เตือนใจคนรักสัตว์!! อย่าเผลอ “ทิ้งสุนัขไว้ในรถ” ไม่งั้นอาจเกิดเหตุสลดแบบนี้

ไม่ใช่แค่คนเราเท่านั้นที่ดูเหมือนจะทนทานกับความร้อนในปีนี้ไม่ไหว เพราะบรรดาสัตว์เลี้ยงทั้งหลายก็ต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ด้วยเหมือนกัน และถึงจะไม่มีสภาพอากาศแบบนี้ ก็ยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด อย่างเช่นการทิ้งสุนัขไว้ในรถ ที่อาจกลายเป็นเหตุการณ์ชวนสลดแบบเรื่องราวนี้ได้ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 มีรายงานจากหน่วยพิทักษ์สัตว์ RSPCA ที่ได้เผยแพร่ภาพและเรื่องราวสุดเทือนใจของสุนัขสองตัวที่ตายเพราะอาการฮีทสโตรก เนื่องจากถูกขังไว้ท้ายรถ ขณะที่เจ้าของคือ Paul Cave พนักงานรักษาความปลอดภัยวัย 61 ปี กำลังเมามายกับเครื่องดื่มและความอ่อนเพลียจากเทศกาลดนตรี Creamfields music festival ในเมือง Warrington มณฑลเชชเชอร์ จนเพลียหลับไปกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่นั่นก็เพียงพอจะทำให้เกิดเรื่องเศร้าแล้ว หลังจากถูกจับกุม เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์สัตว์ RSPCA รายงานว่าสภาพภายในกรงที่ขังสุนัขว่าเต็มไปด้วยคราบเลือดเปื้อนทั่วกรง เนื่องจากสุนัขพยายามออกมาจากกรง และตัวหนึ่งมีรอยลูกกรงบนหัวชัดเจนมาก เพราะพยายามใช้หัวดันลูกกรงเหล็กออกมา แต่เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดภายในรถทำให้พวกมันอ่อนแรง และทั้งคู่ตายเพราะอาการฮีทสโตรก จากเหตุการณ์นี้ Paul Cave ถูกจับกุมในข้อหาทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุสมควร และมีโทษจำคุกเป็นเวลา 12 เดือน ปรับเป็นเงิน 260 ปอนด์ ทั้งยังถูกห้ามไม่ให้ครอบครองสัตว์เลี้ยงตลอดชีวิต ที่มา : rspca.org.uk

เตือนใจคนอยากมี ‘รอยสัก’ เพราะถ้าคิดจะลบมันออก…ก็อาจลงเอยด้วยสภาพแบบนี้ก่อนจะหายดี

ต้องยอมรับว่ารสนิยมนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใคร และคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรอีกแล้วในยุคสมัยนี้ที่ใครก็สามารถมีรอยสักบนร่างกายได้ แต่ก็เช่นเดียวกับการตัดสินใจทั่วไปที่ต้องยอมรับผลฃที่จะตามมาของมันด้วย เพราะนี่คืองานศิลปะที่จะติดอยู่บนร่างกายไปตลอดชีวิต และหากคิดจะเอารอยสักสวยๆ นั้นออกไปจากร่างกาย ผลลัพธ์ของมันก็อาจไม่ง่ายหรือสวยงามอย่างคิด เช่นเดียวกับกรณีของชายคนนี้ที่ได้แผลพุพองกลับมาทั่วทั้งแขน และเป็นภาพที่ถูกแชร์ต่อๆ กันในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก จากข้อมูลพบว่าอาการดังกล่าวเกิดจากการแพ้สารเคมี PPD (Para-phenylenediamin) ซึ่งนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในขั้นตอนการสัก แต่เมื่อมีการลบรอยสักออกไปด้วยความร้อน จะทำให้สารที่ว่านี้แตกตัวอยู่ใต้ผิวหนังและทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้น ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปสำหรับคนที่ต้องการลบรอยสัก และอาจใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ก่อนแผลแบบนี้จะกลับมาเป็นปกติ ที่มา – Facebook.com / 沙巴人情味

อุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่! อย่าให้ลูก ‘ติดหวาน’ หากไม่อยากให้สภาพฟันเป็นแบบนี้

ต้องยอมรับว่าเด็กกับขนมหวานนั้นเป็นของที่แยกกันไม่ขาด เพราะยังไงนี่ก็เป็นรสชาติที่แปลกใหม่และสร้างความสุขใจในการลิ้มรสให้กับเด็กๆ ได้เสมอ แต่ความชื่นชอบในของกินรสหวานมากเกินไปย่อมไม่ใช่เรื่องดี และมันจะยิ่งแย่หากยังขาดการดูแลสภาพปากไม่ทั่วถึง เพราะมันอาจส่งผลให้สภาพปากแย่ลงไปอีก อย่างเช่นตัวอย่างสภาพฟันของเด็กๆ ที่ติดหวานแต่ขาดการดูแลที่ดีพอ เด็กน้อยคนนี้หัดกินขนมหวานมาตั้งแต่ 3 ขวบ จนมีปัญหากับการกินข้าว จนส่งผลให้น้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ และเมื่อเขาอายุได้ 11 ปี ฟันของเขาก็กลายเป็นแบบนี้ทั้งปาก หากคุณอยากรู้ว่าฟันที่เสียหายเพราะกรดจากน้ำตาลเป็นอย่างไร ช่องปากของเด็ก 10 ขวบคนนี้อาจให้คำตอบคุณได้ ต่อให้ชอบมากแค่ไหน การดื่มน้ำอัดลมตั้งแต่อายุยังน้อย ย่อมส่งผลต่อฟันที่ยังโตไม่เต็มที่ เพราะมันง่ายต่อการสึกกร่อน และแม้ว่าอาการดังกล่าวจะไม่แสดงผลในทันที แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยขาดการดูแล ฟันเล็กๆ เหล่านั้นอาจผุจนเหลือแต่ตอ ต่อให้ดูแลฟันเป็นอย่างดี แต่พฤติกรรมการกินที่ติดหวานมากๆ ก็ยังส่งผลเสียต่อฟันได้ โดยสามารถสังเกตได้จากจุดดำๆ และการสึกกร่อน ที่เห็นได้ชัดเจนมากในเด็ก หากพ่อแม่รู้ตัวช้าเกินไป และปล่อยให้ลูกฟันผุจนเกินเยียวยา ทางเลือกสุดท้ายอาจเหลือแค่…ถอนฟันจริงๆ ทิ้งไป แล้วใส่ฟันปลอมทั้งปาก!! ที่มา – dailymail.co.uk

เตือนคนอยากสัก!! สาวโพสต์อุทาหรณ์ เมื่อรอยสักกระทบต่ออนาคตการงาน

แม้รอยสักจะเป็นศิลปะที่สวยงามและได้รับการยอมรับจากสังคมไทยมากขึ้น แต่ก็ยังปัญหาบางอย่างที่เกิดจากการมีรอยสักเช่นกัน อย่างเช่นเหตุการณ์เตือนใจในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กสาวชื่อ อารยา สุกแสง ได้โพสต์อุทาหรณ์เตือนใจวัยรุ่นว่าคุ้มหรือไม่ที่คิดจะมีรอยสักเป็นของตัวเอง เนื่องจากตนไม่อาจเป็นพยาบาล และบรรจุเป็นข้าราชการได้ เพราะมีรอยสักติดอยู่ ทั้งนี้ผู้โพสต์ได้ยืนยันว่า ตอนไม่มีเจตนาต่อว่าคนที่มีรอยสัก หรือบอกว่ารอยสักนั้นไม่ดี เพราะตนก็มีรอยสักเต็มตัวหมดเช่นกัน แต่ควรเลือกจุดที่จะสักให้ดี เพราะจะส่งผลกระทบกับอนาคตในวันข้างหน้าได้

อุทาหรณ์คนรักหมา! เมื่อความรักแบบ ‘เกินเหตุ’ ของมนุษย์กลายเป็นสาเหตุให้สุนัขต้องตาย

เป็นธรรมดาของคนรักสุนัขที่มักดูแลและเอ็นดูสัตว์เลี้ยงของตนเหมือนกับเป็นคนๆ หนึ่ง ทั้งพาเที่ยว พาไปนอนด้วย หาเสื้อผ้าเครื่องประดับให้ใส่ และอาจให้ให้กินอาหารแบบเดียวกับที่คนเรากินกัน เพราะคิดว่าอาหารสำหรับสุนัขนั้นไม่อร่อยและไม่ถูกปากสัตว์เลี้ยง แต่นี่แหละที่กลายเป็นสาเหตุการสูญเสียมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน อย่างเช่นกรณีของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ญ. จอย ที่ได้โพสต์เรื่องราวสุดสะเทือนใจที่พบเจอกับตัว เมื่อพบว่าสุนัขที่เลี้ยงต้องป่วยเป็นโรคไต เนื่องจากการอาหารแบบเดียวกับคน ซึ่งมีรสจัดและเกลือปริมาณมากเกินกว่าสุนัขจะสามารถขับออกมาได้ และทำให้สุนัขที่รักต้องตายในที่สุด สำหรับการสังเกตอาการของสุนัขที่เป็นโรคไตวาย ส่วนใหญ่มักเกิดกับสุนัขที่เริ่มมีอายุตั้ง 5 ปีขึ้นไป โดยเจ้าของสังเกตเห็นอาการก่อนเนื่องจากสุนัขจะมีแสดงพฤติกรรมต่างๆ เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หรือทราบจากผลการตรวจเลือดสุนัขทุกๆ 6 เดือน เพื่อเช็คค่าไต (CR or Creatinine) และค่าของเสียในเลือด (BUN) และยิ่งถ้าผลเลือดออกมาเริ่มผิดปกติ ก็ควรทำการตรวจซ้ำทุก ๆ 3 เดือน เพื่อให้สามารถรักษาได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะทำให้โอกาสรอดมากขึ้น ที่มา – Facebook.com / ญ. จอย

ดูเป็นอุทาหรณ์! เมื่อแม่ละสายตาเพียงเสี้ยวนาที หันมาอีกที…ลูกโดนรถไฟของเล่นทับดับ

อีกหนึ่งคลิปอุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่มือใหม่ที่คิดว่าการละสายตาจากเด็กเพียงเสี้ยวนาที อาจไม่ทำให้เกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้นได้ แต่ข่าวจากประเทศจีนนี้อาจทำให้คุณต้องคิดใหม่อีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุสุดสลดขึ้นที่โซนเครื่องเล่นเด็กบริเวณชั้น 2 ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองเฉิงตู ขณะเด็กชายวัยราว 1 ขวบ คนหนึ่งแอบปีนขึ้นไปบนเครื่องเล่นรถไฟหยอดเหรียญที่กำลังทำงาน และถูกวิ่งทับร่างจนเสียชีวิต โดยผู้เป็นแม่หันหลังอยู่เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ที่มา – 華人熱點

เตือนใจพ่อแม่!? เผยผลลัพธ์ของการเลือกรองเท้าแบบ ‘เน้นแค่สวย’ ให้ลูกใส่

เป็นธรรมดาของพ่อแม่มือใหม่ ที่อยากหาอะไรสวยๆ งามๆ ให้ลูกใช้ จนบางครั้งก็อาจลืมใส่ใจในเรื่องคุณภาพและความสมเหตุสมผลเรื่องราคาไป อย่างเช่นกรณีของ Lisa Connor คุณแม่จากเมืองแบล็กพูล มณฑลแลงคาเชอร์ ประเทศอังกฤษ ที่ได้ซื้อเจอรองเท้ายางสำหรับเด็กมาให้ลูกสาวที่ชื่อ Esmé ใส่เล่น แต่หลังจากให้ลูกของเธอใส่เดินไปเดินมาในบ้านเพียง 30 นาที เด็กน้อยก็วิ่งรองไห้กลับมาพร้อมกับสภาพเท้าที่โดนบาดจนเป็นแผลตามขอบรอยรองเท้า เรื่องราวของ Lisa กับลูกของเธอนั้นได้รับความสนใจในโลกออนไลน์อย่างมาก และมีพ่อแม่หลายคนที่เจอปัญหาจากรองเท้ายี่ห้อเดียวกันกับที่เธอซื้อให้เธอซื้อ ซึ่งหลังจากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไป โฆษกของแบรนด์ดังกล่าวไปออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ขอนำรองเท้าที่มีปัญหาคู่ดังกล่าวกลับไปตรวจสอบความผิดพลาด ที่มา – metro.co.uk

อุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่ กับสาเหตุว่าทำไมจึงไม่ควรให้เด็กติดมือถือ!?

เชื่อว่าพ่อแม่สมัยใหม่ก็มักใช้ลูกๆ อยู่กับจอทีวี จอแท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน เพราะเข้าใจว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ช่วยให้เด็กๆ อยู่ด้วยตัวเองได้ และไม่มาวุ่นวายขณะที่ตนเองกำลังทำงานอื่นอยู่ แต่รู้หรือไม่ว่า…ความบันเทิงที่พ่อแม่กำลังให้มอบกับลูกที่อายุน้อยมากนั้น กลับมีอันตรายยิ่งกว่าที่คิด 1. เด็กวัย 1-5 ขวบเป็นวัยที่ต้องอยู่ไม่นิ่ง แขนขาจะขยับสำรวจโลกตลอดเวลาแต่ถ้าต้องมานั่งดูแท็บเล็ต จะมีปัญหาเรื่องการเจริญเติบโต 2. เด็กที่ติดทีวี หรือ แท็บเล็ตจะมีอาการรอไม่ได้ ทนไม่ไหว ใจร้อน ควบคุมตัวเองไม่อยู่ หุนหันพลันแล่น เป็นเด็กขี้หงุดหงิด ก้าวร้าว 3. การไม่ค่อยได้พบเจอเพื่อนบ้าน หรือใกล้ชิดกับคนในพื้นใกล้เคียง รวมทั้งคนในบ้านเท่าที่ควร ทำให้ขาดการปรับตัวเมื่อต้องเข้าสู่สังคม 4. เพราะหน้าจอที่แสดงสีสันสดใส และภาพเคลื่อนไหวได้รวดเร็วทันใจ ทำให้เด็กเกิดความไม่ชอบกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิหรือสมองในการแก้ปัญหา ที่มา – Youtube.com / Amazing Videos

อุทาหรณ์เตือนใจคนอยากมี ‘รอยสัก’ เพราะถ้าลบไม่ดีก็อาจลงเอยด้วยสภาพแบบนี้!?

เป็นอีกหนึ่งรสนิยมที่ไม่เข้าใครออกใคร และไม่ว่าใครที่คิดจะมีรอยสักบนร่างกาย ก้คงต้องทำใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่า สิ่งนี้จะเป้นงานศิลปะที่ติดอยู่บนร่างกายไปตลอดชีวิต แต่ถึงอย่างงั้นก็มีบางคนเหมือนกันที่มีเหตุจำเป็นต้องลบรอยสักสวยๆ ตามเนื้อตัวทิ้ง ซึ่งแม้ทุกวันนี้ก็มีเทคโนโลยีลบรอยสักให้แบบให้เลือกใช้บริการ แต่บางทีการเอารอยสักออกจากร่างกาย ผลลัพธ์ของมันก็อาจร้ายแรงยิ่งว่าที่เราคิดไว้ อย่างเช่นกรณีสุดสยองของชายคนนี้ที่ได้แผลพุุพองกลับมาทั่วทั้งแขน และเป็นภาพที่ถูกแชร์ต่อๆ กันในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก จากข้อมูลพบว่าอาการดังกล่าวเกิดจากการแพ้สารเคมี PPD (Para-phenylenediamin) ซึ่งช้ในที่ใช้ในขั้นตอนการสัก แต่เมื่อมีการลบรอยสักออกไป จะทำให้สารที่ว่านี้แตกตัวอยู่ใต้ผิวหนังและทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้น ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป แต่ในกรณีนี้ดูเหมือนว่าผู้สักที่มีอาการแพ้สารเคมีนี้มากเป็นพิเศษ ที่มา – Facebook.com / 沙巴人情味

keyboard_arrow_up