เปิดภาพเฟซบุ๊ก ด.ช. 14 โพสต์รูปครอบครัว ร่วมเฟรมพ่อ-แม่เลี้ยง

จากกรณีเด็กชายอายุ 14 ปี ถูกแม่เลี้ยงทำร้ายร่างกายจนมีแผลทั้งตัว โดนถูกตี ใช้ฟุตเหล็กฟาด เตารีดนาบ ไฟฉายทุบตี บีบคอ และคีมหนีบที่ปากและนิ้ว ซึ่งพ่อแท้ ๆ ก็ทราบเรื่อง แต่ไม่ได้ห้ามปราม จนเจ้าตัวต้องปั่นจักรยานเพื่อหนีเอาชีวิตรอด ไปยังอนุสาวรีย์ฯ และส่งข้อความขอความช่วยเหลือจาก นางสาวนฤกมลวรรณ ฉาบพลอย แม่ที่อยู่จังหวัดระยอง และได้ประสานรับตัวเด็กไปเรียบร้อยแล้วนั้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ระยอง นำเด็กชายส่งโรงพยาบาลบ้านฉาง และให้แพทย์ตรวจร่างกาย พร้อมประสานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี เข้าช่วยเหลือเรื่องคดีความ และแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.คลองหลวง (อ่าน : เปิดใจแท็กซี่รับเด็ก 14 หนีแม่เลี้ยงโหด เตารีดนาบ 3 ปี – เพื่อนบ้านแฉสุดหยาบ ผัวหงอไม่ช่วยลูก ) วันที่ 16 ต.ค. 61 ภาพที่ถูกเผยแพร่ ในเฟซบุ๊กของเด็กชายวัย 14 ปี ที่ถูกแม่เลี้ยงทำร้ายร่างกาย โดยเป็นภาพความผูกพัน ระหว่างแม่เลี้ยง กับ เด็กชายวัย 14 ปีใน […]

ลุยฐานเสียงโซเชียล!! ประยุทธ์ เปิด ‘เฟซบุ๊ก-IG-ทวิตเตอร์’ ให้ ปชช. ร้องเรียนปัญหาโดยตรง

วันที่ 14 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการเปิดไอดี Facebook ส่วนตัวชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha โดยระบุโพสต์ข้อความแรกว่า สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน จากการที่พวกเราส่วนใหญ่ นิยมสื่อสารกันผ่าน Facebook อยู่เป็นประจำ ผมจึงถือโอกาสเปิด Facebook ส่วนตัวของผม เพื่อใช้เป็นอีกช่องทางในการสื่อสารแนวนโยบาย การทำงานของผมและรัฐบาล รวมถึงเล่าสู่กันฟังถึงข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ และเป็นช่องทางที่ผมและพี่น้องประชาชนจะเข้าถึงกันได้ดียิ่งขึ้น หากท่านมีข้อเสนอแนะ ต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือต้องการให้ผมลงไปดูแลแก้ปัญหา ก็สามารถเขียนเข้ามาเล่าสู่กันฟังได้ เพื่อที่ผมและทีมงานจะได้มีข้อมูลและดูแลช่วยเหลือได้โดยตรงครับ นอกจากนี้ ยังมีช่องทางอื่นๆ คือเว็บไซต์ prayutchan-o-cha.com และทวิตเตอร์ twitter.com/prayutofficial รวมทั้งไอจี instagram.com/prayutofficial/ อีกด้วย ทวิตเตอร์ twitter.com/prayutofficial ไอจี instagram.com/prayutofficial/ เว็บไซต์ prayutchan-o-cha.com

พลเมืองดีพาสาว17 ขอรัฐช่วย สุดสงสาร พ่อแท้ ๆ ข่มขืนนับ 5 ปี ชาวบ้านยากช่วย เหตุแม่รู้เห็นเป็นใจ (คลิป)

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ชลิดา วัฒนะ” ได้โพสต์เรื่องราวสลดใจ หลังเข้าช่วยเหลือเด็กสาวคนหนึ่ง อายุ 17 ปี ที่ถูกพ่อแม่แท้ ๆ ทำร้ายและถูกพ่อข่มขืนมานานถึง 5 ปี ตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยมีแม่รับรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าวและบอกให้ยอมพ่อ ก่อนจะหลบหนีมาพักอยู่ที่บ้านอา ซึ่งอยู่ภายในตัวเมืองจังหวัดสกลนคร ( อ่าน : สุดสลด! ลูกถูกพ่อขืนใจ ทำร้ายร่างกาย นานกว่า 5 ปี แม่แท้ๆ รู้เห็น แต่ไม่ช่วย ) รายละเอียดของเฟซบุ๊ก ระบุ ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ทราบว่ามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น จึงเข้าช่วยเหลือเหยื่อ ขณะที่ฝ่ายพ่อบุกไปหาลูกสาวเพื่อจะทำร้ายร่างกายและข่มขู่เอาชีวิต โดยพบว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายปัจจุบันอายุ 17 ปี แต่ก่อนหน้านั้นเมื่ออายุ 12 ปี ถูกเลี้ยงมาโดยยาย ก่อนที่พ่อจะนำไปเลี้ยงที่บ้านพักคล้ายกระท่อม จากนั้นตลอดเวลา 5 ปี ถูกพ่อบังคับไม่ให้ไปโรงเรียน ถูกขังไว้ที่บ้าน ถูกทุบตี […]

จับยัดคุก! หนุ่มลวงสาวผ่านเกม ROV ใช้เล่ห์ขอภาพลับขู่แบล็กเมล์ อึ้งเหยื่อเพียบ (คลิป)

จากกรณีการจับกุมนายอัมพร เกษร อายุ 21 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ พนักงานล้างจานร้านอาหาร ในข้อหา “พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร เพื่อการอนาจารและกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น” โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถตลาดสามย่านใหม่ วันที่ 6 ต.ค. 61 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ให้ข้อมูลว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความจากแม่ของสาววัย 16 ปี ที่ระบุว่าลูกสาวถูกกระทำชำเรา โดยแม่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน นำไปสู่การจับกุมเมื่อค่ำวานนี้ (5 ต.ค.) พ.ต.อ.ภพธร เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาและผู้เสียหายรู้จักกันผ่านเกม ROV จากนั้นก็ขอชื่อบัญชีเฟซบุ๊กกันและกัน ก่อนทำความรู้จักกันมากขึ้นจึงถ่ายรูปภาพหวิวของตัวเองส่งให้ฝ่ายผู้ต้องหา ก่อนจะนำภาพดังกล่าวมาข่มขู่ให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยทั้งคู่รู้จักกันราว 1 เดือนก่อนเกิดเหตุ ส่วนผู้ต้องหาให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ตัวเองเคยใช้วิธีการทำความรู้จักหญิงสาวผ่านเกม และสานต่อไปทางเฟซบุ๊กลักษณะนี้ โดยเคยมีเพศสัมพันธ์กับสาวผ่านวิธีนี้แล้ว 3-4 คน […]

ชาวเน็ตตื่น ‘ผีกองกอย’ โผล่กระโดดข้างทาง ถกเสียงแตกมีจริงหรือ? (คลิป)

จากกรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอหนึ่งบนโลกออนไลน์ มีผู้เข้าชมมากว่า 1 ล้าน 7 แสนวิว มีคนแสดงความคิดเห็นกว่า 3 พัน แชร์ต่อ ๆ กันไปอีก 1.5 หมื่นครั้ง ของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Chantha Sitouluk โพสต์วิดีโอภาพเหตุการณ์ตอนกลางคืน โดยกล้องได้จับภาพบริเวณข้างทางเป็นป่ารกทึบ แต่สิ่งที่ทุกคนสนใจคือมีบางอย่างกระโดดอยู่ข้างทาง ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่า “เจอผีกองกอยทางบ้านนาน้อย” คลิปนี้ชาวเน็ตจำนวนมากตั้งคำถามไปในทิศทางเดียวกันว่า สิ่งที่อยู่ในคลิปคืออะไรกันแน่ ซึ่งเมื่อไล่ดูการแสดงความคิดเห็น ส่วนหนึ่งบอกว่า เป็น ผีโพง ซึ่งพบเจอบ่อยตามทุ่งนาและใต้ต้นไม้ริมทาง ลักษณะจะนั่งหลังคุ้ง ชอบกินเมือกเขียดและกบเป็นอาหาร เคลื่อนไหวโดยคลาน 2 เท้า  บางทีก็กระโดด รูปร่างน่าตา จมูกบี้ ๆ ตากลม ผมยาว จากข้อมูลของวิกิพีเดียระบุว่า กองกอย เป็นผีป่าชนิดหนึ่ง มีลักษณะรูปร่างไม่เป็นที่ปรากฎชัด แต่โดยมากจะอธิบายว่าเป็นผีที่มีขาข้างเดียว เคลื่อนที่โดยการกระโดดไปด้วยขาเดียว และส่งเสียงร้องว่า “กองกอยๆ” อันเป็นที่มาของชื่อ แต่บ้างก็ว่ามีปากเป็นท่อเหมือนแมลงวัน หรือเชื่อว่ามีหน้าตาคล้ายลิงหรือค่าง บ้างเรียก ผีโป่ง หรือ ผีโป่งค่าง […]

โผล่อีก! ญาติโวยโรงพยาบาลเข็นผู้ป่วยตกเตียง ลั่นขอเป็นเคสสุดท้าย

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพ ผู้ป่วย และข้อความ ระบุใจความบางช่วงบางตอน ว่า ได้เดินทางไปเยี่ยมญาติ ที่รักษาอาการเลือดออกในสมองเนื่องจากประสบอุบัติเหตุล้ม ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่ ระหว่างทาง มีคนกำลังเข็นเตียงคนไข้ลงเนินหน้าอาคาร พอเข็นมาถึงจุดที่เรายืน ขาเตียงก็พับแล้วล้มลงทั้งคนไข้ ก่อนจะรุ้ว่า คนไข้รายนั้น คือญาติของตนเอง ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่อาการสาหัสอยู่แล้ว เตียงที่ล้มลงก็เอาทางหัวของผู้ป่วยไหลลงไปอยู่กับพื้น สายเครื่องช่วยหายใจหลุดออกด้วยแรงกระแทก และยังโพสต์อีกว่า เหตุการณ์นี้มันเกินไปค่ะ ชีวิตคน 1 ชีวิต มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในโรงพยาบาล วันที่ 27 ก.ย. 61 น.ส.เอ (นามสมมติ) เผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 61 ที่ผ่านมา ตนเดินทางไปเยี่ยม ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่ ตนได้เดินไปหน้าตึกอุบัติเหตุช่วงเวลานั้นเอง มีคนกำลังเข็นเตียงคนไข้ลงเนินหน้าอาคาร ตนจึงหลบเพื่อให้เขาเข็นผ่านไปก่อน แต่พอเข็นมาถึงจุดที่ตนยืน ขาเตียงก็พับแล้วล้มลงทั้งคนไข้ ตนจึงเข้าไปช่วย แต่ เมื่อตนก้มลงไปที่คนไข้สายตาเขาจ้องมองมาที่ตน ก็เห็นว่าเป็นญาติ ตอนแรก ก็ไม่เชื่อ จึงได้ถามชื่อของผู้ป่วยกับคนเข็นเตียง คำตอบที่ได้คือใช่ เป็นญาติของตนเองจริงๆ ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่อาการสาหัสอยู่แล้ว เตียงที่ล้มลงก็เอาทางหัวของผู้ป่วยไหลลงไปอยู่กับพื้น ตนตกใจมากทำอะไรไม่ถูก […]

เตือนภัย! สาวเจอชายปีนห้องน้ำหญิง อ้างเข้าผิด ก่อนยกมือไหว้ขอโทษ

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Por Tuangrat Champonkrang” ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปชายรายหนึ่งที่พยายามยกมือไหว้ขอโทษหญิงสาวรายหนึ่ง เจ้าตัวเขียนข้อความเตือนภัยหญิงสาวที่ใช้บริการห้องน้ำปั๊ม เธอเล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 18 ส.ค.61 เวลาประมาณ 14.00 น. ที่ปั๊มแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ขณะที่เธอเข้าห้องน้ำ ชายรายดังกล่าวปีนดูผู้หญิงเข้าห้องน้ำ ส่วนตัวไม่ทราบว่าผู้ชายคนนี้ก่อเหตุมาแล้วกี่ครั้ง ผู้โพสต์ระบุต่อว่า โชคดีที่ตัวเองยังไม่ได้ทำอะไร เนื่องจาก กำลังเงยหน้าสำรวจห้องน้ำ แล้วหันไปเจอหัวของชายรายดังกล่าวพอดี ขณะนั้นตกใจ ทำอะไรไม่ถูก จึงตะโกนเรียกแฟน ทำให้คนร้ายตกใจแล้วกระโดดลง ส่วนตนก็วิ่งออกมาก่อน ส่วนชายคนดังกล่าวแฟนตนก็ล็อกไว้ แต่เจ้าตัวกลับอ้างว่า เข้าห้องผิด ส่วนตัวไม่เชื่อ เนื่องจาก กางเกงของเขายังไม่ได้รูดซิป อีกทั้ง ผู้โพสต์ เผยว่า ชายรายดังกล่าวอ้างว่า ต้องไปหาเมีย รีบไปทำงาน แต่ตนไม่ยอมพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้เข็ดกับสิ่งที่ทำแล้วไม่ไปกระทำกับบุคคลอื่นอีก ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก “Por Tuangrat Champonkrang”

สาวแสบ! หลอกเพื่อนในโซเชียลลงทุนแชร์เฟซบุ๊ก ก่อนเชิด 5 ล้านหนี

ที่จังหวัดนครราชสีมา เกิดเหตุหญิงสาวหลอกเพื่อนในโซเชียลชักชวนให้มาลงทุนแชร์เฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าจะได้กำไรถึงร้อยละ 15 ต่อสัปดาห์ มีผู้หลงเชื่อยอมลงทุนด้วยจำนวนมาก ก่อนหญิงสาวคนดังกล่าวจะเชิดเงินกว่า 5 ล้านบาท หลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ประชาชน นางสาว พันธ์กมล ศรีจีระโรจน์ อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา พร้อมผู้เสียหายอีกประมาณ เกือบ20 คน ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ กับ นางสาวสิริกัญญา เพียงสาย อายุ 26 ปี อาศัยอยู่ในบ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านโนนกุ่ม หลังจากที่ถูก น.ส.สิริกัญญา ใช้สื่อโซเชียลผ่านทางเฟซบุ๊ก ชักชวนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจบางอย่าง โดยระบุว่าจะให้ดอกเบี้ยกับผู้นำเงินมาลงทุนร้อยละ 15 ต่อสัปดาห์ พร้อมการันตีได้เงินต้นคืนภายใน 1 สัปดาห์ จึงทำให้มีผู้หลงเชื่อนำเงินเข้ามาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่ภายหลังได้เชิดเงินของผู้ร่วมลงทุนหนีไป ทำให้มีผู้เสียหายนับร้อยคน และมีเงินลงทุนที่เสียหายไปรวมกว่า 5 ล้านบาท น.ส.พันธ์กมล ศรีจิระโรจน์ หนึ่งในผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนเองได้รู้จักกับ น.ส.สิริกัญญาฯ เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับคำแนะนำจากญาติอีกที โดยติดต่อกับ น.ส.สิริกัญญา […]

เรื่องเข้าใจผิด! ผกก.บ่อวิน แจงสาวโพสต์โวย ตั้งด่านไม่โปร่งใส ยัน จนท.ปฏิบัติตามหน้าที่

ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ่อวิน แจงกรณีมีการโพสต์ถึงทำงานของ จนท.ว่าทำเกินกว่าเหตุ โดย ยืนยันเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ จากกรณีสาวโพสต์เฟซบุ๊ก มีใจความบางช่วงบางตอน ระบุว่า มีกลุ่มชายอ้างเป็นตำรวจตั้งด่านขอตรวจปัสสาวะแฟนหนุ่มที่ขี่รถจักรยานยนต์มา และเธอนั่งซ้อนท้าย บริเวณ หมู่ 7 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่แฟนของเธอไม่สบาย และกินยาลดไข้ไป จึงบอกตำรวจที่ด่าน ซึ่งตำรวจบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวผลออกค่อยว่ากัน หลังจากตรวจเสร็จ มีตำรวจอีกนายใส่เสื้อสีดำ มาถามว่า “กี่วันแล้ว” ซึ่งแฟนของเธอก็ยืนยันว่า ไม่ได้เสพยาเสพติด จากนั้น ตำรวจที่ด่านนำตัวแฟนหนุ่มของเธอขึ้นรถของตำรวจไป และจะให้เธอขึ้นรถไปด้วย แต่สาวผู้โพสต์ปฏิเสธ และบอกว่าเดี๋ยวจะขี่รถตามไปเอง แต่ก็ขี่รถตามไปไม่ทัน จึงขี่รถไปที่ สภ.บ่อวิน ถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่น และเล่าเรื่องให้ฟัง ระหว่างนั้น เธอพยายามติดต่อแฟน แต่ติดต่อไม่ได้ สักพักมีข้อความจากแฟน ส่งเข้ามา เธอจึงโทรศัพท์ไปหา แฟนของเธอบอกตอนนี้อยู่ตู้ตำรวจ จึงถามว่าอยู่จุดไหน เดี๋ยวจะไปหา จากนั้นแฟนเธอจึงยื่นโทรศัพท์ให้ตำรวจที่นำตัวแฟนไปคุยด้วย และบอกว่า ตอนนี้อยู่ตู้เหมราช เมื่อเธอบอกพิกัดว่า เธออยู่ที่ สภ.บ่อวิน […]

ขอให้ทุกคนโชคดี! ‘ซัคเคอร์เบิร์ก’ ชื่นชมหน่วยซีล ที่ช่วยหมูป่าออกมาได้

หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (9 ก.ค. 61) แอดมินเพจไทยนาวีซีลได้โพสต์รายงานความเคลื่อนไหวการช่วยเหลือทีมหมูป่า ช่วงเวลา 20.19 น. โดยระบุข้อความว่า หมูป่า ตัวที่ 1 ไปจนถึงหมูป่า ตัวที่ 8 สองวัน 8 ตัว ฮูย่า !! โดยหลังข้อความถูกโพสต์ ก็มีผู้เข้ามาแชร์และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก แม้จะเป็นเพียงข้อความสั้นๆ ที่ไม่ได้อธิบายอะไรมาก แต่ทุกคนต่างเข้าใจความหมาย เพราะนั่นคือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หน่วยซีล และเจ้าหน้าที่ทุกๆ นาย ที่สามารถนำน้องๆ ส่วนหนึ่งในทีมหมูป่า ออกมาจากในถ้ำแล้ว 8 คน วันที่ 10 ก.ค. 61 มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเฟซบุ๊ก จำกัด ได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่หน่วยซีลของไทย ระบุข้อความว่า From everyone at Facebook — your bravery has been amazing […]

ปาปัวนิวกินีสั่งแบน ‘เฟซบุ๊ก’ 1 เดือน เล็งศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้-กวาดล้างบัญชีผี

รัฐบาลปาปัวนิวกินีออกมาประกาศเตรียมปิดเซิร์ฟเวอร์เฟซบุ๊กในประเทศเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อศึกษาพฤติกรรมของประชาชน รวมถึงผลกระทบที่โซเชียลมีเดียมีต่อสังคมในปัจจุบัน โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากรัฐมนตรีกระทรวงสื่อสารของปาปัวนิวกินี โดยระบุว่าในระยะเวลา 1 เดือนที่เฟซบุ๊กจะถูกปิด ผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานจะทำการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นใคร โพสต์เนื้อหาแบบไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะกวาดล้างพวกบัญชีปลอมที่มักเผยแพร่ข้อมูลไม่เหมาะสม เช่น ภาพโป๊ และข่าวลวงที่ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งบัญชีเหล่านี้จะถูกสั่งปิดอย่างถาวร ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลยังพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาสังคมออนไลน์เฉพาะคนในประเทศ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ป้องกันการถูกแฮ็คข้อมูลส่วนตัว และเพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างเหมาะสม แต่แนวคิดนี้ก็ถูกจับตาจากนักวิชาการ ที่ตั้งข้อสังเกตว่าการสั่งปิดโซเชียลมีเดีย มักเกิดขึ้นเพื่อนัยยะสำคัญบางอย่าง เช่น กำลังจะมีการเลือกตั้ง หรือไม่ก็อาจเสี่ยงถูกแบนอย่างถาวร อย่างเช่นในประเทศจีน

เปิดใจ… สาวโพสต์เฟซบุ๊กสอบถามวิธีช่วยลูกสุนัขติดยางมะตอย

กรณีที่เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง มีการโพสต์ขอคำแนะนำเกี่ยวกับลูกสุนัขจรจัดวัย 4-5 เดือน เพศผู้ ที่ยางมะตอยติดตามตัวส่วนต่างๆ จนไม่สามารถขับถ่ายได้ โดยได้สอบถามถึงวิธีการช่วยเหลือ ซึ่งก็มีคนเข้ามาให้คำแนะนำมากมาย ทีมข่าวตรวจสอบพบว่า ผู้โพสต์ชื่อ นางสาวณัฐชญาภรณ์ ศรีสะเกตุ อายุ 18 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี จึงได้ได้เดินทางไปที่บ้านของนางสาวณัฐชญาภรณ์ เพื่อดูอาการของลูกสุนัขจรจัดเพศผู้สีขาวตัวนี้ พบว่า อาการโดยทั่วไปแข็งแรงดี สามารถที่จะขับถ่ายและกินอาหารได้ตามปกติแล้ว รวมทั้งวิ่งเล่นได้ เบื้องต้นนางสาวณัฐชญาภรณ์หลังไปพบสัตวแพทย์ ก็นำลูกสุนัขตัวนี้กลับมาเลี้ยงดูแลที่บ้าน เพราะเกิดความสงสาร เพราะหากปล่อยให้ลูกสุนัขจรจัดตัวนี้ไปโดยลำพังอีกก็อาจจะทำให้ลูกสุนัขจรจัดตัวนี้ถูกยางมะตอยซ้ำอีก เพราะบริเวณถนนเข้าหมู่บ้านกำลังปรับปรุงทำถนนและลาดยางมะตอยใหม่ หรืออาจจะถูกสุนัขตัวอื่นกัดได้ และอาจจะเป็นอันตรายได้ ซึ่งตนเองได้ตั้งชื่อ “มะตอย” ส่วนสาเหตุที่นำกลับมาเลี้ยงที่บ้านเพราะเกิดความสงสารตั้งแต่วันที่เห็น ส่วนสาเหตุที่ นำลูกสุนัขตัวนี้โพสต์ลงในสื่อโซเซียล ก็เพื่อต้องการขอคำแนะนำว่าจะมีการช่วยเหลือลูกสุนัขจรจัดตัวนี้อย่างไร และหลังจากช่วยเหลือลูกสุนัขจรจัดตัวนี้ได้ก็รู้สึกดีใจ และตนเองก็จะเลี้ยงดูมันเองต่อไปอีกด้วย  

เอาใจคนโสด! ‘FACEBOOK’ เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์หาคู่ เร็วๆ นี้

เฟซบุ๊กได้เตรียมเปิดตัวบริการใหม่เป็นฟีเจอร์หาคู่ เหมือนกับแอพพลิเคชั่นหาคู่-ออกเดท “ทินเดอร์” เพื่อเอาใจเหล่าคนโสด โดยนายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังของโลกได้เปิดตัวบริการหาคู่ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ตัวใหม่ล่าสุดของเฟซบุ๊ก โดยทางเฟซบุ๊กเห็นว่าฟีเจอร์หาคู่นี้ถือว่าเหมาะสมกับแนวคิดและบทบาทของเฟซบุ๊ก ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงและติดต่อหากันได้ ซึ่งซัคเคอร์เบิร์กยังบอกด้วยว่าฟีเจอร์ตัวนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่กำลังมองหาความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยาวนาน ไม่ใช่เพียงแค่การคบหากันเพียงชั่วครั้งชั่วคราว นอกจากนี้ ทางเฟซบุ๊กยังมีระบบป้องกันไม่ให้บรรดาของเพื่อนๆ เห็นประวัติการออกเดทของผู้ใช้งานเพื่อความเป็นส่วนตัวด้วย โดยเป็นที่คาดว่าฟีเจอร์หาคู่ของทางเฟซบุ๊กจะเป็นคู่แข่งสำคัญของแอพพลิเคชั่น “ทินเดอร์” เนื่องจากเฟซบุ๊กมีผู้ใช้งานมากกว่า 2,000 ล้านคนทั่วโลก อย่างไรก็ดี ทางเฟซบุ๊กยังไม่ได้เปิดเผยหน้าตา หรือวิธีการใช้ของฟีเจอร์ดังกล่าวอย่างละเอียด แต่คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้

จ่อเรียก ‘ซัคเคอร์เบิร์ก’ ชี้แจง ‘ระบบจดจำใบหน้า’ แท็กชื่อเพื่อนอัตโนมัติ เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล!

ผู้พิพากษาศาลรัฐแคลิฟอร์เนียออกมาเปิดเผยว่า เตรียมเรียกผู้บริหารเฟซบุ๊กเข้ามาชี้แจง กรณีเทคโนโลยีจดจำใบหน้าที่ผู้ใช้สามารถแท็กชื่อเพื่อนในภาพที่อัพโหลดโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องพิมพ์ชื่อก่อน ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คณะผู้พิพากษามีความเห็นว่าเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ไปจัดเก็บในฐานข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งในกรณีนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กในอิลลินอยส์ออกมายื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาล พร้อมพิจารณาเรียกค่าเสียหายด้วย อย่างไรก็ตาม ตัวแทนเฟซบุ๊กชี้แจงในเบื้องต้นว่าผู้ใช้สามารถตั้งค่าแบบส่วนบุคคลหรือปิดฟังก์ชั่นนี้ได้หากไม่ต้องการให้เฟซบุ๊กแท็กอัตโนมัติ

‘ซัคเคอร์เบิร์ก’ แจงสภาฯ กรณีข้อมูลรั่ว เผยต่อสภา ‘รัสเซีย’ ย่องแฮกเน็ตช่วงเลือกตั้ง

จากปัญหาข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 87 ล้านบัญชีที่รั่วไหลและถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง ทำให้เฟซบุ๊กตกที่นั่งลำบาก และ “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” ต้องเข้าชี้แจงสภาคองเกรสเพราะถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน บรรยากาศที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตันดีซีคึกคักเป็นพิเศษ มีกองทัพสื่อมวลชนมารอติดตามความคืบหน้า เนื่องจาก มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กมีกำหนดต้องเข้าตอบข้อซักถามของสภา โดยที่บริเวณสนามด้านหน้า กลุ่มนักเคลื่อนไหวได้นำคัทเอาท์ภาพซัคเกอร์เบิร์กจำนวน 100 ตัวมาตั้งไว้ ทุกตัวมีหน้าตาและแต่งตัวเหมือนกันหมด บนเสื้อมีข้อความเขียนว่า “ต้องแก้ไขเฟซบุ๊ก” ไม่ให้สมาชิกถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวได้อีก และทันทีที่ซัคเคอร์เบิร์กเดินทางมาถึง ก็ได้รับการต้อนรับและทักทายจากบรรดาสส.และวุฒิสมาชิก และในแถลงการณ์ เขายืนยันว่าเฟซบุ๊กยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นสื่อกลางเชื่อมต่อผู้คนโดยไม่หวังผลกำไร บริษัทไม่ได้ขายข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เพราะต้องการเงิน ขณะเดียวกัน เขาเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่าในรัสเซียมีความพยายามที่จะพัฒนาคนและระบบเพื่อแทรกแซงระบบอินเตอร์เนตในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้ เขารับปากว่าพร้อมจะเคารพกฎและข้อบังคับที่ทางการอาจใช้ควบคุมโซเชียลมีเดีย แต่ต้องเป็นเงื่อนไขที่เหมาะสม เมื่อวานนี้ (10 เม.ย. 61) เป็นการขึ้นให้การวันแรก ซัคเกอร์เบิร์กยังมีกำหนดต้องเข้าชี้แจงต่อในวันนี้ (11 เม.ย. 61) ซึ่งจะตรงกับช่วงกลางคืนตามเวลาในไทย

เจ็บ…แต่จริง! ศิลปินโปแลนด์สร้างผลงานเสียดสีคนใช้ ‘Facebook’ แบบแสบๆ คันๆ

แม้จะผ่านมานานหลายปี นับตั้งแต่ Facebook ได้ถูกสร้างขึ้นมา แต่จนทุกนี้…ก็ยังไม่มีใครสามารถล้มโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ทรงพลังที่สุดในโลกรายนี้ได้ เพราะต่อให้ที่ผ่านมาจะมีปัญหาเรื่องการให้บริการหรือความปลอดภัยในการรักษาข้อมูลมากเพียงใด คนส่วนใหญ่ก็ยังใช้งานเฟซบุ๊กชนิดที่เรียกว่าติดงอมแงมจนถอนตัวไม่ขึ้น แต่ก็ด้วยความนิยมอันล้นเหลือนี้เอง ก็ส่งผลให้คนบางกลุ่มให้ความสำคัญกับ ‘โลกเสมือนจริง’ นี้มากเกินไป จนมองข้ามสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวไปโดยปริยาย และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อต้านและเสียดสีผลลัพธ์ที่เกิดจากการใช้งานเฟซบุ๊กแบบไม่ลืมหูลือตา อย่างเช่นผลงานของ Pawel Kuczynski ศิลปินชาวโปแลนด์ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อโซเชียลเน็ตเวิร์คยักษ์ใหญ่รายนี้ ด้วยมุมมองแสบๆ คันๆ แบบข้างล่างนี้ ที่มา – boredpanda.com

‘เฟซบุ๊ก’ ลงโฆษณา ‘คำขอโทษ’ ในนสพ.อังกฤษ-สหรัฐฯ หลังข้อมูลผู้ใช้ 50 ล้านบัญชีรั่วไหล

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเฟซบุ๊ก(Facebook) ได้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ 1 หน้าเต็ม ในหนังสือพิมพ์ของอังกฤษ และสหรัฐฯ รวมทั้งสิ้น 9 ฉบับเพื่อขอโทษผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก หลังเกิดกรณีข้อมูลของผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านบัญชีรั่วไหล และข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เฟซบุ๊กเหล่านี้ก็ถูกนำไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ในแถลงการณ์ดังกล่าวซัคเคอร์เบิร์กได้ขอโทษ ที่เฟซบุ๊กไม่ได้พยายามปกข้อมูลของผู้ใช้งานให้ดีเท่าที่ควร โดยได้พูดถึงกรณีที่บริษัทวิจัยเคมบริดจ์ อนาไลติก้านำข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไปใช้ทำข้อมูลหาเสียงให้กับประธานานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2014 โดยเฟซบุ๊กระบุว่าจะดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต เหตุข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรั่วไหลนี้ส่งผลให้ตำรวจทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ ดำเนินการสอบสวน และยังทำให้ราคาหุ้นของเฟซบุ๊กลดลงราว 8 เปอร์เซ็นต์ด้วย

เปิดสองแฮซแท็ก ‘WheresZuck – DeleteFacebook’ มรสุมใหม่ของเฟซบุ๊ก หลังทำข้อมูลผู้ใช้ 50 ล้านรายรั่วไหล

แม้จะออกมากล่าวขอโทษ และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณืที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าลูกรักที่ตนเองสร้างมากับมือนั้นไม่เคยมีนโยบายทำลายความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานทั่วโลก แต่จากกระแสข่าวฉาวกรณีผู้บริหารบริษัทเคมบริดจ์ อนาไลติกา ของอังกฤษออกมาอ้างว่าสามารถนำข้อมูลบางส่วนของผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 50 ล้านรายไปใช้ เพื่อโน้มน้าว จูงใจ ให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้รับสาร โดยอ้างผลงานจากความสำเร็จในการช่วยทีมรณรงค์หาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่ผ่านมา ก็ทำให้ผลงานชิ้นโบว์ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ต้องเจอกับวิกฤติครั้งใหญ่ อย่างราคาหุ้นที่ดิ่งลงเหวไปกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ และทำให้สูญเสียมูลค่าหุ้นในตลาดภายในวันเดียวมากถึงเกือบ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.33 ล้านล้านบาท) แม้จะมีความพยายามในกู้สถานการณ์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะด้วยการแถลงอย่างตรงไปตรงมาของเจ้าพ่อเฟซบุ๊ก และการระงับการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทเคมบริดจ์ อนาลีติกา ภายในวันแรกตั้งแต่เกิดกระแสข่าว (แม้ว่าทางบริษัทดังกล่าวจะยังปฏิเสธข้อกล่าวหา และยืนยันว่าข้อมูลที่ได้มานั้นถูกต้องตามกระบวนการทุกประการ) แต่การสูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจนี้ก็นำไปสู่กระแสต้านบนโลกออนไลน์ในหลายแพลตฟอร์ม นั่นคือการติดแฮชแท็ก #DeleteFacebook และ #WheresZuck เพื่อเรียกร้องให้เฟซบุ๊กแสดงความรับผิดชอบต่อการไม่สามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ตามที่สัญญาไว้ในนโยบายของบริษัทได้ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่กระแสต้านแรกที่เกิดขึ้นในปีนี้ เพราะก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กเองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีการล้างไพ่ New Feed ที่สร้างผลกระทบต่อเพจธุรกิจทั่วโลก รวมถึงนโยบายการสนับสนุน Content ที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย แถมยังมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา จนเรียกได้ว่าสับขาหลอกผู้ผลิตผลงานบนแพลตฟอร์มสับสนไปตามๆ กัน เช่น จากที่เคยบอกว่าจะสนับสนุนคลิปวิดีโอบนเพจต่างๆ […]

keyboard_arrow_up