“นุ๊ก” โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเช่าบ้าน เปิดแน่บชิ่งค่าไฟครึ่งแสน ทำใจโอกาสตามตัวยาก

ความเสี่ยงความซวยของเจ้าของบ้านเช่าหลายรายคือการโดนเบี้ยวค่าเช่า หนี ไม่รักษาข้าวของภายในบ้าน ล่าสุดคนบันเทิงอย่าง “นุ๊ก สุทธิดา” ก็เจอเต็มๆ เป็นชาวต่างชาติเช่าบ้านแล้วสุดท้ายหนีไป แถมทิ้งค่าไฟไว้ให้อีก 5 หมื่นบาท เรื่องนี้ “นุ๊ก สุทธิดา” ได้โพสต์รายละเอียดไว้ในโซเชียลว่า “ประกาศตามหาคนเช่าบ้านแล้วหนี อยากจะโพสต์รูป passport คนเช่าจัง สภาพบ้านพัง เปิดหน้าต่างไว้ จนนกแฮรี่พอร์ตเตอร์มาอยู่ ทิ้งค่าไฟไว้ 50,000 กว่าบาท แล้วหนีไป ไม่ต้องบอกว่ามาจากประเทศอะไร #ประเทศที่คุณก็รู้ว่าใคร ถามหน่อยใช้ไฟอะไร 5 หมื่นกว่า เป็นพวก callcenter หรือคะ สายชาร์จเต็มบ้านเลย สูบบุหรี่ จุดยากันยุงในบ้าน ดีบ้านไม่ไฟไหม้น่ะ ไม้ทั้งหลัง ไม้แบบนี้หาไม่ได้แล้วนะ #ทำกะตรูได้ อย่าให้เจอ” ล่าสุดในงาน วอล์คกิ้ง วิธ ไดโนซอร์ส ดิ อารีน่า สเป็คแท็คคูลา “นุ๊ก” ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ผู้เช่ารายนี้มาจากประเทศที่ทุกคนน่าจะรู้ เพราะวันที่เข้าไปดูบ้าน ตนพบกับปลั๊กไฟหลายจุด พร้อมกับค่าไฟที่ทิ้งไว้ให้ […]

รวบต่างชาติ ซุกตัวในไทยผิดกฎหมายกว่า 141 คน หวั่นอาจก่ออาชญากรรม (คลิป)

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตและอาจก่อเหตุอาชญากรรม เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โรแมนซ์สแกม ทั้งหมด 110 จุด จับชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายได้ทั้งหมด 141 คน ตามความผิด 3 ข้อหาหลัก คือ เป็นบุคคลต่างด้าวอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่ากฎหมายกำหนด หลบหนีเข้าเมือง และเสพสารเสพติดให้โทษ พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้จะเน้นไปที่กลุ่มชาวต่างชาติผิวสี ส่วนใหญ่เป็นชาวโรมาเนีย ชาวแคมมารูน ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยและใช้เป็นฐานก่ออาชญากรรม ทั้งนี้มีการตรวจสอบโรงเรียนด้วยว่ารับบุคลเข้ามาเป็นครูสอนภาษาอย่างถูกต้องหรือไม่ ถ้าพบว่าโรงเรียนให้ความช่วยเหลือก็จะมีความผิดเช่นกัน

‘กรมสรรพากร’ เตือน! ระวังภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกคืนภาษีผ่านตู้ ATM

จากรณีที่มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ไปถึงผู้เสียภาษี อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรขอตรวจสอบเรื่องเงินภาษี การขอคืนภาษี รวมทั้งหลอกสอบถามรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้ผู้เสียภาษีเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินและให้ไปทำธุรกรรมที่ตู้ ATM ซึ่งมีผู้เสียภาษีหลายรายหลงเชื่อสูญเสียเงินไปจำนวนมาก นั้น นางแพตริเซีย มงคลวนิช รองอธิบดีกรมสรรพากร รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินของผู้เสียภาษีแต่อย่างไร หากกรมสรรพากรมีข้อสงสัยหรือต้องการเอกสารเพิ่มเติมจะมีหนังสือแจ้งไปถึงผู้เสียภาษีแต่ละราย และสำหรับผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ไว้เกิน เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานเอกสารแล้วเสร็จ จะดำเนินการคืนภาษีให้ผ่านระบบพร้อมเพย์ ที่ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก หรือส่งเป็นเช็คธนาคาร โดยระบุชื่อ-สกุลของผู้ขอคืน และส่งไปให้ทางไปรษณีย์ตามภูมิลำเนาที่ผู้ขอคืนแจ้งไว้เท่านั้น ผู้เสียภาษีจึงไม่ต้องไปทำธุรกรรมใดๆ เพื่อรับเงินภาษีคืนที่ตู้ ATM แต่อย่างใด หากผู้เสียภาษีได้รับโทรศัพท์แอบอ้างที่มีพฤติกรรมดังกล่าวโปรดอย่าหลงเชื่อ สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยขอให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161 สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ ในวันและเวลาราชการ

อย่าหลงเชื่อ! ไปรษณีย์ไทยเตือน มิจฉาชีพโทรขอข้อมูล อ้างวัสดุตกค้าง

ไปรษณีย์ไทยได้มีประกาศเตือนผู้ใช้บริการและประชาชนทั่วไปว่า ขณะนี้มีมิจฉาชีพ ได้ทำการสุ่มโทรหาลูกค้า โดยอ้างว่า มีวัสดุตกค้าง และให้กดหมายเลข 9 เพื่อสอบถามรายละเอียด ซึ่งหากดำเนินการตามจะมีการโอนสายไปยังบุคคลที่แอบอ้างเป็นพนักงาน พร้อมแจ้งว่ามีบริการแจ้งเตือนแบบใหม่ หากต้องการทราบรายละเอียดพัศดุต้องแจ้งชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ฯลฯ โดยทางไปรษณีไทยยืนยันว่า ไม่มีการให้บริการในรูปแบบนี้ และแนะนำว่าให้วางสายทันที หากมีข้อสงสัยสามารถสายตรงไปได้ที่ 1545

กวาดล้างอาชญากรรมทั่วกรุงฯ พบชาวต่างชาติหลบหนีเข้าเมืองหลายราย (คลิป)

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการณ์ Black Eagle ตรวจค้นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 45 จุด กวาดล้างชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตและอาจก่อเหตุอาชญากรรม เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โรแมนซ์สแกม จากการตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย เป็นบุคคลต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 ราย อยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต 6 ราย ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 1 ราย ตรวจพบสารเสพติด 1 ราย โดยมีการทำประวัติตรวจดีเอ็นเอเอาไว้ทั้งสิ้น 32 ราย พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่จับกุมตัวไว้ได้เป็นชาวผิวสี บางรายลักลอบเข้ามาอยู่ในประเทศและก่ออาชญากรรมต่างๆ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งโรแมนซ์สแกม มีการโทรไปหลอกลวงผู้เสียหายชาวไทย จึงต้องมีการกวาดล้าง เฝ้าระวัง เพ่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

‘บิ๊กป้อม’ สั่ง! ล้างบาง ‘ยาเสพติด-มาเฟียต่างชาติ’ กระทบภาพลักษณ์ประเทศ

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับหน่วยงานความมั่นคง ติดตามเฝ้าระวังและเตรียมกวาดล้าง เครือข่ายยาเสพติดและมาเฟียต่างชาติ ครั้งใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ วันที่ 31 ม.ค.61 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า จากรายงานสถานการณ์ยาเสพติด ปี 2561 ในภาพรวมปริมาณยาเสพติดยังคงมีมาก โดยพบแหล่งผลิตนอกประเทศและมีการลำเลียงพักคอย รอการเคลื่อนย้าย แนวโน้มการกระจายตัวสู่พื้นที่ภายในประเทศสูง นอกจากนี้ยังพบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายขบวนการยาเสพติด มีความเชื่อมโยงกับอาชญกรรมในหลายรูปแบบ ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เพิ่มความตื่นตัว เฝ้าระวังและทำหน้าที่ปกป้องสังคมจากภัยยาเสพติดอย่างใกล้ชิด โดยมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดประชุมใน 1 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อเตรียมปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศครั้งใหญ่ ควบคู่กับการปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะคนต่างชาติที่อาศัยอยู่เกินกำหนด ( Over Stay) ซึ่งมีมากกว่า 8,000 ราย และที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอีกจำนวนมาก ซึ่งพบพฤติการณ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญกรรมข้ามชาติในรูปแบบต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศโดยปฏิบัติการดังกล่าว ให้หวังผลเชื่อมโยงเครือข่ายขบวนการ นายทุนและผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างตรงไปตรงมาด้วยมาตรการทางกฎหมายและการยึดทรัพย์ เพื่อลดการกลับมากระทำผิดซ้ำอีก

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หนักข้อ ขู่ตัดสัญญาณ “โทรศัพท์-อินเตอร์เน็ต” จนท.เตือนอย่าหลงเชื่อ

วันนี้ (15 ม.ค.) ได้มีชาวบ้านที่ใช้บริการโทรศัพท์ ของบริษัท ทีโอที จำกัด ได้เดินทางมาที่ศูนย์บริการลูกค้าทีโอที สาขาศรีสะเกษ ซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ 1059 ถนนศรีสะเกษ-อุบล ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นจำนวนมากเพื่อสอบถามข้อมูล กรณีได้รับสายโทรศัพท์ลักษณะเป็นคอลเซ็นเตอร์ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของทางบริษัททีโอที โทรมาจากศูนย์บริการ แจ้งว่าสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตของผู้ใช้บริการมีปัญหา ให้กดหมายเลข 1 แจ้งหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ใช้บริการ เมื่อลูกค้าบางรายหลงเชื่อกดหมายเลข 1 กลับไม่มีเสียงตอบรับและสัญญาณได้เงียบหายไป บางรายถูกแจ้งให้ไปชำระค่าบริการไม่เช่นนั้นจะถูกตัดสัญญาณภายใน 2 ชม. ซึ่งมีลูกค้าหลายรายเกรงว่าจะถูกตัดสัญญาณ ได้โทรเข้ามาสอบถามกันตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ศูนย์เปิดบริการ บางรายเดินทางมาติดต่อที่ศูนย์บริการด้วยตนเอง และแจ้งให้พนักงานทราบว่าตนได้ชำระค่าบริการไปแล้ว เหตุใดจึงแจ้งว่ายังมียอดค้างชำระ และจะถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์ นายสถิต ชนะชัย ข้าราชการครูบำนาญโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีโทรศัพท์จากศูนย์บริการทีโอที โทรมาที่บ้านตนแจ้งว่าโทรศัพท์ของตนมีปัญหา จะต้องถูกตัดสัญญาณภายใน 2 ชม. หากต้องการติดต่อสำนักงานให้กดหมายเลข 1 ซึ่งเมื่อตนกดหมายเลข 1 สัญญาณก็ได้ขาดหายไป ตนจึงเดินทางมาที่ศูนย์บริการเพื่อสอบถามข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ ด้านนายไชยา วงศาเลิศ ผู้จัดการบริษัททีโอที สาขากันทรลักษ์ […]

สอบนาน 12 ชม. ‘ณิชา’ สาวถูกสวมบัตรปชช.เปิดบัญชี เจ้าตัวเผยแค่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม (คลิป)

จากกรณี น.ส. ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ หรือน้องอะตอม อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถูกคนร้ายเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำบัตรประชาชนไปขอเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี ทำให้รับเคราะห์ตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกง ต้องติดคุกนาน 3 วัน ก่อนได้รับการประกันตัวตามนั้น เมื่อวาน (14 ธ.ค. 61) น.ส. ณิชาได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งแม่และน้องชาย เพื่อกล่าวขอบคุณและให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว แต่ได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม นานกว่า 12 ชั่วโมง มีการพักออกมาทานอาหารในเวลาตี 01.00 น. ก่อนกลับเข้าสอบสวนต่อ และเสร็จสิ้นในเวลา 03.00 น. โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว บอกเพียงว่ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นประโยชน์กับรูปคดีที่สุด

“ณิชา” ยันไม่รู้จักแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตร.จับผู้ร่วมขบวนการครบ เผยเป็นฝีมือ “แก๊งโรแมนซ์สแกม”

จากกรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถูกคนร้ายเป็นกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี จนส่งผลให้เป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง ถึงขั้นต้องติดคุกนาน 3 วัน ก่อนได้รับการประกันตัว จนกระทั่ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัว น.ส.ปวีณา อายุ 30 ปี เข้ามาปากคำหลังพบว่าเป็นผู้ที่นำบัตรประชาชนของน.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคารต่างๆ ล่าสุด วันนี้ (14 ม.ค.61) น.ส.ณิชา พร้อมด้วย น.ส.ปุญญาดา ก๊กมาศ พี่สาว ที่ตกเป็นเหยื่อ เดินทางมาที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากทราบข่าวว่า จะมีการแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชี สามารถจับกุมตัวได้เมื่อวานที่ผ่านมา (13 ม.ค.) ที่บ้านพักย่านตลิ่งชัน โดยไม่ได้มีการแถลงข่าว น.ส.ณิชา ยืนยันในความบริสุทธิ์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งที่นำบัตรประชาชนตนไปเปิดบัญชีอย่างแน่นอน ส่วนที่บัตรประชาชนหาบ่อย ส่วนตัวไม่รู้ว่าบ่อยหรือไม่ แต่บัตรประชาชนหายทั้งหมด 3 ครั้ง […]

สุดแสบ! รองโฆษก อสส.เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่งหมายจับปลอม อย่ากลัวระวังหมดตัว

บนโลกสังคมออนไลน์ต่างแชร์ให้ความสนใจกรณีที่ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเตือนประชาชน เรื่อง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่งหมายจับปลอม หลอกลวงให้โอนเงิน พร้อมเตือนว่าอย่ากลัว หากกลัวหมายดังกล่าวจะหมดตัว โดยข้อความระบุว่า “ข่าวแก๊งโทรศัพท์ หลอกลวงให้โอนเงิน มีต่อเนื่องมาตลอด ล่าสุดปลอมหมายจับ อายัดทรัพย์สิน โทรศัพท์พูดให้เหยื่อตกใจกลัว เพื่อหลอกลวงให้โอนเงิน โดยการพูดจาหว่านล้อม เอกสารหมายจับปลอม ผมสอบถามไปยัง ท่านอัยการมีชัย เกิดวิบูลย์เวช ที่มีชื่ออยู่ในเอกสารหมายจับ ท่านมีชัยตอบว่าของปลอมแน่นอนครับ แล้วก็ปลอม เป็นใบที่ 3 แล้วครับ ใบแรก ในนามของ หัวหน้าอัยการ จังหวัดเชียงใหม่ ใบที่ 2 ในนามของหัวหน้าอัยการจังหวัดเชียงราย อันนี้ ใบที่ 3 ครับ ในนามหัวหน้าอัยการจังหวัดแพร่ ทุกชื่อที่ปรากฏบนเอกสารจึงถูกปลอมขึ้นทั้งหมด เพื่อนำมาหลอกลวง อย่าหลงเชื่อครับ หมายจับที่แท้จริงจะออกโดยศาลยุติธรรม ไม่มีชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานอัยการในหมายจับ คำผิดอีกมากมายหลายจุด เห็นได้ชัดเจน อ้างกฎหมายในหมายจับก็ผิดมาตรา ตรวจสอบหมายจับปลอม ได้โดยการโทรกลับไปสอบถามต้นทางตามที่ระบุในเอกสาร เพื่อสอบถามว่าเอกสารเลขที่ ออกโดย…. หรือบุคคลตามที่ปรากฏชื่อในหมายจับ […]

สมัยนี้อยู่ยาก! สาวเตือนภัยโจรแสบปลอมชื่อไลน์ขอยืมเงินเฉียดหมื่น

สาวเตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมแอคเคาท์แอปพลิเคชันไลน์เป็นคนสนิท โดยหลอกให้โอนเงิน แถมซวยซ้ำมิจฉาชีพแอบอ้างชื่่อไลน์ส่วนตัวยืมเงินคนอื่นต่ออีกทอด กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เตือนภัยห้ามคนรู้จักโอนเงินเด็ดขาด หากมีคนส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์มามายืมเงิน เนื่องจากเธอตกเป็น 1 ในผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้โอนเงิน และยังถูกแอบอ้างชื่อไปหลอกยืมเงินคนอื่นอีกทอดหนึ่งด้วย คุณฝ้าย อายุ 27 ผู้เสียหายและเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว เล่าให้คุณธนัชภัค เมืองชู ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ฟังว่า เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อน เมื่อวาน (6 ม.ค.) ที่ผ่านมา ช่วงเวลา 06.00 น. มีข้อความไลน์จากรุ่นพี่ที่ทำงานซึ่งมีความสนิทสนมกันทักมาขอให้โอนเงินค่าซื้อสินค้าออนไลน์ให้ก่อน เนื่องจากอ้างว่าเงินในบัญชีเขาไม่พอ มีแต่เงินสดโดยจะนำเงินไปฝากธนาคารเพื่อโอนคืนให้ช่วงสายๆ ตนจึงโอนไปให้โดยไม่เอะใจอะไร เนื่องจากปกติที่พี่ๆน้องๆที่ทำงานมักจะมีการไหว้วานให้โอนเงินให้ก่อน แล้วค่อยเอาเงินสดมาให้ทีหลัง เพราะบางคนก็ไม่มีบัญชีธนาคารที่จะโอนเงินไป ทั้งนี้ตนได้โอนเงินเข้าบัญชีถึง 3 ครั้ง ครั้งแรก 3,300 บาท ครั้งที่ 2 เป็นเงิน 4,300 บาท และครั้งที่ 3 จำนวน 15,000 บาท แต่เนื่องจากตนเองมีเงินในบัญชีเหลืออยู่เพียง 700 บาทเท่านั้น จึงไม่ได้โอนครั้งที่ 3 […]

รวบ ‘แก๊งคอลเซนเตอร์’ ชาวมาเล พบของกลางอื้อ! เตรียมจับคนไทยรับจ้างเปิดบัญชี (คลิป)

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 61 เวลาประมาณ 23.00 น. ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับเจ้าหน้าที่อีกหลายหน่วยงาน บุกเข้าจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่โรงแรมคาลิปโซ ย่านดินแดง กรุงเทพฯ สามาถควบคุมตัว นายไหล เข็น เฟ่ย อายุ 41 ปี ชาวมาเลเซีย พร้อมของกลางเป็นสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ ซิมโทรศัพท์ สลิปบัญชีธนาคาร เป็นจำนวนมาก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลมาจากการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก่อนหน้านี้ ทั้งในพื้นที่เขตทองหล่อ และสมุทรปราการ จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อเดือน พ.ย. 60 และมีกำหนดการเดินทางออกนอกประเทศในวันที่ 9 ม.ค. 61 นี้ ซึ่งจุดประสงค์ของการเข้ามาในประเทศไทยก็เพื่อที่จะถอนเงินออกจากบัญชีที่ผู้เสียหายชาวต่างชาติ ได้โอนเงินเข้ามา และเตรียมโอนไปยังบัญชีผู้ว่าจ้างอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้พบสมุดบัญชีธนาคารของคนไทยกว่า 60 ที่ใช้เป็นบัญชีหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามา โดยตำรวจจะตรวจสอบรายชื่อของสมุดบัญชีอีกครั้ง หากทราบว่ามีการรับจ้างเปิดบัญชีเพื่อเป็นเครื่องมือของแก๊งมิจฉาชีพจะมีการอนุมัติหมายจับในทันที ต่อมาในเวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจากการจับกุมนายไหล […]

ตำรวจ บุกจับ เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใน จ.สมุทรปราการ จ้าง 2,000 บาทเปิดบัญชีลวงเหยื่อ

ความคืบหน้า คดีกวาดล้าง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในจังหวัดสมุทรปราการ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับเครือข่ายชาวไทยได้เพิ่มอีก 28 คน อายุระหว่าง 25 – 49 ปี  โดยผู้ต้องหา อ้างว่า มีหญิงไทยรายหนึ่งติดต่อผ่านคนรู้จักให้เปิดบัญชีธนาคาร ได้รับค่าจ้าง 2,000 บาท แต่ไม่ทราบว่า ถูกไปทำธุรกรรมทางการเงินด้านใด กระทั่ง ถูกตำรวจจับ พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้ มาจากการขยายผลของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.และ สถาบันการเงิน ที่ร่วมกันตรวจสอบเจ้าของบัญชีเงินฝากจำนวนมาก หลังเข้าจับกุม ชาวไต้หวัน และ หญิงไทย 5 คน ที่ร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อ 3 วันก่อน จนทราบตัวบุคคล ภูมิลำเนา ก่อนแบ่งกำลังตามไปจับกุมในหลายพื้นที่ ทั่วประเทศ รวมทั้ง ในอำเภอบางพลี ที่จับกุม และ ส่งตัวฟ้องศาลดำเนินคดีไปแล้ว […]

เปิดใจ หนุ่มเกือบตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปลอมยันยศร้อยโท (คลิป)

ก่อนหน้านี้มีกรณีของพนักงานแบงค์คนหนึ่งที่ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์โทรมาหลอกให้โอนเงิน ซึ่งเธอโชว์ไหวพริบในการไล่จี้จนแก๊งคอลเซนเตอร์ต้องถอยไป วันนี้ (19 ธ.ค. 60) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี พบกับชายหญิงคู่หนึ่งที่เกือบจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซนเตอร์ แต่โชคดีที่พวกเขาติดตามข่าว และหลุดรอดจากการตกเป็นเหยื่อมาได้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง ได้แชร์คลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นการบันทึกภาพระหว่างที่แฟนหนุ่มกำลังสนทนากับชายที่แอบอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาล และแจ้งว่าแฟนของเธอติดหนี้อยู่กับธนาคารแห่งหนึ่ง (ธนาคารทหารไทย) จำนวนเงินต้นกว่า 1 แสน 5 หมื่นบาท คุณสิริสกุล มยุรีสวรรค์ ได้เดินทางไปพบกับคุณสุริโย มิตรครบุรี อายุ 37 ปี และคุณกรรณิกา เอี่ยมทอง อายุ 34 ปี เจ้าของคลิป ซึ่งคุณสุริโยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานประมาณ 10.00 น. ขณะที่คุณสุริโยกับแฟนพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพัก อยู่ๆ ก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา เมื่อรับสายจึงทราบว่าเป็นระบบอัตโนมัติ ก่อนจะถูกโอนสายไปยังชายผู้หนึ่ง ที่ภายหลังอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม แต่ตัวของคุณสุริโยตอนนั้นคิดว่าเพื่อนแกล้ง จึงหลุดให้ข้อมูลชื่อจริงนามสกุลจริง และเลขที่บัตรประชาชนไป กระทั่งคุณกรรณิกา แฟนสาว ได้ยินเข้าพอดี จึงรีบวิ่งเข้ามากระซิบบอกให้คุณสุริโยระวังตัว และรีบอัดคลิปไว้ ทั้งนี้ ชายที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลบอกว่า คุณสุริโยถูกธนาคารแห่งหนึ่งฟ้อง เมื่อวันที่ […]

พีคขั้นสุด!! สาวไลฟ์สดหลอกคุย ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ นานกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนเอาคืนแบบเจ็บแสบ

แม้จะมีข่าวคราวเกี่ยวกับการแจ้งจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกมาไม่เว้นแต่ละวัน แต่ดูเหมือนจะยังมีมิจจาฉาชีพจำนวนไม่น้อย ที่ยังใช้โทรศัพท์เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเพื่อล้วงข้อมูลเหยื่อ อย่างล่าสุด ที่ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ปอม ปอม ได้แชร์คลิปวิดีโอไลฟ์สด ขณะกำลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ติดต่อเข้ามาเพื่อหลอกว่าเลขบัญชีธนาคารของเธอ โดยอ้างว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการฟอกเงิน จำเป็นต้องอายัดบัญชี แต่ดูเหมือรงานนี้เจ้าตัวรู้ทัน จึงวางแผนตลบหลัง ด้วยการทำทีคุยโทรศัพท์นานนับชั่วโมง โดยหลอกว่าตนมีอยู้ 2 บัญชี ซึ่งบัญชีแรกมี 250,000 บาท และอีกบัญชีมี 8,000,000 บาท ก่อนที่ทางแก๊งมิจฉาชีพจะหลอกล่อให้เธอทำธุรกรรมทางการเงิน โดยตอนแรกทางฝ่ายหญิงสาวก็ทำเนียนเหมือนจะออกไปจริงๆ และเริ่มบอกว่า ความจริงแล้วเธอนับตัวเลขทศนิยมผิด เพราะจริงๆ แล้วบัญชีแรกมีแค่ 80 บาท ส่วนบัญชีก็มีแค่ 25 บาทเท่านั้น งานนี้ทำเอาแก๊งมิจฉาชีพปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะต่อว่าเธอและกลายเป็นการทะเลาะถกเถียงทางโทรศัพท์ ก่อนที่อีกฝ่ายจะต่อว่าเธออย่างรุนแรงและรีบตัดสายทิ้งไป

ระวังตกเป็นเหยื่อ! รวบแก๊ง “โรแมนซ์สแกรม” แชทลวงหนุ่มไทยโอนเงิน บัญชีหมนุเวียนกว่า 3 ล้าน

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.60 ที่คอนโดแห่งหนึ่งภายในซอยแจ้งวัฒนะ 26 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. พร้อม จนท.ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นำหมายศาลเข้าตรวจค้นแก๊งค์ แสร้งรักออนไลน์ ( romance scam ) ที่ห้องชั้น 4 สามารถจับกุมผู้ต้องหาไนจีเรีย และภริยาคนไทย ได้รวม 2 คน ทราบชื่อคือ Mr. Kyrian Chinedu Iwuanyanwu อายุ 30 ปี ในข้อหา อยู่ในราชอาณาจักรเมื่อการอนุญาตสิ้นสุดลง มีโทษปรับวันละ 500 รวมไม่เกิน 20,000 บาท และ น.ส.สุกัญญา สาแก้ว อายุ 23 ปี ในข้อหา ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น […]

ทลายให้ถึงราก! ตร.จับยกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีทั้งชาวไทย-ต่างชาติ พร้อมของกลางกว่า 120 ลบ.

ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นับวันจะยิ่งรุนแรง ล่าสุดตำรวจสามารถทลายได้ยกแก๊ง และจับกุมผู้ต้องหาได้กว่า 20 ราย ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมของกลางมูลค่ากว่า 120 ล้านบาท พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รักษาราชการแทนที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ยังเร่งกวาดล้างเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีพฤติการณ์โดยหัวหน้าใหญ่ได้ประสานให้หน่วยคอลเซ็นเตอร์ที่ประจำการอยู่ในประเทศต่างๆ หลอกลวงผู้เสียหายอีกประเทศหนึ่ง ทำการอ้างตัวเป็นเจ้าพนักงานรัฐว่ามีข้อมูลทางการเงินพัวพันกับองค์กรอาชญากรรม และต้องถูกดำเนินคดีอายัดทรัพย์ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะให้โอนเงินผ่านบัญชีผู้รับจ้างเปิดบัญชี ก่อนจะมีคนที่ทำหน้าที่กดเงิน และกระจายเงินไปผ่านระบบ bitcoin และบริษัททัวร์ โดยเงินทั้งหมดจะถูกนำไปรวบรวมที่กลุ่มผู้ดำเนินการระดับบริหารทั้งไทยและจีน ก่อนเงินจะกลับไปสิ้นสุดที่หัวหน้าใหญ่ซึ่งเป็นผู้สั่งการ สำหรับการดำเนินการครั้งนี้เป็นการจับกุมครั้งที่ 4 โดยสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้ 146 หมายจับ ดำเนินจับกุมได้ 98 หมายจับ ผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ 7 หมายจับ และอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมอีก 41 หมายจับ รวมทั้งมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศซึ่งตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี ส่วนข้อมูลขณะนี้เชื่อว่ายังมีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการที่มากกว่าเดิมอีก นอกจากนี้ ยังมีการจับชาวต่างชาติที่เข้าร่วมขบวนการได้อีก 3 ราย ในข้อหามีไว้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ 2 ราย สัญชาติใต้หวัน อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดของกลางคือ โทรศัพท์สำนักงาน โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร หนังสือเดินทาง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค […]

‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ ระบาดอีก! อ้างเป็นนายตำรวจใหญ่ หลอกหากไม่โอนเงินจะจับกุม (คลิป)

วันนี้(5 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบนางเอ(นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ชาวบ้านในพื้นที่อ.เมือง จ.ลำปาง หลังทราบว่านางเอ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหลอกและสวมรอยเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อหวังหลอกเอาเงินแต่ผู้เสียหายไหวตัวทันเลยโอนเงินให้แค่ 1 บาทกว่าๆ พร้อมออกมาเตือนชาวบ้านหลังช่วงนี้แก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้กำลังระบาด นางเอ ได้นำคลิปเสียงที่บันทึกไว้ขณะที่กำลังสนทนากับแก้งค์คอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวซึ่งมีความยาวกว่า 40 นาที มาให้ผู้สื่อข่าวฟัง พร้อมเปิดเผยว่าการที่ตนเองออกมาเปิดเผยในครั้งนี้ไม่ได้อยากเป็นข่าว แต่ต้องการเตือนชาวบ้านให้ระวังแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ซึ่งกำลังระบาดไปทุกพื้นที่ และงัดเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ นานาเพื่อมาหลอกชาวบ้าน ทั้งนี้กรณีของตนเองเกิดขึ้นเมื่อช่วงเมื่อประมาณวันที่ 30 พ.ย. 60 ที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจากชายหญิงคู่หนึ่งโดยฝ่ายชายอ้างเป็นร.ต.อ.อนันต์ คำมี ติดต่อมาทางโทรศัพท์ พร้อมขอ ID LINE ตนเอง บอกว่าเป็นตำรวจ ปปส.จังหวัดเชียงราย และระบุว่า ตนได้มีการส่งพัสดุส่งไปที่ไปรษณีย์จังหวัดเชียงราย และจากการตรวจสอบพบว่ามียาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ออกหมายจับตนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งส่งหมายจับมาทางไลน์ให้ดู ซึ่งตนเองก็พยายามอธิบายว่าไม่ส่งพัสดุใดๆ หรือเดินทางไปจังหวัดเชียงรายเลย แต่ชายที่อ้างตัวเป็นนายตำรวจก็บอกให้ใจเย็นๆ เดี๋ยวจะช่วยเหลือ และให้ตนเองคุยกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงระดับผู้การตำรวจ และให้ตนเองพยายามอ้อนวอนคุยกับท่านดูเผื่อท่านจะให้การช่วยเหลือ จากนั้นก็ได้โอนสายให้ตนเองคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอ้างตัวว่าชื่อ ผู้การอิทธิรัตน์ ภัทรกิ่ง หรือให้เรียกว่าผู้การกิ่ง และหญิงคนดังกล่าวก็พยายามพูดจาข่มขู่ต่างๆ ขณะนั้นตนเองซึ่งกำลังก็ตกใจกลัว เพราะเห็นว่าตำรวจมีหมายจับและไม่รู้จะปรึกษาใครจึงให้ข้อมูลไปทั้งหมด โดยผู้หญิงคนนั้นก็ให้ตนไปที่ตู้เอทีเอ็มที่ใกล้ที่สุดและให้กดตามที่เขาบอก แต่โชคดีที่ขณะที่กำลังทำรายการอยู่นั้นมีนายตำรวจยศร้อยเอก […]

keyboard_arrow_up