สงครามยังไม่จบ!! ทนายเกิดผล ชี้คดีหวย 30 ล้าน ทนายยังต้องงัดฝีมือสู้กันต่อ

สืบเนื่องจากกรณีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หมายเลข 533726 จำนวน 30 ล้านบาท ที่ผ่านมาศาลนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งนัดรับฟังผลการพิจารณา หลังการต่อสู้คดีกันมานานกว่า 1 ปี โดยในวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการชี้ชะตาว่าศาลจังหวัดกาญจนบุรีจะรับฟ้องคดีที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์และรับของโจรหรือไม่ หากศาลรับฟ้อง ทางร.ต.ท.จรูญ จะต้องยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวสู้คดี แต่หากศาลไม่รับฟ้องก็ต้องดูท่าทีของทางครูปรีชา ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป (อ่านเพิ่มเติม : “ครูปรีชา” ปลื้ม ศาลรับฟ้องคดีหวย 30 ล้าน” แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ ด้านหมวดจรูญ-ทนายตั้ม ยันไม่เครียด มีหลักฐานอุบเพียบ) ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า…สงครามยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร หวย 30 ล้าน ประทับฟ้องชั้นไต่สวนฯ ชั้นพิจารณา ทนายยังต้องงัดฝีมือสู้กันต่อไป

คนไม่รู้ ย่อมไม่ผิด!! ทนายเกิดผล ชี้เทศบาลทวงค่ากระเช้า ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนคืน

สืบเนื่องจากกรณีมีผู้โพสต์ภาพเอกสารราชการ จากสำนักงานเทศบาลแห่งหนึ่งใน จ.บึงกาฬ ซึ่งได้ส่งมาขอทวงเงินค่ากระเช้าของขวัญจำนวน 1,800 บาท หลังจากที่ทางเทศบาลเคยมอบกระเช้าของขวัญให้เมื่อ 11 ปีก่อน ในโครงการเยี่ยมมารดาเด็กหลังคลอด ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านที่ได้รับเอกสารฉบับนี้ และเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของหน่วยงานดังกล่าว ล่าสุด นายเกิดผล แก้วเกิด ของทนายความชื่อดัง ได้มีการโพสต์ข้อความถึงกรณีเอกสารฉบับดังกล่าว โดยระบุว่า การที่เทศบาลตำบลมาเรียกเงินค่ากระเช้าของขวัญคืนจากราษฏรนี้ ตนมองว่าคนที่รับกระเช้าไปไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นการทุจริตของผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงินตรงนี้ ในทางอาญาก็ไม่ได้อยู่ในฐานะผู้สนับสนุน หรือมีเจตนาทุจริตร่วมแต่อย่างใด ดังนั้นส่วนตัว มองว่าเมื่อรับไว้โดยสุจริตแล้ว ก็ไม่มีความผิดทางอาญาและไม่จำเป็นต้องดิ้นรถหาเงินมาคืนให้ทางเทศบาล เว้นแต่อยากคืนให้เพราะจิตสำนึกต่อแผ่นดินเท่านั้น ทรัพย์สินของแผ่นดิน ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ แต่ใครควรจะต้องรับผิดชอบ…!!! การที่เทศบาลตำบลโซ่พิสัย เรียกเเงินค่ากระเช้าของขวัญคลอดของทารก ตั้งแต่ ปี 51 -52 จำนวน 1,800 บาท คืนจากราษฎร เป็นความบกพร่องของใคร ?? ในส่วนนี้ ผมว่าราษฎรที่รับกระเช้า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือ รู้เห็นการปฎิบัติหน้าที่โดนมิชอบ หรือ โดยทุจริต ของผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงินตรงนี้ ในทางอาญา ก็ไม่ได้อยู่ในฐานะเป็นผู้สนับสนุน หรือ มีเจตนาทุจริตร่วมด้วยแต่อย่างใด […]

ทนายเกิดผล เปิดข้อกฎหมายกรณี ‘เจ้าบ่าวชิ่งงานวิวาห์’ ชี้ผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น

สืบเนื่องจากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เผยแพร่ภาพสดงานแต่งงานของตัวเอง โดยเจ้าสาวได้ขึ้นเวทีไปกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงานทั้งน้ำตาเพียงลำพัง เนื่องจากเจ้าบ่าวไม่มาร่วมงาน โดยภายหลังญาติเจ้าสาว ให้ข้อมูลว่า ทั้งสองฝ่ายมีการสู่ขอกันตามประเพณีปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นลางบอกเหตุว่าจะเบี้ยวงานแต่งงาน  (อ่านเพิ่มเติม : แฉ! เจ้าบ่าวชิ่งวิวาห์ จับได้มีกิ๊ก อ้างสินสอดไม่พอ ญาติฝ่ายชายเรียก 1ล้าน ยอมแต่งแทน (คลิป)) ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด เพื่ออธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้… การที่เจ้าบ่าวทิ้งงานวิวาห์ เป็นเรื่องของการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น การสมรส ที่กฎหมายรับรอง และคุ้มครองให้ มีได้กรณีเดียวคือ #การจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเท่านั้น การอยู่กินกันฉันสามีภรรยา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส แม้จะมีการจัดงานแต่งงานใหญโต เชิญแขกเหรื่อ มากมายแค่ไหน ในทางกฎหมายก็ถือว่า ไม่ใช่การสมรส แต่การสมรสตามกฎหมาย อาจมีการหมั้นหมาย ก็ได้ การหมั้น คือ การที่ฝ่ายชายส่งมอบทรัพย์ให้กับหญิงเพื่อเป็นสัญญาว่าทั้งสองฝ่ายจะสมรสกัน เมื่อหมั้นแล้ว ก็ต้องไปจดทะเบียนสมรส แต่ก่อนไปจดทะเบียนสมรสกัน อาจมีข้อตกลงกันอย่างใด ก็ได้ […]

ทนายเกิดผล ชี้ ‘โทษประหารชีวิต’ ไม่ลดอาชญากรรม แต่ทำให้อาชญากรลดลง

สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ โดยมีเนื้อหาระบุถึงการลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ นักโทษในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.55 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง โดยได้มีการทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อเวลา 15.00–18.00 น. โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาล (อ่านเพิ่มเติมที่ : ราชทัณฑ์ประหารนักโทษคนแรกในรอบ 9 ปี – เกิดผลชี้ ‘ปฎิญญาสากล’ ถูกยกเลิกอัตโนมัติ!!) ล่าสุด ทนายความเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการประหารชีวิตนักโทษ โดยระบุว่า ‘การประหารชีวิต ไม่ทำให้อาชญากรรมลดได้ แต่ทำให้อาชญากรลดได้’ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนในโลกออนไลน์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ออกแถลงการผ่านทางเว็บไซต์ amnesty.or.th และเพจเฟซบุ๊ก Amnesty International Thailand เพื่อขอคัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ (อ่านเพิ่มเติม : […]

เกิดผล ยัน ‘โทษประหาร’ ยังต้องมี เผยหากมองว่าป่าเถื่อน แล้วตอนฆ่าเหยื่อป่าเถื่อนหรือไม่!?

สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ โดยมีเนื้อหาระบุถึงการลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ นักโทษในคดีฆ่าผู้อื่นอย่างทารุณโหดร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.55 เหตุเกิดที่จังหวัดตรัง โดยได้มีการทำร้ายและบังคับให้เอาทรัพย์สิน รวมทั้งใช้มีดแทงผู้ตาย รวม 24 แผล เป็นเหตุให้เหยื่อถึงแก่ความตาย ซึ่งได้ดำเนินการเมื่อเวลา 15.00–18.00 น. โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาล (อ่านเพิ่มเติมที่ : ราชทัณฑ์ประหารนักโทษคนแรกในรอบ 9 ปี – เกิดผลชี้ ‘ปฎิญญาสากล’ ถูกยกเลิกอัตโนมัติ!!) ล่าสุดทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากไปร่วมพูดคุยกับ ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ นักสิทธิมนุษยชน และ อดีตเป็นประธานองค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ในประเด็น โทษประหาร ควรมี หรือ ยกเลิก หรือไม่ ซึ่งทางทางทนายเกิดผลมีความเห็นดังนี้… ผมยังยืนยันว่าควรมีไว้ แต่ ทาง ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ นักสิทธิมนุษยชน มองว่าเมืองไทย เป็นเมืองพุทธ ควรมีเมตตา […]

ทนายเกิดผล เปิดข้อกฎหมาย ‘จอดรถขวางหน้าบ้าน’ มีความผิดทางอาญา เสี่ยงโดนทั้ง ‘ปรับ-ติดคุก’

หลังจากเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งใช้สิ่งของทุบทำลายรถยนต์คันหนึ่งด้วยความไม่พอใจ ที่รถยนต์คันดังกล่าว มาจอดขวางทางเข้าออกหน้าบ้านของตน ล่าสุดทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า การจอดรถขวางประตูบ้านของผู้อื่น หรือแม้แต่การจอดขวางทางคนอื่นในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า ซึ่งถือว่าเป็นที่สาธารณะสถาน ถือว่าเป็นการกระทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ เพราะไม่สามารถนำรถเข้าหรือออกจากบ้าน หรือออกจากลานจอดไม่ได้ มีสิทธิ์ติดคุก 1 เดือน หรับเป็นเงิน 10,000 บาท โดยอ้างอิงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2518 อย่างไรก็ตาม ทนายเกิดผลได้แสดงความเห็นถึงกรณีที่เจ้าของบ้านใช้สิ่งของทุบทำลายรถยนต์คันดังกล่าวว่า ตัวเจ้าของเองก็ไม่มีสิทธิใช้กำลังทำลายทรัพย์สินของบุคคลอื่นโดยพลการ และหากกระทำก็ย่อมมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามกฎหมายอาญา

ทนายเกิดผล โพสต์แจง ไม่มี ‘บทกฎหมาย’ ให้ผู้พบเห็น ‘คนฆ่าตัวตาย’ แต่ไม่ห้าม ต้องรับความผิด

จากกรณีหญิงสาวแพร่ภาพไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ค ขณะกำลังถ่ายรูปอยู่บนสะพานพระราม8 จนกระทั่งปรากฏภาพหญิงสาวรายดังกล่าวกระโดดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า สาเหตุใดที่ทำให้หญิงสาวกระโดดลงไป และขณะนี้มีชะตากรรมเป็นอย่างไร (อ่านเพิ่มเติมที่ : ลุงเปิดใจหลานไลฟ์สดโดดสะพานผิดหวังรัก-วินจยย.ผวาคุกไม่ช่วยเพราะคาดไม่ถึง (คลิป)) ล่าสุดทนายความชื่อดัง เกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อตอบคำถามประเด็นที่สังคมกำลังตั้งข้อสงสัยว่า ถ้าเห็นคนกำลังจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีการกระโดดลงจากสะพาน แต่ไม่ห้าม แบบนี้ถือว่ามีความผิดหรือไม่ โดยทนายดังได้เปิดเผยว่า ไม่มีบทกฎหมาย ใดๆ ที่จะให้ผู้พบเห็นต้องรับผิด ในกรณีที่เห็นคนอื่นคิด หรือ กำลังจะทำร้าย หรือ ฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตาม แม้การไม่ห้าม จะไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่ทางทนายเกิดผลได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า หากบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่โดยตรง ตามสัญญา หรือ ตามกฎหมาย เช่น คอยดูแลผู้ป่วยโรคจิต ที่มีสัญญากับผู้ว่าจ้าง ว่า จะรับดูและป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายแก่ผู้ป่วย ถ้าคนกลุ่มดังกล่าวเห็นผู้ป่วยกำลังฆ่าตัวตาย แต่ไม่ช่วย จะต้องถือว่ามีความผิด เพราะเป็นการงดเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด

ไม่รู้ไม่เห็น! หนุ่มเจ้าของบัญชีปัดเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเงินสาวแบงก์

ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง เชิญตัวช่างซ่อมรถไปสอบปากคำ หลังปรากฏชื่อเป็นเจ้าของบัญชีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกพนักงานแบงก์แห่งหนึ่ง ให้โอนเงินกว่า 2 แสนบาท  วันที่ 1 ธ.ค.60 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เชิญตัว นายพูลสวัสดิ์ หรือ โย อายุ 37 ปี ชาว ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง อาชีพช่างซ่อมรถไปสอบสวน หลังมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ที่แก๊งคอลเซนเตอร์นำไปใช้โทรศัพท์หลอกพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งขณะพนักงานถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้โอนเงินได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนมีการเผยแพร่ในโลกโซเซียลออยู่ในขณะนี้ เบื้องต้น นายพูลสวัสดิ์ ให้การว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว แต่เคยได้ไปเปิดบัญชีธนาคารให้กับคนๆ หนึ่ง ซึ่งไม่ได้รู้จักกัน มาเจอกันโดยบังเอิญ ก่อนจะชักชวนมาเปิดบัญชีให้ โดยได้ค่าจ้าง 1,000 บาท ส่วนสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มบุคคลดังกล่าวได้เก็บไปทั้งหมด ซึ่งในวันที่ไปเปิดบัญชีกบัธนาคาร ก็มีคนไปเปิดบัญชีลักษณะดังกล่าวเหมือนตนอีก 3 คน โดยผู้ว่าจ่างระบุชัดเจนว่าต้องการบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้น ส่วนเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ธนาคารตอนเปิดบัญชี ผู้ว่าจ้างก็จะเตรียมมาให้ด้วย ทั้งนี้นายพูลสวัสดิ์ ได้ร้องขอให้ตำรวจ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนเองอีกด้วย  ขณะที่ พันตำรวจเอกกฤษดา พันธ์เกษม […]

เกิดผล โต้ทนายดัง ยัน ‘สาวแบงก์’ ไม่ผิด ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่

จากกรณีที่ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ โดยกล่าวว่ากรณีที่สาวแบงก์ได้ลวงให้มิจฉาชีพในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วนำข้อมูลมาเผยแพร่ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา154-155 ที่ห้ามมิให้บุคคลผู้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของลูกค้า (อ่านเพิ่มเติมที่ – ทนายดังเผย สาวแบงก์ส่อมีความผิด หลังล้วงข้อมูลคอลเซ็นเตอร์ โซเชียลถามกลับ…ทำไม กม. ทำร้ายคนดี!?) ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาความของทนายท่านดังกล่าว และขอโต้แย้งว่า การถูกหลอกเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ จึงไม่มีความผิดเกี่ยวกับ พรบ. สถาบันการเงิน พ.ศ 2551 ตามความเห็นของท่านทนายคนดังกล่าว แต่อย่างใด ที่มา – Facebook.com / เกิดผล แก้วเกิด

ฉะเดือด! ตร.ปทุมโต้ทนายดังไม่คิดแกล้งกรีดรถ – สิระแฉคลิปยิง ลูกความโยงคดียา (คลิป)

จากกรณีที่นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง พาผู้เสียหายคดีถูกตำรวจยิงรถเข้าขอความเป็นธรรมที่สภ.เมืองปทุมธานี ซึ่งหลังจากนั้นได้เดินทางมาที่สถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี เพื่อเข้าร่วมรายการต่างคนต่างคิด ทว่าเมื่อมาถึงปรากฏว่า รถเก๋งป้ายแดงของตนได้ถูกมือดีกรีดเป็นรอยยาว ซึ่งทนายเกิดผลเชื่อว่า รถถูกกรีดระหว่างที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถสภ.เมืองปทุมธานี ทั้งยังเชื่ออีกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวที่ตนกำลังให้ความช่วยเหลืออยู่ ต่อมาทนายเกิดผล ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมการการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี ทำให้ทราบข้อมูลว่า กล้องวงจรปิดซึ่งติดอยู่ในจุดที่ตนจอดรถภายในสภ. ถูกถอดออกไปซ่อมปรับปรุง (อ่าน: กรีดรถทนายดังคาโรงพัก หลังช่วยหนุ่มถูกตร.ล้อมยิงมั่วเจ็บ – เหยื่อลั่นเอาผิดยกชุด) โดยล่าสุดวันนี้ (7 ก.ค.) นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ได้เดินทางเข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองปทุมธานีไว้แล้วนั้น ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมการการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นตนได้บอกทนายเกิดผลไปว่า กล้องวงจรปิดทุกจุดในโรงพักถูกถอดออกเพื่อนำไปซ่อมแซมปรับปรุงตั้งแต่สองเดือนก่อน ซึ่งตอนนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ทนายท่านเป็นนักกฎหมาย ถ้ารู้ว่าเกิดเหตุที่สภ.เมืองปทุมธานี ก็ต้องเห็นรอยครั้งแรกที่นี่ แต่กลับไปเห็นที่อมรินทร์ทีวี ซึ่งตนได้ไปประสานผู้กำกับการสภ. แล้วว่าจะไปขอดูกล้องจุดต่าง ๆ ที่ทนายเดินทางไปจอดก่อนมาที่ สภ. รวมถึงกล้องจากทางอมรินทร์ ทีวีด้วย “ทนายพูดเช่นนี้ต้องรับผิดชอบเพราะทำให้องค์กรเขาเสื่อมเสีย และพูดทำนองว่ามีการกลั่นแกล้งของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นี่ […]

กรีดรถทนายดังคาโรงพัก หลังช่วยหนุ่มถูกตร.ล้อมยิงมั่วเจ็บ – เหยื่อลั่นเอาผิดยกชุด (คลิป)

จากกรณีที่มีผู้เสียหายได้นำหลักบานเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากทนายเกิดผล แก้วเกิด ว่าเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มตำรวจใช้อาวุธปืนกราดยิงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริเวณแยงบางคูวัด จนผู้เสียหายถูกลูกหลง ต้องเข้ารับการผ่าตัดแต่เมื่อนำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ ผู้เสียหายจึงต้องดิ้นรนหาพยานหลักฐานเอง ล่าสุด 6 กรกฎาคม 2560 นายบรรทกรณ์ อัศววงศ์อารยะ ผู้เสียหาย ได้เล่าเรื่องราวผ่านรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศเวลา 18.45 น. ว่า วันเกิดเหตุได้เดินทางมาทานอาหารที่ศูนย์การค้า แยกบางคูวัด จ.ปทุมธานี ขณะมาถึงและยังนั่งอยู่บนรถ ซึ่งรถคันดังกล่าวตนได้ขายต่อให้เพื่อนไปแล้ว ระหว่างนั้นเกิดเหตุคนยิงปืนใส่รถ ด้วยความตกใจจึงขับรถเลี้ยวออกไปซ้าย แต่ถูกยิงใส่จากด้านหน้า จึงเลี้ยวหักหลบกลับมา แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ยิงใส่เหมือนทั้งหัวและท้าย และได้รับบาดเจ็บที่แผ่นหลัง หากถามว่าทำไมจึงไม่ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในขณะนั้น นายบรรทกรณ์บอกว่า “หากเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงอุ่นใจ แต่หากทางเจ้าหน้าที่ยิงปืนใส่ก็คงอุ่นใจไม่ได้ เพราะไม่มีการแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ” พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่ตำรวจจับกุมได้ในคืนนั้นแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ไม่ได้นำรถซึ่งเป็นหลักฐานเข้ามอบให้กับเจ้าหน้าที่ เพราะตนยังติดต่อเพื่อนที่เป็นเจ้าของรถยังไม่ได้ ส่วนที่เพื่อนตนไม่เข้าแจ้งความเพราะเห็นว่าแค่เรื่องของตนก็ยังไม่มีความคืบหน้าเลย บรรทกรณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะขอฟ้อง เพราะไม่ยอมเจ็บฟรี และถ้าเจ้าหน้าที่จะมาขอโทษก็อยากให้รีบทำอย่ามัวช้า “กล้าทำก็ต้องกล้ารับ อย่าสู้เพื่อให้ตัวเองถูก ผมยืนยันว่าผมไม่ได้ผิด ผมไม่ได้ทำอะไร” ขณะที่ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ บอกว่า […]

ทนายดังชี้ หากด่าคนเป็นสัตว์เลี้ยนคลาน สัตว์สี่เท้า อาจติดคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดังได้โพสต์ข้อกฎหมายลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว @เกิดผล แก้วเกิด เพื่อเป็นความรู้แก่ชาวโซเชียลมีเดียว่า ด่าว่า อีเหี้ย อีสัตว์ อีควาย มีสิทธิ์ติดคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5257/2548 หากจำเลยด่าว่าผู้เสียหายว่า “อีเหี้ย อีสัตว์ อีควาย มึงคิดว่าเมียกูกินเงินไปหรือไง” และชี้มือไปที่ผู้เสียหาย ถ้อยคำดังกล่าวนอกจากจะเป็นคำหยาบคายแล้ว ยังมีลักษณะเป็นการเปรียบเทียบผู้เสียหายเป็นสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สี่เท้า และกล่าวหาผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายว่าภริยาจำเลยของจำเลยเอาเงินของกลุ่มแม่บ้านไปใช้เป็นการส่วนตัว ถ้อยคำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการดูหมิ่นผู้เสียหาย หลังจากทนายเกิดผลได้โพสต์ข้อความดังกล่าว ทำให้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กกดไลค์กว่า 5 หมื่นครั้ง และมียอดแชร์กว่า 3 พันครั้งภายในเวลาไม่นาน พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นและสอบถามข้อข้องใจเกี่ยวกฎหมายหมายข้อนี้อีกเป็นจำนวนมาก

ไม่ใช่แค่ห้ามนั่งท้ายกระบะ ทนายดังเผย ‘แคปรถกระบะ’ ก็ห้ามนั่งเช่นกัน!?

กลายเป็นประเด็นวิพากวิจารณ์ในวงกว้าง เมื่อมีคำสั่งใช้มาตรา 44 สั่งห้ามไม่ให้มีการโดยสารบนท้ายกระบะอย่างเด็ดขาด โดยมีการให้เหตุผลว่าในส่วนของท้ายกระบะนั้นมีไว้สำหรับบรรทุกสิ่งของเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ที่สำหรับนั่งโดยสาร เเละหากนั่งข้างในรถนั้นต้องเป็นที่นั่งที่มีที่คาดเข็มขัดเท่านั้น ไม่ให้มีผู้ใดไปนั้งเบียดเสียดกันเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นคำสั่งที่ขัดกับวิถีชีวิตปกติของผู้คนไปมาก โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องใช้รถกระบะในการบรรทุกเเรงงานจะได้รับผลกระทบโดยตรง ล่าสุด เกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงประเด็นกล่าวโดยระบุว่า…แม้การใช้งานจะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ แต่ตามกฎหมายระบุว่ารถกระบะมีแคป(ตอนครึ่ง) ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว ตัวหนังสือสีเขียวและจดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล ก็มีที่นั่งในห้องโดยสารเพียง 2 ที่คือคนขับกับผู้โดยสารข้างๆ เท่านั้น (เท่ารถมอเตอร์ไซด์ แต่เสียภาษีแพงกว่า) ต่างจากรถกระบะ 4 ประตู ป้ายทะเบียนขาว ตัวหนังสือสีดำ ที่จดทะเบียนเป็น ‘รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง’ ที่มา – Facebook.com / เกิดผล แก้วเกิด

keyboard_arrow_up