เหยื่อแฉ ผู้หวังดีคนดัง แหกตาเป็นนายหน้าขายแมนชั่นฟาดเงิน 1.3 ล้าน – ษิทราชี้ติดคุกหัวโต (คลิป)

จากกรณีที่ทางอมรินทร์ทีวี ได้เคยมีการนำเสนอเรื่องราวของผู้ร้องทุกข์ ที่ถูกผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลอาสา หลอกโกงเงินไปหลายราย และยังมีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน จากพฤติกรรมการหลอกลวงได้เข้าร้องเรียนกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน และอมรินทร์ทีวี ว่าเธอเองถูกหลอกให้โอนเงินจำนวนรวมกว่าหนึ่งล้านบาท อ้างนำไปทำแผนโปรโมทการขายแมนชั่นของเธอให้ชาวต่างชาติ วันนี้ (15 ม.ค.) คุณเอ (นามสมมติ)​ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อปี 2557 เธอประกาศขายแมนชั่นที่ จ.ภูเก็ต จำนวน 58 ล้านบาท เนื่องจากตัวเธอเองพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพเป็นหลัก ไม่ค่อยมีเวลาเดินทางไปดูแลแมนชั่น หลังจากนั้น ได้รู้จักกับบุคคลอาสา ผ่านทางนายหน้าที่ตนเคยรู้จัก บุคคลอาสาคนดังกล่าวบอกกับเธอว่า จะขอเข้ามาเป็นนายหน้าในการขายแมนชั่นให้ ตนเองก็ไว้ใจ เพราะบุคคลอาสาพูดจาหว่านล้อมดีมาก จึงตัดสินใจมอบหมายให้บุคคลอาสาเป็นนายหน้าขายแมนชั่นให้ ต่อมา ได้มีการนัดพบเพื่อพูดคุยเรื่องรายละเอียดกัน บุคคลอาสาได้นัดให้ตนไปพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านมหาชัย เมื่อมาถึงจุดนัดพบบุคคลอาสา ได้ยื่นใบสัญญามาให้เซ็น เพื่อมอบอำนาจแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้ขายแมนชั่น แต่ไม่มีเอกสารที่คัดลอกไว้คืนกลับมาให้ตน ตนจึงทำได้เพียงถ่ายรูปเก็บเอาไว้ แล้วนำไปปริ้นซ์ด้วยตัวเอง หลังจากนั้น ไม่นานบุคคลอาสาได้ติดต่อกลับมาหาตนอีกครั้ง โดยบอกว่า ทางทีมงานของเขา ได้รับการติดต่อจากชาวต่างชาติ ว่าต้องการจะซื้อแมนชั่นของเธอในราคา 150 ล้านบาท แต่เธอต้องยอมจ่ายเงิน […]

วินาทีประทับใจ! ‘วาฬยักษ์’ ช่วยชีวิตนักดำน้ำหญิง พ้นจากการตกเป็นเหยื่อของฉลาม (คลิป)

ชมคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์จริงขณะที่วาฬหลังค่อมตัวยักษ์ ช่วยชีวิตนักดำน้ำหญิงรายหนึ่ง จากการตกเป็นเหยื่อฉลามกลางมหาสมุทรแปซิฟิก คลิปวิดีโอขอบคุณ Caters Clips คลิปวิดีโอนี้ถูกบันทึกเอาไว้ได้โดยทีมงานของแนน เฮาเซอร์ นักชีววิทยาทางทะเล ในขณะที่เธอกำลังว่ายน้ำ เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับวาฬหลังค่อมอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ โดยภาพจากคลิปแสดงให้เห็นเจ้าวาฬหลังค่อมตัวยักษ์พยายามใช้หัว และปากของมันดันแนนขึ้นสู่ผิวน้ำ พร้อมทั้งใช้ครีบของมันช่วยกำบังเธอไว้จากฉลามตัวหนึ่ง จนเธอสามารถกลับขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างปลอดภัย คลิปวิดีโอนี้ถือเป็นหลักฐานที่พิสูจน์เรื่องเล่าเก่าแก่ของเหล่านักดำน้ำที่ระบุว่า “วาฬมักช่วยปกป้องมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ จากการตกเป็นเหยื่อของฉลาม”.

‘เหยื่อ’ หรือ ‘ผู้ต้องหา’!? อัยการ โพสติติงคดี ‘ณิชา’ เผยมีข้อบกพร่องเพราะตัวบุคคลและข้อปฎิบัติ

จากกรณีที่ น.ส. ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ออกมาระบุว่าถูกล้วงกระเป๋า และต่อมาได้แจ้งอายัดบัตรประชาชนที่หายไปแต่กลับถูกนำไปใช้เพื่อเปิดบัญชีของแก๊งค์คอลล์เซ็นเตอร์ จนตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกง และถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำจังหวัดตาก ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา ล่าสุด นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุดได้ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อว่า กระบวนการยุติธรรมกับน้องณิชา “เหยื่อ” หรือ “ผู้ต้องหา” ซึ่งเป็นการติงกระบวนการทำคดีดังกล่าว โดยระบุว่า ปัญหาเรื่องนี้ ในกระบวนการยุติธรรมก็มีข้อบกพร่องเพราะตัวบุคคลและข้อปฎิบัติอยู่ไม่น้อย ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องนำไปแก้ไขเสียใหม่ กระบวนการยุติธรรมกับน้องนิชา “เหยื่อ” หรือ “ผู้ต้องหา” จากกรณีน้องนิชาถูคนร้ายล้วงกระเป๋า แล้วมีการนำบัตรประชาชนไปขอเปิดบัญชีธนาคารหลายแห่งหลายบัญชี เมื่อน้องทราบว่าถูกออกหมายจับก็ไปมอบตัวแล้วถูกขังเพราะประกันตัวไม่ได้ ปัญญามันอยู่ตรงไหน นอกจากเรื่องของการเปิดบัญชีกับธนาคาร เรื่องข้อมูลในบัตรประชาชนที่ใครบ้างสามารถใช้ได้ ผมว่าเราหลงทางกันพสมควร ปัญหาเรื่องนี้ ในกระบวนการยุติธรรมก็มีข้อบกพร่องเพราะตัวบุคคลและข้อปฎิบัติอยู่ไม่น้อย ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยงข้องต้องนำไปแก้ไขเสียใหม่ เรื่องแรกคือ การที่ส่งหมายไปยังน้องนิชานั้น ปรากฎว่าหมายไม่ถึงตัวน้อง ไม่ถึงครอบครัวน้อง ไปฝากใครก็ไม่รู้ ตร.เขาวางระเบียบว่าถ้าส่งโดยทางไปรษณีย์ไม่ได้สองครั้ง ให้ขอศาลออกหมายจับ โดยใช่เหตุผลว่า “ผู้ถูกออกหมายเรียกหลบหนี” ตาม ป.วิอาญา มาตรา ๖๖(๒) ซึ่งบางครั้งส่งผิดบ้านก็มี ทำไมไม่ให้ตำรวจในท้องที่ไปตรวจสอบให้แน่ว่าชัดก่อนว่าเขาหลบหนีจริงหรือ เพราะหากเขามีข้อแก้ตัวอันสมควร […]

คดีไม่คืบ! เหยื่อยาขาวร้องดีเอสไอหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม เกรงพิษผู้มีอิทธิพลเล่นงาน

ผู้เสียหายคดียาขาวเข้าพบดีเอสไอ หลังมองว่าการดำเนินคดีล่าช้าและเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม วันที่ 9 ม.ค.61 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมผู้เสียหายแชร์ยาขาว เข้ายื่นหนังสือถึงรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ โดยมีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เป็นตัวแทนรับมอบ หลังจากมีผู้เสียหายทั่วประเทศเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทขายตรงยี่ห้อหนึ่งย่านรัชดา ที่มีการชักชวนอ้างว่า “ขายยาขาวแล้วจะรวย” ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2560 กับหน่วยงานอื่น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า จึงนำหลักฐานมายื่นให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเร่งดำเนินการอีกด้านหนึ่ง ทั้งนี้ผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากทราบมาว่าบริษัทดังกล่าวมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง และจากที่มีข่าวออกมาว่าเจ้าของบริษัทดังกล่าวเคยกระทำการแบบนี้มาก่อนแล้วแต่ไม่ถูกดำเนินคดี นายสามารถ เปิดเผยว่า ดีเอสไอมีทั้งแผนกคุ้มครองผู้บริโภค แผนกแชร์ลูกโซ่ และ แผนกภาษีอากร จึงได้นำข้อมูลทั้งหมดมามอบให้กับดีเอสไอ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้เสียหาย เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนได้ทำการตรวจสอบรถหรูบางคันพบว่าไม่เคยชำระภาษี นอกจากนี้ผู้เสียหายเคยไปรองเรียน สคบ. แต่ สคบ.มองว่าเป็นคดีลูกโซ่ รวมถึงเคยมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ยาขาว พบว่าเลข อย. ไม่ตรงกับฉลากด้วย ด้านนายปิยะศิริ กล่าวว่า ขณะนี้อธิบดีและรองอธิบดีดีเอสไอทราบเรื่องนี้แล้ว หลังจากนี้จะนำเข้าคณะกรรมการพิจารณาว่าขอบข่ายอำนาจคดีพิเศษหรือไม่ อย่งไรก็ตามช่วงบ่ายวันนี้ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ทุกคดี จะเดินทางไปที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อขอให้อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือผู้เสียหายต่อไป หลังผู้เสียหายถูกฟ้องร้องเมื่ออกมาพูดความจริง

คนดังฮอลลิวู้ดหญิงตั้งแคมเปญ ‘Time’s Up’ ช่วยเหลือเหยื่อล่วงละเมิดทางเพศ (คลิป)

บรรดาผู้หญิงคนดังในฮอลลิวู้ด ได้ร่วมกันตั้งแคมเปญช่วยเหลือผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศทั้งในวงการบันเทิง และอาชีพอื่นๆ กลุ่มผู้หญิงในวงการบันเทิงฮอลลิวู้ดกว่า 300 คน ซึ่งประกอบด้วยเหล่านักนักแสดง นักเขียน และผู้กำกับได้ร่วมกันจัดตั้งแคมเปญ “ไทม์ส อัพ” ซึ่งโครงการนี้ได้มีการจัดตั้งกองทุน ที่จะนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศทั้งผู้ชาย และผู้หญิง ทั้งในวงการบันเทิง และผู้คนในทุกสาขาอาชีพ ที่ไม่มีเงินในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยโครงการไทมส์ อัพ ยังได้เรียกร้องให้สังคมเห็นความสำคัญของความเท่าเทียมกันทางเพศ พร้อมกับระบุว่า ที่ผ่านมาการล่วงละเมิดทางเพศในสถานที่ทำงานมักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และผู้ก่อเหตุ หรือนายจ้างที่มีตำแหน่งสูงกว่ามักจะรอดพ้นจากการถูกลงโทษ เพราะเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจำนวนมากไม่มีทุนทรัพย์พอในการต่อสู้คดี และสุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยการยอมความ ในเวลานี้แคมเปญ ไทมส์ อัพ สามารถระดมเงินได้มากกว่า 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 430 ล้าน ซึ่งโครงการนี้ตั้งเป้าการระดมเงินไว้ที่ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 486 ล้านบาม โดยแคมเปญดังกล่าวก็มีเหล่านักแสดงหญิงชื่อดังในฮอลลิวู้ดสนับสนุนมากมายทั้งนาตาลี พอร์ทแมน, รีส วิทเธอร์สปูน, เคต แบลนเชตต์ และเอ็มม่า สโตน ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวมีขึ้น หลังในช่วงปีที่ผ่านมาบรรดานักแสดงหญิงในฮอลลิวู้ดออกมาเปิดโปงว่าเคยถูกนายฮาร์วี่ย์ ไวน์สตีน ผู้อำนวยการสร้างชื่อดังล่วงละเมิดทางเพศ และทำให้คนในวงการบันเทิงคนอื่นๆออกมาเล่าประสบการณ์ที่เคยถูกคุกคามทางเพศ […]

เปิดใจ สาวถูกแท็กซี่หื่นแอบถ่ายคลิป ช็อก! พบคลิปเหยื่อรายอื่นอีกเพียบ

สาวออฟฟิศเปิดใจหลังรู้ตัวถูกแท็กซี่แอบถ่ายคลิป เจ้าตัวยอมรับพยายามตั้งสติขอมือถือเพื่อลบภาพ ก่อนจะพบว่าในมือถือของแท็กซี่คนดังกล่าว มีคลิปของผู้โดยสารหญิงก่อนหน้านี้อีกหลายราย โดยย้ำว่าการออกมาแชร์เรื่องนี้ เพื่อเตือนภัยในสังคมเท่านั้น กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง (Kanpinat Sathirakul) โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับประสบการณ์จากการใช้บริการรถแท็กซี่ หลังเจ้าตัวพบว่าถูกคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวแอบถ่าย และต้องตกใจมากเมื่อขอลบคลิปในโทรศัพท์มือถือด้วยตัวเอง แล้วพบว่ามีลูกค้าคนอื่นๆ ถูกถ่ายคลิปไว้เป็นจำนวนมาก คุณสิริสกุล มยุรีสวรรค์ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับคุณกอล์ฟ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 น. คุณกอล์ฟได้เรียกรถแท็กซี่จากหน้าออฟฟิศบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต มากินข้าวและทำธุระภายในซอยพหลโยธิน 18 แต่เมื่อนั่งมาสักพักจังหวะที่กำลังจะหยิบเงินค่าโดยสารออกจากกระเป๋ากางเกง เธอกลับมองเห็นแสงแฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือกระพริบขึ้นมา 1 ครั้ง จึงมั่นใจว่าโดนแอบถ่าย เนื่องจากวันนั้นนุ่งกระโปรงสั้น เธอจึงตัดสินใจขอดูโทรศัพท์ แต่คนขับคนกลับปฏิเสธ และบอกว่าเป็นของส่วนตัวให้ดูไม่ได้ พร้อมอ้างเหตุผลอื่นๆ แต่คุณกอล์ฟไม่เชื่อ จึงขอดูโทรศัพท์อีกครั้ง แต่ก็ยังถูกบ่ายเบี่ยง กระทั่งพูดเจรจาเป็นครั้งที่ 3 คุณกอล์ฟได้พูดขู่ไปว่า จะเปิดประตูลงไปเรียก รปภ. ที่อยู่ใกล้ๆ มาช่วย  คนขับแท็กซี่จึงยอมส่งโทรศัพท์ให้ ก่อนที่คุณกอล์ฟจะเลื่อนหารูป และไปเจอคลิปตัวเอง 2 คลิป ถ่ายภาพแบบเห็นหน้าและเห็นแค่ช่วงอกลงไปถึงขา เท่านั้นยังไม่พอ […]

เอาจริง! เหยื่อ ‘ยาขาว’ เดินหน้าร้อง ปคบ. จี้ตรวจสอบธุรกิจ

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวียังคงติดตามกรณีธุรกิจขายฝัน “ยาขาว” หลังวานนี้เจ้าของบริษัทเข้าพบ สคบ. ชี้แจงว่าไม่ได้หลอกลวง หรือขายฝัน ล่าสุดวันนี้กลุ่มผู้เสียหายจากการร่วมธุรกิจดังกล่าวก็ยังคงเดินหน้าร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ ให้ตรวจสอบธุรกิจและผลิตภัณฑ์ โดยวันนี้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ ปคบ. เพื่อให้ตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย นาย สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นำผู้เสียหายจากธุรกิจขายฝัน “ยาขาว” เข้าร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังอ้างว่าถูกหลอกให้ร่วมลงทุนกับบริษัท โดยมี พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ ผู้กำกับการสอบสวน บก.ปคบ. เป็นตัวแทนรับเรื่อง น้องเอ้ นามสมมุติ อายุ 17 ปี ผู้เสียหาย จากการลงทุนกับเครือข่ายขายฝัน ไปเป็นจำนวน 3 แสน 7 พันบาท เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ล่าสุดตนก็ยังคงได้รับการข่มขู่จากคนของบริษัท ว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดีเนื่องจากออกมาให้ข่าว แต่ไม่อยากหลอกลวงใครอีกแล้ว จึงขอต่อสู้ตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งเมื่อวานนี้ตนได้ฟังคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารบริษัทแล้ว ส่วนตัวไม่เชื่อเลยที่บอกว่าบริษัทไม่รู้ไม่เห็น เหมือนโยนความผิดให้กับตัวแทน เพราะในความเป็นจริงจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่พนักงานจะทำอะไรและเจ้าของไม่รู้ ในเฟซบุ๊กของเจ้าของบริษัทก็เป็นเพื่อนกับตัวแทนหลายคน ไม่เอะใจบ้างเหรอที่ลูกน้องไปถ่ายรูปกับเงิน กับรถ ส่วนที่บอกว่าบริษัทไม่ได้เน้นหาคน เรื่องนี้ก็ไม่จริง ทุกวันที่ตนเข้าบริษัทตนต้องนั่งหาคน ถ้าไม่ได้จำนวนตามที่เขาพอใจก็ไม่ให้กลับบ้าน แบบนี้ใช่การกักขังหน่วงเหนี่ยวรือไม่ […]

โฉมหน้า ชายมือล้วงอกสาวบนรถเมล์ – เหยื่อดาหน้า แฉพฤติกรรมสุดหื่น รวมตัวล่า เอาผิด (คลิป)

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “อภินพ คม บุตดีมี”‎  โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความ เตือนภัยหนุ่มจ้องจับหน้าอกสาว บนรถเมล์ว่า “แฟนผมขึ้นรถไปซื้อของแต่เจอโรคจิต โดนจับ 2-3 ครั้งถึงจะรู้ตัวได้ถ่ายคลิปไว้” ซึ่งในคลิปดังกล่าวเป็นภาพระหว่างที่แฟนสาวนั่งรถโดยสารประจำทางสาย 8 วิ่งระหว่าง ตลาดแฮปปี้แลนด์-สะพานพระพุทธยอดฟ้า ก่อนมีมือปริศนาจากชายนั่งเบาะหลัง สอดมือลอดผ่านช่องว่างระหว่างเบาะรถเมล์ พยายามจะจับหน้าอก ทำให้เหยื่อสาวโวยวายแต่ชายคนดังกล่าว อ้างไม่ได้ทำแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด วันนี้ (28 พ.ย.60) ทีมข่ายพบกับ นางสาวอ้อย (นามสมมติ) สาวผู้เสียหายอีกรายที่เคยเจอชายคนดังกล่าว พยายามล้วงมือมาจับหน้าอกบนรถเมล์ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนขึ้นรถเมล์สาย 510 อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต เพื่อเดินทางกลับบ้านที่ดอนเมือง เลือกที่นั่งเบาะคู่แถวที่ 3 นับจากแถวท้ายสุด ผู้ชายคนดังกล่าว นั่งอยู่ด้านหลังตน เมื่อรถออกจากป้ายอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้ไม่นานมีความรู้สึกว่า มีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ด้านข้างลำตัว ตนไม่ได้แปลกใจ เพราะคิดว่าเป็นชายผ้าม่านบนรถเมล์ แต่เมื่อผ่านไปสักพัก รู้สึกว่ามีบางสิ่งเคลื่อนไหวมากขึ้น จึงได้ก้มลงมองที่เบาะ แล้วพบว่ามีมือของคนด้านหลัง พยายามจะสัมผัสด้านข้างตัวเอง จึงโมโห แล้วหันกลับไปด่าว่า […]

เหยื่อ 2 เกย์แสบถูกลวงยั่วสวาทหวังตบทรัพย์ อึ้งคดีอื้อ – เหยื่ออีกรายถูกทุบหัวโคม่า (คลิป)

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายประวิทย์ รื่นนุสาร หรือ “เอ๊” อายุ 33 ปี และ นายนิวัฒน์ โพธิ์แก้ว อายุ 37 ปี หรือ “ต๋อง” 2 ผู้ต้องตามหาจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ร่วมกันชิงทรัพย์ตามสถานที่ต่างๆ จนมีผู้เสียหายจำนวนมาก ล่าสุด วันนี้ (21 พ.ย.60) นายอรรถนนท์ นนทะพจน์ 1 ในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ขณะที่ตนเองกำลังยืนส่งเพื่อนขึ้นรถแท็กซี่ บริเวณตรงข้ามสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านแยกคอกวัว หลังจากนั้นคนร้ายทั้ง 2 คน ได้ข้ามถนนจากบริเวณด้านหน้าสถานบันเทิง มาหาตน ก่อนที่นายประวิทย์ จะเข้ามาขอเบอร์โทรศัพท์ ทำทีต้องการจะสานสัมพันธ์ โดยมีนายนิวัฒน์ ยืนรออยู่ไม่ห่างนัก นายอรรถนนท์ จึงให้เบอร์โทรศัพท์ไป เนื่องจากผู้ต้องหาหน้าตาดี ไม่นานนัก นายประวิทย์ ได้โทรศัพท์มาหาตน อุบายหลอกให้ตนไปดื่มเหล้าต่อที่ห้องพักว่า […]

กู้ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง! เหยื่อโล่ง ไล่ออกข้าราชการลวนลาม เปิดใจอีก สุดทนโดนล้วงนับปี (คลิป)

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นพ.เจษฎาโชค ดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (อกพ.สป.) ได้พิจารณาโทษไล่ นายอัศน์เดช รัตนวรประเสริฐ หัวหน้าส่วนของกลุ่มงานภารกิจอำนวยการสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ออกจากราชการ ที่ไปก่อเหตุกระทำอนาจาร พนักงานอัตราจ้างในที่ทำงาน ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 คุณผิง (นามสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดใจกับทีมข่าวว่า นายอัศน์เดช มีพฤติกรรมชอบลวนลาม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557-2560 นายอัศน์เดช จะอาศัยช่วงที่ตนมาเสนองานในห้องทำงาน ด้วยการดึงมือไปคล้องแขน หรือกอดคอ และบางครั้งจังหวะที่ตนเผลอ ก็จะถูกบีบหน้าอก ขณะเดียวกัน สาวผู้เสียหาย เปิดเผยอีกว่า ขณะที่ไปสัมมนาต่างจังหวัด นายอัศน์เดช ได้เข้ามาในห้องพักของตน ก่อนจะแกล้งผลักตนลงบนเตียง ทำเสมือนกับว่าจะข่มขืน ทุกครั้งที่ตนโดนกระทำในลักษณะดังกล่าว ตนจะร้องขอความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นเสมอแต่นายอัศน์เดช ไม่เคยฟัง นอกจากนี้ คุณผิง ยังบอกด้วยว่า ทุกครั้งที่โดน นายอัศน์เดช ลวนลาม ตนเองรู้สึกแย่มาโดยตลอด […]

เมื่อ ‘ซอมบี้’ ขอทำดี! รวมตัวออกอาละวาดกลางกรุงเม็กซิโก หาเงินช่วยเหยื่อแผ่นดินไหว (คลิป)

พาไปชมเหล่าซอมบี้จำนวนหลายร้อยตัว ออกอาละวาดเดินเพ่นพ่านกรุงเม็กซิโก ซิตี้ หาเงินบริจาคช่วยเหยื่อแผ่นดินไหว รายงานข่าวระบุว่า การปรากฏตัวของกลุ่มคนที่แต่งกายเป็นซอมบี้จำนวนหลายร้อยคนในเมืองหลวงของเม็กซิโกครั้งนี้ มิได้เป็นการเล่นสนุก หรือสร้างความแตกตื่นแก่ชาวเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ทางผู้จัดงานเปิดเผยว่า พวกเขายังต้องการเรี่ยไรหาเงินบริจาค สำหรับนำไปช่วยเหลือครอบครัวของเหยื่อแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 ศพทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิตในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ ถึงเกือบ 230 ราย นอกเหนือจากการเดินเพื่อขอรับบริจาคเงินจากบรรดาผู้มีจิตศรัทธาแล้ว สื่อท้องถิ่นยังระบุว่า เหล่าซอมบี้ยังพร้อมรับของบริจาคในรูปแบบอื่นๆ สำหรับนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวด้วยเช่นกัน หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมการเดินขบวนของผีดิบซอมบี้ครั้งนี้ ออกมาเปิดเผยว่า เธอรู้สึกมีความสุขที่ซอมบี้ได้ออกมาทำใน สิ่งดีดี เพื่อช่วยเหลือสังคม ทั้งนี้ การเดินขบวนของเหล่าซอมบี้เช่นนี้ ถูกระบุว่า มีจุดกำเนิดที่เมืองซาคราเมนโต ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯตั้งแต่เมื่อ 16 ปีก่อน และในภายหลังมีการนำไปจัดในหลายเมืองทั่วโลกรวมถึงมหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ , กรุงบวยโนสไอเรสของอาร์เจนตินา , กรุงโบโกต้าของโคลอมเบีย , สิงคโปร์ , นครเซาเปาลูของบราซิล และนครแฟรงค์เฟิร์ตในเยอรมนี.

ไม่แต่งยั่ว…ก็ใช่ว่าจะรอด!? มาดูสภาพการแต่งตัวของ ‘เหยื่อคดีข่มขืน’ ในวันที่พวกเธอถูกกระทำ

เรียกว่าเป็น ‘คำให้การ’ ยอดฮิตของผู้ต้องหาคดีข่มขืน ที่มักบอกว่าเป็นความผิดของเหยื่อที่แต่งตัววาบหวามจนทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบและต้องลงมือทำเรื่องไม่ดีลงไป ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อในคำให้การแบบนี้ อย่างเช่น Jen Brockman ผู้อำนวยการศูนย์การป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศของมหาวิทยาลัยแคนซัส ที่ได้จัดนิทรรศการ What Were You Wearing? หรือแปลเป็นไทยได้ว่า ตอนนั้นคุณใส่ชุดอะไร? ซึ่งเป็นการแสดงชุดของเหยื่อคดีข่มขืนจำนวนมาก ที่แสดงให้เห็นว่า…ต่อให้ป้องกันและระมัดระวังเรื่องการแต่งกายมากแค่ไหน หากผู้ต้องหาคิดจะลงมือทำ ก็ไม่มีอะไรมาห้ามได้ ที่มา – huffingtonpost.com

เหยื่อรายใหม่แฉ ถูก ‘ป๋าเกิด’ บังคับ ‘ถ้าไม่ยอมมีอะไรกับป๋า จะไม่ให้งานทำ’ (คลิป)

กรณีของ “ป๋าเกิด” ยังไม่จบ มีเหยื่อรายใหม่ออกมาแฉว่า ถูกป๋าเกิดบังคับให้แก้ผ้า แล้วล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมขู่ หากไม่ทำ จะไม่รับเข้าทำงาน จนสุดทนต้องหนีออกจากบ้าน หลังจาก ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้นำเสนอเรื่องราวของ นายเกิดใหม่ รวยจริงนะ หรือ “ป๋าเกิด” อายุ 45 ปี , นางพรรณวรท ควบคุม หรือ “เจ๊นินิว” อายุ 34 ปี และนางมลฤดี อินอ่อน หรือ “แอม” อายุ 27 ปี เจ้าของโมเดลลิ่งจัดหาโคโยตี้ ผู้ต้องหาคดีสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป กระทำผิดค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ด้วยการชักจูงหรือยินยอมให้เด็กกระทำการลักษณะอนาจาร ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2556 โดยเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ทนายความของป๋าเกิด ได้ดำเนินการยื่นหลักทรัพย์ขอประตัว นายเกิดใหม่ และนางพรรณวรท วงเงินคนละ 300,000 บาท […]

เหยื่อมิจฉาชีพร้องดีเอสไอ แก๊งหลอกซื้อรถยนต์ติดไฟแนนซ์ในเฟซบุ๊ก ก่อนเชิดหนีไปกว่า 30 คัน

มีเรื่องมาเตือนภัย สำหรับคนที่ซื้อรถแล้วเอาเข้าไฟแนนซ์ แต่ส่งรถไม่ไหว ไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วดันไปเจอนายหน้าในเฟซบุ๊ก มาหลอกว่ารับซื้อรถติดไฟแนนซ์ ก็ยอมขายไป แต่สุดท้าย เมื่อคนกลุ่มนี้ ซื้อรถไปแล้ว ไม่ยอมส่งค่างวดต่อให้ สุดท้ายไฟแนนซ์ มาทวงเงิน และจะยึดรถ แต่ไม่มีรถให้ยึด จนถูกบริษัทไฟแนนซ์ จะฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหาย ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 60 คนที่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพกลุ่มนี้ รวมตัวกันมายื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ช่วยคลี่คลายคดีให้ โดหนึ่งในตัวแทนผู้เสียหาย บอกว่า คดีนี้มีผู้เสียหายรวมกว่า 30 คน ขายรถติดไฟแนนซ์ไปกว่า 30 คัน มูลค่าความเสียหาย 20 ล้านบาท พฤติการณ์ในกรณีคือ ผู้เสียหายส่วนใหญ่ ซื้อรถมาแล้วนำเข้าไฟแนนซ์ แล้วส่งรถไปไหว จากนั้น ไปเห็นโฆษณารับซื้อรถติดไฟแนนซ์ จากเฟซบุ๊ก จึงเห็นว่าหากส่งรถคืนไฟแนนซ์ก็จะไม่ได้เงินคืน แต่หากนำไปขายก็ยังจะได้เงินบางส่วน ประกอบกับนายหน้าดูน่าเชื่อถือ มีการให้คำปรึกษาแบบครบวงจร ว่าสามารถหาคนที่มีประวัติดีมาซื้อรถได้ จึงตัดสินใจนำรถไปขาย แต่หลังจาก ขายไปแล้ว คนที่ซื้อรถต่อ กลับไม่ส่งค่างวด […]

แฉ! แม่น้องพร ใส่ชุดข้าราชการจนเหยื่อเชื่อ สูญเงินแสน อ้างฝากเข้าทำงาน อบต. (คลิป)

จากกรณี 13 เจ้าบ่าวผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดี น.ส.จริยาภรณ์ หรือน้ำมนต์ หรือพร บัวใหญ่ อายุ 32 ปี ในข้อหาฉ้อโกง โดยทั้งหมดระบุตรงกันว่ารู้จักกับ น.ส.จริยาภรณ์ ผ่านทาง เฟซบุ๊ก จนมีความสัมพันธ์และแต่งงานกัน เสียค่าสินสอดนับแสนบาท บางรายถูกฝ่าย ผู้หญิงบอกว่าท้อง จึงต้องยอมแต่งงาน แต่พออยู่กินกันไปได้สักพัก น.ส.จริยาภรณ์ หนีหายไป ก่อนบรรดาเจ้าบ่าวจะเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด วันนี้ (11 ก.ย.) ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางสาวสุกัญญา ปะระไทย หรือปู อายุ 30 ปี หนึ่งในผู้ที่ถูกนางสาวจริยาภรณ์ หลอกลวง เปิดเผยข้อมูลให้ฟังว่า เมื่อช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ปี 2555 น.ส.จริยาภรณ์ สีโต หรือนิ่ม ได้ขอเบอร์โทรศัพท์ตนจากเพื่อนอีกคนที่ถูกหลอกเหมือนกับตนมา แล้วก็โทรศัพท์มาตน ตอนนั้นก็สงสัยว่าใครเป็นคนโทรมา โดยน.ส.จริยาภรณ์ก็ได้แนะนำตัวพร้อมบอกว่า เธอทำงานอยู่ที่สำนักงานเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย ตำแหน่งนักพัสดุ จึงอยากชักชวนให้ตนเข้าทำงานที่เทศบาลดังกล่าวในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน […]

รำลึก 16 ปี 911 วินาศกรรมตึกแฝด ‘เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์’

สหรัฐฯ เตรียมจัดพิธีไว้อาลัยเหยื่อและผู้สูญเสียจากเหตุวินาศกรรม 911 เมื่อ 16 ปีก่อน โดยจะมีการสงบนิ่งไว้อาลัยและอ่านรายชื่อผู้เสียชีวิตเหมือนเช่นทุกปี ชาวอเมริกันในกรุงวอชิงตันดีซี นิวยอร์ก และแช้งค์สวิลล์ ในรัฐเพนซิลเวเนียเตรียมเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเกือบ 3 พันคนในเหตุวินาศกรรม “911” เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 หรือเมื่อ 16 ปีก่อน สำหรับที่เมืองนิวยอร์ก ผู้ร่วมพิธีจะไปรวมตัวกันที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์ 911 สถานที่เคยเป็นที่ตั้งของตึกแฝดเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ จะมีการสงบนิ่งไว้อาลัย 6 ครั้ง ตามเวลาที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ เริ่มจากเวลา 08.46 น. ที่เครื่องบินลำแรกพุ่งชนตึกเหนือ และไปสิ้นสุดในเวลา 10.28 น. เวลาที่ตึกเหนือถล่ม ในโอกาสนี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังได้เผยแพร่ภาพถ่ายหาชมยากให้ได้ชมกันด้วย มีทั้งภาพนาฬิกาในกระทรวงที่หยุดเดินในเวลาที่เกิดเหตุ และภาพอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช หันหลังไปดูการรายงานข่าวถ่ายทอดสด และภาพที่ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ตึกแฝด หลังจากเหตุวินาศกรรม 1 เดือน ปธน.บุช ก็เริ่มมีคำสั่งส่งหน่วยสอดแนมเข้าไปในอัฟกานิสถาน ตามด้วยทหารจำนวนมาก ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังมีทหารประจำการอยู่ และถือว่าสงครามอัฟกานิสถานยังไม่สิ้นสุด ต่อมาในปี […]

“น้องพร” ป้องพ่อแม่ไม่เกี่ยวเชิดสินสอด เผยปมในใจ เหตุใดทำลายหัวใจผู้ชายนับสิบ (คลิป)

หลังจาก น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ ถูกควบคุมตัวไว้ภายในกองบังคับการปราบปราม และมีการแถลงข่าวเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวขึ้นรถยนต์กระบะ โตโยต้า ไฮลัก วีโก้ สีดำ ของกลางที่ น.ส.จริยาภรณ์ ขโมยไปก่อนหลบหนี เพื่อเดินทางนำตัวไปส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ล่าสุด วันนี้ (8 ก.ย.) น.ส.จริยาภรณ์ ที่ก่อนหน้านี้ก่อคดีอย่างต่อเนื่องมาแล้วกว่า 6 ปี จากการตรวจสอบพฤติการณ์ ผู้ต้องหาพบว่าได้เริ่มก่อเหตุหลอกลวงผู้ชายทั้งหมด 14 คน ตั้งแต่ปี 2554 โดยใช้แอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กในการติดต่อเหยื่อ แล้วใช้ถ้อยคำหว่านล้อมด้วยคำหวานจนฝ่ายชายหลงรักยอมแต่งงาน ซึ่งบางรายก็จะอ้างว่าตัวเองท้องฝ่ายชายจึงยอมตกลงแต่งงานด้วย ก่อนจะบอกว่าแท้งในเวลาต่อมา ผู้เสียหายทุกราย จะถูกน้องพรชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจสวนผลไม้ โดยผู้เสียหายบางรายก็ยอมรับว่าหวังผลทางธุรกิจจริงจึงยอมตกลงแต่งงานด้วย ขณะเดียวกันเมื่อแต่งงานกันแล้วจะอยู่กินกันเพียง 1-2 วัน น้องพรก็จะค่อยๆ ตีตัวออกห่างก่อนเชิดเงินสินสอดและทรัพย์สินหลบหนี ส่วนการสอบปากคำน้องพร ให้การรับสารภาพว่า ตนเองทำอาชีพขายผลไม้ มีการพบเจอผู้เสียหายหลายคน และมีการไปมาหาสู่จนถึงขั้นแต่งงานกันจริง แต่ระยะเวลาอยู่กินกันไม่นาน โดยยอมรับว่ามีการแต่งงานกับผู้ชายเพียง 7 ใน 14 ราย เท่านั้น และไม่มีเจตนาหลอกลวงเอาทรัพย์สิน เพราพทุกคนที่คบหามีความรักให้กันจริง […]

‘น้องพร’น้ำตาตกในถูกสื่อจี้ถาม…มีความรักบ้างไหม? ยอมรับหลอกหนุ่มแต่งงานแค่ 7 ราย ที่เหลือฉ้อโกงธุรกิจ

หลังติดตามตัวอยู่นาน ในที่สุด “น้ำมนต์” หรือ “น้องพร” น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ วัย 32 ปี ที่ก่อเหตุหลอกลวงชายหนุ่มหลายรายแต่งงานก่อนเชิดเงินสินสอดหลบหนีไป ก็ไม่รอดเงื้อมมือกฎหมาย ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 60 เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ ตันติวิวัฒกุล ชายหนุ่มคนสนิทของเธอ มาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน หลังสามารถจับกุมตัวได้ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อกลางดึกวานนี้ (7 ก.ย.) น.ส.จริยาภรณ์ อ้างว่าไม่ได้มีเจตนากระทำเรื่องดังกล่าว พร้อมกับยืนยันว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกแต่งงานเพียง 7 ราย ไม่มากเหมือนที่โดนกล่าวหา เพราะคนอื่นๆ ไม่ได้ถูกหลอกแต่งงาน แต่เป็นการฉ้อโกงธุรกิจที่ทำร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สีหน้าของ “น้ำมนต์” เปลี่ยนไปทันที เมื่อถูกถามถึงเรื่องความรัก ความจริงใจ ที่ชายหนุ่มและครอบครัวมีให้ว่า เธอเคยรู้สึกรักบ้างหรือไม่ โดยเธอถึงกับพูดไม่ออก และมีอาการสะอึกสะอื้น ด้านนายกิตติศักดิ์ หรือตี๋ เพื่อนชายคนสนิท ปฏิเสธไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว และว่าตอนนี้ตนก็สูญเงินไปประมาณ 4-5 หมื่นบาท […]

keyboard_arrow_up