โจรอ้างเป็นจนท.รัฐหลอก ‘เจ้าอาวาส’ ถอนเงินบริจาคเกลี้ยงบัญชีกว่า 3 แสน หนีลอยนวล(คลิป)

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.61 เกิดเหตุมิจฉาชีพเป็นชาย 2 คน อายุประมาณ  50-55 ปี  อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทำงานที่ศาลากลางจังหวัด ได้หลอกลวงเจ้าอาวาสวัดดังแห่งหนึ่งที่  ต.บ้านยาง  อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา  ว่าจะสามารถเดินเรื่องของบประมาณจากรัฐให้จำนวน 9 ล้านบาท เพื่อให้ทางวัดไปก่อสร้างอุโบสถที่ทางวัดเองกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ให้แล้วเสร็จ ชายมิจฉาชีพดังกล่าวได้ใช้กลอุบายทำทีนำเอกสารมาให้เจ้าอาวาสเซ็น อ้างว่าจะนำไปประกอบการเสนอของบประมาณตามขั้นตอน ทั้งยังมีการขอสมุดบัญชีธนาคารของทางวัดไปยื่นประกอบกับเอกสารด้วย โดยแก๊งมิจฉาชีพหลอกเจ้าอาวาสว่าหากอยากได้รับงบประมาณตามที่ขอไป 9 ล้านบาท จะต้องจ่ายเงินเป็นค่าดำเนินการให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 500,000 บาทแต่เจ้าอาวาสบอกว่าทางวัดไม่มีเงินมากขนาดนั้น เหลือเงินในบัญชีที่ญาติโยมบริจาคมาและเงินจากการทอดกฐินเพื่อใช้สำหรับก่อสร้างอุโบสถเพียง 280,000 บาทเท่านั้น ซึ่งแก๊งมิจฉาชีพก็ตอบตกลงตามจำนวนดังกล่าว  นอกจากนี้ยังมีการนำสมุดบัญชีธนาคารของทางวัดไปปลอมแปลงตัวเลขทำทีเหมือนกับว่าเงินงบประมาณถูกโอนเข้าบัญชีทางวัดแล้ว ทำให้เจ้าอาวาสตายใจ กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา  แก๊งมิจฉาชีพทั้ง 2 ได้มารับเจ้าอาวาสที่วัดอ้างว่าจะพาไปรับเงินที่ศาลากลาง แต่ต้องจ่ายเงินค่าดำเนินการให้ก่อน เจ้าอาวาสจึงได้ไปถอนเงินจำนวน 280,000 บาทให้กับแก๊งมิจฉาชีพโดยที่ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งล่าสุดเจ้าอาวาสลองนำบัตร เอทีเอ็ม ไปเช็คยอดเงินในบัญชีกลับไม่มีเงินโอนเข้าในบัญชีตามที่ทั้งสองกล่าวอ้างจริงจึงรู้ว่าถูกหลอก   จึงได้นำหลักฐานภาพทะเบียนรถที่ทางวัดถ่ายไว้ และภาพจากกล้องวงจรปิดของทางธนาคารขณะ 1 ใน 2 คนร้ายไปด้วยขณะเบิกเงินที่ธนาคารเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความที่ […]

เจ้าอาวาส ร้อง “ถูกใส่ร้าย” คลิปชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์สำเร็จความใคร่

จากกรณีที่มีคลิปภาพผู้ชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์นอนอยู่บนเตียง แล้วใช้มือสำเร็จความใคร่ให้ตัวเอง พร้อมกับวิดีโอคอลคุยกับชายหนุ่มถูกเผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยมีการระบุว่า ผู้ชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์คนดังกล่าวเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.สารภี จ.เชียงใหม่  ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมความเหมาะสมอย่างหนัก ขณะที่วานนี้ (18ม.ค.61) เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการจับกุมผู้ชายคนหนึ่งหลังจากได้รับการร้องขอความช่วยเหลือ จากเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ในอำเภอสารภี ซึ่งหน้าตาตรงกับผู้ชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ที่ปรากฏในคลิปดังกล่าวว่า ถูกข่มขู่เอาเงินจากผู้ชายที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ค แล้วมีการวิดีโอคอลพูดคุยกันโดยที่ถูกบันทึกภาพไว้ แล้วนำไปตัดต่อเป็นภาพลามกอนาจาร ซึ่งตนกลัวว่าจะเสื่อมเสียชื่อเสียงจึงยินยอมโอนเงินให้ แต่ต่อมาทนไม่ไหวจึงนำเรื่องเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากทางตำรวจจนกระทั่งจับกุมผู้ชายดังกล่าวได้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูล ทราบว่าพระสงฆ์ที่หน้าตาตรงกับผู้ชายในคลิปดังกล่าวคือ เจ้าอาวาสวัด แห่งหนึ่งในตำบลขัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยวันนี้ (19ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดดังกล่าว พบว่าบรรยากาศในวัดเป็นไปอย่างเงียบเหงา และจากการสอบถามชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ในวัด เล่าว่าเจ้าอาวาสไม่อยู่และไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่อาศัยใกล้เคียงโดยรอบวัด เกี่ยวกับกรณีที่ที่มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าว พบว่าส่วนใหญ่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นและบางส่วนได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว ซึ่งยอมรับว่ามีใบหน้าตรงกับเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ และแทบจะไม่อยากเชื่อว่าเป็นความจริง เพราะปกติเห็นว่าเป็นพระหนุ่มที่สุภาพเรียบร้อย และเป็นพระนักพัฒนา และส่วนใหญเชื่อว่าคลิปดังกล่าวน่าจะเป็นของจริง ส่วนจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไปกับเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวนั้นคงต้องแล้วแต่ทางคณะสงฆ์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตัดสิน ส่วนความศรัทธาของชาวบ้าน เวลานี้มีการแบ่งเป็นสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและไม่สนับสนุนเจ้าอาวาส โดยกลุ่มที่สนับสนุนเชื่อว่าคลิปดังกล่าวถูกตัดต่อขึ้นมาเพื่อกล่าวหาเจ้าอาวาสและต้องการทำลายพระพุทธศาสนา ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้(19ม.ค.61)ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เชิญเจ้าอาวาสวัดรูปดังกล่าว […]

ชาวบ้านร้อง “เจ้าอาวาสวัดดัง” มีพฤติกรรมเป็นเกย์ซื้อบริการผู้ชาย หลวงพ่อโต้ถูกกลั่นแกล้ง            

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 ม.ค.61)  ชาวบ้านในตำบลสองชั้น  อำเภอกระสัง  จังหวัดบุรีรัมย์  ได้ทำหนังสือร้องเรียนผ่านสื่อถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ให้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยผู้ร้องได้กล่าวหาว่ามีเจ้าอาวาสวัดดังแห่งหนึ่งในตำบลสองชั้น อำเภอกระสัง อายุกว่า 60 ปี  มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศเป็นเกย์ ชอบใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปของลับพระลูกวัดเก็บไว้ดู  ทั้งยังมีพฤติกรรมใช้เงินจ้างพระและโยมที่เป็นผู้ชายไปร่วมหลับนอนมีเพศสัมพันธ์ด้วย   ที่ผ่านมาเคยมีโยมผู้ชายร้องเรียนเอาเรื่องกับเจ้าอาวาสรูปดังกล่าว  จนถึงขั้นต้องเสียเงินเคลียร์เพื่อจบเรื่องมาแล้ว ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย.60 ที่ผ่านมา มีพระลูกวัดรูปหนึ่งอายุกว่า 90 ปีที่ถูกเจ้าอาวาสขอร่วมเพศสัมพันธ์ มีการจ่ายเงินให้ถึง 1 แสนบาทด้วย  กระทั่งมีลูกหลานมารับกลับบ้านไปสึกแล้ว เจ้าอาวาสยังไปตามที่บ้านกลับมาบวชใหม่อีก ทั้งนี้ในหนังสือร้องฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า  เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งพระในวัด  ผู้นำชุมชน  กรรมการวัด และชาวบ้านในหมู่บ้านก็รับรู้  แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไรเพราะไม่อยากมีเรื่อง ทั้งกลัวคนจะสิ้นศรัทธาไม่เข้าวัดด้วย เพราะวัดดังกล่าวเป็นวัดดังประจำตำบลมีผู้เลื่อมใสศรัทธามากมาย   โดยที่ทำหนังสือร้องเพราะไม่อยากให้คนเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา   อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง   มีเพียงการร้องเรียนกล่าวหาเจ้าอาวาสเท่านั้น เมื่อผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามที่ได้รับหนังสือร้องเรียน และจากการสอบถามชาวบ้านละแวกใกล้เคียงคนหนึ่ง  ให้ข้อมูลว่าทั้งพระและชาวบ้านรู้เรื่องพฤติกรรมของเจ้าอาวาสตามที่มีการร้องเรียนจริง  แต่ก็ไม่มีใครอยากยุ่งเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของพระ  และไม่อยากให้วัดต้องเสื่อมเสีย  แต่ส่วนตัวก็อยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ  หากพบว่าเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมดังกล่าวจริง  ก็อยากให้สึกหรือย้ายออกจากวัด   เพราะถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจะทำให้ญาติโยมหมดศรัทธา ด้านเจ้าอาวาสที่ถูกร้องเรียน ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา  ทั้งได้นำพระลูกวัดที่ระบุว่าในหนังสือร้องเรียน ว่าร่วมหลับนอนกับเจ้าอาวาสมายืนยันความบริสุทธิ์ด้วย  […]

‘เจ้าอาวาส’ ไม่เชื่อถูกผีเปรตหวังเอาชีวิตตามร่างทรงขู่ เตือน! เสพข่าวอย่างมีสติ

กรณีที่ชาวบ้านทุ่งฮี ต.วังทรายคำ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง พบรอยเท้าประหลาดขนาดใหญ่กว่าคน 2–3 เท่า จำนวน 12 รอย โดยร่องรอยช่วงก้าวเท้าห่างกัน 1.40 – 1.70 เมตร ที่กลางทุ่งนาใกล้กับวัดทุ่งฮี และล่าสุดมีหญิงวัยกลางคนสวมใส่ชุดขาวมีอาการคล้ายผีเข้าและบอกว่ารอยเท้าดังกล่าวเป็นรอยเท้าของผีเปรตสูง 32 ศอก หรือ สูงกว่า 16 เมตรซึ่งอยู่ที่บริเวณดังกล่าวมาเป็นร้อยๆ ปี และยังบอกว่าต่อไปจะเอาชีวิตเจ้าอาวาสและจะเผาวิหารที่กำลังสร้างใหม่อยู่ในขณะนี้ พร้อมทั้งบอกชาวบ้านให้ไปนำเนื้อและเลือดสดๆ มาสังเวยจำนวน 9 กองที่กลางทุ่งนาจุดที่พบรอยเท้า และจะไว้ชีวิตผู้ที่ประกาศไว้ โดยชาวบ้านก็นำสิ่งที่ขอมาวางไว้ให้ ก่อนที่หญิงคนดังกล่าว จะหยิบเนื้อและเลือดสดๆมากัดกินท่ามกลางสายตาชาวบ้านที่มามุงดูเป็นจำนวนมากนั้น ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีสอบถามกับพระครูอุดมกิตติวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งฮี โดย เจ้าอาวาส บอกว่า ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรอยเท้าดังกล่าว เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ส่วนเรื่องที่ร่างทรงผีเปรตอ้างว่าจะมาเอาชีวิตนั้น ส่วนตัวไม่ค่อยมีความเชื่อเรื่องนี้มากนัก และไม่อยากแสดงความคิดเห็นเพราะอาจจะไม่เหมาะสมและทำให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ พร้อมกับฝากไปยังทุกคนว่าอยากให้ตั้งสติใช้วิจารณญาณในการรับชมและติดตามข่าวลักษณะนี้ นายประสงค์ ก๋าสม กำนันตำบลวังทรายคำ พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้นำผู้สื่อข่าวลงไปดูจุดที่มีการพบรอยเท้าขนาดใหญ่อีกจุดหนึ่ง ซึ่งอยู่ติดกับกำแพงวัดใกล้ โดยชาวบ้านได้นำอิฐมาก่อทับไว้ครอบกับรอยเท้าดังกล่าวไว้ พร้อมกับบอกว่า หลังจากที่มีคนพบรอยเท้าประหลาดที่กลางทุ่งนาก็มีชาวบ้านมาเจอรอยเท้าดังกล่าวอยู่บริเวณหน้าศาล โดยจุดที่พบได้เทพื้นปูนมานานแล้วและมีรอยเท้าขนาดใหญ่กว่าคนปกติอยู่ 1 […]

ขอ ‘เจ้าอาวาสใหม่’ หลังรูปเดิมชิ่ง! ถูกจับได้ว่านอนกับสีกา ทำวัดร้างกว่า 5 เดือน

จากกรณีที่มีแชร์ภาพชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ หน้าตาคล้ายพระชื่อดัง ระดับพระสังฆาธิการในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ร่วมหลับนอนและถ่ายภาพเซลฟี่กับสีกาที่ภายในกุฏิวัดนั้น ปรากฎว่าหลังภาพดังกล่าวเผยแพร่ไป เจ้าอาวาสวัดเวียงโพธิ์งาม หมู่ 6 บ้านเนินสว่าง ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับบุคคลในภาพได้หายตัวไป พร้อมกับข้าวของเครื่องในกุฎิ รวมถึงได้มีการ งัดกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่กับกุฏิเจ้าอาวาสหายไปด้วย โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน มิ.ย. 60 และเจ้าอาวาสหายตัวไปนานกว่า 5 เดือน แม้ชาวบ้านได้มีการนำเรื่องไปร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งวัดเวียงโพธิ์งาม ยังเป็นวัดแห่งเดียวของหมู่บ้าน หลังเกิดเรื่องก็ไม่มีพระจำวัด ทำให้วัดร้าง สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านที่จะประกอบกิจทางศาสนา ต้องเดินทางไปที่วัดในหมู่บ้านข้างเคียง ล่าสุดทางชาวบ้านได้รวมตัวกัน พร้อมเชิญ เจ้าคณะอำเภอ และพระสังฆาธิการ พร้อมด้วยตัวแทนฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนา เพื่อมาร่วมหารือในการแก้ปัญหา และขอให้ดำเนินการสรรหาเจ้าอาวาสองค์ใหม่ ส่วนอดีตเจ้าอาวาสที่หายตัวไปก็ขอให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้ชาวบ้านทั้งหมดคลายข้อสงสัย และให้วัดเวียงโพธิ์งามกลับมามีพระสงฆ์จำวัด เพื่อเป็นที่พึ่งของชาวบ้านด้วย ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบต่างรับข้อเสนอและเตรียมนำกลับไปพิจารณา

ขอโอกาสบวชอีก! อดีตเจ้าอาวาสยันถูกลวงโชว์ของลับ เชื่อทำกันเป็นขบวนการ (คลิป)

จากกรณีที่มีภาพพระสงฆ์กำลังช่วยตัวเองผ่านวิดีโอคอล เผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ พฤติกรรมพระสงฆ์รูปดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ต่อมาทาง พระอาจารย์สมทัด เงินประเสิร์ฐ เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี ออกมายอมรับว่า พระสงฆ์ในคลิปนั้นคือตนเอง ที่ได้วิดีโอคอลกับโยมผู้ชาย และถูกชักชวน ให้ทำเรื่องดังกล่าว ตนเองยอมรับว่ามีความอยาก จึงทำตาม พร้อมยืนยันไม่ได้เบี่ยงเบนทางเพศ ส่วนทางด้านผู้ใหญ่บ้าน เตรียมส่งเรื่องต่อให้เจ้าคณะตำบลพิจารณา ตามที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น ล่าสุด วันนี้ (16 พ.ย.60) พระอาจารย์สมทัด เงินประเสิร์ฐ เจ้าอาวาสวัดในคลิปดังกล่าว ได้ทำพิธีขอลาสิกขาบท เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกับเป็นการให้เกียรติวัด พระพุทธศาสนา และชาวบ้าน โดยในช่วงบ่ายได้มีการทำพิธีแก้กรรมตามความเชื่อของชาวบ้าน ทางด้าน พระใบฎีกาโพธิ์ พรหมมินทร์ พระลูกวัด กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องสังคมออนไลน์ ได้มีหลายคนแสดงความเห็น ต่างกันออกไป สำหรับการที่ นายสมทัด อดีตเจ้าอาวาส ออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาสึก เรียกได้ว่าเป็นการให้เกียรติชาวบ้านทุกคน ในฐานะที่ได้ฉันข้าวของชาวบ้านแห่งนี้มายาวนานกว่า 10 ปี จึงได้รับผิดชอบตัดสินใจสึกจากความเป็นพระ ส่วนตน รู้สึกว่าการตัดสินใจเช่นนี้เป็นสิ่งที่ดี จะได้จบปัญหา และตนยังศรัทธานับถือนายสมทัด เหมือนเดิม […]

‘เจ้าอาวาส’ วิดีโอคอลเปลื้องผ้ากับผู้ชาย ยอมสึกแล้ว! ขอโทษทุกฝ่าย ที่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

จากกรณีที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก สำนักข่าวเจริญพวง ได้ทำการโพสต์ภาพพระอาจารย์สมทัศน์ เงินประเสริฐ เจ้าอาวาสวัดสำโรงวนาราม ต.นาแขม อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะกำลังวีดีโอคอลคุยกับชายหนุ่มและทำท่าทางกำลังสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองนั้น ล่าสุดภาพพระอาจารย์สมทัศน์ เงินประเสริฐ ได้ทำพิธีขาลาสิกขาบทแล้ว โดยให้พระครูบรรพตเขมาภิวัฒน์เจ้าอาวาสวัดเขาบรรพต เจ้าคณะตำบลนาแขม เป็นผู้ทำการสึกให้ หลังจากลาสิกขาแล้ว นายสมทัศน์ บอกว่า ตนเองได้ทำลงไปจริงด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ขาดสติและขอยอมรับผิดแต่โดยดี ไม่มีอะไรจะพูดเมื่อทำผิดก็ต้องยอมรับผิด จึงตัดสินใจลาสิกขาบทในวันนี้เพื่อความสบายใจของญาติโยมและพระผู้ใหญ่ ยอมรับว่าเครียดมากแต่ต้องกล้ายอมรับกับความจริงจากการกระทำของตัวเอง พร้อมขอโทษทุกคนที่ทำเรื่องแบบนี้ จากนี้ไปจะทำตัวใหม่ อยู่อย่างเรียบง่าย ซึ่งก็ยังคิดว่าอยากจะบวชใหม่อีกครั้ง ด้านนายสุดใจ ดวงสีทา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.นาแขม อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี วันนี้ ได้ประชุมคณะกรรมการหมู่บ้านที่ศาลาอเนกประสงค์วัดสำโรงวนาราม พร้อมกล่าวว่า หลังทราบข่าวตนรู้สึกไม่สบายใจที่รู้ว่าเจ้าอาวาสทำแบบนี้ รู้สึกตกใจและไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ที่ผ่านมาเจ้าอาวาสไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน ซึ่งเมื่อช่วงเช้าตนได้ไปคุยกับอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งท่านยืนยันว่าจะสึก ทำให้ตนรู้สึกสบายใจเป็นอย่างมากถือเป็นเรื่องที่ดีญาติโยมจะได้สบายใจกันทุกคน ขณะที่นางมะลิวรรณ ดวงสีทา หนึ่งในคณะกรรมการวัด บอกว่า เห็นด้วยที่จะให้เจ้าอาวาสลาสิกขา เพราะไม่สำรวมกาย-วาจา ใจ ให้สมกับเป็นพระ    

เห็นเขาชวนก็อยาก! เจ้าอาวาสรับผิดภาพโชว์ของลับ เล่นสนุกกับโยม พร้อมถ้าถูกสึก (คลิป)

จากกรณีที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก “สำนักข่าวเจริญพวง” ได้โพสต์ภาพพระสงฆ์นอนวิดีโอคอล คุยกับชายหนุ่ม โดยพระจับอวัยวะเพศตัวเองเพื่อทำอะไรบางอย่าง หลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียล ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของพระสงฆ์รูปนี้ เป็นจำนวนมาก ล่าสุด วันนี้ (15 พ.ย.60) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ไปพูดคุยกับ พระอาจารย์สมทัด เงินประเสิร์ฐ เจ้าอาวาส เปิดเผยว่า ทราบเรื่องที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์เรียบร้อยแล้ว และยอมรับว่าพระสงฆ์ในภาพไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นตัวเอง พร้อมเปิดใจว่า เพิ่งเคยทำเป็นครั้งแรกผ่านเฟซบุ๊กด้วยการวิดีโอคอลกับโยม พระอาจารย์สมทัด เปิดเผยอีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งบุคคลที่ตนสนทนาเป็นเพื่อนผู้ชาย รู้จักกันในเฟซบุ๊ก ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน ยอมรับว่าคุยกันได้ 2-3 ครั้งแล้ว แต่ไม่ได้คุยเรื่องทางเพศ จนกระทั่งครั้งล่าสุด เพื่อนชายในเฟซบุ๊กได้วิดีโอคอลมาหา พร้อมถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด และชักชวนให้ตนช่วยตัวเอง พระอาจารย์สมทัดเผยว่า “เขาทำมาก่อนตนก็อยาก” และได้ถามฝ่ายชายว่า อัดคลิปวิดีโอหรือไม่ เพราะเห็นชายรายดังกล่าวขยับกล้องไปมา ก่อนที่ตนจะตัดสายไป และไม่ได้มีการติดต่อกันอีก ซึ่งปัจจุบันนี้ได้บล็อคเฟซบุ๊กชายคนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ พระอาจารย์สมทัด เปิดใจอีกว่า รู้สึกกลุ้มใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปจากนี้ เพราะตั้งแต่บวชมาตนไม่เคย ทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนี้มาก่อน […]

พระผู้ใหญ่เตะก้านคอพระลูกวัดแค่ล้อเล่น! เจ้าอาวาสป้อง บอกคงฉุนขัดใจนับเงินผิดวิธี (คลิป)

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “สำนักข่าวเจริญพวง” แชร์คลิปวิดีโอ พระสงฆ์ที่วัดแห่งหนึ่ง ลุกขึ้นยืนแล้วเตะขวาเข้าไปที่คอ พระสงฆ์อีกรูป จนสลบลงไปนอนกองกับพื้น จนมีหลายคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรม พระสงฆ์รูปดังกล่าว เป็นจำนวนมาก มีข้อมูลเพิ่มเติม จากข้อความในเพจดังกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 4 พ.ย.60 ที่ผ่านมา พระสงฆ์ทั้งคู่กำลังนับเงินที่ได้มาในวันลอยกระทง และมีปากเสียงกัน โดยพระปลัดสมพร ม่วงรุ่ง พระระดับสังฆธิการเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โมโห พระรูปที่ถูกเตะก้านคอ ทราบชื่อภายหลังว่าพระพรศักดิ์ ญาณจินดา จึงเตะพระพรศักดิ์ จนสลบคาที่ พร้อมกับมีผู้รายงานว่า นิสัยของ พระปลัดสมพร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ชอบเล่นการพนัน ซื้อหวยใต้ดิน เล่นตีไก่ชน มีเรื่องกับพระลูกวัดบ่อยครั้ง จนบางครั้งลูกวัดโดนเตะ ต้องนำส่งโรงพยาบาล รวมถึงเอาของเก่าวัดไปขายกินหมด ใครพูดอะไรก็ไม่ได้ เล่นหวยจนเป็นหนี้เขาก็มีเหมือนกัน ล่าสุด วันนี้ (6 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลว่าวัดดังกล่าวคือ วัดช่องลม ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงลงพื้นที่มาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นพบกับ หลวงพ่อเสนาะ เจ้าคณะตำบลปากเกร็ด ได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยกับทาง […]

ดึงสติโซเชียลฯ ‘ปี่พระอภัยมณี’ ไม่ได้หายไปไหน!!! เจ้าอาวาสยันเก็บไว้ที่วัด หลังมีคนชอบหยิบเล่น (คลิป)

  ภายหลังที่มีการแชร์ภาพ รูปปั้นพระอภัยมณีหน้าวัดดังเมืองระยอง ระบุว่า ปี่พระอภัยมณี ถูกขโมยหายไป จากการตรวจสอบกับทางเจ้าอาวาส กลับกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ สรุปคือ ปี่ยังอยู่ และเรื่องเกิดมา 2 ปีแล้ว แต่งงทำไมพอมีการเอาไปแชร์ต่อกับการเป็นเรื่อง กรณีที่มีผู้นำภาพรูปปั้นปูนพระอภัยมณี ซึ่งอยู่หน้าซุ้มประตูวัดกระแสคูหาสรรค์ หมู่ที่ 3 ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ไปโพสต์ในสื่อออนไลน์ และระบุว่าปี่พระอภัยมณี ถูกขโมยไปซ้ำรอยเมื่อ 9 ปีก่อน ที่คนร้ายขโมยปี่พระอภัยมณี ซึ่งอยู่ในบริเวณอนุสาวรีย์สุนทรภู่ ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง และพบว่าถูกคนร้ายนำมาทิ้งไว้ในกองขยะใกล้กับอนุสาวรีย์สุนทรภู่ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบกับทาง พระครูโสภิตสารัท เจ้าอาวาสวัดกระแสคูหาสวรรค์ เจ้าคณะตำบลกระแสบน บอกว่า ปี่พระอภัยมณีไม่ได้หายไปไหน เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว คนวิกลจริตไปดึงปี่มาจากรูปปั้นพระอภัยมณี แล้วนำมาเดินถือเล่น และทิ้งไว้ในวัด กระทั่งพระลูกวัดพบเห็น จึงนำมอบให้ โดยได้เก็บรักษาไว้ เนื่องจากเกรงว่าหากนำปี่ไปติดไว้ที่รูปปั้นพระอภัยมณี ชายวิกลจริตจะดึงออกไปอีก จึงเก็บไว้ในกุฏิจนถึงทุกวันนี้ ส่วนปี่ดังกล่าวไม่ใช่โลหะ หรือทองเหลือง ตามที่มีการนำไปเสนอข่าวแต่อย่างใด พระครูโสภิตสารัท กล่าวต่อด้วยว่า เรื่องนี้ […]

ผู้ร้องตรวจสอบ ‘เจ้าอาวาสวัดสวนดอก’ เร่งติดตามคดี ยันไม่อยากให้ศาสนาแปดเปื้อน (คลิป)

นายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ผู้ที่ต้นออกมาเคลื่อนไหวร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการตรวจสอบกรณี พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก และเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ สวมบัตรประจำตัวประชาชนคนตาย บอกว่า ตนเองเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรแม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้า และเร่งรัดคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นที่จับตามองของประชาชน แต่จนถึงเวลานี้ พบว่า คดีกลับยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจนเท่าที่ควร นายกิตติศักดิ์ ย้ำว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องการให้ตรวจสอบ คือ ที่มาของบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าอาวาสวัดสวนดอกว่า มีการได้มาอย่างไร และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และยังต้องการให้ตรวจสอบไปถึง บัตรประชาชน และสัญชาติของคนในครอบครัวของพระราชรัชมุนีด้วย โดยเฉพาะแม่ เพราะตามข้อมูลเดิมระบุ ชัดเจนว่ามีสัญชาติเมียนมา แต่ต่อมาปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงสถานภาพเกี่ยวกับสัญชาติเป็นสัญชาติไทย นอกจากนี้ นายกิตติศักดิ์ บอกว่า ต้องการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดครอบคลุมทั้งผู้ถือบัตรประชาชนดังกล่าว รวมทั้งเจ้าหน้าที่และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสัญชาติและการออกบัตรประชาชนด้วย ส่วนกรณีที่ถูก 7 เครือข่ายองค์กรชาวพุทธในจังหวัดเชียงใหม่ออกมาเคลื่อนไหวว่าจะดำเนินการตามกฎหมายต่อตัวเอง โดยกล่าวหาว่า หมิ่นคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่นั้น ตนเองไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือกังวลใจใดๆ เพราะเชื่อมั่นการทำ เพื่อความถูกต้อง

เพื่อนพระระบุ ‘เจ้าอาวาสวัดสวนดอก’ ครอบครัวเป็นคนไทยแต่ตกสำรวจ ตร.รับคดีไม่คืบขาดหลักฐานสำคัญ

ความคืบหน้ากรณีที่พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก และเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ถูกกล่าวหาว่าสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนตาย ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 60 พ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยาติ ผกก.สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากฝ่ายปกครองอำเภอแม่อายเข้าแจ้งความก็ได้สอบปากคำพยานสำคัญไปแล้ว แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอจะออกหมายเรียกเจ้าอาวาสวัดสวนดอกได้ กำลังรอหลักฐานจากทางจังหวัดชัยภูมิ โดยต้องใช้เวลารวบรวมพอสมควรเพราะเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 22 ปีก่อน แต่ยืนยันว่าตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างแน่นอน ขณะที่ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีมีโอกาสได้พูดคุยกับพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ที่เคยเป็นเพื่อนเรียนธรรมมะ ร่วมกับเจ้าอาวาสวัดสวนดอก กล่าวว่า เท่าที่รู้จักพระราชรัชมุนี เป็นคนที่เก่งมากในการศึกษาด้านภาษาบาลีและนิสัยส่วนตัวถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง ส่วนเรื่องการสวมบัตรประชาชนนั้น จากข้อมูลเท่าที่เคยได้รู้จากพระราชรัชมุนี ทราบว่าพ่อแม่และครอบครัวของท่านเป็นคนไทยแต่ตกสำรวจ ซึ่งต่อมาพี่น้องทั้งหมดของท่านได้รับการพิสูจน์สัญชาติจนได้รับบัตรประชาชนไทยทุกคน ยกเว้นท่านที่ในเวลานั้นบวชเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนการได้บัตรประชาชนเป็นเลขเดียวกับคนที่ตายไปแล้วนั้น ไม่ทราบว่าท่านได้มาอย่างไร ส่วนเรื่องที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี ขณะนี้ไม่ได้ทำให้พระราชรัชมุนีสิ้นสุดความเป็นพระ เพราะเป็นข้อกล่าวหาและความผิดทางโลก ไม่ใช่การทำผิดพระธรรมวินัยรวมทั้งคดียังไม่สิ้นสุด แต่หากมีการตัดสินตามกระบวนการกฎหมายแล้วพบว่าพระราชรัชมุนีกระทำผิดกฎหมายจริง และมีโทษทางอาญาให้ต้องจำคุก ตอนนั้นทางคณะสงฆ์จะต้องมีการพิจารณาดำเนินการอย่างแน่นอน เพราะหากพระสงฆ์ต้องโทษจำคุก ก็จะต้องสิ้นสุดสถานภาพความเป็นพระสงฆ์ไปด้วย

ควรมองความดี มากกว่าโจมตี! 6 องค์กรพุทธ เตรียมฟ้องหมิ่นกรณีร้องเจ้าอาวาสสวมบัตรปชช. คนตาย

รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่ในวันพรุ่งนี้ (18ต.ค.60) เวลา 10.00 น. ตัวแทน 6 องค์กรพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยพุทธสมาคมจังหวัดเชียงใหม่, ยุวพุทธิกสมาคมจังหวัด, กลุ่มหนุ่มสาวจังหวัด, สมาคมศิษย์เก่ามจร.วิทยาเขตเชียงใหม่, สมาคมสหธรรมเชียงใหม่และสมาพันธ์ชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยทนายความ จะเดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือและแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ นายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ผู้ที่ร้องเรียนให้ตรวจสอบ พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอกและเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ โดยกล่าวหาว่าสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนตาย ในข้อหาหมิ่นประมาท รวมทั้งอาจจะฟ้องสื่อที่มีการนำเสนอข่าวกรณีดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของ 6 องค์กรพุทธศาสนา ในจังหวัดเชียงใหม่นั้น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15ต.ค.60 ตัวแทนพระสงฆ์ ร่วมกับตัวแทน 6 องค์กรพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประชุมหารือร่วมกันที่ศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ วัดพันอ้น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กรณีที่นายกิตติศักดิ์ร้องเรียนและได้ไปออกรายการโทรทัศน์ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเป็นการให้ข้อมูลพาดพิงที่ไม่เป็นจริง จนทำให้คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อความศรัทธาและความเคารพในพระสงฆ์ จึงมีข้อสรุปร่วมกันที่จะออกมาใช้สิทธิทางกฎหมาย ขณะที่วันนี้ (17ต.ค.60) ที่วัดพันอ้น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบพระครูอมรธรรมทัต เจ้าอาวาสวัดพันอ้น และเลขานุการศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดการประชุมหารือดังกล่าว และกรณีที่ตัวแทน […]

ชาวบ้านร้อนใจ! ‘เจ้าอาวาส’ ไม่ชี้แจงการใช้เงินทำบุญ หวั่นบริหารวัดไม่โปร่งใส

เรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้าน อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ที่รู้สึกถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารงานของเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัด ทำให้สูญเสียศรัทธาในการเข้าไปทำบุญที่วัดและเกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างหมู่บ้านและวัดตามมา โดยทางชาวบ้านเล่าว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีเจ้าอาวาสคนใหม่เข้ามา ไม่ค่อยได้รู้ข้อมูลหรือการกระทำของคณะกรรมการวัดเท่าใดนัก ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการใช้เงินทำบุญในกิจกรรมต่างๆ ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดให้ชาวบ้านรับทราบ เมื่อสอบถามไปก็ได้คำตอบกลับมาที่ไม่ค่อยดี เช่น โดนย้อนถามว่าคุณเป็นใคร ทำไมถึงต้องบอกข้อมูล เมื่อชาวบ้านรวมตัวไปยื่นร้องเรียนที่เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ก็ไปไม่ถึง เรื่องย้อนกลับมายังผู้ร้องเอง โดยหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ แยกเป็น 3 หมู่ย่อยด้วยกัน และมีวัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลาง เมื่อเกิดความหมางใจ จึงเกิดเป็นความขัดแย้งตามมา ทั้งการรวมตัวทำบุญหน้าวัด โดยนิมนต์พระจากวัดอื่นมา ทั้งนี้ชาวบ้านต้องการให้วัดออกมาชี้แจงถึงการใช้จ่ายเงินของวัด และในส่วนของที่มาเจ้าอาวาส ก็อยากให้ชาวบ้านได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย โดยเลือกพระที่ชาวบ้านศรัทธา ไม่ใช่ไปคัดสรรกันเอง ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ให้แนวทางการในกรณีนี้ว่า สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นครสวรรค์ ทั้งเจ้าคณะจังหวัด รวมไปถึงหน่วยงานราชการต่างๆ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ควรมีการให้ความรู้แก่เจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดทุกแห่ง ถึงการเปิดเผยบัญชีใช้จ่ายของวัด เพื่อแสดงความโปร่งใส เมื่อใช้เงินในการทำกิจใดควรติดประกาศบอกให้ชัดเจน ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงความโปร่งใส เกิดความสบายใจกันทุกฝ่ายแล้ว ยังเป็นการเรียกศรัทธาของชาวบ้านให้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของวัดได้อีกด้วย […]

พี่สาวผู้ตายเชื่อ! ‘เจ้าอาวาสวัดสวนดอก’ สวมสิทธิบัตรปชช.น้องชาย

จากกรณีที่ พ.ต.อ.บุญเลิศ เมตตารักษ์ อดีต ผกก.สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ได้เดิน ไปร้องเรียน ที่ศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ และกอ.รมน.เชียงใหม่ ขอให้ตรวจสอบพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่และยังมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังพบว่า มีการใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนตรงกับชายชาวจังหวัดชัยภูมิ ชื่อว่า ดวงดี เวียงดินดำ ที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี พ.ศ.2538 และยังมีข้อมูลที่อ้างด้วยว่าพระผู้ใหญ่รายนี้อาจจะเป็นชาวเมียนมาและมีการสวมบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่เสียชีวิตไปนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 283 ม. 14 บ้านหนองดินดำ ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านที่มีที่อยู่ตรงตามบัตรประชาชนของเจ้าอาวาสวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ พบเจ้าของบ้าน คือ นางบัวไล รัศมีพันธ์ ซึ่งเป็นพี่สาวของ นายดวงดี ผู้เสียชีวิต นางบัวไล กล่าวว่า ตนกับน้องชายเกิดและเติบโตที่หมู่บ้านแห่งนี้ ไม่เคยเดินทางไปไกลถึงเชียงใหม่และ เมื่อปี 2538 น้องชายป่วยเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี และเสียชีวิตลง ขณะที่มีอายุเพียง 22 ปี ตนกับญาติๆและเพื่อนบ้านได้นำไปทำการฌาปนกิจที่วัดตาล ซึ่งเป็นวัดในหมู่บ้าน ตอนนั้นเป็นการเผาศพแบบง่ายๆ เพราะไม่เงินจัดงานจึงไม่ได้มีการบันทึกภาพต่างๆ จากนั้นก็กลับมาดำเนินชีวิตตามปกติด้วยการปลูกผักสวนครัว รับจ้างทั่วไป […]

ชาวบ้านแห่เก็บ ‘เหรียญมงคล’ หลังทุบท้องช้างสามเศียร ตามคำสั่งเจ้าคณะฯ (คลิป)

ที่จังหวัดนครนายก ชาวบ้านแตกตื่นต่างพากัน แย่งกันเก็บเหรียญหลวงพ่อใหญ่ที่ทางเจ้าอาวาสวัดเขาแดงนำไปเก็บรักษาเอาไว้ในท้องช้างสามเศียรกว่า 10 ปี จำนวนหลายพันองค์ ชาวบ้านในตำบลสาลิกาหลายสิบคน ต่างพากันแย่งเก็บเหรียญของหลวงพ่อใหญ่ที่ทางพระครูรัตนคีรีรักษ์ เจ้าอาวาสวัดเขาแดง ได้เก็บรักษาเอาไว้เพื่อให้ชนรุ่นหลังเก็บเอาไว้บูชากัน โดยเหรียญมีมากว่า 2,000 เหรียญ เนื่องจากมีคำสั่งจากทางเจ้าคณะจังหวัดนครนายก ว่าให้ทุกวัดในจังหวัดนครนายกปฎิบัติตามคำสั่งของทางมหาเถรสมาคมห้ามติดป้ายโฆษณาวัตถุมงคล พระเครื่อง และเทวรูปต่างๆ โดยให้มีการโยกย้าย หรือทุบเทวรูปออกจากบริเวณวัด เนื่องจากปัจจุบันมักจะมีพวกมิจฉาชีพอาศัยความเชื่อด้านศาสนาแสวงหาผลประโยชน์ โดยอ้างสรรพคุณของวัตถุมงคล และอิทธิฤทธิ์ของเทวรูปต่างๆ ดังนั้น เพื่อไม่ให้มีการงมงายไปมากกว่านี้จึงมีคำสั่งให้ทุกวัดทั่วประเทศที่มีองค์เทวรูปต่างๆ ให้รีบโยกย้ายโดยด่วน ซึ่งทุกวัดภายในจังหวัดนครนายกได้ให้ความร่วมมือ หลังจากทางเจ้าคณะจังหวัดเรียกประชุมเพื่อทำความเข้าใจโดยพร้อมเพียงกัน.

จับได้คากุฎิ! เจ้าอาวาสมั่วสีกา-เสพยาบ้า มานานกว่า 3 ปี (คลิป)

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 60 เวลา 21.45 น. ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองใส หมู่ 3 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีพระภิกษุเสพยาบ้าและมั่วเสพเมถุนกับสีกาในกุฏิ ภายในวัดโพธิ์ศรีใสสะอาด บ้านหนองใส จึงนำกำลังชุดชรบ.บ้านดงอุดม ต.หนองบัวชร บ.บ้านหนองใส ตำรวจและกรรมการวัดโพธิ์ศรีใสสะอาดเข้าตรวจสอบ ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ได้ล้อมกุฎิพร้อมกับเรียกให้พระธวัชสิทธิ์สุทธิตโน หรือนายธวัชสิทธิ์ ตระกูลธีรชัย อายุ 39 ปีเจ้าอาวาสวัดเปิดประตู เมื่อเปิดออกมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น พบน.ส.พัชณี อายุ 39 ปี ที่อยู่ บ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซุกซ่อนตัวอยู่ภายในห้อง จึงทำการสอบปัสสาวะพระธวัชสิทธิ์และน.ส.พัชณีพบปัสสาวะเป็นสีม่วงทั้งคู่ จึงนำตัวไปทำการสึกและควบคุมตัวพร้อมของกลางไปโรงพักดำเนินคดี ส.ต.อ.วิทธิชัย อานไธสง ปลัดอำเภอเมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ใหญ่บ้านหนองใสมาปรึกษาว่าพระธวัชสิทธิ์เจ้าอาวาส วัดโพธิ์ศรีใสสะอาด ลักลอบเสพเมถุนกับน.ส.พัช ณีสีกาในหมู่บ้านมาประมาณ 3 ปีแล้ว แต่ชาวบ้านจับไม่ได้คาหนังคาเข าและพระธวัชสิทธิ์และน.ส.พัชณีมักจะปฏิเสธมาตลอด ทำให้ชาวบ้านเอือมระอา จึงได้วางแผนกับผู้ใหญ่บ้านให้วางสายลับสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของทั้งสอง เมื่อพบว่าน.ส.พัชณีเข้าไปหาเจ้าอาวาสวันใดให้รีบแจ้งมา […]

อาตมาขอลา! เจ้าอาวาสขี้เหงา งัดของลับโชว์หนุ่มทางโชลเชี่ยล ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสแล้ว

จากกรณีที่โลกเซียลที่ลำปาง มีการแชร์ภาพพระบี (นามสมมุติ) อายุเกือบ 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลพระบาท อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ลงในเพจดัง เป็นภาพพระรูปหนึ่งกำลังงัดอวัยวะเพศโชว์และมีการท้าทายกับผู้ที่ร่วมแชทซึ่งเป็นผู้ชายว่า ถ้าแน่จริงไม่ต้องสวมกางเกง โดยหญิงรายดังกล่าวได้โพสต์ข้อความว่าดีค่ะมีพระรูปหนึ่งอยู่แถวลำปางมาขอดู…แฟนหนูแล้วก็ส่ง…ตัวเองมาคะ จะทำอย่างไรดีค่ะ โดยหลังจากที่มีการแชร์กัน ปรากฏว่าในโลกโซลเชียลต่างการวิพากษ์วิจารย์จำนวนมาก จากการสอบถามไวยาวัจกรวัดดังกล่าว ปรากฏว่าได้มีการเสนอให้ปลดพระรูปดังกล่าวออกจากการเป็นเจ้าอาวาสแล้ว และรอการไต่สวนว่ามีโทษทางพระธรรมวินัยแค่ไหน ส่วนพระรูปดังกล่าวได้ออกจากวัดแล้วและไม่ทราบว่าภาพที่มีการโพสต์ลงสื่อโชลเชียลนั้น อาจจะถ่ายภาพเล่นกันในหมู่เพื่อนหรือถูกแบ็ลคเมย์ คงต้องให้เจ้าตัวชี้แจงเอง เพราะว่าที่ผ่านมาพระรูปดังกล่าวก็ไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสียมาก่อน ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา13.30 น. วันที่ 28 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวได้ไปพบเจ้าคณะอำเภอเมือง จ.ลำปาง เบื้องต้นท่านไม่ขอให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าว โดยบอกแต่เพียงสั้น ๆ ว่า เรื่องดังกล่าวได้จบไปแล้ว และพระรูปดังกล่าวได้ทำหนังสือลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสแล้ว และไม่ทราบว่าขณะนี้พระรูปดังกล่าวอยู่ที่ไหน ผู้สื่อข่าวจึงไปตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นทราบว่าพระรูปดังกล่าวได้ทำหนังสือลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวต่อเจ้าคณะตำบล และเจ้าคณะอำเภอเมืองแล้ว เมื่อวันที่ 24ก.ย.60 และทางเจ้าคณะอำเภอเมืองได้ทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่25ก.ย.60 และขณะนี้กำลังจะนำเรื่องดังกล่าวรายงานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อดำเนินการต่อไป

keyboard_arrow_up