ช่วยประหยัด! กรมชลฯ วอนเกษตรกรทำนาตามแผน หวั่นขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง

วันที่ 9 ก.พ.61 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกัน 58,168 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 77 ของความจุเก็บกักรวมกัน โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 34,250 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 66 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2560 จำนวน 8,356 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 18,078 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 73 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม 11,382 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของปริมาณน้ำใช้การได้ กรมชลประทาน ได้วางแผนจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2560/2561(ระหว่าง 1 พ.ย. 60 –30 […]

ภาครัฐจัดให้! กรมทางหลวงชนบทนำยางพาราทำถนน รับน้ำหนัก-ลดอุบัติเหตุได้ดี

กรมทางหลวงชนบท สนับสนุนการใช้ยางพารามาเป็นส่วนผสมในโครงการก่อสร้างและซ่อมบำรุงถนน เพื่อสนับสนุนการใช้ยางพาราในประเทศให้มีปริมาณมากขึ้น วันที่ 1 ก.พ.61 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราในงานทางเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตเกษตรกร ในส่วนของกรมทางหลวงชนบท จึงได้มีการวิจัยและพัฒนางานทางเพื่อสนับสนุนการใช้ยางพารามาเป็นส่วนผสมในการก่อสร้าง หรือซ่อมบำรุงถนน สำหรับในปี 2561 กรมทางหลวงชนบท ได้นำยางพารามาใช้เป็นส่วนผสมในการก่อสร้าง งานซ่อมบำรุง งานอำนวยความปลอดภัย เป็นปริมาณยางดิบ จำนวน 10,202 ตัน และในปีนี้จะดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม โดยจะเพิ่มปริมาณการใช้น้ำยางพาราเพิ่มขึ้นอีก 10,060 ตัน ดังนั้นในปี 2561 จะใช้น้ำยางพาราดิบรวม 20,262 ตัน แบ่งเป็นโครงการต่างๆ รวม 1,340 โครงการ ซึ่งการนำยางพารามาเป็นส่วนผสมในการก่อสร้างหรือปรับปรุงถนน จะช่วยทำให้ถนนสามารถรับน้ำหนักจราจรได้สูงกว่า มีความต้านทานการเกิดร่องล้อได้ดี มีความต้านทาน การแตกร้าวจากความล้าสูง เพิ่มความฝืดเพื่อความขับขี่ที่ปลอดภัย ต้านทานการลื่นไถลได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางและรักษาเสถียรภาพของราคายางพาราภายในประเทศได้อีกทางหนึ่ง

เที่ยววิถีเกษตรริมโขง ชุมชนบ้านท่าขันทอง พร้อม2 เมนูเด็ด “ยำถั่วแปบ และ จอผักกาด”

ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้เราจะพาเที่ยววิถีเกษตรริมโขง ชุมชนบ้านท่าขันทอง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ชุมชนที่มีสายน้ำโขงหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชุมชนแห่งนี้ค่ะ อาชีพ ที่ส่วนใหญ่ของชาวชุมชนบ้านท่าขันทองนั้นประกอบอาชีพเกษตรกรรมค่ะ ปัจจุบันชาวบ้านได้มีการนำเรื่องของอาชีพและวิถีชีวิตของคนในชุมชนมาเป็นกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวพร้อมกันนี้ยังบริการโฮมสเตย์กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ ชุมชนบ้านท่าขันทองกันด้วยค่ะ และกิจกรรมดีๆในวันนี้โนก็จะขอพาคุณผู้ชมมากันที่สวนเสาวรสที่นอกจากจะปลูกสวนเสาวรสขายแล้วทางสวนยังได้มีการจัดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวโฮมสเตย์กันด้วยค่ะซึ่งกิจกรรมนั้นนักท่องเที่ยวก็จะได้เก็บผลเสาวรสสดๆเองจากมือแล้วยังสามารถซื้อกลับบ้านหรือแม้กระทั่งทานกันสดๆได้เลยหล่ะค่ะซึ่งเสาวรสที่ทางสวนปลูกนั้นก็ไม่ได้เพียงจะขายเป็นผลสดๆเท่านั้นแต่ทางสวนยังได้มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อเป็นการขยายการตลาดเพิ่มขึ้นค่ะ แต่ะแอ๊ะ..!! ไปถึงทั้งทีสองพิธีกรของเราก็จะไม่พลาดชิมเสาวรสสดๆจากสวนกันได้ยังไง..ซึ่งการทานเสาวรสสดๆจากสวนนั้นตามแบบฉบับวิธีของชาวชุมชนบ้านท่าขันทองนั้นก็ง่ายๆค่ะ เพียงแค่นำ พริก น้ำปลา และ น้ำตาล มาปรุงรสคลุกเคล้าให้เข้ากันในผลเสาวรสซึ่งโนต้องบอกว่ามีความอร่อยมากเลยหล่ะค่ะซึ่งถ้าใครแวะไปแถวนั้นโนแนะนำว่าต้องลองชิมให้ได้เลย ต่อด้วยกิจกรรมสบายท้องอย่างการชิมชาและคุ้กกี้จากถั่วดาวอินคา ที่ทั้งได้ประโยชน์และยังสามารถเรียนรู้ขั้นตอนต่างๆของการแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วยอีกหนึ่งกิจกรรมที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตของคนในสมัยก่อนได้ดีอย่างกิจกรรมทำข้าวกล้องจากมือ ทีได้พ่อปันและแม่ปั๋น มาสอนวิธีการทำข้าวซ้อมมือที่กว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดนั้นมีวิธีการอย่างไร พร้อมชิมน้ำข้าวกล้องอุ่นๆที่ปัจจุบันนั้นหาทานได้ยากจากฝีมือแม่ปั๋น ปิดท้ายวันด้วยการล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกวิวประเทศเพื่อนบ้านกลางรำน้ำโขงกับเรือขนาดใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นเวทีการแสดงกลางน้ำ ท่ามกลางพระอาทิตย์อัสดง และนอกจากกิจกรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตคนในชุมชนแล้วที่นี่ยังมีบริการบ้านพักโฮมสเตย์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเลือกพักได้อย่างสบายใจ ต้อนรับด้วยเมนูอาหารแบบฉบับชาวเหนือที่มีวัตถุดิบหลักเป็นผักพื้นบ้านที่แม่ครัวของเราวันนี้นนั้นพาออกมาเก็บกันสดๆถึงสวนกันเลยทีเดียวหล่ะค่ะ และในวันนี้แม่ครัวประจำโฮมเสตย์บ้านพริกหวาน ก็จะมาทำ 2 เมนูเด็ด อย่างยำถั่วแปบ ยำผักสไตล์ชาวเหนือและ จอผักกาด แกงที่มีผักกวางตุ้งเป็นวัตถุดิบหลักซึ่งรสชาติความอร่อยของเมนูอาหารเหนือจะอร่อยและน่าทานขนาดไหนนั้นและจะมีวิธีการปรุงรสอย่างไรต้องติดตามค่ะ โปรดติดตามได้ที่ “ตามอำเภอจาน” ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34    

ขอตามฝันก่อนหมดแรง! หนุ่มโรงงานยอมทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน หันมาใช้ชีวิตเกษตรกร

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีเจ้าของเพจเฟซบุ๊กชื่อ ไร่บีสิทธิ์ ได้โพสต์ข้อความเล่าประสบการณ์ของตัวเอง หลังจากทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนกว่า 17 ปี ก่อนจะตัดสินใจลาออก ยอมทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน และหันมาใช้ชีวิตเกษตรกรแบบเต็มตัว #ลาแล้วโรงงาน..ขอลาขาด วันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้ายของผมแล้ว หลังจากเป็นมนุษย์เงินเดือนมา 17 ปี (เริ่มทำงาน อายุ 15 ) …หลังจากนี้ไปผมก็เปลี่ยนมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวเเล้ว..อายุผมตอนนี้ 32 ปี ผมว่ากำลังเหมาะที่จะได้กลับไปพัฒนาบ้านอยู่กับครอบครัว..ดูแลพ่อแม่ ที่อายุก็เริ่มมาก..สุขใจที่ได้กลับไปอยู่บ้าน..ถึงแม้ใครๆจะบอกว่าเสียดายรายได้ตั้งสี่ห้าหมื่นต่​อ​เดือน​ กว่าจะได้ไม่น่าออก​ แต่ผมคิดดีแล้วว่า ถ้าไม่ออกตอนนี้จะให้ไปออกตอนอายุ 40-50 ก็คงมีแต่ใจ แรงคงหมดทำอะไรคงไม่ได้แล้ว ผมขอทำตามฝันตอนมีแรงหนุ่มดีกว่า .. ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆเพื่อนๆที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนและอยากกลับไปอยู่บ้าน..ให้วางแผนให้ดีๆเตรียมการเตรียมความพร้อมก่อนออกงานนะครับ..ขอให้ทุกคนโชคดีครับ. ปล.___ผมเตรียมความพร้อมมาแล้ว 4 ปีโดยใช้เงินเดือนที่เหลือจากใช้จ่ายแต่ละเดือน ส่งให้ที่บ้านดูแลให้ ..เริ่มแรกผมวางแผนและปลูกไม้ยืนต้น จากนั้นค่อยๆต่อยอดมาเรื่อยๆ..ก่อนออกงานผมก็หาตลาดและออเดอร์ไว้ พอออกงานก็ออกไปขายดีกว่าออกไปทำ นำเงินไปลงทุนอย่างเดียว(แบบนี้จะล้มเอา) ผมเดินทาง ไป-กลับ ระยอง-เลย ทุกเดือนตลอด2 ปีมานี้เพื่อเตรียมความพร้อม..#ออกไปขายและต่อยอดสิ่งที่ทำมา ….ผมออกงานครั้งนี้ ผมออกไปไม่ได้เอาทุนไปลงทำเกษตรแบบเริ่มต้น แต่ผมออกไปขายสินค้าผลผลิตที่มีออเดอร์ของลูกค้าที่สั่งจอง ผมค้างส่งมาหลายเดือน ทั้งๆที่ยังไม่ได้เปิดขาย #ผมใช้หลักการ”ตลาดนำผลิต” #ติดตามผมได้ที่ #เพจไร่บีสิทธิ์

สมบูรณ์ที่สุดในภาคใต้! ชาวบ้านปรับดินปลูกผักพบเตาเผาเครื่องเคลือบโบราณ

ชาวบ้านปรับพื้นที่ปลูกผักสวนครัว พบเตาเผาเครื่องเคลือบโบราณอายุหลายร้อยปี ขณะที่ สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราชเตรียมเข้าศึกษา พบสภาพสมบูรณ์เป็นจุดแรกของภาคใต้ เตาเผาเครื่องเคลือบโบราณนี้ ถูกพบที่บริเวณหลังบ้านของนายสุรพล สงวนแสงและนางสมใจ สงวนแสง ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ 5 ตำบลท้ายสำเภา อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช นายสุรพล เล่าว่า ได้พบ เตาเผาเครื่องเคลือบโบราณ ตอนที่ตนเองจะปรับพื้นที่เอาจอมปลวกของขนาดใหญ่ออก เพื่อปลูกผักสวนครัว แต่เมื่อขุดพบ เตาเผาเครื่องเคลือบโบราณนี้  ก็ค่อยๆ ขุดอย่างละเอียดและตกแต่งนำมูลดินออกอย่างเบามือ ทำให้สภาพเตายังมีความสมบูรณ์มาก เมื่อนำขึ้นมาดูมีลักษณะเป็นเตาดินเผาภายในไม่มีเครื่องเคลือบหลงเหลือ ซึ่งชาวบ้านแถวๆ นี้ ต่างระบุว่าไม่เคยพบลักษณะเช่นนี้มาก่อนในชุมชนย่านนี้ ทางด้าน นายอาณัฐ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราชระบุว่าเจ้าหน้าที่โบราณคดีได้เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเป็นเตาเผาเครื่องปั้นดินเผาโบราณขนาดเล็ก ใช้เทคนิคแบบจีน เตาลักษณะเช่นนี้พบมากในช่วงยุคสุโขทัย อยุธยา ประเมินเบื้องต้นนั้นมีอายุหลายร้อยปี มีลักษณะเดียวกับเตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี และเตานี้ถือว่ามีลักษณะที่สมบูรณ์ที่สุดที่พบในภาคใต้ แต่ข้อสังเกตคือเตามีขนาดเล็ก ซึ่งจะใช้สำหรับการเผางานเครื่องปั้นแบบปราณีต และน่าจะเป็นงานศิลปะชั้นสูง เชื่อว่าเหตุที่ไม่มีเครื่องเคลือบหลงเหลืออยู่นั้น เป็นเพราะงานเผาที่ออกมามีความสมบูรณ์ถูกนำออกไปหมดก่อนทิ้งเตาให้ร้างไป จนมาค้นพบ และต้องชื่นชมผู้ค้นพบที่รักษาเตาไว้ได้อย่างสมบูรณ์มาก แทบไม่เสียหายเลย โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าไปทำการศึกษาละเอียดอีกครั้ง

ได้ไม่คุ้มเสีย! พบนกหายากใกล้สูญพันธุ์ ติดตาข่ายเกษตรกรตายหลายชีวิต

อาจเป็นภาพชินตาสำหรับใครหลายๆ คนที่เห็นการกางตาข่ายบนพื้นที่การเกษตร เพื่อป้องกันการรบกวนของแมลงและนกบางชนิดที่อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิต แต่ขณะเดียวกัน…วิธีดังกล่าวก็อาจสร้างผลกระทบต่อสัตว์ที่ไม่เพียงจะไม่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังเป็นประโยชน์ทางอ้อมต่อเกษตรกรด้วย อย่างเช่นกรณีล่าสุดที่ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nick Upton ได้โพสต์ภาพของนกจาบปีกอ่อนอกเหลือง (Yellow breasted Bunting) นกหายากที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically endangered) ติดตาข่ายตายหลายตัวในพื้นที่การเกษตรของตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จากข้อมูลพบว่าสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ได้ระบุให้นกจาบปีกอ่อนอกเหลืองมีชื่ออยู่ในบัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (Red List) เนื่องจากในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ประชากรของนกชนิดนี้ลดลงกว่า 80% และเพราะว่าสาเหตุหลักนั้นมาจากการถูกดักจับในช่วงการอพยพย้ายถิ่น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นกชนิดดังกล่าวเคยได้รับผลกระทบจากการอพยพข้ามประเทศจีนในช่วงฤดูหนาวอย่างหนัก เพราะพวกมันถูกดักจับมาปรุงอาหาร เพราะชื่อว่ามีคุณสมบัติเป็นยาโด๊ป แม้ว่าทางการจีนจะขึ้นทะเบียนปกป้องนกอพยพชนิดนี้ และมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืน โดยปรับเป็นเงินสูงถึง 100,000 หยวน หรือราว 500,000 บาทแล้วก็ตาม ที่มา – Facebook.com : Nick Upton / wikimedia.org

‘ส้มบางมด’ ส้มของพ่อหลวง กับการอนุรักษ์สายพันธุ์และที่ดินทำกินแก่เกษตรกรไทย (คลิป)

ส้มบางมด ส้มทีมีลักษณะแป้น เปลือกบาง ผิวมีลายคล้ายฝีน้ำหมาก ปอกง่าย รสชาติหวานอมเปรี้ยว ซึ่งครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสให้เกษตรกรในชุมชนพื้นที่บางมดรักษาพันธุ์ส้มท้องถิ่นนี้เอาไว้ เมื่อครั้งเสด็จมาตัดลูกนิมิตที่วัดทุ่งครุ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2521 อำพล ขวัญบัว เกษตรกรผู้ปลูกส้มบางมด เมื่อได้ยินพระราชดำรัสนั้น ก็ตั้งใจว่าจะอนุรักษ์ส้มสายพันธุ์นี้เอาไว้ให้อยู่คู่คนไทยตราบนานเท่านาน แม้บางครั้งจะเจอปัญหาที่ทำให้ความตั้งใจหยุดชะงักลงบ้าง ทั้งปัญหาน้ำทะเลหนุน ความเจริญของเมือง ที่นำมาสู่การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ส่งผลเสียต่อสภาพอากาสและน้ำ จนบางครั้งท้อและถอดใจ แต่เมื่อนึกถึงพระราชดำรัสของพระองค์ท่านแล้วก็รู้สึกหายเหนื่อย และพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้ทุกครั้ง นอกจากการทำสวนส้มแล้ว อำพลยังใช้แนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ในการทำสวนผสมผสานรวมปลูกพืชอื่นๆ เช่น มะละ กล้วยน้ำว้า มะนาว ฝรั่ง อยากกกินอะไรก็ปลูก และใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต เปรียบได้ดั่งการเดินตามรอยพระองค์ท่าน ด้วยพระราชดำรัสที่ทรงอยากให้เกษตรกรอนุรักษ์พันธุ์ส้มบางมดในวันนั้น เหมือนเป็นพรอันประเสริฐ และขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกร ในการอนุรักษ์ส้มเขียวหวานบางมดให้คงอยู่ และยังเป็นการช่วยรักษาผืนดินทำกินให้กับชาวสวนบางมด มาจวบจนถึงปัจจุบันนี้

รู้จัก ‘นมวัว’ กล่องแรกของชาวไทย จากน้ำพระราชหฤทัยของ ‘ในหลวง ร. 9’

คนในยุคนี้ส่วนใหญ่แล้วย่อมได้มีโอกาสดื่มนมกันมาตั้งแต่เด็ก แต่รู้กันหรือไม่ ว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศได้มีโอกาสทานอาหารที่มีประโยชน์อย่าง ‘นมวัว’ นั้น เกิดขึ้นจากน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เดอะแชร์ เก้าอี้มีเรื่อง จะพาไปย้อนรอยความเป็นมาของ ‘นมกล่องแรก’ ของเมืองไทย กับแขกรับเชิญ จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม, คิมม่อน วโรดม เข็มมณฑา และชมพู่ ก่อนบ่าย อาชีพการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยนั้น เริ่มจากเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยื่อนประเทศเดนมาร์กในปี พ.ศ. 2503 ได้เสด็จทอดพระเนตรกิจการฟาร์มโคนม และทรงสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยทรงเล็งเห็นว่า อาชีพการเลี้ยงโคนม จะทำให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่ดี มีคุณค่า และเกษตรกรได้มีอาชีพที่มั่นคง เมื่อเสด็จนิวัติประเทศไทย รัฐบาลและประชาชนชาวเดนมาร์ก จึงทูลเกล้าถวายโครงการเลี้ยงโคนมเพื่อสืบสานพระราชปณิธานเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตน้ำนมหยดแรกในประเทศไทยนั่นเอง โครงการเลี้ยงโคนมดังกล่าว ได้ออกมาในรูปแบบขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค) ภายใต้ชื่อแบรนด์ ไทย – เดนมาร์ก หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า นมวัวแดง เนื่องจากบนกล่องมีรูปคู่วัวแม่ลูกสีแดง ที่ต้องเป็นนมวัวแดงก็มาจากโคนมพันธุ์แรกที่เลี้ยงในเมืองไทยนั้น คือวัวแดง พันธุ์เร้ดเดน (Redden) ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเลี้ยงพันธุ์ขาว-ดำ หรือพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน (Holstein Friesian) […]

เที่ยวชุมชนอ่าวน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ “ภายใต้แนวคิด ความสุข และสุขภาพ” พร้อมกับเมนูเด็ดน่าลอง “แกงส้มสับปะรด และ ผัดเปรี้ยวหวาน”

  ตามอำเภอจานสัปดาห์นี้จะพาไปรู้จักกับ ชุมชนตำบลอ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรที่ยึดหลักเศษรฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ปลูกพืชผักผลไม้แบบไม่ใช้สารเคมี เน้นความปลอดภัยทั้งตัวเกษตรเอง และผู้บริโภค เราจะมาเริ่มการเดินทางกันครั้งนี้กันที่ “ไร่ดินไทย” แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของความเป็นชาติ ทั้งในเรื่องของพื้นที่ และอาหารการกิน  สุขแรก กับการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยชุดผลไม้ออร์แกนิคหลากหลายชนิด ที่พร้อมเสิร์ฟให้นักท่องเที่ยวได้ชิม ก่อนที่จะได้เข้าสวน ชม และชิมผลิตไม้กันแบบสดๆจากต้น  และเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองผลไม้ที่รสชาติดี และปราศจากสารเคมี ดีต่อใจ ดีต่อกาย ซึ่ง”บ้านไร่ดินไทย” นั้นเป็นไร่ที่ปลูกพืชผักสวนครัวแบบไม่ใช้สารเคมีค่ะ ผลไม้ต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้วย มะพร้าว ขนุน และอื่นๆอีกมากมายซึ่งบอกได้เต็มปากเลยค่ะว่าสดๆจากไร่กันเลยทีเดียว มาถึงที่นี่ทั้งทีก็ต้องขอชิมผลไม้สดๆจากต้นกันหน่อย และมาอร่อยสนุกไปกับการเก็บมัลเบอร์รี่สดๆจากสวนที่นักท่องเที่ยวนั้นสามารถเก็บเองได้เลยค่ะในราคาเพียงกล่องละ 50 บาท ณ ไร่บอกรักต้องบอกเลยค่ะว่าของเค้าดีจริงๆ แต่สวนแห่งนี้ไม่เพียงแต่ปลูกมัลเบอร์รี่สดๆขายเท่านั้นนะค่ะทางกลุ่มของเกษตรกรยังมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์มัลเบอร์รี่เป็นแยมมัลเบอร์รี่กันด้วยค่ะแต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ทางสวนได้กระซิบบอกมาค่ะว่าที่นั้นยังมีบริการอาหารทะเลสดซึ่งขอบอกเลยค่ะว่าสดใหม่วันต่อวันส่งตรงมาจากอ่าวคั่นกระได หลังจากนั้นก็แวะเข้าสวนสับปะรด เพื่อหาวัตถุดิบสำคัญของความอร่อย ที่มีถึง 2 เมนู นั่นคือ แกงส้มสับปะรด และผัดเปรี้ยวหวาน  กับความรู้และเทคนิคการเลือกสับปะรดสำหรับนำมาทำอาหารแต่ละประเภท เอาหล่ะค่ะเมื่อได้วัตถุดิบมาครบแล้วก็ได้เวลาปรุงอาหารกับพริกแกงรสจัดจ้านสูตรแม่ครัวประจำไร่ดินไทย กับสูตรพริก 3 อย่าง อร่อยเด็ดเผ็ดร้อนตัดกับรสเปรี้ยวอมหวานของสับปะรด และความสดของปูกุ้ง และปลา ที่ส่งตรงจากอ่าวคั่นกะได […]

ก.เกษตรฯ ชง ครม.ของบกลางฟื้นฟูเกษตรกรเหยื่ออุทกภัย เผยมีนาข้าวเสียหายกว่า 5 ล้านไร่

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 ส.ค. 60 มีวาระสำคัญคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมสรุปรายงานตัวเลขความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยของพื้นที่เกษตร 39 จังหวัด พร้อมเสนอของบประมาณกลาง เพื่อนำมาฟื้นฟูเกษตรกร ทั้งนี้ จะเข้าไปช่วยเหลือด้านนาข้าวที่ได้รับผลกระทบ 5.3 ล้านไร่ ซึ่งจะเสียหายสิ้นเชิงหรือไม่อยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่เสียหายจริง โดยกระทรวงจะไม่แจกเมล็ดพันธุ์เพื่อให้ปลูกต่อเพราะไม่ทันฤดูกาลปลูก ดังนั้น จะช่วยเหลือโดยให้เกษตรกร รวมกลุ่มทำโครงการสร้างรายได้ร่วมกัน ในขณะที่ด้านปศุสัตว์ และด้านประมง จะเยียวยาช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ไม่ต้องของบเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ หลังจาก คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรีแล้ว ในวันนี้ หลังประชุมคณะรัฐมนตรี เวลาประมาณ 14.00 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะมีการเรียกประชุมอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปหารือถึงแนวทางบูรณาการการทำงานร่วมกันต่อไป ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ด้านกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยมีสาระสำคัญ […]

ครม.ไฟเขียว อนุมัติงบ 521.86 ล้านบาท เยียวยาเกษตรที่ประสบอุทกภัย

วันนี้ (2พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในกรอบวงเงิน 521.86 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 59/60 กรณีได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.59 ครม.มีมติเห็นชอบหลักการช่วยเหลือเกษตรผู้ประสบอุทกภัยกรณีที่ได้รับผลกระทบในอัตราครัวเรือนละ 3 พันบาท เป็นกรอบวงงินงบประมาณ 4,835.60 ล้านบาทไปแล้ว แต่ยังไม่รวมกรอบวงเงินที่จะช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบในระยะต่อไปจนสิ้นสุดฤดูฝน ด้วยเหตุนี้หลังจากที่คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ได้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของเกษตรกรที่ขอรับการช่วยเหลือเยียวยาในเขตพื้นที่การให้ความช่วยเหลือผู้ประภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.59-28 ก.พ.60 จำนวน 64 จังหวัดนั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มี.ค.60) พบว่า มีเกษตรกร 1,785,821 ครัวเรือน วงเงิน 5,357.46 ล้านบาท ดังนั้น […]

keyboard_arrow_up