาเยอะกว่าปกตินั่นเอง ทั้งนี้เมื่อเป็นหวัด หรือมีน้ำมูกควรสั่งเบาๆ และใช้การล้างจมูกร่วมด้วยเพื่อรักษาโพรงจมูก หากอาการคัดจมูกไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์จะดีที่สุด ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

กินหอยแครง เสี่ยงเป็นมะเร็ง!!! (ชัวร์หรือ?)

แชร์กันมากันอีกแล้ว กับเรื่องราวเกี่ยวกับโรคยอดฮิตอย่าง “โรคมะเร็ง” คราวนี้เป็นเรื่องของ “หอยแครง” ที่ว่ากันว่ากินแล้วเสี่่ยงเป็นมะเร็ง! ซึ่งข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” นั้น ตามนักสืบโซเชียลไปถามผู้เชี่ยวชาญกัน คุณปัฐมาพร หงษ์สุวรรณ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ โรงพญาบาลพญาไท 2 ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” เพราะปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แน่ชัด ที่ระบุว่าการทานหอแครงส่งผลต่อการเกิดมะเร็ง มีเพียงงานวิจัยเล็กๆ ชิ้นเดียวเท่านั้นที่พบว่า สารชนิดหนึ่งในตัวหอยแครงอาจส่งผลให้เกิดมะเร็งได้ แต่ก็เป็นเพียงการวิจัยเล็กๆ ที่ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด การทานหอยแครงมีประโยชน์ คือเป็นแหล่งของโปรตีน และธาตุเหล็ก ซึ่งจะช่วยบำรุงเม็ดเลือดในร่างกาย โดยวิธีการทานหอยแครงให้ได้ประโยชน์ที่สุด คือทานหอยแครงที่ปรุงสุกแล้ว ใครที่เชื่อว่าการทานหอยแครงดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบจะให้ประโยชน์มากกว่านั้น บอกเลยว่าไม่จริง! เนื่องจากสารอาหารในตัวหอยไม่ได้ละลายหายไปในน้ำเดือด หรือสลายไปเมื่อโดนความร้อน ในทางกลับกัน หากเราทานหอยแครงแบบดิบ แบคทีเรียหรือพยาธิที่อยู่ในหอยยังไม่ถูกทำลาย ก็อาจส่งผลทำให้ท้องเสียได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนประเภทที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น คนที่เพิ่งได้รับเคมีบำบัด ถ้าไม่ได้ทานหอยที่สุก และสะอาดอย่างแท้จริงแล้ว อาจทำให้ท้องเสียได้ง่ายกว่าปกติ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียล ผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 […]

“ดื่มกาแฟดำ ช่วยลดฝ้า” แชร์มั่ว หรือ ชัวร์แม่น ??

ในประเทศที่แดดแรงจัดอย่างเมืองไทยของเรานั้น การเกิด “ฝ้า” บนผิวหน้า คงเป็นปัญหาด้านความงาม ที่กวนใจและสร้างความกังวลให้สาวๆ มากมาย และข่าวแชร์ที่ว่า “ดื่มกาแฟดำ ช่วยลดฝ้าได้” จะเป็นอีกวิธีรักษาฝ้าได้จริงหรือไม่ นักสืบโซเชียลจะไปหาคำตอบที่แท้จริงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เอง! พญ. อภิญญา โพธิพันธ์ แพทย์ประจำสาขาอายุรกรรมผิวหนัง โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” ในกาแฟดำ มีสารหลักๆ คือ คาเฟอีน ที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีการวิจัยใดพิสูจน์ว่า สารคาเฟอีน สามารถช่วยลดฟ้าบนผิวหนังของมนุษย์ได้ แต่ถ้าสาวๆ มีฝ้าบนผิวหนังและจะรักษาได้อย่างไรนั้น คุณหมอบอกว่า วิธีรักษามาตรฐานทั่วไปเลยก็คือ การทายา โดยยารักษาฝ้ามีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ที่แพร่หลายที่สุดคือ ไฮโดรควิโนน ซึ่งถือเป็นสารมาตรฐานในการรักษาฝ้า แต่อย่างไรก็ตามต้องให้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์สั่งจ่ายให้เท่านั้น โดยรับจากโรงพยาบาลหรือคลินิก เพราะว่าในการรักษา ต้องจำกัดไฮโดรควิโนนให้มีปริมาณและความเข้มข้นที่เหมาะสม ไม่แนะนำให้ไปซื้อข้างนอกหรือผสมเอง เพราะจะมีอันตรายในระยะยาวได้ ส่วนการรักษาฝ้าแบบอื่นๆ นั้น อาจใช้กรดวิตามินต่างๆ หรือการทาครีมกันแดดเพื่อป้องกัน โดยพบว่าการทาครีมกันแดดอาจช่วยทำให้ฝ้าจางลงได้ด้วย แต่ถึงแม้ผิวจะมีหรือไม่มีปัญหา ก็ควรทาครีมกันแดดไว้เป็นประจำจะดีที่สุด เพื่อปกป้องผิวของเรา ส่วนการใช้สบู่กาแฟ หรือกากกาแฟมาขัดผิวให้ขาวนั้น ก็มีส่วนช่วยได้บ้าง โดยตัวกากเหล่านี้จะผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าออก แต่ไม่ควรทำถี่เกินไป […]

นอนดิ้นรักษาหมอนรองกระดูกเคลื่อนได้…มั่วหรือแม่น??

คนนอนดิ้นคงได้เฮกันใหญ่ กับข่าวแชร์ที่ว่า “การนอนดิ้นรักษาหมอนรองกระดูกเคลื่อนได้” แต่ก่อนที่คนนอนไม่ดิ้นจะกระโดดขึ้นเตียงแล้วรีบดิ้นกัน ตามนักสืบโซเชียลไปสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันก่อนว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น”  นพ. ธีรศักดิ์ พื้นงาม แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 คอนเฟิร์มไว้ในรายการ “ชัวร์นะแม่ อย่าแชร์มั่ว” แล้วว่า ข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” การนอนดิ้นไม่ได้ช่วยรักษาโรคหมอนรองกระดูกแต่อย่างใด! ซึ่งการที่หมอนรองกระดูกจะเคลื่อนมากดทับเส้นประสาทได้นั้น ต้องเกิดจากสาเหตุที่หนักพอสมควร เช่น คนงานที่ต้องยกของหนัก หรือคนที่นั่งนานเกินไป เช่น พนักงานออฟฟิศ ที่นั่งตลอดทั้งวันโดยไม่ลุกไปไหนเลยตลอด 6-7 ชม.ต่อวัน อาการของโรคนี้ที่สังเกตเห็นได้คือ มีอาการปวดหลังและปวดร้าวลงมาที่ขาข้างใดข้างข้างหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดขามากกว่าปวดหลัง หรือเริ่มมีอาการขาชา มีอาการคันยุบยิบบริเวณหลังเท้าหรือน่อง ยิ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นไปอีก ควรรีบเข้ามาพบแพทย์ ในผู้ป่วยหมอนรองกระดูกเคลื่อนนั้น แทบไม่สามารถนอนดิ้นได้เพราะจะมีอาการปวดมาก ซึ่งข่าวแชร์นี้ผู้ป่วยไม่ควรเอาไปปฏิบัติตามเพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกแตกได้ ส่วนของวิธีการรักษา ทำได้โดยการให้ยาแก้อักเสบ เพราะเมื่อหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปทับจะส่งผลให้มีการอักเสบของเส้นประสาท หยุดการทำงานหรือวิธีปฏิบัติที่เป็นสาเหตุของอาการ หรือการทำกายภาพบำบัดและใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการรักษาการอักเสบก็ช่วยได้เช่นกัน เช่น การอัลตร้าซาวน์ หรือการให้ความร้อนต่างๆ ถ้าใช้วิธีเหล่านี้แล้วยังไม่หายก็ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด แต่คุณหมอแอบพูดให้เบาใจแล้วว่า ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน การผ่าตัดนั้นไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด ได้แผลนิดเดียวก่อนผู้ป่วยจะกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ […]

ออกกำลังกายกลางแจ้ง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ (ชัวร์หรอ?)

การออกกำลังกาย ไม่ว่าอย่างไรก็คงดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว สำหรับข่าวแชร์ที่บอกว่า “การออกกำลังกายกลางแจ้งลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้” จะเป็นหนทางช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการออกกำลังกายจริงหรือไม่นั้น เรื่องนี้ตามนักสืบโซเชียลไปถามคุณหมอกันเลย นพ. พิษณุ สุนทรปิยะพันธุ์ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด โรงพยาบาล พญาไท 2 ยืนยันกับในรายการ  ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว แล้วว่า ข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” เพราะการออกกำลังกายไม่ว่าจะในร่มหรือกลางแจ้ง ก็มีประสิทธิภาพเท่าๆ กัน แต่ต้องออกกำลังกายให้ถูกวิธีและในปริมาณที่เหมาะสม สำหรับการออกกำลังกายให้ถูกวิธีและปริมาณที่เหมาะสมนั้นเป็นอย่างไร คุณหมอให้คำตอบไว้ว่า เป็นการกำลังกายแบบแอโรบิกที่ต่อเนื่อง ให้หัวใจได้ทำงานตลอดอย่างน้อยสัก 30 นาทีต่อวัน 5-7 วันต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว แอโรบิก วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ การออกกำลังกายให้เหมาะกับวัย แบ่งเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ ในวัยเด็กควรให้ออกกำลังกายที่สนใจ เพื่อฝึกการออกกำลังกายให้เป็นนิสัย ต่อมาคือในวัยทำงาน อายุประมาณ 30-40 ปี ที่มีการทำงาน และครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้อง มีเวลาไม่มากนัก ให้ออกกำลังกายที่ทำร่วมกับครอบครัวได้ แบ่งเวลามาออกกำลังกายให้เป็นประจำ และไม่ควรเครียดกับเรื่องงานมากเกินไป สุดท้ายคือวัยสูงอายุ ต้องรู้ระดับความแข็งแรงของตัวเองก่อน เพราะหากโหมออกกำลังกายหนักเกินไปอาจทำให้หัวใจวายได้ และต้องระวังเรื่องการออกกำลังกายที่มีการกระแทกซึ่งจะส่งผลต่อไขข้อต่างๆ ได้ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ […]

‘เป็นกรดไหลย้อน ห้ามนอนตะแคงขวา’ มั่วหรือแม่น!?

แชร์กันมาอีกแล้ว กับข่าวที่ว่า “เป็นกรดไหลย้อน ห้ามนอนตะแคงขวา” ซึ่งเรื่องต้องห้ามกับเจ้าโรคกวนใจใกล้ตัวเรานี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” คุณหมอผู้เชี่ยวชาญมีคำตอบให้กับทุกคน นพ.จีรวัส ศิลาสุวรรณ แพทย์เฉพาะทาง ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2 ยืนยันกับนักสืบโซเชียล ในรายการ  ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว แล้วว่า ข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” โรคกรดไหลย้อนนั้น เกิดจากการที่หูรูดรอยต่อของหลอดอาหารกับกระเพาะอาหารที่อยู่บริเวณกลางหน้าอกเกิดหลวมชั่วคราวหรือถาวร ทำให้มีกรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปถึงหลอดอาหารหรือหลอดลมได้ ส่วนข่าวเรื่องห้ามนอนตะแคงขวา อาจมีที่มาจากในอดีตมีการศึกษาว่าถ้านอนตะแคงซ้ายอาจจะทำให้อาการกรดไหลย้อนน้อยลงได้ แต่ในภายหลังพบว่าการนอนตะแคงซ้ายหรือขวาไม่ได้ส่งผลให้กรดไหลย้อนมีอาการมากขึ้น สำหรับการป้องกันไม่ให้เกิดกรดไหลย้อนนั้น ถ้าน้ำหนักมากก็มีความเสี่ยง การเป็นโรคอ้วนโดยเฉพาะอ้วนลงพุง เมื่อมีไขมันบริเวณท้องมากขึ้นจะส่งผลให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน หรือการทานอาหาร และพฤติกรรมบางอย่างที่ไปกระตุ้นให้หูรูดหลวม เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การทานช็อคโกแลต อาหารมัน ชา กาแฟ อาหารจำพวกมิ้นท์ ซึ่งหากมีอาการกรดไหลย้อนควรหลีกเลี่ยง เราสามารถตรวจสอบตัวเองว่าเป็นกรดไหลย้อนหรือไม่ ได้โดยสังเกตอาการแสบร้อนกลางอกหรือใต้ลิ้นปี่ ถ้ากรดย้อนมาถึงหลอดลม ก็จะมีอาการกลืนติด กลืนลำบาก เสียงแหบ เปรี้ยวที่คอ หรือไอเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ ถ้าเป็นมากๆ หรือหลอดอาหารอักเสบร่วมด้วยก็จะทำให้กลืนลำบากหรือกลืนอาหารไม่ลงได้ ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ […]

พกมือถือไว้ในกางเกง เสี่ยงเป็นหมัน !?! (ชัวร์เหรอ?)

ข่าวแชร์ที่ว่า “พกมือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงเสี่ยงเป็นหมัน” คงทำให้ตกใจกลัวไปตามๆ กัน เพราะนั่นคงจะเป็นที่ประจำสำหรับเก็บโทรศัพท์มือถือของแทบทุกคนแน่นอน ซึ่งข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” นักสืบโซเชียลจะไปหาข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมายืนยันให้เอง นายแพทย์ประพันธ์ ทรัพย์สนอง แพทย์ประจำสาขาสูตินารีเวชทั่วไป โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ คอนเฟิร์มไว้ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว แล้วว่า ข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” การเป็นหมันแตกต่างจากการมีลูกยาก คือ เป็นหมันจะไม่สามารถมีลูกได้เลย ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุที่ทำให้ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ  ในฝ่ายชายจะมีปัญหาผลิตอสุจิไม่ถึงตามปริมาณปกติ หรือได้ปริมาณเหมาะสม แต่รูปร่างของอสุจิผิดปกติ หรือการทำงานผิดปกติ ส่วนทางเพศหญิงถ้าเกิดความผิดปกติ ไม่มีไข่ตกก็ไม่สามารถมีลูกได้ เกิดจากการที่อวัยวะสืบพันธุ์ผิดปกติ เช่น ท่อนำไข่ผิดปกติ อย่างไรก็ดีมีข้อมูลว่าคลื่นมือถือทำให้ปริมาณอสุจิลดลงจริง แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าแม้ปริมาณจะลดลงแล้วทำให้รูปร่างหรือการทำงานของอสุจิผิดปกติด้วยหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้มีลูกได้ยากขึ้นแต่ไม่เป็นหมัน  ส่วนในเพศหญิงนั้นไม่มีข้อมูลว่าคลื่นมือถือส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์แต่อย่างใด โดยยังไม่มีรายงานชัดเจนว่าคลื่นมือถือส่งผลอันตรายใดต่อสุขภาพบ้าง ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

ใส่หูฟังนอนเสี่ยงเกิดเชื้อราในหู !!! (ชัวร์เหรอ?)

ความเชื่อที่ว่า การใส่หูฟังนอนเสี่ยงทำให้เกิด “เชื้อราในหู” จริงหรือ?! ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกแชร์ผ่านทางโซเชียลและปากต่อปากกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” ตามนักสืบโซเชียลไปเสาะหาความจริงกับผู้เชี่ยวชาญกันเลย นพ.พลพร อภิวัฒนเสวี แพทย์ หู คอ จมูกประจำศูนย์ตรวจการนอนหลับแพทย์ศาสตร์บัณฑิตได้คอนเฟิร์มไว้ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว แล้วว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” แม้ว่าการใส่หูฟังนอน ณ ตอนนั้น จะมีส่วนทำให้เกิดเชื้อราได้จริง แต่!!! ไม่ได้เป็นกรณีที่เกิดขึ้นบ่อย เพราะใน “ขี้หู” ของเรามีกรดบางอย่างที่ทำให้เชื้อราเหล่านี้เติบโตได้ยาก แต่ในขณะเดียวกัน การเช็ดล้างทำความสะอาดหูมากเกินไปต่างหากที่จะเสี่ยงทำให้เกิดเชื้อราได้เนื่องจากทำให้ในสภาพหูเสียสมดุล การใช้หูฟังอย่างถูกต้องคือควรหมั่นเช็ดทำความสะอาด และไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น การใช้คัตตอนบัตทำความสะอาดหูก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเช่นกัน เพราะนอกจากจะไม่ทำให้สะอาดขึ้นยังจะดันขี้หูให้เข้าไปลึกกว่าเดิมด้วย ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะหูของคนเราจะขับขี้หูออกตามธรรมชาติที่ละนิดๆ อยู่แล้วนั่นเอง ร่วมไขความลับข่าวแชร์ทางโซเชียลผ่านรุ่นแม่ขี้แชร์กับรุ่นลูกขี้เบรก และนักสืบโซเชียลสุดแซ่บ มาลุ้นไปพร้อมๆ กันข่าวไหนจะแชร์มั่ว หรือข่าวไหนจะชัวร์แม่น ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. ทางอมรินทร์ทีวี 34

ครีมกันแดด ยิ่งทา ยิ่งเป็นฝ้า (ชัวร์หรอ?)

จากข่าวแชร์บนโลกโซเชียลที่ว่า ครีมกันแดด “ยิ่งทา ยิ่งเป็นฝ้า” เป็นข่าวที่ไม่ต้องไปถามผู้เชี่ยวชาญที่ไหนก็พอจะคิดเองได้ว่าข่าวนี้ “แชร์มั่ว X” แน่นอน แต่เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน และที่มาแบบชัวร์ๆ ไปถามคุณหมอกันหน่อยดีกว่า ว่าชาวเน็ตเขาไปเอาความเชื่อนี้มาจากไหนกัน ???

นอนห้อยหัว 10 นาที ทำให้แก่ช้า หน้าใส (ชัวร์หรอ?)

ความเชื่อที่ว่าการ นอนห้อยหัว เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณใบหน้าเยอะๆ จะทำให้ แก่ช้า หน้าใส “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” คะคุณหมอ???

เปิดแอร์ทันที หลังเหงื่อออก เสี่ยงตาย !!! (ชัวร์หรอ?)

จากข่าวแชร์ที่ว่า “การเข้าห้องแอร์ทันที หรือ เปิดแอร์ทันที หลังเหงื่อออกใหม่ๆ เสี่ยงตายได้” ข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” ตามนักสืบโซเชียลไปถามคุณหมอกันเลยค่า

“น้ำแข็ง” ช่วยกระชับรูขุมขน เพียงแค่เอามาประคบหน้า

สาวๆ คนไหนที่มีปัญหาเรื่องของรูขุมขนกว้าง ไม่กระชับ คงเคยเข้าไปค้นหาข้อมูลในกูเกิลแล้วเจอกระทู้ หรือ บทความต่างๆ ที่แนะนำว่า “น้ำแข็ง กระชับรูขุมขน” ได้ ข่าวนี้ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” ???

ดื่มน้ำมะพร้าวตอนท้อง จะทำให้ลูกเกิดมาผิวขาวใส

คุณแม่หลายๆ ท่านน่าจะเคยได้ยิน หรือเคยเห็นข่าวแชร์เกี่ยวกับความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณว่าการ ดื่มน้ำมะพร้าวตอนท้อง จะทำให้ลูกเกิดมามีผิวที่ขาวใส ว่าแต่ข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” ตามนักสืบโซเชียลไปถามผู้เชี่ยวชาญให้ชัวร์กันเลยดีกว่า

ผมหงอก ยิ่งถอน…ยิ่งเพิ่ม !!! (ชัวร์หรอ??)

ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความเชื่อผิดๆ เป็นข่าวที่ “แช์มั่ว” ทั้งนั้น ซึ่งก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าสาเหตุการมี ผมหงอก เกิดจากอะไร? ‘นพ.สุทธิศักดิ์ สุรารักษ์’ ได้ให้ข้อมูลไว้ในรายการ ชัวร์นะแม่อย่าแชร์มั่ว ว่าโดยปกติบริเวณรากขนของเส้นผมจะมีเซลล์ตัวสร้างเม็ดสี

แบตหมด ค่อยชาร์จ เสี่ยงโทรศัพท์พัง !!! (ชัวร์หรอ??)

ถ้าเราใช้โทรศัพท์จนแบตหมดเกลี้ยงแล้วค่อยชาร์จ เสี่ยงทำมือถือพัง !!! ข่าวนี้จะ “แชร์มั่ว” หรือ “ชัวร์แม่น” ตามนักสืบโซเชียลไปถามผู้รู้ให้คลายความกังวลกันดีกว่าค่ะ

keyboard_arrow_up