ชาวบ้านรวมตัวขับ “เจ้าอาวาส” ปมสั่งรื้อศาลาเก่า 100 ปี แฉซ้ำเคยต้องอาบัติ

ชาวบ้านจังหวัดชลบุรีรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสวัดกลางคลองหลวง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี หลังเห็นเจ้าอาวาสสั่งรื้อศาลาวัดเก่าแก่  เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 62 นายวิชาญ ขุนเที่ยง อายุ 52 ปี พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนกว่า 50 คน ในพื้นที่ไร่หลักทองได้รวมตัวขับไล่ พระมหาสุรชัย สุชินโน เจ้าอาวาสวัดกลางคลองหลวง หมู่ 9 ต.ไร่หลักทอง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เนื่องจากได้มีการรื้อศาลาวัดเก่าแก่ ที่สร้างมา 100 กว่าปี โดยมีการว่าจ้างให้คนไปรื้อ ทำให้หลังคากระเบื้องชำรุดเสียหาย ที่สำคัญใช้เท้าถีบลงมา ทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นไม่พอใจ และยังได้มีการร้องเรียนไปยังเจ้าคณะตำบลไร่หลักทอง จนกระทั่งได้มีการสั่งให้ระงับการรื้อถอนศาลาภายในวัด ขณะที่ นาย พันธ์การณ์ พรมเต็ม อายุ22 ปี ยังเผยว่าสมัยที่เป็นเด็กมาวิ่งภายในวัดกับเณรอีกรูปหนึ่ง เจ้าอาวาสได้ใช้ตนเองให้ไปเหยียบหลังและให้จับอวัยวะเพศด้วย โดยให้เงินครั้งละ 100 บาท ซึ่งขณะนั้นตนเองยังเป็นเด็กจึงไม่ได้บอกใคร ขณะที่ พระมหาสุรชัย สชินโน เจ้าอาวาสวัด ยืนยันว่า เรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง การรื้อศาลาวัด เพราะอยากพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งการปรับปรุงศาลาที่เก่าทรุดโทรม […]

ฮือฮา! ทีมรวมสามเณรคว้าแชมป์ ‘อี-สปอร์ต’ ยืนยันไม่ผิดวินัย

จากกรณีที่โลกออนไลน์ เผยแพร่ภาพกิจกรรมสัปดาห์วิชาการครั้งที่ 14 และสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติครั้งที่ 2 ประจำปี 2562 โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ซึ่งมีการจัดแข่งขันวิชาการ “ประเภทการแข่งขันกีฬาอิเล็คโทรนิกส์ เกม ROV” โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของทีม “สามเณร 4 รูป” จนกลายเป็นกระแสดราม่าวิพากษ์วิจารณ์การแข่งขันดังกล่าวว่า เป็นการทำผิดศีลหรือไม่ ล่าสุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ นงราม เหมือนฤทธิ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย เปิดเผยว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นกิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งมีโรงเรียนต่าง ๆ ส่งนักเรียนมาเข้าร่วม โดยโรงเรียนพระปริยัติธรรม ก็เทียบเท่ากับโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไป และทางโรงเรียนก็เป็นผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ใช่ตัวนักเรียนสมัครเอง อย่างไรก็ตาม หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของสามเณร ทางวิทยาเขตได้สอบถามไปยังกรมการศาสนาแล้ว ทราบว่า เป็นการแข่งขันทักษะทางคอมพิวเตอร์ จึงไม่ถือว่าเป็นการแข่งขันที่ผิดวินัย   ด้านอาจารย์จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนาให้ความเห็นว่า เรื่องนี้ส่วนตัวตนมีความเห็นว่ายังไม่ใช่เรื่องผิดมากมายอะไร เนื่องจากเป็นรูปแบบของการแข่งขันทางวิชาการ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้น เปรียบเสมือนการที่เณรไปทำงานในเชิงวิชาการ อาจารย์ธนภัทร วงษ์คำจันทร์ ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็นในสังคม เพราะทางโรงเรียนได้โทรศัพท์มาสอบถามก่อนแล้วว่าจะอนุญาตให้เข้าร่วมการแข่งขันได้หรือไม่ ทางวิทยาเขตได้แจ้งไปว่าถ้าเข้าเกณฑ์ตามที่ได้แจ้งประกาศไว้ในระดับชั้นการศึกษาก็สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ […]

สุดยื้อ! “สามเณรดิว” วัย 9 ขวบ เหยื่ออดีตหลวงตาโหด มรณภาพแล้ว

กรณีสามเณรดิว ที่ถูกอดีตพระศุภชัย สุทธิญาโณ ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง และสมองช้ำอย่างรุนแรง นอนพักรักษาตัวในห้องไอซียู โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ซึ่งตลอดเวลา แพทย์ได้พยายามทำการรักษาอย่างสุดความสามารถ ขณะที่พ่อแม่และครอบครัวของสามเณรดิว พยายามเดินสายทำบุญเพื่อหวังให้เกิดปาฎิหาริย์ขึ้น (อ่าน : สามเณรถูกหลวงตาตี อาการสาหัส ญาติรอดูใจ – ตร.นิมนต์พระสอบสวน) ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 20.30 น. สามเณรดิวได้มรณภาพลงแล้ว โดยทางโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ได้ทำเรื่องส่งศพให้กับสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ทำการผ่าพิสูจน์ ซึ่งขณะนี้ศพยังคงอยู่ในระหว่างการผ่าพิสูจน์ คาดว่าจะทราบผลแน่ชัดภายในวันนี้ พระครูสุพัฒนกาญจนกิจ กริ่งกาญจนา เจ้าอาวาสวัดดอนขมิ้น ได้ดำเนินการจัดเตรียมสถานที่พร้อมจัดเตรียมโลงศพ และพิธีศพของสามเณร เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิดอนขมิ้นรับศพสามเณรดิวกลับจากโรงพยาบาลตำรวจแล้ว จะได้นำศพกลับมาประกอบพิธีที่วัดดอนขมิ้นต่อไป ด้านพันตำรวจเอกประสม หงษ์โต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลูกแก กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอเอกสารยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต จากทางสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อประกอบสำนวนในการดำเนินคดี แจ้งข้อกล่าวหากับอดีตหลวงตาศุภชัย ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิตต่อไป

สามเณรถูกหลวงตาตี อาการสาหัส ญาติรอดูใจ – ตร.นิมนต์พระสอบสวน

ภายหลังจากญาติของสามเณรที่วัดดังแห่งหนึ่งในอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ร้องสื่อ หลังเณรถูกหลวงตาภายในวัดทำร้ายร่างกายจนอาการสาหัส ต้องพักรักษาตัวในห้องไอซียู เนื่องจากเกิดอาการชักเกร็งจนหมดสติ จากการตรวจสอบตามร่างกายพบลักษณะคล้ายถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยแพทย์เอกซเรย์ตามร่างกาย ผลปรากฎว่าบริเวณแขนและข้อมือขวากระดูกหัก 2 ท่อน สามเณรได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงส่งตัวมารักษาที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง โดยมีแม่รวมทั้งญาติของสามเณรคอยเฝ้าดูอาการอยู่ด้านนอกห้องด้วยความเป็นห่วง ญาติของสามเณรให้ข้อมูลว่า จากการสอบถามสามเณรรูปอื่นที่จำพรรษาอยู่ที่วัดเดียวกันทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา สามเณรรูปดังกล่าวถูกหลวงตาที่จำวัดอยู่ที่วัดเดียวกันทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการใช้ไม้ตี โดยอ้างว่า เป็นการลงโทษที่สามเณรดื้อ จนกระทั่งช่วงค่ำวันเดียวกัน ขณะที่สามเณรถูกทำร้ายเสร็จแล้ว ได้กลับมาพักที่กุฎิ ก่อนจะเกิดอาการชักเกร็งและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลดังกล่าว อาการล่าสุดของสามเณรวัฒนพลไม่สู้ดีนัก ขณะนี้ญาติกำลังรอพ่อของสามเณรเดินทางมาจากจังหวัดระยองเพื่อมาดูใจสามเณรและตัดสินใจร่วมกันว่าจะเอาอย่างไร ด้านร้อยเวรเจ้าของคดี ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ส่วนอาการของสามเณรวัฒนพล จะต้องรอการยืนยันเป็นเอกสารจากแพทย์ผู้รักษาว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่แนวโน้มคาดว่าน่าจะเกิดจากการถูกทำร้าย ส่วนพระที่ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นิมนต์มาสอบปากคำที่สภ.ลูกแก ส่วนบริเวณวัดที่เกิดเหตุมีประชาชนไปรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก

ตื่นเต้น ยิ้มแย้ม ‘พระ-เณร ทีมหมูป่า’ ทำกิจวัตรสงฆ์วันแรก

วันแรกของการทำกิจวัตรของการเป็นพระ และสามเณร 12 รูป มีประชาชน และเพื่อนๆ ทีมหมูป่า มาร่วมรับของใส่บาตรด้วย ที่วัดพระธาตุดอยตุง หรือวัดน้อย ตำบลห้วยใคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พระภิกษุสงฆ์ และสามเณรสมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมี นำโดย พระเอกพล จันทะวงษ์ หรือฉายาใหม่ พระวิสารโทภิกขุ ได้ออกทำกิจวัตรของการเป็นพระภิกษุสงฆ์วันแรก โดยพระเอกพล พร้อมสามเณรอีก 11 รูป ได้ออกมาฉันเช้า ตั้งแต่เวลา  07.00 น. ร่วมกับพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าคณะ อ.แม่สาย และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยตุง ซึ่งพระอุปัชฌาย์ด้วย และพระสงวฆ์ของวัด จากนั้นเวลา 8.00 น.  ทางพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ ได้นำพระ และสามเณรให้ทั้ง 12 รูป เดินทางไปยังอุโบสถของวัด และนำบิณฑบาตรตามกิจวัตรของสงฆ์ โดยมีประชาชนในพื้นที่ข้างเคียงสวมชุดประจำเผ่า และนุ่งขาวห่มขาวมาใส่บาตรเพื่อเป็นสิริมงคล และมีเพื่อนๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีประมาณ 10 คนมาร่วมเป็นขโยมในการรับของใส่บาตรด้วย ซึ่งส่วนใหญ่มีสีหน้ายิ้มแย้ม แม้หลายรูปจะไม่เคยบิณฑบาตรมาก่อน แต่ก็มีความชำนาญแสดงให้เห็นว่ามีการฝึกสมาธิอย่างดี ต่อมาพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ […]

ชาวบ้านร้องสั่งปลด ‘พระ-ย้ายเณร’ ไม่ปฏิบัติกิจสงฆ์-พฤติกรรมชู้สาว

ชาวบ้านวัดกุฎีทอง ตำบลบางน้ำเชี้ยว อำภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยไวยาวัจกรวัดและคณะกรรมการวัดกุฎีทอง พากันรวมตัวที่บริเวณวัดและนำหนังสือคำสั่งของพระภาวนาพรหมคุณ หรือพระครูเมตตา เจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง ที่ลงคำสั่งถอดถอนพระมหาธนดล ขันติพโล และพระครูสังฆรักษ์ ธีรภัทร อธิปุญโญ ออกจากตำแหน่งรองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง รวมถึงมีคำสั่งให้พระภิกษุ สามเณร กลับไปอยู่ในสังกัดวัดเดิม หลังพบมีวัตรปฏิบัติและจริยาวัตรไม่เหมาะสม สร้างความเสื่อเสียและเกิดวิกฤติศรัทธาในวัดกุฎีทอง เช่น ไม่ออกบิณฑบาต ไม่ร่วมสังฆกรรมกับพระสงฆ์ในวัด ไม่ทำวัตรเช้า-เย็น ร่วมกันแอบทำตู้บริจาคไปตั้งขอรับบริจาคเงินตามสานที่ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องชู้สาว รวมถึงเรื่องการแอบแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส โดยไม่ผ่านคณะสงฆ์ เนื่องจากในช่วงนั้นวัดอยู่ภายใต้อิทธิพลของอดีตพระครูวิลาสกิจจานุกูล หรือพระครูกิตติ รองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง ที่ควบคุมทุกอย่างในวัดฯ แต่หลังจากที่อดีตพระครูวิลาสกิจจานุกูล หรือพระครูกิตติ รองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทองได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจับกุมไปแล้ว เรื่องจึงแดงขึ้นมา และเป็นเหตุให้พระภาวนาพรหมคุณ หรือหลวงพ่อเมตตา เจ้าอาวาสวัดกุฎีทองได้มีหนังสือสั่งการให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งฯและให้ย้ายออกจากวัดกุฎีทอง กลับไปยังวัดสังกัดเดิมภายในวันที่ ๒๖ กรกฎาคมนี้ จากการตรวจสอบยังไม่พบพระที่มีรายชื่ออยู่โดยกุฏิ จึงได้นำคำสั่งปิดไว้ที่ประตูกุฏิของพระสงฆ์ที่มีรายชื่อ ขณะที่พระสงฆ์ที่มีรายชื่อบางรูปได้ขนย้ายสิ่งของออกไปจากวัดกุฎีทองบ้างแล้ว

อ.เจษฎา เผยกรณีเณรปิดตาทาย ‘สี-เลข’ แค่เรื่องแหกตา ไม่เกี่ยวญาณวิเศษ!

จากกรณีที่มีเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ ได้นำสามเณรที่มาบวชที่วัดฝึกนั่งสมาธิแล้วอ้างว่าเกิดนิมิต จนสามารถปิดตาแล้วทายสิ่งของ สี และตัวเลขที่เขียนลงในกระดาษได้อย่างถูกต้อง ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ โดยระบุว่ากรณีนี้ดังกล่าวเป็นเรื่องแหกตาไม่ใช่ญาณวิเศษ ทั้งนี้ อ.เจษฎา ได้ยกตัวอย่างกรณีที่ตนเคยเปิดโปงโรงเรียนพลังจิต Power Mind Camp เมื่อหลายปีก่อน ด้วยการครอบถุงดำทั้งหัว แล้วพบว่าไม่น้องคนทำได้ พร้อมทั้งแสดงความกังวลว่าการเณรทายถูกก็เพราะมองลอดช่องของผ้าปิดตา จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษ และถ้ารู้ตัวภายหลังว่าไม่จริง ก็จะสูญเสียความมั่นใจไป พร้อมทั้งบอกอีกว่า…อีกเรื่องใหญ่คือ ในวินัยสงฆ์เนี่ย การอวดอุตริมนุสธรรมว่า ตนเองมีคุณวิเศษหรือบรรลุธรรมอย่างสูงที่เกินปกติของมนุษย์สามัญโดยไม่มีในตนเนี่ย เป็นอาบัติขั้นปาราชิกเลยนะครับ ได้สึกกันระนาว

สำนึกผิดแล้ว! จนท.เอ็กซ์เรย์โร่ขอขมา ‘สามเณร’ ถึงวัด ยืนยันไม่ได้ด่าแค่หยอกเล่น (คลิป)

จากกรณีที่มีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง ได้โพสต์ลงในสังคมออนไลน์ ขึ้นต้นเรื่องว่า อาตมาผิดด้วยหรือ โดยเป็นภาพหน้าห้องเอ็กซ์เรย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการติดป้ายบอกว่า “หากต้องการเอ็กซ์เรย์ กรุณากดกริ่ง เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่” และมีภาพมือชี้ไปที่ปุ่มกดกริ่ง โดยพระสงฆ์รูปดังกล่าวได้เขียนข้อความเล่าถึงเหตุการณ์ว่า เวลาประมาณ 20.30 น. ได้พาสามเณรรูปหนึ่งซึ่งหกล้มปวดแขนมาหาหมอที่โรงพยาบาล เมื่อหมอตรวจดูอาการแล้วได้ให้ไปที่ห้องเอ็กซ์เรย์ ก่อนที่พระสงฆ์จะกดกริ่งตามที่เห็นในป้าย แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ในห้องเอ็กซ์เรย์ต่อว่ากดกริ่งทำไม รวมทั้งมีการถกเถียง และกล่าวดูถูกสามเณรว่า ไม่มีการศึกษา ก่อนที่จะชาวโซเชียลจะแชร์เรื่องราวนี้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ตำหนิเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนั้น ความคืบหน้านายแพทย์ประทุมทอง ยาทุม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปักธงชัย เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ทราบข่าวนี้ ก็ได้เรียกตัวเจ้าหน้าที่ประจำห้องเอ็กซ์เรย์ มาสอบถาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้สารภาพว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในโลกโซเชียลเป็นจริงเพียงบางส่วน ซึ่งมีการพูดจาไม่เพราะกับสามเณรจริง แต่เป็นเพียงการหยอกเล่นเท่านั้น แต่ไม่มีการพูดหยาบคายดูถูกการศึกษา โดยเจ้าหน้าที่บอกเป็นเพียงการซักถามว่าสามเณรเรียนอยู่ที่วัดไหน และจะลาสิกขาเมื่อไหร่ แต่ขณะนั้นอาจจะเกิดการสื่อสารผิดพลาดทำให้เข้าใจผิด ตีความหมายคนละอย่าง อย่างไรก็ตาม ตนและเจ้าหน้าที่ก็จะไม่ขอแก้ตัวใดๆ เพราะถือว่าเป็นชาวพุทธ ทั้งนี้ ได้นำตัวเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เดินทางไปที่วัดตะกุด ต.งิ้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พร้อมกับนำธูปเทียนแพ และพวงมาลัย เพื่อทำพิธีขอขมากับสามเณรรูปดังกล่าวด้วยตนเอง โดยมีพระครูศรีธวัชชัยคุณ เจ้าคณะอำเภอปักธงชัย กำนัน ผู้นำชุมชน และชาวชุมชนวัดตะกุด […]

สลด! สามเณรวัย 14 แอบหนีเล่นน้ำคลอง จมน้ำเสียชีวิต (คลิป)

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2560 ช่วงบ่ายเกิดเหตุสามเณรจมน้ำเสียชีวิต ที่บริเวณแม่น้ำกวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำจากจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยกู้ภัยลำพูน และชุดเคลื่อนที่เร็วของนิคมอุตสาหกรรมลำพูน ได้ทำการช่วยเหลือ งมหาร่างของสามเณรฤทธิชัย แซ่เตีย อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเมธีวุฒิกรโดยเจ้าหน้าที่งมตั้งแต่บริเวณสะพานท่าขาม ไปจนถึงฝายสบทา ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว มีชาวบ้านมามุงดูจำนวนมาก จนกระทั่งร่างของสามเณรฤทธิชัย จึงนำขึ้นมาและส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลลำพูน สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา สามเณรฤทธิชัย ได้ชวนเพื่อนไปเล่นน้ำที่บริเวณดังกล่าว แต่เพื่อนไม่ได้ลงเล่นด้วย พร้อมชวนสามเณรฤทธิชัยกลับ แต่สามเณรฤทธิชัยไม่ยอมกลับจึงลงเล่นน้ำคนเดียวและหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบจนกระทั่งกลายเป็นศพดังกล่าว นางรมยวรรณ จันทร์ธร อายุ 30ปี ชาวอ.สารภี จ.เชียงใหม่ มารดาของสามเณรฤทธิชัย ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนมีลูก 2 คนเป็นฝาแฝดกัน สามเณรฤทธิชัยเป็นแฝดผู้พี่ มีสามเณรเฟรมเป็นแฝดผู้น้อง ทั้งคู่บวชเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันตอนนี้หัวอกของคนเป็นแม่รู้สึกเสียใจมากที่สุดในชีวิต และจะดูแลสามเณรเฟรมให้ดีกว่านี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก

ฮีโร่ผ้าเหลือง! เปิดใจ ‘พระ-เณร’ เข้าช่วย ‘คุณยาย’ รอดตายจากกองเพลิงชุมชนวัดโมลีโลกยาราม

จากเหตุเพลิงไหม้ที่ชุมชนวัดโมลีโลกยาราม ซอยอรุณอมรินทร์ 8 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุเกิดขึ้นช่วงบ่าย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แต่ละหลังจะมีเพียงผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในบ้าน เพราะลูกหลานต้องออกไปทำงาน เช่นเดียวกับบ้านเลขที่ 419 ซึ่งอยู่ติดกับบ้านเลขที่ 417 บ้านต้นเพลิง ขณะนั้นมีคุณยายเชื้อ หร่ามอุไร อายุ 87 ปี ผู้สูงอายุเดินไม่ได้ พักอยู่กับลูกสาวคนเล็กที่พิการทางสมอง ได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือออกมาจากกกองเพลิง โดยขณะนั้นมีสามเณรทีปกร อย่านอนใจ สามเณรวัดโมลีโลกยาราม คอยวิ่งให้ความช่วยเหลือชาวชุมชนอยู่บริเวณนั้น ได้ยินเสียงจึงเข้าไปช่วยพยุงคุณยายเชื้อออกมาจากกองเพลิงพร้อมกับพระณัฐชัย วรญฺชโย วันนี้คุณปรัศนีย์ ตันนะไพบูรณ์ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี 34 เอชดี ได้เดินทางไปพบกับพระ และสามเณร ที่เข้าช่วยเหลือคุณยายเชื้อ ที่วัดฯ โดยสามเณรทีปกร เล่าว่า วัดกับชุมชนอยู่ติดกัน ปกติลูกสาวของคุณยายก็จะนำอาหารมาถวายที่วัดเป็นประจำ วันเกิดเหตุได้เห็นควันไฟลอยขึ้นมาเป็นจำนวนมาก จึงเอะใจ และรีบเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านทั้งขนย้ายข้าวของ คนแก่ คนเจ็บ และดับไฟ ด้วยความตั้งใจอยากจะให้ชาวบ้านทุกคนปลอดภัย เพราะไม่อยากให้มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต โดยตอนแรกยังไม่พบคุณยายเชื้อ แต่ก็นึกสงสัยว่า คุณยายไม่น่าจะออกจากบ้านเพียงลำพังได้ เพราะเดินไม่คล่อง สามเณรทีปกร จึงย้อนกลับไปดูที่บ้านอีกครั้งกระทั่งพบคุณยาย ในสภาพที่กึ่งคลานกึ่งเดิน […]

keyboard_arrow_up