เปิดข้อเท็จจริงของ Starchild skull หัวกะโหลกเด็กที่เชื่อว่าเป็นลูกผสม “มนุษย์ – เอเลี่ยน”

ท่ามกลางหลักฐานที่มีทั้งจริงและเท็จ เกี่ยวกับการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวในรูปแบบต่างๆ ที่มีผู้คนเคยพยายามจดบันทึกไว้ หนึ่งในหลักฐานที่ดูเหมือนจะได้รับความสนใจ และมักถูกหยิบยกมาเอ่ยถึงในเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น The Starchild skull หรือ หัวกะโหลกของเด็กจากดวงดาว ที่นักจานบินวิทยา รวมทั้งผู้คลั่งไคล้ในเรื่องลี้ลับเชื่อว่า มันคือหลักฐานการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่าง “มนุษย์” และ “สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา” จุดเริ่มต้นทั้งหมดเกิดขึ้นที่เหมืองเก่าแห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโก เมื่อคนงานและทีมนักสำรวจได้พบกับกะโหลกศีรษะรูปร่างคล้ายของมนุษย์ที่รูปร่างผิดปกติ ซึ่งถูกฝังรวมกับโครงกระดูกมนุษย์ธรรมดา จนมีการตั้งชื่อเล่นให้กับชิ้นส่วนปริศนานี้ว่า The Starchild skull และมีการอ้างอิงข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ โดยนักมานุษยวิทยาและศัลยแพทย์ ซึ่งพบว่าดีเอ็นเอที่พบบนกะโหลกดังกล่าวไม่ใช่ดีเอ็นเอของมนุษย์ทั้งหมด และมีส่วนประกอบสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่สามารถจำแนกประเภทได้ ทั้งมีรายงานบางชิ้นที่ระบุว่าเจ้าของกะโหลกศีรษะนี้อาจมีฟันถึง 3 ชุด แทนที่จะเป็นสองชุดแบบมนุษย์ทั่วไป รวมทั้งเรื่องเล่าพื้นเมืองในแถบนั้นที่อ้างถึงการลงมาเยือนจาก “คนบนฟ้า” ที่สมสู่กับหญิงสาวในหมู่บ้านหลายแห่ง และทำให้เกิดเด็กที่มีรูปร่างแบบนี้ขึ้นมา ซึ่งมีบางครั้งที่ผู้เป็นแม่มักไม่ยอมมอบลูกที่เกิดจากสายเลือดผสมนี้คืนให้กับพ่อ และทำให้ชาวบ้านต้องจำใจฝังพวกเขาทั้งเป็น เพื่อป้องกันภัยพิบัติที่จะตามมา อย่างไรก็ตาม มีรายงานอีกด้านหนึ่งที่ระบุว่าลักษณะกะโหลกดังกล่าวนั้นเป็นของชาวอเมริกันพื้นเมืองที่ป่วยเป็น โรคหัวบาตร หรือ โรคน้ำในสมอง (Hydrocephalus) ซึ่งเป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดที่มีของเหลวมากเกินไปในกะโหลกศีรษะ และทำให้เจ้าของศีรษะมีกะโหลกขนาดใหญ่กว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง แล้วคุณล่ะ…คิดว่ากะโหลกนี้เป็นของใคร แค่เด็กที่ป่วยเป็นโรค หรือ เด็กลูกผสมจากคนที่มาจากบนฟ้า

“คางคกต้นอ้อย” สายพันธุ์ต่างถิ่นพิษร้าย เอเลี่ยนผู้พิชิตออสเตรเลีย!!

เช่นเดียวกับการเกิดสายพันธุ์รุกรานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก นั่นคือความเข้าใจผิดๆ ของมนุษย์ ที่คาดหวังว่าสัตว์ต่างถิ่นบางชนิดจะสามารถนำมาใช้งานในฐานะผู้ช่วยได้ และมักต่อลงเอยด้วยอาการน้ำตาตกใน เพราะสัตวืที่คาดหวังว่าจะช่วยเหลือเราได้ กลายเป็นตัวปัญหาสุดร้ายกาจที่ยากเกินควบคุม อย่างเช่นกรณีของ คางคกต้นอ้อย (Cane toad) ที่ทำให้ออสเตรเลียต้องตกที่นั่งลำบาก เดิมที คางคกต้นอ้อยมีถิ่นกำเนิดอยู่อเมริกากลางและอเมริกาใต้ แต่ถูกนำมาในประเทศออสเตรเลียเมื่อปี ค.ศ. 1935 จำนวน 102 ตัวเพื่อใช้ในการควบคุมแมลงศัตรูพืชในพื้นที่การเกษตรของรัฐควีนส์แลนด์ แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะไม่เป็นอย่างที่คิดกันสักเท่าไหร่ เพราะคางคกพวกนี้มักหลบซ่อนตัวเพื่อพักเอาแรงในตอนกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงที่แมลงส่วนใหญ่กำลังกัดกินผลผลิตของชาวใน และดันออกมาหากินในตอนกลางคืนซะอย่างงั้น จึงทำให้มันไม่เจอกับเหยื่อที่มนุษย์ต้องการให้มันจัดการเลย อาจฟังดูไม่ใช่ปัญหาใหญ่ และนักวิทยาศาสตร์ในตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะต้องกำจัดพวกมันอย่างเป็นรูปธรรม เพราะคิดว่าคางคกพวกนี้ไม่มีทางรอดในดินแดนอันดิบเถื่อนของออสเตรเลียได้ แต่กลายเป็นว่าพวกมันไม่เพียงเล่นงานกบสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ตัวเล็กกว่า และแมลงบางสายพันธุ์ที่สำคัญต่อระบบนิเวศไปเป็นจำนวนมาก แต่สารพิษ Bufotoxin ที่ขับออกมาจากต่อมที่อยู่ด้านหลังของหัวของมันนั้นยังรุนแรงพอจะฆ่าสัตว์ที่คิดจะโจมตีมันอีกด้วย ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้มีสัตว์เลี้ยงของมนุาย์จำนวนมากต้องเข้ารับการถ่ายท้อง เพียงเพราะเผลอไปงับเจ้าคกคางตัวนี้เข้า นอกจากสัตว์เดือดร้อนแล้ว คางคกชนิดนี้ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์นักล่าพันธุ์พื้นเมืองหลายชนิดต้องลดจำนวนลงอย่างมาก และกรณีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือสัตว์กินเนื้อที่เรียกว่า ควอลล์ (Quoll) ซึ่งเคยพบได้ทั่วไปในออสเตรเลีย ต้องกลายเป็นสัตว์ที่พบได้เพียงบางส่วนของประเทศ เพราะดันไปจับคางคกมีพิษกินเป็นอาหาร แม้จะมีความพยายามจัดการกับพวกมันไปหมดไปจากระบบนิเวศของออสเตรเลีย เช่นการติดกับดัก ใช้สารเคมี แต่ดูเหมือนวิธีทั้งหลายที่คิดขึ้นมานั้นกลับสร้างผลกระทบต่อสัตว์อื่นซะมากกว่า จึงมีทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้ความเสียหายต่างๆ บานปลายไปมากกว่า นั่นคือควบคุมให้มันอยู่ในพื้นที่บางส่วนของประเทศเท่านั้น

ฉลอง 40 ปี Alien ด้วยภาคต่อในบ้านใหม่ ชายคา Disney

หลังจากที่ปรากฏโฉมหน้าสัตว์ประหลาดจากนอกโลก เจ้าซีโนมอร์ฟ หรือที่เราคุ้นเคยกว่าในชื่อ “เอเลี่ยน” ก็มีอายุครบรอบ 40 ปี พอดิบพอดีในปีนี้ ถ้านับจากภาคแรกที่เข้าฉายเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1979 และเช่นเดียวกับการครบรอบ ก่อนอื่นก็ต้องมาร้องเพลง Happy Birth Day ให้เสียก่อน และตามมาด้วยข่าวคราวใหม่ Alien: Covenant ภาคล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับเอเลี่ยนที่เข้าฉายในปี 2017 ถือเป็นภาคต่อโดยตรงของหนัง Alien ที่ถูกโยงต่อเนื่องมาจาก Prometheus โดยทีแรกถูกสร้างขึ้นเพื่อขยายจักรวาลด้วยเนื้อหาใหม่ๆ แต่กลายเป็นว่าใน Covenant กลับไปติดหลุมพรางเดิมๆ ทำให้สิ่งที่ถูกปูมาตั้งแต่ Prometheus ถูกลืมเลือนไปแบบไม่มีใครตั้งตัวทัน และนั่นเองทำให้ Alien: Covenant ประสบปัญหากับทั้งคำวิจารณ์และรายได้ ไม่เปรี้ยงตามที่คิดไว้ รวมถึงแฟนๆ เอง ที่ถึงแม้จะมีความสุขกับการได้เห็นแฟรนชายส์เอเลี่ยนเติบโต แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อมันไม่สามารถเดินเรื่องไปข้างหน้าต่อเนื่องจากกระแสฮือฮาที่ Prometheus สร้างขึ้นได้ จนเกิดข่าวที่ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับซีรีส์เอเลี่ยนนี้ขึ้นว่าอาจจะไม่ได้เดินทางไปต่อ แต่ดูเหมือนล่าสุดจะมีข่าวดี ภายหลังจากที่ Disney ควบรวมกิจการของ Fox ก็ได้มีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการหยิบจับเจ้าสัตว์ประหลาดต่างดาวนี้มาสร้างงานต่อยอดกันอีกครั้ง ซึ่งก็ยังคงเป็นผลงานของผู้ที่ปลุกปั้นเจ้าซีโนมอร์ฟมากับมืออย่าง ริดลีย์ สก็อตต์ ที่จะเข้ามาจัดการจักรวาลเอเลี่ยนนี้ด้วยตัวเอง […]

“กาเหว่าที่บางเพลง” หนังไซไฟมนุษย์ต่างดาวบุกโลกเรื่องแรกๆ ของไทย!

เห็นช่วงนี้มีหนังมนุษย์ต่างดาวบุกโลกเข้าฉายกันอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่ก็เป็นหนังฝรั่ง หนังยุโรป ไม่ค่อยมีหนังมนุษย์ต่างดาวจากฝั่งเอเชียสักเท่าไหร่ (ไม่นับบรรดายอดมนุษย์อุลตร้าจากแถบญี่ปุ่น) แต่เมื่อได้ค้นคว้าย้อนไปสักประมาณ 20 ปีก่อน ก็บังเอิญได้พบกับหนังไทยเรื่องหนึ่ง “กาเหว่าที่บางเพลง” ในยุคหนึ่งที่ถูกพูดถึงกันพอสมควร เพราะถือเป็นนิมิตหมายใหม่ในวงการหนังไทย ที่มีหนงไซไฟมนุษย์ต่างดาวกับเขาบ้างแล้วเหมือนกัน “กาเหว่าที่บางเพลง” เป็นหนังที่สร้างจากนิยายไซไฟของ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ออกฉายเมื่อปี 2537 เป็นหนังไทยยุคแรกๆ หรือบางทีอาจจะเป็นเรื่องแรกที่กล่าวถึงการมาของมนุษย์ต่างดาว “กาเหว่าที่บางเพลง” มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ หมู่บ้านบางเพลง ที่ถูกอำนาจลึกลับครอบงำในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง เกิดพระจันทร์ทรงกลดขึ้นเหนือหมู่บ้าน จากนั้นผู้หญิงทั้งหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็นเด็ก หญิงสาว หญิงชรา หรือแม่ชี ต่างก็ตั้งครรภ์ขึ้นมาพร้อมกันอย่างหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ เมื่อทารกคลอดออกมา เด็กทั้งหมดdHมีอำนาจวิเศษเหนือมนุษย์ ภาพยนตร์เวอร์ชั่นนั้น กำกับโดย นิรัตติศัย กัลย์จาฤก นำแสดงโดย ศรัณยู วงศ์กระจ่าง, หัทยา เกษสังข์, ศตวรรษ ดุลยวิจิตร, รุ้งทอง ร่วมทอง, จรัล มโนเพ็ชร, สุรัตนา ข้องตระกูล, รุจน์ รณภพ, พรรษวุฒิ เมทะนี และได้รับการนำไปฉายที่เทศการภาพยนตร์นานาชาติโดยในช่วงต้นมีข้อความว่าได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องสั้นในชื่อเดียวกัน “กาเหว่าที่บางเพลง” กลายเป็นการปลุกกระแสหนังไซไฟให้กับประเทศไทย ที่หลังจากนั้นหนังไทยก็ได้แตกแขนงออกเป็นหลากหลายแนวมากยิ่งขึ้น และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักทำหนังยุคใหม่ในเวลาต่อมา

ธรรมดาโลกไม่จำ! ‘พรีเดเตอร์’ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ทรง ‘เอเลี่ยน’ ก่อนเจอด่านตรวจสกัด

อีกหนึ่งโพสต์สุดฮาที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อผุ้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อิสระ ภาคสนาม ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอของคนสวมชุดสัตวป์ประหลาดต่างดาวชื่อดัง ‘พรีเดเตอร์’ ที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์รูปทรงเอเลี่ยนไปบนถนน ก่อนจะมาเจอกับด่านตรวจของ สภ.คำป่าหลาย ภ.จว.มุกดาหาร ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์อย่างกว้างนับหมื่นครั้ง ในขณะที่คลิปดังกล่าวก็มีผู้ชมมากถึง 2.3 แสนครั้ง และแชร์ออกไปกว่า 2.8 พันครั้งเลยทีเดียว

หลุดมาแล้ว!? โซเชียลแฉภาพ ‘ปลากระเบนอเมซอนหางสั้น’ ที่จับได้ในแม่น้ำแม่กลอง

ด้วยราคาค่าตัวที่แสนแพง และยังเป็นปลาสวยงามที่มีความต้องการในตลาด ทำให้คนจำนวนมากเชื่อว่า ปลากระเบนโมโตโร่ หรือปลากระเบนอเมซอนหางสั้น (Potamotrygon sp.) จะไม่กลายเป็นสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่นเพราะมีคนนำไปทิ้งในแหล่งน้ำธรรมชาติแน่ แต่ล่าสุดได้ผู้ใช้ Facebook ชื่อว่า Kittipong Jarutanin ได้โพสต์ภาพของปลากระเบนชนิดดังกล่าวที่มีลวดลายไม่เด่นชัดนัก ซึ่งถูกจับขึ้นมาได้จากแม่น้ำแม่กลอง และได้มีการสันนิษฐานว่าอาจเป็นปลากระเบนที่ถูกเพาะพันธุ์ในประเทศ แต่เกิดมามีไม่สวยงาม จึงไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ และถูกปล่อยลงแม่น้ำในที่สุด ที่มา – Facebook.com / Kittipong Jarutanin

‘นาซ่า’ ปฏิเสธข่าวลือ ยังไม่มีการค้นพบ ‘เอเลี่ยน’ ตามที่ ‘กลุ่มแฮคเกอร์แอนโนนิมัส’ กล่าวอ้าง (คลิป)

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซ่า) ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ ระบุว่า นาซ่าเตรียมประกาศข่าวการค้นพบหลักฐานของสิ่งมีชีวิตนอกโลก หรือ เอเลี่ยน โดยด็อกเตอร์โธมัส เซอร์บูเช่น นักวิทยาศาสตร์จากนาซ่า ก็ได้ออกมายืนยันผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง และนาซ่าก็ยังไม่พบหลักฐาน ที่ชี้ว่ามีสิ่งมีชีวิตนอกโลกในขณะนี้ ข่าวลือที่ว่านี้มีขึ้นราว 2 ถึง 3 วันที่ผ่านมา หลังกลุ่มแฮคเกอร์แอนโนนิมัน ซึ่งเป็นกลุ่มแฮคเกอร์ชื่อดัง ได้เผยแพร่คลิปที่มีความยาวราว 12 นาที ที่ระบุว่าองค์การนาซ่ากำลังเตรียมประกาศข่าวการค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกโลกให้คนทั่วโลกได้ทราบในเร็วๆนี้ ซึ่งข่าวลือดังกล่าวก็ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างสนใจและตื่นเต้นรอการแถลงข่าวของนาซ่า โดยในคลิปวีดีโอนี้ กลุ่มแฮคเกอร์แอนโนนิมัสยังได้อ้างอิงถึงข่าวการค้นพบระบบสุริยะจักรวาลใหม่ที่มีชื่อ “แทรปปิสต์ วัน” ขององค์การนาซ่าเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยในระบบสุริยะจักรวาลใหม่นี้จะมีดาว ที่มีลักษณะเหมือนกับโลกถึง 7 ดวง และอยู่ห่างจากไกลโลกเพียง 39 ปีแสง.

แอบหลอน! พบกับเจ้า Faceless Fish ปลาน้ำลึกที่โฉมหน้าบังเอิญเหมือนเอเลี่ยน Neomorph

เพิ่งจะออกโลงไปหมาดๆ สำหรับภาพยนตร์อย่าง Alien : Covenant ที่หลายๆ คนคงเคยได้เห็นเอเลี่ยนผิวเผือกตัวใหม่ที่เรียกว่า Neomorph ที่แม้จะโผล่มาสร้างความสยองเพียงไม่กินฉาก แต่ก็ทำเอาหลายต่อหลายคนหลอนติดตากันไปพอสมควร และคงคิดว่าในโลกนี้ไม่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอะไรที่เกิดมาหน้าตาเหมือนกันอีกแล้ว ถ้าไม่เพราะเมื่อไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์จากองค์กรเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (CSIRO) ในประเทศออสเตรเลีย ได้ลงพื้นที่สำรวจเพิ่งได้พบกับปลาน้ำลึกๆ รูปร่างแปลกๆ และตั้งชื่อให้มันว่า Faceless Fish เหตุผลที่มันได้ชื่อนี้มานั้นก็ไม่มีอะไรมาก เพราะจากการตรวจสอบโดยละเอียดแล้ว นักวิทยาศาสตร์ไม่พบว่ามันตรงกับสายพันธุ์ใดที่เคยพบเจอก่อนหน้านี้เลย แถมรูปร่างหน้าตาของมันนั้น นอกจากปากและรูจมูกเล็กๆ แล้ว พวกเขายังไม่เห็นดวงตาของมัน ซึ่งต่างจากปลาน้ำลึกทั่วไปที่แม้จะตาไม่ดีนัก แต่ก็พอจะมีร่องรอยของดวงตาให้เห็นได้ แถมบังเอิญว่ารูปร่างของมันนั้นยังเหมือนกับเจ้าเอเลี่ยนตัวใหม่ที่เพิ่งมาโผล่ในหนังซะด้วย ที่มา – newsco.live

keyboard_arrow_up