พัทลุงวิกฤติ! น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ชาวบ้านอพยพนอนริมถนน (คลิป)

จังหวัดพัทลุง เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะนี้ระดับน้ำบางจุดยังท่วมสูงกว่า 2 มเตร ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจ ชุมชนบ้านปากหวะ หมู่ 10 ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ติดกับริมทะเลสาบสงขลา พบว่าบ้านเรือนกว่า 120 หลังคาเรือน ได้รับผลกระทบทั้งหมด ชาวบ้านต้องอพยพ และนำข้าวของเครื่องใช้จำเป็นออกมาตั้งเต้นท์อาศัยหลับนอนอยู่ริมถนน บางส่วนก็ยังคงอาศัยอยู่ภายในบ้าน เพราะเป็นห่วงในเรื่องทรัพย์สิน นางสาวอโนทัย นุ่นคง เป็นอีกหนึ่งครัวเรือนที่ต้องพาครอบครัวอพยพขึ้นมานอนอยู่ริมถนน เพราะที่บ้านน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ซึ่งได้รับความลำบากมากเพราะที่บ้านมีเด็กเล็ก 3 คน จึงเป็นกังวลในเรื่องสัตว์เลื้อยคลาน และกลัวเด็กๆ จะตกน้ำ เธอบอกว่า ครั้งนี้ท่วมหนักที่สุดกว่าที่ผ่านมา เพราะทุกครั้งก็ยังสามารถอาศัยอยู่ภายในบ้านได้ แต่ปีนี้น้ำมาเร็ว และมีคลื่นลมแรง ทำให้ตัวบ้านเริ่มหลุดออกจากกัน คาดว่าอีกหลายสัปดาห์กว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ และยังไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาซ่อมแซมบ้าน เช่นเดียวกับนางจินตนา วงค์ทองเกื้อ ที่ต้องพาครอบครัวออกมากางเต้นท์นอน แต่ก็ยังต้องอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมขัง โดยที่บ้านของตนมีน้ำท่วมสูงกว่า 150 เซนติเมตร ซึ่งยังมีแม่วัย 80 ปี อาศัยอยู่ เพราะเกรงว่าออกมานอนที่เต้นท์จะได้รับความลำบาก และมีคลื่นลมซัดตลอด โดยเธอบอกว่าครั้งนี้น้ำท่วมหนักมาก […]

ถูกผู้มีอิทธิพลข่มขู่ ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงนานร่วมปี ซ้ำ! ตร.ไม่ช่วยเหลือ

เรื่องราวของผู้ที่ทำอาชีพสุจริตแต่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงจากการถูกข่มขู่ เนื่องจากไปมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ซ้ำร้ายเมื่อเดินทางไปแจ้งความ หวังพึ่งพาตำรวจ กลับไม่ได้รับความร่วมมือช่วยเหลือ ครอบครัวหนึ่งได้ไปเซ้งสายส่งน้ำแข็งมา หวังเป็นอาชีพสร้างรายได้ แต่ปรากฎว่าได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที ในเวลาเช้ามืดที่ต้องเดินทางไปส่งน้ำแข็ง จะมีชายซึ่งเป็นลูกน้องของผู้มีอิทธิพลคนนั้น มาสอดส่อง คอยยืนมอง บางครั้งก็มายืนประกบ โชว์ปืนข่มขู่ หรือขับรถตาม โดยทำแบบนี้มานานร่วมปีทำให้เกิดความรู้สึกหวาดระแวงว่าจะโดนทำร้ายเข้าสักวันหนึ่ง จึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่ตำรวจกลับไปรับแจ้ง เนื่องจากยังไม่เกิดเป็นกรณีเข้ามาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บเป็นกิจจะลักษณะ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ผู้บังคับบัญชาต้องดูแลลูกน้องด้วย กรณีนี้อย่างน้อยพนักงานสอบสวนควรรับลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน หากเกิดอะไรรุนแรงขึ้นจริงๆ จะได้มีหลักฐาน ซึ่งถ้าหากไปแจ้งความครั้งหน้ายังไม่รับแจ้งความอีก สามารถนำชื่อของพนักงานรายนั้นมาประจานหรือแจ้งผู้บังคับบัญชาให้จัดการได้เลย ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

‘ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง’ เปิดใจ หนุ่มถูกสวมรอย เป็นผู้ต้องหากระทืบ นศ.แม่โจ้ ดับ!

จากกรณีพนักงานสถานบันเทิงที่จ.เชียงใหม่ ทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้จนมีผู้เสียชีวิตนั้น ต่อมาที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่งโพสต์ภาพผู้ต้องหาที่ถูกจับในคดีรุมทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ในสถานบันเทิงโอเชี่ยนผับ พร้อมบรรยายว่า “นี่คือรูปคนร้ายที่เอาชื่อเราก่อคดียังไงก็ช่วยแชร์ต่อด้วยน่ะครับ#ขอย้ำเขาใช่ชื่อเราข้อมูลในบัตรประชาชนของเราที่หาย” นั้น วันนี้ (23 พ.ย. 60) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับคุณเอิง เจ้าของโพสต์และเป็นผู้เสียหายถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ เล่าว่า เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ปี 59 ได้ไปเที่ยวที่ผับดังกล่าวและได้ทำกระเป๋าเงินหาย ซึ่งในกระเป๋ามีเงิน ใบขับขี่ บัตรประจำตัวประชาชน และเอกสารทางราชการอื่นๆ ซึ่งเมื่อไปสอบถามที่ร้าน กลับไม่มีคนพบกระเป๋า จึงไปแจ้งขอทำบัตรต่างๆ ใหม่หมดแล้ว ยอมรับว่า ตกใจมาก ตอนที่มีการแชร์ภาพและข้อความระบุว่าตนคือหนึ่งในผู้ต้องหารุมทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้จนมีผู้เสียชีวิต จึงรีบเดินทางไปสอบถามที่ สภ.แม่โจ้ โดยตำรวจแจ้งว่า 1 ในผู้ต้องหา 7 คน พกบัตรประจำตัวประชาชนของคุณเอิงไว้ และนำมาแสดงกับพนักงานสอบสวนด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากมีการแอบอ้างนำบัตรประจำตัวประชาชนของตนไปแสดงตัวว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ตนได้รับความเดือดร้อนมาก ซึ่งตนต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เกรงว่าจะมีคนมาทำร้าย เวลาออกไปทำธุระนอกบ้านก็ต้องใช้ผ้าคลุมหน้าตลอดเวลา รวมถึงญาติพี่น้องที่ได้ความเดือดร้อนและเป็นห่วงความปลอดภัยของตน อย่างไรก็ตามคุณเอิง ยืนยันว่า ได้ไปเที่ยวโอเชี่ยนผับครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 60 ที่ผ่านมาและวันเกิดเหตุได้พักผ่อนอยู่ที่บ้านกับครอบครัวและมีพยานยืนยันหลายคน นอกจากนี้ที่บ้านยังมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพในวันและเวลาดังกล่าวไว้อีกด้วย […]

เหลือแต่เมียเก่าๆ จะเอาไหม!? เจ้าของบ้านสุดทนขึ้นป้ายบอกโจร หลังโดนงัดบ้าน 8 ครั้ง (คลิป)

นายเสมียน จันทร์พิทักษ์ อายุ 59 ปี อาชีพขายข้าวหลาม บ้านเลขที่ 108 ทับ 2 หมู่ 5 ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ถูกคนร้ายงัดบ้านขโมยทรัพย์สินถึง 8 ครั้ง มีทรัพย์สินสูญหายรวมกันเป็นจำนวนมาก โดยแต่ละครั้งคนร้ายจะได้ทรัพย์สินไปประกอบด้วยเงินสด พระเครื่อง หม้อหุงข้าวไฟฟ้า และอื่นๆ ซึ่งนายเสมียน ได้แจ้งตำรวจสภ.เมืองระยอง เจ้าของพื้นที่ทุกครั้ง แต่ไม่มีตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทำให้เกิดความน้อยใจเขียนป้ายติดข้างฝาบ้าน ข้อความว่า “ขอกราบเรียนพวกขโมย ไม่ต้องมางัดแล้ว ไม่มีอะไรแล้วครับ โดน 8 ครั้งแล้วครับ เหลือแต่เมียเก่าๆ ครับ” นายเสมียน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในช่วงเย็นจะออกไปขายข้าวหลามกับภรรยา ที่ตลาดตำบลตะพง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตร และขายข้าวหลามหมดช่วงค่ำก็จะพากันกลับบ้าน แต่มาถึงบ้านพบว่าประตูบ้าน ถูกงัดออก เมื่อเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้าน พบว่าถูกคนร้ายรื้อค้นเอาทรัพย์สินไป รวมคนร้ายมาก่อเหตุงัดบ้านภายในระยะ 2 ปี รวม 8 ครั้งแล้ว […]

ทุกข์ใหญ่หลวงของชาวนา ถูกนายทุนโกง ขายข้าวไม่ได้เงินยกหมู่บ้าน!

ความเดือดร้อนของชาวนาจากบ้านหนองทอง จ.กำแพงเพชร ที่นอกจากจะประสบภัยธรรมชาติ ทั้งสภาพอากาศหรือน้ำท่วม ทำให้ได้ผลผลิตไม่ดีแล้ว เมื่อนำข้าวไปขาย กลับโดนเคราะห์ซ้ำไม่ได้รับเงินค่าข้าวตามที่ควรจะได้ ตอนนี้เดือดร้อนมาก เมื่อรวมๆ กันทั้งหมู่บ้านถูกโกงไปหลายล้านบาท ผู้ก่อเหตุเป็นลานรับซื้อข้าวเปลือกเจ้าประจำของหมู่บ้าน ทำการค้าร่วมกันมานานหลายปีไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มาก่อน ทำให้ชาวนาในหมู่บ้านไว้ใจขายข้าวให้ ไม่คิดว่าจะถูกโกง ชาวนาแต่ละรายลงทุนไปกว่าแสนบาท ทั้งที่เป็นเงินส่วนตัว และกู้จากธกส. สหกรณ์ รวมทั้งกู้ค่าปุ๋ยต่างๆ เมื่อสอบถามไปยังลานรับซื้อข้าวเปลือกก็ได้คำตอบว่าให้รอไปก่อน แต่ไม่มีกำหนดบอกว่าจะให้เงินค่าข้าวตอนไหน ทำให้ตอนนี้ไม่มีเงินใช้จ่ายและไม่มีเงินไปลงทุนทำนารอบใหม่ด้วย โดยผู้ใหญ่บ้านได้รวบรวมลูกบ้านที่ถูกโกงไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม และกระทรวงยุติธรรมจังหวัดกำแพงเพชรเมื่อต้นเดือนตุลาคม 60 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่คืบหน้า   ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า เหตุการณ์เช่นนี้ต้องดูว่าผู้ก่อเหตุเจตนาจะโกงตั้งแต่ต้นหรือไม่มีเงินจ่ายเพราะสุดวิสัยจริงๆ ซึ่งในกรณีนี้เห็นได้ว่ามีการวางแผนให้ชาวบ้านเอาข้าวไปส่งให้และไม่มีการจ่ายเงินตั้งแต่ต้น ถือว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งผู้เสียหายสามารถฟ้องต่อศาลโดยตรงได้ แต่อาจมีปัญหาคือชาวบ้านไม่มีเงินเพียงพอในการดำเนินการฟ้องร้อง ทั้งค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และอื่นๆ จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้าช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วย เพื่อให้คดีเดินหน้าต่อไปได้ ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ชาวบ้านผวา! ซากรถบัส-ศาลพระภูมิ ถูกทิ้งกองเต็มหาด วอนจนท.เร่งกำจัด (คลิป)

วันที่ 15 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ท่าเทียบเรือคลองเสม็ด หมู่ที่ 5 ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งเป็นชายหาดสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามขึ้นชื่อของจังหวัด หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวว่ามีกลุ่มคนนำซากรถบัสเก่า ศาลพระภูมิชำรุดไปกองสะสมทิ้งไว้บนชายหาดจำนวนมากเป็นเวลานานกว่า 5 ปี จนบดบังทัศนียภาพความสวยงามของชายหาด และเป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวว่าจะเป็นหาดผีสิง ทำให้คนไม่กล้าลงไปเที่ยวชมความสวยงามของชายหาด จากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เป็นท่าเทียบเรือประมงและเรือท่องเที่ยว มีเรือจอดอยู่จำนวนมาก ชายหาดทรายโค้งว้าวสวยงาม พบว่าบนชายหาดใกล้กับท่าเทียบเรือมีซากบัสจำนวน 2 คัน สภาพเก่าสนิมเขรอะกัดผุพังทั้งคันจอดอยู่ในพงหญ้า ภายในซากรถบัสมีแมลงและสัตว์มีพิษหลบซ่อนอาศัยอยู่หลายชนิด นอกจากนั้นบริเวณเนินหาดและข้างสันเขื่อนกันน้ำเซาะมีศาลพระภูมิเก่าชำรุดหลายพันชิ้น ถูกนำมาทิ้งกองพะเนินเป็นภูเขาทับถมอยู่หลายจุด มีหญ้าขึ้นปกคลุม ส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพความสวยงามของชายหาดท่องเที่ยว ชาวประมงรายหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า ซากรถบัสดังกล่าวเดิมมีอยู่จำนวน 4 คัน มีกลุ่มบุคคลนำมาทิ้งไว้นานกว่า 5 ปี ที่ผ่านมาทยอยนำไปทิ้งเป็นบ้านปลาปะการังเทียมกลางทะเลแล้ว 2 คัน เหลืออีก 2 คัน เป็นการทำในลักษณะโครงการของบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐเมื่อได้งบมาแล้วก็จะนำไปทิ้งทะเลครั้งหนึ่งโดยใช้ชื่อว่าเป็นบ้านปลาปะการังเทียม ส่วนศาลพระภูมิเก่าชำรุดก็ทำในลักษณะเดียวกัน โดยไปตระเวนเก็บมาจากริมถนนที่ชาวบ้านทิ้งไว้ จากนั้นก็นำมากองสะสมไว้ในบริเวณเดียวกัน เมื่อได้งบประมาณจากหน่วยงานรัฐก็จะทยอยนำไปทิ้งทะเลเช่นเดียวกัน ชาวบ้านคนดังกล่าวยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยแต่ไม่มีใครกล้าพูด เพราะโครงการดังกล่าวแต่ละครั้งจะมีการจัดพิธีประชาสัมพันธ์ใหญ่โต เชิญข้าราชการระดับสูงหลายหน่วยงานมาร่วมพิธีและเป็นประธานเปิดโครงการ และยังมีการนำคณะสื่อจากกรุงเทพมหานคร มาทำประชาสัมพันธ์โครงการเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่องว่าเป็นจุดท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญของจังหวัด  […]

ลูกเขยน้ำตาตก ถูกอดีตพ่อตาเชิดรถหนี ต้องเดือดร้อนถูกไฟแนนซ์ฟ้องร้อง (คลิป)

อดีตคนเคยเกี่ยวดองกัน แต่กลับต้องมาทิ้งให้อีกฝ่ายเดือดร้อน กรณีของลูกเขยและพ่อตาเช่าซื้อรถพ่วง 6 ล้อร่วมกัน โดยมีชื่อลูกเขยเป็นผู้เช่าซื้อ และพ่อตาเป็นผู้ค้ำประกัน แต่ต่อมา 3 ปี ฝั่งลูกเขยได้เลิกรากับภรรยาไป จึงมีการตกลงทำสัญญากับฝ่ายพ่อตา เมื่อเดือนตุลาคม 59 ต่อหน้าตำรวจ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยาว่า จะอนุญาตให้ฝั่งอดีตพ่อตานำรถไปใช้  ชื่อเป็นของลูกเขย แต่พ่อตาเป็นคนค้ำประกันและเอารถไปใช้ แต่ต้องเป็นผู้ส่งค่างวดเอง แต่ผ่านมาเพียงไม่กี่เดือนกลับได้รับโทรศัพท์จากไฟแนนซ์ว่าไม่มีการส่งค่างวดรถมาหลายเดือนแล้ว จากวันนั้นมาจนวันนี้ ก็ยังหาทางติดต่ออดีตพ่อตาไม่ได้ ออกไปตามหาทั้งที่บ้านเกิด จ.นครราชสีมา หรือสถานที่ทำงานที่จ.ชุมพร หรือติดต่อญาติคนอื่นๆ ก็หาตัวไม่พบ ตอนนี้เดือดร้อนมาก เพราะถูกทางไฟแนนซ์ฟ้องร้อง ค้างค่างวดอยู่หลายแสนบาท อีกทั้งยังมีภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งค่างวดบ้าน และค่าเลี้ยงดูลูกซึ่งฝั่งลูกเขยเป็นผู้ดูแล ส่วนตัวรับอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้แทบไม่เพียงพอ ได้มีการแจ้งความไว้แล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่สภ. วังน้อย แต่ตอนนี้ก็ยังไม่คืบหน้า ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า ในทางกฎหมายนั้นผู้ค้ำประกันก็ต้องได้รับผิดเหมือนผู้เช่าซื้อเพราะไฟแนนซ์ฟ้องทั้ง 3 คน โดยพ่อตามีความผิดฐานยักยอกทรัพย์มีโทษไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปัญหาอีกอย่างคือการทำงานล่าช้าของเจ้าหน้าที่ […]

‘รถเร่รับแลกโทรศัพท์เก่า’ ร้อง! ชาวเน็ตแห่แชร์เป็นแก๊งลักเด็ก เดือดร้อนจนหากินไม่ได้ (คลิป)

ที่ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม  กลุ่มชาวบ้านที่ยึดอาชีพรับซื้อโทรศัพท์เก่า ในพื้นที่ ต.หนองซอน  อ.เชียงยืน  จ.มหาสารคาม เดินทางมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชน และยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมหาสารคาม  กรณีมีการส่งต่อความในเฟสบุ๊คว่ากลุ่มรับซื้อโทรศัพท์เก่า เป็นแก็งลักเด็ก สร้างความลำบากในการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพจึงได้เดินทางมาขอความช่วยเหลือ นางเย็นศิริ นามโส ตัวแทนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารถเร่ที่รับซื้อโทรศัพท์เก่า เปิดเผยว่า นับย้อนกลับไป ปี 2559 กลุ่มรถเร่ของพวกตนที่นำกาละมังไปเร่ รับแลกโทรศัพท์เก่า ถูกกระแสโซเชี่ยลมีเดียโจมตีว่า พวกตนเป็นผู้ก่อการร้าย จะนำโทรศัพท์ที่รับแลกไปประกอบระเบิด ซึ่งตอนนั้นก็ได้เป็นข่าวไปแล้วว่าไม่เป็นความจริง สังคมเกิดความเข้าใจพวกตนก็สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ แต่เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 60 ที่ผ่านมา กลับมีการสร้างกระแสในโลกออนไลน์อีกว่า พวกตนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่ตำบลหนองซอน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เป็นแก๊งลักเด็ก โดยมีการโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค ยกตัวอย่างเช่น “ฝากระวังลูกหลานกันด้วยนะคะ รถกระบะที่มาขอแลกโทรศัพท์กับกาละมังเป็นแก็งค์ขโมยเด็ก ให้ระวังลูกหลาน”  ทำให้พวกตนได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ บางรายที่ขับรถเข้าไปภายในหมู่บ้าน เพื่อประกาศรับแลกโทรศัพท์ ก็ปรากฏว่าถูกชาวบ้านรวมถึงผู้นำชุมชนไล่ออกจากหมู่บ้านหรือมีการประกาศจากผู้นำชุมชนผ่านเสียงตามสายว่าไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ ไม่ให้ชาวบ้านนำโทรศัพท์มาแลก เพราะถ้าชาวบ้านไม่นำโทรศัพท์มาแลก  พวกตนก็จะไม่เข้ามาในพื้นที่อีกหรือพอรถเร่เข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านก็จะเรียกลูกหลานเข้าบ้าน ไม่ให้มาใกล้เพราะเข้าใจว่าพวกตนเป็นแก็งลักเด็ก จึงได้มายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมและร้องเรียนต่อสื่อมวลชน  เพื่อขอความเป็นธรรม และให้ทำความเข้าใจกับคนที่โพสต์ข้อความว่าพวกตนเป็นคนทำมาหากินสุจริต นอกจากนี้ยังมีบางข้อความระบุว่าหากเจอพวกตนที่ไหนให้ยิ้งทิ้งทันที สร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก […]

สุดทน!! สาวใหญ่ร้องสื่อ ถูกโจรขึ้นบ้าน 10 ครั้ง เสียหายกว่า 3 ล้าน คดีไม่คืบ (คลิป)

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.60 เวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางจุรีย์ บัวขาว อายุ 49 ปี เจ้าของปั๊มแก๊ส จุรีย์LPG บ้านเลขที่ 854/1 ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ว่าบ้านเลขที่ 43/28 หมู่บ้านพนารินทร์ หมู่ 5 ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนางจุรีย์อีกหลังหนึ่ง ถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ โดยทรัพย์สินที่สูญหายราคาประมาณ 30,000 กว่าบาท โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 ต.ค.60 และได้แจ้งความไว้กับ ร.ต.อ.ศุภลักษณ์ พรมวงษ์ ร้อยเวร สภ.บางบัวทองแล้ว จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ภายในบ้านมีการรื้อค้นข้าวของ และมีร่องรอยงัดแงะที่หน้าต่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบ รวบรวมหลักฐานเรียบร้อยแล้ว พบว่าทรัพย์สินที่สูญหายไปคือ ผ้าไหม จำนวน 10 ชุด เป็นราคากว่า 30,000 […]

‘อยุธยา’ น้ำท่วมขังนานนับเดือนและเริ่มเน่าเหม็น ‘สวน-ฟาร์มนกกระทา’ เสียหาย สัญจรลำบาก (คลิป)

พื้นที่ ต.บางพลี อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำยังท่วมสูงกว่า 1 เมตร โดยไม่มีท่าทีว่าจะลดลง สวนกล้วย และพืชผักสวนครัว รวมถึงฟาร์มนกกระทา จำนวนกว่า 2 หมื่นตัวของชาวบ้านในพื้นทีจมอยู่ใต้น้ำเสียหายทั้งหมด หลายรายถึงกับแทบสิ้นเนื้อประดาตัว เนื่องจากพืชผล ต่างๆ ที่ลงทุนไว้ถูกน้ำท่วมเสียหายหมด ทุกวันนี้ได้แต่นับวันรอให้น้ำลด ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ และอาหารต่างๆ ก็ยังต้องพึ่งพาจากหน่วยงานที่นำมาบริจาค โดยชาวบ้านยอมรับว่า หลังน้ำลดยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ที่สำคัญน้ำที่ท่วมขังก็เริ่มส่งกลิ่นเหม็น ส่วนที่ วัดบางคล้า ต.บางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำน้อย ก็ได้รับกระทบจากเหตุการณ์น้ำเอ่อล้น โดยจากการสำรวจพบว่าที่บริเวณใต้ถุนโบสถ์ ห้องเก็บของ รวมถึง กุฏิ ได้รับความเสียหายจากมวลน้ำทั้งหมด โดยน้ำได้เข้าเอ่อล้นในบริเวณวัดมาเป็นระยะเวลากว่า 1 เดือนแล้ว และขณะนี้ก็ยังไม่มีทางทีที่ว่าระดับจะลดลงแต่อย่างใด

พิษณุโลกยังน่าเป็นห่วง! น้ำเหนือไหลงสู่ 3 อำเภอในพื้นที่หน่วงน้ำ หลังมีฝนตกลงมาอีก

วันที่ 25 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ยังคงน่าเป็นห่วง หลังค่ำคืนที่ผ่านมายังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลายอำเภอในเขต จ.พิษณุโลก และสุโขทัย ส่งผลให้น้ำเหนือยังคงไหลเข้าสู่ในพื้นที่ทุ่งหน่วงน้ำ ในพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ อ.พรหมพิราม อ.เมือง และอ.บางระกำ ตามแผนงานโครงการบางระกำโมเดล 60 พื้นที่กว่า 240,000 ไร่ปริมาณน้ำที่อยู่ในคลองและในทุ่งนากว่า 550 ล้านลบ.ม. โดยระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำบางแก้ว อ.บางระกำ ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น วันนี้อยู่ที่ระดับ 42.66 ม.รทก. ล้น Spillway สูง 2.96 ม. (สูงกว่าระดับควบคุม1.66ม.) ปริมาณน้ำไหลผ่าน 90.00 ลบ.ม./วินาที ขณะที่บ้านแม่ระหัน ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็น 1 ในพื้นที่หน่วงน้ำปริมาณน้ำที่รับจากน้ำเหนือเช่นกัน ระดับน้ำท่วมเหนือสะพานแม่ระหันประมาณ 25 เซ็นติเมตร และท่วมเหนือสะพานแบรี่ ที่ทางเจ้าหน้าที่สร้างไว้เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้สามารถสัญจรไปมาชั่วคราว ระดับน้ำสูงประมาณ 25-28 […]

นครสวรรค์ยังอ่วม! ระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง 300 ครัวเรือนจมบาดาล

ชาวบ้านริมแม่น้ำน่านในพื้นที่ ตำบลเกรียงไกร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ทยอยพาครอบครัวและขนข้าวของเครื่องใช้ขึ้นมาอาศัยอาคารเรียนของโรงเรียนวัดชุมนุมสงฆ์ ตำบลเกรียงไกร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ หลังบ้านเรือนถูกน้ำน่านล้นตลิ่งท่วมสูงจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ตามปกติ ขณะที่นายนายธวัช เรืองขำ อายุ 43 ปี ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า บ้านเรือนหมู่ 6 หมู่ 8 หมู่ 12 รวมกว่า 300 หลังคาเรือน ถูกแม่น้ำน่านล้นตลิ่งเข้าท่วมนานหลายสัปดาห์แล้ว ซึ่งบ้านของตนเองถูกน้ำท่วมสูง อีกทั้งระดับน้ำก็ยังเพิ่มขึ้นไม่หยุดจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ จึงต้องพาครอบครัวมาขออาศัยที่อาคารเรียนชั้นสองของโรงเรียนไปก่อน ซึ่งก็พบว่ามีชาวบ้านในพื้นที่จำนวน 4-5 ครอบครัว มาอาศัยอยู่แล้วเช่นกัน โดยจะแบ่งกันอยู่ในห้องเรียนละ 1-2 ครอบครัว นอกจากนี้ก็ยังทราบว่ามีชาวบ้าน เตรียมหนีน้ำขึ้นมาอยู่ที่ชั้นสองของอาคารเรียนอีกหลายครอบครัวด้วย

หนุ่มอาภัพ…เกิดและโตในไทย 32 ปี ขอสัญชาตินาน 17 ปี ไม่เคยได้!

ความทุกข์ใจของประสาน ชายวัย 32 ปี จาก ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยมาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยได้สัญชาติไทย ทั้งที่ทำเรื่องขอสัญชาติตั้งแต่อายุ 15 ปี รวมเป็นระยะเวลานานกว่า 17 ปี ตอนนี้มีเพียงบัตรสีชมพูที่ระบุว่าเป็นบุคคลบนพื้นที่สูงเท่านั้น โดยครั้งแรกที่เริ่มดำเนินเรื่อง ต้องรอผลอยู่ประมาณ 2 ปี เมื่อติดต่อหน่วยงานถึงความคืบหน้า ก็ได้คำตอบว่าให้มาทำเรื่องใหม่อีกครั้ง วนอยู่แบบนี้จนถึงปัจจุบัน ได้เดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการมาแล้วตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด หรือแม้แต่เดินทางลงมากรุงเทพมหานคร เสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ยังไม่ได้รับสัญชาติ แม้จะมีหลักฐานชัดเจนทั้งเอกสาร พยานบุคคล ซึ่งตอนนี้ก็ล้มหายตายจากไปหลายคนแล้ว เมื่อไม่มีสัญชาติจะทำอะไรก็ลำบาก ตอนนี้ประสานหางานไม่ได้ เพราะไม่มีนายจ้างคนไหนกล้ารับ เลยต้องทำสวนผักเล็กๆ อยู่แถวบ้าน หาเงินประทังชีวิตไปวันๆ อยากเรียนหนังสือก็ทำไม่ได้ ทำให้จบแค่ชั้นประถม 6 หรือเมื่อมีสวัสดิการต่างๆ เช่น มีหน่วนงานเข้ามาแจกผ้าห่มต้านภัยหนาว ตนก็ไม่เคยได้รับสิทธิเหมือนคนที่มีสัญชาติไทย ส่วนตัวอยากหางานดีๆ เพราะต้องการเลี้ยงดูพ่อที่แก่ตัวลงทุกวัน และอยากกลับไปเรียนต่อให้สูงกว่าเดิม อยากทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ตอบแทนที่ให้แผ่นดินอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า […]

ค้านสุดตัว! นายทุนสร้างฟาร์มไก่ในพื้นที่แม้ประชาคมไม่ผ่าน ชาวบ้านหวั่นกระทบชุมชน

เรื่องราวชาวบ้านหมู่ 2 อ.มะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี กว่า 130 คน ที่เข้ามาร้องทุกข์ในรายการคลายทุกข์ชาวบ้านเนื่องจากในพื้นที่ กำลังมีการสร้างฟาร์มไก่ขนาดใหญ่ กว่า 300 ไร่ ทั้งที่ประชาคมฟังความเห็นชาวบ้านไม่ผ่าน แต่ใช้ผลประชาคมปลอมในการดำเนินการ ส่งผลในชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 200 หลังคาเรือนอาจได้รับผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากฟาร์ม ทั้งมลภาวะ กลิ่นเหม็น แมลงวัน รวมไปถึงโรคระบาดต่างๆ ที่มีไก่เป็นพาหะนำโรคด้วย สถานการณ์ล่าสุดเมื่อเดือน ตุลาคม 60 ฟาร์มไก่แห่งนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จไป 90% มีอาคารเหล้าไก่ขนาดใหญ่กว่า 40 อาคาร โดยตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้าน 800 เมตร และสถานที่ที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุดคือสถานีอนามัยของหมู่บ้าน เมื่อเท้าความไปถึงการทำประชาคมขอความเห็นของชาวบ้าน ฟาร์มแห่งนี้ได้ใช้ผลการจัดทำประชาคมของวันที่ 7 มี.ค. 59 ซึ่งชาวบ้านเล่าว่าในครั้งนั้น เจ้าหน้าที่บอกเป็นการประชาคมเพื่อการจัดทำแผงโซลาร์เซลล์ ชาวบ้านเห็นว่ามีประโยชน์ต่อชุมชน เลยมีการลงชื่อไปร้อยกว่ารายชื่อ แต่เมื่อตรวจสอบพบในภายหลังว่าเป็นฟาร์มไก่จึงมีการให้ผู้ใหญ่บ้านติดต่อไปยังเจ้าของเพื่อพูดคุย นำมาสู่การจัดทำประชาคมอีกครั้งในวันที่ 7 ก.พ. 60 ผลปรากฏคือ ประชาคมความเห็นชาวบ้านไม่ผ่าน แต่ฟาร์มยังเดินหน้าก่อสร้างต่อไป และแม้จะมีการรวบรวมรายชื่อเข้าไปยื่นต่อหน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่ระดับตำบลจนถึงระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่ก็ยังคงเพิกเฉย ทนายสงกานต์ […]

หมู่บ้านไม่ใช่สมรภูมิรบ! ‘ป้าหนุ่ย’ ยิงปืน-เป่าควันธูปใส่เพื่อนบ้าน อาจถูกข้อหาพยายามฆ่า (คลิป)

หลังเมื่อวานนี้ (3 ต.ค. 60) ได้มีการนำเสนอเรื่องพฤติกรรมของเพื่อนบ้านที่หมู่บ้านย่านบางกรวย จ.นนทบุรี ที่ไม่ธรรมดา เพราะใช้ปืนยิงใส่บ้านใกล้เคียงจนได้รับความเสียหายไปแล้วหลายหลังนั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านป้าหนุ่ย ผู้ก่อเหตุแต่พบว่าบ้านถูกล็อคจากรั้วด้านนอก โดยไฟหน้าบ้านเปิดอยู่ และพบว่ารถยนต์ของป้าหนุ่ยยังจอดอยู่ในรั้วบ้านแต่เมื่อตะโกนเรียก ไม่พบว่ามีคนอยู่ในบ้าน ส่วนรอบตัวบ้านมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้หลายตัว รวมถึงมีพัดลมมตัวใหญ่ ตั้งอยู่หน้าบ้าน 2 ตัว จึงได้ไปพูดคุยกับ ลุงปั้น ซึ่งเป็นคนที่เห็นรอยกระสุนปืนเป็นคนแรกแทน ลงปั้น บอกกับทีมข่าวว่า ที่ผ่านมาตนต้องอดทนกับการที่ป้าหนุ่ย ใช้พัดลมเป่าควันธูปเข้าบ้านและการฉีดน้ำใส่บ้านของตนมานานนับปี เพราะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยจึงไม่อยากถือสา แต่ครั้งนี้เมื่อเจอรอยกระสุนปืน ที่บ้าน และรถ ทำให้คิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา เกิดคำถามว่าป้าหนุ่ยมีอาวุธไว้ทำอะไร โดยทุกวันนี้ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ไม่มีความสงบสุข จึงฝากให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะ ไม่ต้องการให้ใครได้รับความเดือดร้อนเพิ่มอีก เนื่องจากบ้านคือบ้านไม่ใช่สมรภูมิรบ ขณะเดียวกัน เมื่อไปคุยกับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงอีกหลังหนึ่ง ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า หลังป้าหนุ่ยได้รับการประกันตัวกลับมา เหตุการณ์เริ่มสงบ ไม่มีเสียงปืน หรือยิงปืนใส่บ้านใคร แต่ยังคงเปิดพัดลมที่ตั้งอยู่หน้าบ้านทิ้งไว้ โดยไม่ได้จุดธูปเพื่อเป่าควันมารบกวนบ้านอื่น แต่ยังต้องระมัดระวังตัวเหมือนเดิม เพราะไม่รู้ว่าเหตุการณ์ลักษณะเดิมจะกลับมาเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ด้านพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย เปิดเผยกับทีมข่าวว่า หลังได้รับแจ้งจากเพื่อนบ้านว่าถูกยิงปืนหลายนัดเข้าใส่กำแพงบ้าน จึงนำหมายศาลเข้าค้นบ้านของป้าหนุ่ย พบปืนขนาด .38 […]

มวลน้ำป่าทะลัก! สตูลอ่วม เว้นเพียงสัปดาห์เดียวท่วมซ้ำ เตรียมรับมือมวลน้ำไหลเชียวกราด

นางสาวสุนารี บุญชุบ หัวหน้าป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จ.สตูล รายงานสถานการณ์น้ำขณะนี้ กลุ่มฝนเริ่มเบาบางลง ปริมาณน้ำที่เอ่อล้นมีความแรงและไหลเชี่ยวกราด ท่วมบ้านเรือนพืชสวนไร่นาในพื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบขณะนี้คือ อ.ควนโดน และอ.เมืองสตูล ขณะที่อำเภออื่นอย่างท่าแพยังไม่มีรายงาน ปริมาณน้ำใน อ.ควน เข้าสู่ภาวะปกติ แต่ปริมาณน้ำไหลหลากยังท่วมพื้นที่ต่ำ เนื่องจากปริมาณน้ำสะสมจากน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา โดยขณะนี้มวลน้ำไหลมากองที่ ต.ฉลุง อ.เมืองสตูล เพื่อออกสู่ทะเล โชคดีที่น้ำทะเลไม่หนุน คาดว่าหากฝนไม่ตกซ้ำปริมาณจะลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างไรอยากฝากเตือนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานที่ออกมาเล่นน้ำ เนื่องจากความแรงของน้ำอาจส่งผลอันตรายต่อบุตรหลานได้ ขอให้อยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง รวมทั้งให้ระวังสัตว์มีพิษที่อาจทำร้ายได้ สำหรับน้ำที่ท่วมและไหลผ่านอย่างรวดเร็วในครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากปริมาณน้ำสะสมจากน้ำท่วมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบกับตลอดสองวันที่ผ่านมามีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และในรอบเดือนนี้พื้นที่ จ.สตูล ประสบน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลากร่วม 4 ครั้งในรอบ 2 เดือน โดยเว้นเพียงสัปดาห์เดียวน้ำก็ท่วมซ้ำ สร้างความเดือดร้อนและผวาให้กับชาวบ้านที่อยู่พื้นที่ท่วมซ้ำซาก รวมทั้งอาคารบ้านเรือน โรงเรียน มัสยิด เส้นทางสัญจร ไป-มา ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าที่ไหลเชียวกราดในครั้งนี้

ชาวบ้านห้างฉัตรโวย ‘รถดูดส้วม’ แอบปล่อยสิ่งปฏิกูลริมคลองชลประทาน สุดเอือมเหม็นคลุ้งมาหลายเดืือน

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 ที่จังหวัดลำปาง มีชาวบ้านมาร้องเรียน ว่า รถดูดส้วมแอบปล่อยสิ่งปฏิกูลลงริมคลองชลประทานและทิ้งในสวนของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน และมีผู้ถ่ายภาพนำมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวจังหวัดลำปางคนหนึ่ง โพสต์ภาพรถดูดส้วมสีขาวคันหนึ่งวิ่งอยู่ที่บริเวณถนนลูกรังในหมู่บ้านหลังทันฑสถานบำบัดพิเศษลำปางปงยางคก ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลําปาง พร้อมระบุข้อความว่า “น้ำจากชลประทานเป็นสิ่งที่ดีเกษตรกรได้ประโยชน์ แต่พี่ไม่ต้องใจดีใส่ปุ๋ยให้เค้าก็ได้นะ คาตาเลยครับ แต่ถ่ายภาพตอนที่ถ่ายไว้ไม่ทันเพราะว่าพี่เขาขับรถเร็วมาก” ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าที่ถนนเส้นดังกล่าว มีร่องรอยการถอยรถเป็นทางยาว และมีร่องรอยของการนำเศษสิ่งปฏิกูล และน้ำที่มีกลิ่นเหม็นไปทิ้งบริเวณทั้งสองฝั่งข้างทางของถนนแนวคลองชลประทานและสวนของชาวบ้าน สอบถามชาวบ้านแถวนั้น เป็นคุณป้าคนหนึ่ง วัย 65 ปี บอกว่า ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเอือมระอาและสุดทนกับพฤติรรมของรถดูดส้วม ที่ชอบนำสิ่งปฏิกูลมาทิ้งในพื้นที่เกือบทุกวัน เมื่อหลายเดือนก่อนชาวบ้านที่เห็นได้ไปต่อว่าคนขับรถดูดส้วมดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังนำสิ่งปฏิกูลมาทิ้งอีก ทำให้ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้าน และเกรงว่าอาจจะส่งผลกระทบกับแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของของหมู่บ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเจือปนมาด้วยหรือไม่ จึงขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและดำเนินการกับกลุ่มผู้ประกอบการรถดูดส้วมดังกล่าว เพราะทุกวันนี้ยังแอบนำสิ่งปฏิกูลมาทิ้งบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง.

ฝูงลิงป่านับร้อยบุกหมู่บ้าน เกเรหนักรื้อข้าวของกระจาย เปิดตู้เย็นหาของกินเอง แถมขี้ทิ้งไว้เรี่ยราด

ชาวบ้าน ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ต้องปวดหัวอย่างหนัก หลังมีฝูงลิง ออกอาละวาด มารื้อข้าวของเครื่องใช้ และของกิน ในบ้านของชาวบ้าน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลานี้ชาวบ้านชุมชนอ่าวอุดม ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กว่า 70 หลังคาเรือน ที่อยู่ใกล้กับเชิงเขาภูไบ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากฝูงลิงแสมกว่า 100 ตัวในป่า พากันบุกเข้ามาในชุมชน รื้อค้นข้าวของ รวมถึงมากินของภายในบ้านเรือน และยังมารื้อถังขยะจนกระจัดกระจาย เต็มไปหมด บางตัวเปิดตู้เย็นเองเพื่อหาของกินและรื้อค้นทำลายสิ่งของเครื่องใช้จนเสียหายแถมยังอุจจาระเรี่ยราดส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก จนชาวบ้านวอนขอให้เจ้าหน้าที่เร่งแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน นางวรรณณี อุ่นละไม ชาวบ้าน บอกว่า ตนมีอาชีพเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง และได้ความเดือดร้อนอย่างหนักที่ฝูงลิงแสมลงมารื้อค้นข้าวของภายในร้าน เพื่อขโมยสิ่งของและทำลายข้าวของเสียหาย และที่สำคัญหากวันไหนที่ไม่ได้ล็อกตู้เย็นไว้ ก็จะมีลิงเข้ามาเปิดตู้เย็น และหยิบอาหาร ออกไปกินจนหมด ตอนนี้แต่ละบ้านก็ต้องดูแลป้องกัน ลิงกันเองเท่าที่จะทำได้ ใช้ทั้งทั้งหนังสติ๊ก ไม้ไผ่ยาวๆ เอามาไว้ป้องกันตัวเอง แต่ก็ทำได้เพียงขู่เท่านั้น ลิงบางตัวยังมีท่าทางดุร้าย ขณะที่ช่วงเย็นผู้ปกครองไม่กล้าให้เด็กเดินกลับบ้านมาตามลำพัง เพราะกลัวฝูงลิงทำร้าย นอกจากนี้ ทางผู้ประกอบการ ที่เปิดห้องเช่า อพาร์ทเม้นท์ […]

keyboard_arrow_up