ร้องกองปราบเอาผิด น.ศ.เจ้าของภาพพระอุลตร้าแมน ลบหลู่พุทธศาสนา

วันนี้ (11 ก.ย.) ที่กองปราบปราม กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน นำโดย นายจรูญ วรรณกสิณานนท์, ทนายพงศ์นรินทร์ อมรรัตนา เข้ายื่นหนังสือต่อ ผู้บังคับการปราบปราม แจ้งความดำเนินคดีกับนักศึกษาที่วาดภาพอุลตร้าแมน โดยระบุว่าลบหลู่พระพุทธศาสนาและเหยียบย่ำจิตใจชาวพุทธ พร้อมให้เอาผิดผู้สนับสนุน คือนายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และทนายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายคลายทุกข์ รวม 5 คน นายจรูญ บอกว่า เป็นการละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง เพื่อเหยียบย่ำจิตใจและศรัทธาของชาวพุทธ เป็นการหลบหลู่พระพุทธศาสนา ในลักษณะการล้อเลียนพระพุทธเจ้าในรูปของอุลตร้าแมนในท่าทางต่าง ๆ จำนวนหลายภาพ ฉากหลังเป็นซุ้มเรือนแก้วของพระพุทธชินราช มีรูปเทวดาในพระพุทธศาสนาประดับอยู่ ผู้วาดย่อมทราบดีว่า พระพุทธรูปหรือภาพของพระพุทธเจ้านั้น เป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวพุทธทั่วประเทศกว่า 60 ล้านคน พระพุทธรูปหรือภาพของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าในรูปใด ๆ ล้วนนำมาซึ่งความศรัทธายิ่งในจิตใจชาวพุทธทุกคน ทั้งนี้ย้ำว่า การกระทำดังกล่าวไม่คิดว่าเด็กคนเดียวจะทำได้ เเละการที่ทางกลุ่มมาร้องกองปราบ ไม่ใช่เป็นการทำลายเด็ก เเต่เป็นการปกป้องพระพุทธศาสนา ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ศรีสุวรรณบุก สตง.จี้เอาผิด กกต. ใช้กล่องกระดาษ-หนีเที่ยว-พิมพ์เอกสารแนะนำผู้สมัครผิด

วันนี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้บุกมายื่นคำร้องต่อผู้ว่าฯ สตง.เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ว่ามีการใช้จ่ายเงินในการเตรียมการเลือกตั้งกว่า 10 โครงการฯ เป็นไปด้วยความคุ้มค่า มีผลสัมฤทธิ์ตามกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะกรณรการใช้กล่องลังทำคูหาเลือกตั้งที่มาเลเซีย และการอ้างไปติดตามการเลือกตั้งนอกประเทศของ 7 กกต.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้เหตุจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้วางกรอบงบประมาณ เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งโดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 4,000 + 600 ล้านบาท จากการเสนอขอไป 5,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้ง เมื่อปี 2554 หลายร้อยพันล้านบาท โดยอ้างเหตุผลจากอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่เพิ่มขึ้นนั้น แต่ทว่าผลจากการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศพบว่า เกิดปัญหาขึ้นหลายประการ อาทิ การจัดการเลือกตั้งที่มาเลเซีย ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิกว่า 5,183 คน แต่มีเจ้าหน้าที่เพียงน้อยนิด จนผู้มาแสดงสิทธิเลือกตั้งต้องยืนเข้าคิวรอกันหลายชั่วโมง จนต้องขยายเวลาในการใช้สิทธิ ขณะเดียวกันคูหาเลือกตั้งมีไม่เพียงพอ จนต้องเอากล่องกระดาษมาทำเป็นคูหาเลือกตั้งเพิ่ม ซึ่งเป็นข่าวแพร่ไปทั่วโลก เป็นที่อับอายขายหน้านายาอารยะประเทศยิ่งนัก นอกจากนั้นยังมีการพิมพ์เอกสารผู่สมัครแต่ละพรรคการเมืองผิดพลาดเป็นจำนวนมากด้วย ผลของการใช้จ่ายเงินเพื่อจัดการเลือกตั้งดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงประสิทธิผลของการใช้จ่ายงบประมาณที่ผิดพลาด ล้มเหลว ในขณะเดียวกัน กกต.ทั้ง 7 คนกลับมีเงินไปใช้จ่ายในการตรวจสอบการเลือกตั้งในต่างแดนอย่างฟุ่มเฟือยกว่า 12 […]

จับแล้ว!! ‘เด็กชาย’ มือปักเข็มใน ‘สตรอว์เบอร์รี’ สารภาพอยากแกล้งผู้คน

เจ้าหน้าที่พบ “เด็กชาย” สารภาพว่าได้กระทำการปัก “เข็มเย็บผ้า” ในผล “สตรอว์เบอร์รี” ทำไปเพื่อแกล้งผู้คน ขณะที่ ตร.ยืนยันจะดำเนินคดีกับเยาวชนรายดังกล่าวให้ถึงที่สุด จากกรณีที่มีผู้ไปพบ “เข็มเย็บผ้า” ถูกปักในผล “สตรอว์เบอร์รี” สดที่วางขายในหลายรัฐของออสเตรเลีย จนทางการได้สั่งให้สอบสวน และประกาศจะเพิ่มอัตราโทษให้รุนแรงขึ้นนั้น ความคืบหน้า เจ้าหน้าที่พบเด็กชายรายหนึ่งที่สารภาพว่าได้กระทำการดังกล่าวจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ควบคุมตัวเด็กชายรายหนึ่งที่ยอมรับว่า เขาได้ใช้เข็มเย็บผ้าปักลงในผลสตรอว์เบอร์รี โดยมีจุดประสงค์เพื่อแกล้งผู้คน แต่คาดว่าเป็นพฤติกรรมลอกเลียนแบบ หลังจากที่มีรายงานข่าวว่า พบเข็มปักในผลสตรอว์เบอร์รีที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต อย่างไรก็ตาม ตำรวจยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับเยาวชนรายดังกล่าวให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ นายกฯ ออสเตรเลียประกาศว่าเขาจะเพิ่มอัตราโทษสำหรับผู้ที่กระทำการดังกล่าว ในข้อหาทำให้อาหารถูกปนเปื้อน จากเดิมโทษจำคุก 10 ปี เพิ่มเป็น 15 ปี ซึ่งในขณะนี้ มีรายงานแจ้งเหตุแล้วกว่า 100 ครั้ง โดยนอกจากสตรอว์เบอร์รี ยังมีคนพบเข็มปักในผลไม้ชนิดอื่น อย่างเช่น กล้วย และแอปเปิ้ล ซึ่งทางการคาดว่าผู้ก่อเหตุไม่น่าจะมีเพียงแค่รายเดียว แต่เป็นการทำตามกันของวัยรุ่นที่จงใจเล่นพิเรนทร์ และยังมีเด็กหญิงวัย 12 ปีอีกรายหนึ่งที่ยอมรับกับตำรวจว่าเอาเข็มปักในสตรอว์เบอร์รีเองเพื่อหลอกเพื่อนที่โรงเรียน ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งถึงขั้นงดขายเข็มเย็บผ้าชั่วคราว เพื่อป้องกันคนซื้อไปก่อเหตุ.

โดนจับด้วยก็ยอม! สาวแจ้งตร.ถูกเพื่อนเก่า 20 ปี เบี้ยวเงินหวยใต้ดิน 1 ล้าน (คลิป)

วันที่ 4 ก.ย. 61 เวลา 10.00 น. น.ส.สิริยากร วงษ์ชมภู อายุ 40 ปี ชาว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ว่า ถูกนางต้า (นามสมมติ) พนักงานรัฐวิสาหกิจ เกี่ยวกับการสื่อสารแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี เบี้ยวจ่ายค่าหวย 1 ล้านบาท ประจำงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 พร้อมเอกสารการแชตไลน์ซื้อขายหวย และจ่ายเงินด้วยการโอนผ่านบัญชีธนาคารจำนวนมากมาเป็นหลักฐาน น.ส.สิริยากร ให้การว่า รู้จักกับนางต้ามาประมาณ 20 ปี ตั้งแต่เป็นนักศึกษาฝึกงาน จากนั้นเมื่อปี 2561 ตนได้ติดต่อซื้อหวยใต้ดินกับนางต้าเพราะความเชื่อใจและไว้ใจ โดยซื้อขายกันผ่านแชตไลน์ และโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ที่ผ่านมา สั่งซื้อหวยและโอนเงินมาก่อน 2-3 วัน หรือโอนหลังหวยออก ไม่เคยติดค้าง หากถูกหวยไม่เกิน 1 สัปดาห์ นางต้าก็จะโอนเงินมาให้ตน ต่างฝ่ายก็ต่างเชื่อใจกัน […]

หัวอกคนเป็นแม่! ร้องกองปราบ “ลูกชาย 7 ขวบ” ถูกทหารกระทำชำเรา

วันที่ 23 ส.ค. 61 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยแม่ของเด็กชายฝาแฝดวัย 7 ขวบ เดินทางจาก จ.ตรัง ไปที่กองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยสืบสวน และตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีที่ลูกชายถูกนายทหารยศจ่าสิบเอก ซึ่งอาศัยอยู่บ้านติดกันกระทำชำเรา เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยแม่ของเด็ก เผยว่า ตนเองเปิดร้านซักรีด อยู่ในค่ายทหาร ในจังหวัดตรัง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านของทหารนายนี้ ส่วนลูกชายฝาแฝด คนที่ชื่อ ด.ช.เอ (นามสมมติ) มักจะไปเล่นบ้านของนายทหาร วันเกิดเหตุนายทหารได้ชักชวนลูกชายเดินมาที่บริเวณข้างบ้าน ก่อนจะทำการล่วงละเมิดทางเพศ จากนั้นลูกชายได้เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับมีอาการผิดสังเกต และเข้าห้องน้ำหลายครั้ง เมื่อถามลูกชายบอกว่าท้องเสีย จึงไปถาม ด.ช. บี (นามสมมติ) ลูกฝาแฝดอีกคนว่า ด.ช.เอ ไปไหนมา ซึ่ง ด.ช. บี ตอบว่า ไปเล่นที่บ้านนายทหารคนดังกล่าว ตนจึงคาดคั้น ด.ช.เอ จนกระทั่งยอมรับ จากนั้นได้พาไปลูกชายไปตรวจที่โรงพยาบาล และเข้าแจ้งความที่ สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง […]

ขอพูดบ้าง…! ‘เด็กขายดอกไม้’ ยืนยันโดนนักเที่ยวตบหน้าก่อน เผยรอยช้ำที่แก้มซ้าย

  เปิดใจเด็กขายดอกไม้ย่าน RCA หลังมีการแชร์ภาพผ่านโซเชียลกดดันให้ลูกค้าซื้อ เผยถูกคนเมาตบหน้าก่อน แม่แค่เข้ามาช่วย เสียใจถูกคนเกลียด (คนขายดอกไม้ในคลิปดังขอชี้แจง! ปัดรีดไถแต่เด็กถูกตบหน้าก่อน จ่อฟ้องคนโพสต์ (คลิป)) ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปพบครอบครัวสองแม่ลูกที่ขายดอกไม้ ย่านพัฒนาการ และได้พบกับ น้องยูซุป อายุ 8 ขวบ เด็กชายขายดอกไม้ที่อยู่ในคลิป สังเกตเห็นว่า แก้มด้านซ้ายยังมีรอยฟกช้ำอยู่ และรู้สึกเจ็บเมื่อใครมาโดน น้องยูซุป เล่าว่า ตนเองเดินไปขายดอกไม้ตามปกติ เห็นว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวนั่งอยู่จึงเดินเข้าไปถามว่า “ช่วยผมซื้อดอกไม้หน่อยได้มั้ยครับ” เขาก็ถามกลับมาว่าทั้งหมดนี้เท่าไหร่ ซึ่งตอนนั้นตนถือดอกกุหลาบอยู่ 4 ดอกในมือ จึงบอกไปว่า 80 บาท เขาก็ให้เหรียญบาทมาหนึ่งเหรียญ ตนจึงรีบปฏิเสธว่า ไม่เอา จากนั้นก็มีนักท่องเที่ยวผู้ชายซึ่งมีอาการเมาดึงดอกไม้จากมือของตน ไปขว้างทิ้งแล้วก็เหยียบซ้ำ ตนจึงบอกให้เขาหยิบกลับขึ้นมา แต่เขาก็ไม่ทำแล้วก็ตบตนเองที่ใบหน้าสองครั้ง แต่ด้านขวาโดนเบาๆ พอโดนตบก็วิ่งไปบอกแม่ ซึ่งแม่เข้าไปถามเขาดีๆ พี่ฝั่งโน้นก็ถามว่าจะเอาเท่าไหร่ แต่แม่บอกว่าไม่เอา แต่ต้องขอโทษเด็ก ทั้งนี้ ตนรู้สึกเสียใจที่เรื่องกลายเป็นแบบนี้ ทั้งที่ตนเองถูกเขาทำร้ายก่อน ด้านนางโซเบดา แม่ของเด็ก บอกว่า คืนนั้นหลังลูกมาบอกว่าโดนตบ ตนก็เข้าไปถามนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้น […]

คนขายดอกไม้ในคลิปดังขอชี้แจง! ปัดรีดไถแต่เด็กถูกตบหน้าก่อน จ่อฟ้องคนโพสต์ (คลิป)

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอทางโซเชียลมีเดีย เป็นภาพของคนขายดอกไม้ทะเลาะกับลูกค้าชาวต่างชาติในร้านอาหารย่าน RCA กรุงเทพฯ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Cash Sitipop Thaiutai”  พร้อมอธิบายเหตุการณ์ว่า “เหมือนเดิม แก๊ง เด็กขายดอกไม้ขายลูกอม หน้า RCA รีดไถ ลูกค้าที่มากินข้าวแถวนี้อีกแล้ว!!! เหตุการณ์คือ ลูกค้าไม่ยอมซื้อดอกกุหลาบ เด็กพวกนี้จะมีกิริยาโดยเดินเข้าไปชนลูกค้า ยุยงให้ซื้อพอลูกค้าไม่ซื้อก็จะยืนกดดันอยู่เรื่อยๆ จนลูกค้าไม่พอใจ ถึงได้ลงไม้ลงมือกับเด็ก ตัวแม่ของเด็กไม่พอใจไม่ยอม เดินมาโวยวายเพื่อที่จะขอค่าเสียหาย ลูกค้าจึงยื่นเงินไปให้ 2,000 ถึงจะยอม แบบนี้รีดไถกันชัดๆ #ทำงานกันเป็นทีมดีนะครอบครัวนี้ #ช่วยกันแชร์ทีสังคมจะได้น่าอยู่” นั้น (อ่านเพิ่มเติม) ล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 14 พ.ย. 60 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพบว่าพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายอาหารตามปกติ แต่หลังจากคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้นักท่องเที่ยวมาทานอาหารน้อยลง และไม่พบเด็กที่มาเดินขายดอกไม้แล้ว โดยสอบถามกับนางสาวซี (นามสมมติ) เพื่อนของแม่เด็กในคลิป และผู้อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ เห็นเด็กที่ถูกตบหน้ามานั่งหลบมุมอยู่จึงสอบถามว่าเป็นอะไร เด็กแจ้งว่าถูกนักท่องเที่ยวตบหน้ามา จึงเดินไปบอกแม่ของเด็ก จากนั้นฝั่งผู้เป็นแม่จึงเดินมาสอบถามกลุ่มนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นชาวจีน ทั้งสิ้น 11 คนมีคนไทยอยู่ด้วย 2 […]

เอาให้หนัก! ขนส่งเตรียมลงดาบ วิน จยย.-แท็กซี่ ฉวยโอกาสขูดรีดช่วงงานพระราชพิธีฯ

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีข้อร้องเรียนของประชาชน สำหรับพฤติกรรมของรถจักรยานยนต์รับจ้างและรถแท็กซี่ บางคันที่ เก็บค่าโดยสาร เกินอัตรา บริเวณแยกอรุณอัมรินทร์ สะพานปิ่นเกล้า และบางลำพู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่มาเดินทางมาร่วมสักการะซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึงการร่วมชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ล่าสุด กรมการขนส่งทางบก ได้เร่งตรวจสอบพร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กวดขันการให้บริการรถสาธารณะอย่างเข้มงวด และประสานเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจทั้งใน-นอกเครื่องแบบ และสายตรวจ ขสมก. ลงพื้นที่กวดขันโดยรอบบริเวณจุดให้บริการรถสาธารณะ กรณีพบเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด ปรับสูงสุด 5,000 บาท, ปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ได้ตกลงกันไว้ แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ปรับสูงสุด 1,000 บาท และอาจพิจารณาโทษสถานหนักโดยนำมาตรการพักใช้-เพิกถอนใบอนุญาตขับรถมาบังคับใช้ พร้อมประสานไปยังจิตอาสาตามจุดต่างๆ หากพบการกระทำความผิดทั้งเก็บค่าโดยสารเกินราคาหรือพฤติกรรมให้บริการไม่ปลอดภัยของรถแท็กซี่ และ รถจักรยานยนต์รับจ้าง สามารถจดหมายเลขทะเบียน แล้วแจ้งไปที่ศูนย์ 1584 เพื่อประสานงานเจ้าหน้าที่กวดขันลงโทษต่อไป

มรภ.สวนสุนันทา จ่อเอาผิดเพจดัง ตัดต่อ ‘พระนางสุนันทา’ ชี้เป็นการดูหมิ่นพระเกียรติ

ผู้ปกครองของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่ถูกรุ่นพี่ใช้เท้าเตะ ตามที่มีการเผยแพร่คลิปทางสื่อสังคมออนไลน์ เตรียมเข้าพบอธิการบดี เพื่อขอบคุณทางมหาวิทยาลัย ที่แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ขณะที่อธิการบดีเตรียมเอาผิดกับเพจที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเป็นเท็จและละเมิดสิทธินักศึกษา รศ.ดร. ฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเผยข้อมูลทางโทรศัพท์ ว่า วันนี้ได้รับการประสานจากผู้ปกครองของนักศึกษาชั้นปี 1 จะเข้าพบเพื่อขอบคุณที่ช่วยแก้ปัญหาและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง หลังมีคลิปรับน้องถูกเผยแพร่ อธิการบดียังให้ข้อมูลว่า ขณะนี้มีความไม่สบายใจที่มีเพจเฟซบุ๊ค นำภาพนักศึกษาไปเผยแพร่ต่อ พร้อมระบุข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ รหัสนักศึกษา และหน้าเฟซบุ๊ก ซึ่งอธิการบดีมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างแท้จริง ส่งผลให้นักศึกษาไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้เหตุกาณ์ดังกล่าวจะมีการสอบสวนและเจรจาภายในกันจบสิ้นแล้ว และการกระทำดังกล่าวยังถือเป็นการหาผลประโยชน์ จึงได้เตรียมให้ฝ่ายกฎหมายของทางมหาวิทยาลัย ดำเนินคดีกัยเพจที่มีการเผยแพร่ข้อมูล ขณะเดียวกันยังพบว่ายังมีเพจเฟซบุ๊คอีกเพจ มีการนำภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์พระบรมราชเทวี ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และบุคคลทั่วไปมาใส่ข้อความ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมองว่าเป็นดูหมิ่นพระเกียรติ และเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร.

2 สาวไลฟ์โชว์หวิว สำนึกผิดขอโทษสังคม รับปากไม่ทำอีก ตร.ให้ประกันตัว ขยายผลเอาผิดผู้ว่าจ้าง

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 60 น.ส.เมญ่า และ น.ส.กิ๊ก 2สาวที่ไลฟ์สดเปลือย เต้นโชว์ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ในลักษณะลามกอนาจาร ระหว่างวันที่ 24-26 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางเขน หลังถูกแจ้งความดำเนินคดี และถูกศาลออกหมายจับ ข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับทั้ง 2 สาว โดย เมญ่า และกิ๊ก บอกว่าปัจจุบันเรียนจบแล้ว ไม่ได้เป็นนักศึกษา แต่ทำงานเป็นพริตตี้ พร้อมกล่าวขอโทษ และสำนึกผิดที่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม เมญ่า บอกว่าทำไปก็เพราะรายได้หลักจากการเป็นพริตตี้ไม่เพียงพอ และมีภาระในการเลี้ยงดูคนในครอบครัวอีกหลายชีวิต น้องชายก็กำลังเรียนอยู่ ส่วนกิ๊ก เล่าว่า เธอไม่เคยพบกับผู้ว่าจ้างมาก่อน ทุกครั้งจะติดต่อกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะรับเงินมัดจำ 50 เปอร์เซ็นต์ก่อนล่วงหน้าทุกครั้ง และที่ตัดสินใจทำก็เพราะเห็นว่าได้เงินง่าย ส่วนรายได้ต่อครั้งก็ขึ้นอยู่กับยอดไลค์ ซึ่งทั้งคู่เสียใจกับสิ่งที่ทำ และยืนยันจะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนี้อีก พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน ระบุว่า ได้มีการแจ้งข้อหา ร่วมกันกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยและประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และข้อหาร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ […]

คำว่าเยาวชน มันไม่ยุติธรรม! ลูกเหยื่อจี้แก้กฎหมายเอาผิดเด็ก 14 ชนแม่โคม่า ผิดต้องเจอคุก (คลิป)

วันที่ 14 สิงหาคม 2560 ที่โรงพยาบาลวิชัยเวชอินเตอร์เนชั่นแนลอ้อมน้อย ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร ทีมข่าวได้เดินทางไปติดตามอาการของเหยื่อแว้นซิ่ง ที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู สร้างความสะเทือนใจสำหรับผู้ที่เป็นลูกที่รอคอยกราบแม่ พร้อมมอบของขวัญให้กับแม่ในวันที่ 12 สิงหาคม 2560 นายแพทย์สุจินจ์ รุจิเมธามาส ศัลยแพทย์สมอง กล่าวว่า ศีรษะของคนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนกะโหลกแตก อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีความหวังได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งนายแพทย์วราห์เชี่ยวชาญเวชกุล ก็เป็นหนึ่งในทีมศัลยแพทย์สมองก็จะร่วมตรวจรักษาอย่างเต็มความสามารถ ทางด้านนางสาวเบญจมาศ บัวศรี อายุ 33 ปี เป็นลูกสาวของคนไข้และเป็นพยาบาลของโรงพยาบาล อยู่ในอาการเศร้าหมองกุมมือผู้เป็นแม่คอยเรียกพูดคุยด้วยประโยคที่แสนสะเทือนใจ “แม่ตื่นขึ้นมาสิแม่ แม่ตื่นขึ้นมาใส่สร้อยได้ไหมหนูเตรียมไว้เป็นของขวัญให้แม่แล้ว” นางสาวเบญจมาศ บอกว่าตนได้ซื้อสร้อยให้แม่เพื่อเป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่เมื่อหลายปีก่อน แต่แม่ของตนต้องใช้จ่ายในครอบครัวหลายอย่างจึงนำสร้อยไปจำนำไว้ ซึ่งตนก็รู้และพยายามไว้ก่อนจะถึงวันแม่แล้วว่าจะต้องไถ่ถอนกลับคืนมาเพื่อเป็นของขวัญวันแม่ในที่สุดเธอก็ไถ่ถอนมาได้ และรอจะมอบให้แม่แต่ฝันต้องสลายเมื่อแม่ของตนต้องมาประสบอุบัติเหตุจนเป็นเจ้าหญิงนิทรา โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา04.00น.ของวันที่ 12 ส.ค. ขณะที่ พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน ได้เปิดเผยความคืบหน้าคดีกับทีมข่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเจรจาพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับพ่อแม่เด็กผู้ก่อเหตุแล้ว ว่าจะนำเด็กผู้ก่อเหตุมามอบให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสำหรับเด็กวัย 14 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับรถชน แม่ของพยาบาล ก็ได้รับบาดเจ็บแขนหัก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องรอให้อาการดีขึ้น หรือหายก่อน จึงจะเรียกเด็กมาทำการสอบสวน ตามกระบวนการ […]

keyboard_arrow_up