“เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ทรงรับสองลูกพะยูนเกยตื้น “มาเรียม-ยามีล” ไว้ในพระอุปถัมภ์

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์ข้อความสุดปลาบปลื้มใจสำหรับปวงชนชาวไทยว่า… สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อให้แก่พะยูนที่เกยตื้นตัวล่าสุด “ยามีล” และ ทรงรับพะยูนทั้ง 2 ตัว ไว้ในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังฯ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อให้แก่ลูกพะยูนเกยตื้นตัวล่าสุด ที่จังหวัดกระบี่ว่า “ยามีล” เป็นภาษายาวี มีความหมายว่าชายรูปงามแห่งท้องทะเลและทรงรับลูกพะยูนมาเรียมและลูกพะยูนยามีลไว้ในโครงการ “อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์” วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ร่วมกับกองทัพเรือ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับสนองพระดำริฯ จัดแถลงข่าวขึ้น ครั้งนี้เมื่อเวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมลำแพน ชั้น 9 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำหรับ โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ […]

พิษพายุ! โลมาหัวบาตร ถูกซัดเกยหาดขนอม หลังปาบึกพัดผ่าน

หลังจากซัดกระหน่ำจนทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ภาคใต้ ล่าสุดวันที่ 5 มกราคม 2562 กรมอุตุนิยมวิทยา เผยประกาศเมื่อเวลา 04.00 น. ระบุว่า พายุโซนร้อนปาบึก มีศูนย์กลางอยู่บริเวณอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ หรือที่ละติจูด 8.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 98.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบและความสูญเสียจากพายุโซนร้อนปาบึกแล้ว สัตว์ป่าเองก็ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาตินี้เช่นกัน โดยล่าสุดได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ หนุ่ย หยาดน้ำค้าง ได้โพสต์ภาพของโลมาหัวบาตร ที่ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบริเวณหาดขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากพายุโซนร้อนปาบึกที่พัดขึ้นฝั่งในช่วงเย็นของวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา

วาฬนำร่อง กว่า 145 ตัวเกยตื้นตายบนชายหาดนิวซีแลนด์

วานนี้ (25 พ.ย.)  สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของนิวซีแลนด์เปิดเผยว่าพบวาฬนำร่อง 145 ตัวนอนเกยตื้น ตายเกลื่อนบริเวณชายฝั่งของเกาะสจวร์ตในนิวซีแลนด์ ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ราว 30 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่คาดว่าฝูงวาฬเหล่านี้น่าจะเกยตื้นบริเวณชายหาดมาเป็นเวลา 1 วันแล้ว และเปิดเผยว่าในช่วงที่เดินทางไปถึงเกาะก็พบว่ามีวาฬกว่า 70ตัวที่ตายแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจการุณยฆาตวาฬที่เหลือ เนื่องจากสภาพอาการของวาฬไม่ค่อยดีนัก และไม่สามารถเคลื่อนย้ายวาฬทั้งหมดลงน้ำได้ ทั้งนี้ เหตุวาฬเกยตื้นมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในนิวซีแลนด์ โดยในแต่ละปีจะมีเหตุในลักษณะนี้ถึง 85 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวาฬเพียงแค่ตัวเดียว ไม่ค่อยพบวาฬเกยตื้นเป็นฝูง ส่วนสาเหตุที่ทำให้วาฬเกยตื้นยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งอาจเกิดจากความเจ็บป่วย กระแสน้ำ สภาพอากาศ และสัตว์นักล่า ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

วาฬสเปิร์มเกยตื้นตายบนหาดอินโดฯ พบขยะพลาสติกเต็มท้อง

พบวาฬสเปิร์มขนาดใหญ่ที่มีความยาวลำตัวถึง 9.5 เมตร ตายใกล้ชายหาดเกาะกาโปต้า ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย รายงานข่าวซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติวากาโตบิ ของอินโดนีเซียระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่า วาฬสเปิร์มตัวนี้ มีปริมาณขยะพลาสติกเกือบ 6 กิโลกรัม ซึ่งรวมถึงถ้วยน้ำพลาสติก 115 ใบ ถุงพลาสติก กระเป๋า และรองเท้าแตะอยู่ในท้อง อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ยังไม่สรุปว่า ขยะทั้งหมดที่ถูกพบในท้องของวาฬตัวนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้มันตายจริงหรือไม่ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา วาฬไพล็อตตัวหนึ่งได้ตายลงในน่านน้ำของไทย ซึ่งจากการตรวจสอบของทีมสัตวแพทย์ไทย พบสาเหตุว่า ขยะพลาสติกกว่า 80 ชิ้นในท้องของมันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

มาไงหว่า!? เมียนมาเป็นงง เมื่อจู่ๆ เรือปริศนาโผล่เกยตื้น หลังสาบสูญไปกว่า 9 ปี

เหตุการณ์แปลกๆ นี้ถูกเผยแพร่ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กชื่อ Yangon Police ที่อ้างว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กองทัพเรือของเมียนมา ได้เข้าตรวจสอบเรือสินค้าขนาดใหญ่ลำหนึ่งที่เข้ามาเกยฝั่งที่บริเวณเมืองโตนกวะ ของเขตนครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา และพบว่าเรือปริศนาลำดังกล่าว มีชื่อว่า Sam Ratulangi PB 1600 ซึ่งมีธงชาติของประเทศอินโดนีเซียติดอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า บนเรือลำดังกล่าวไม่พบร่องรอยว่ามีลูกเรือหรือสินค้าใดๆ อยู่เลย ทั้งยังมีรายงานอีกว่าเรือลำนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2001 มีความยาวประมาณ 177 เมตร โดยครั้งสุดท้ายที่มีการบันทึกคือ เรือลำดังกล่าวเดินทางออกมาจากชายฝั่งของไต้หวันเมื่อปี 2009 (พ.ศ. 2552) ก่อนจะหายสาบสูญไปเป็นเวลานานถึง 9 ปี กระทั่งมาปรากฏที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งตามรายงานของเอเอฟพี ระบุว่า ครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการพบเรือผีที่น่านน้ำของประเทศเมียนมา

เผยนาทีช่วยเหลือ ‘เต่าตนุ’ เกยตื้น แต่ไม่รอดเพราะขยะพลาสติกเต็มท้อง

จากกรณีการตายของวาฬนำร่องที่จากเพราะมีเศษขยะพลาสติกหนักกว่า 8 กก. อยู่ในท้องและลำไส้ (อ่านเพิ่มเติม : น้ำมือมนุษย์!! เผยผลชันสูตร ‘วาฬนำร่อง’ พบขยะพลาสติกกว่า 8 กก. ในท้อง) ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์จากเพจเฟซบุ๊ก ReReef ซึ่งได้เผยแพร่ภาพการช่วยเหลือเต่าตนุตัวหนึ่งที่มาเกยตื้นบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่วันที่4 มิถุนายน แต่หลังเจ้าหน้าที่พยายามช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ สุดท้ายเต่าตัวนี้ก็เสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ก่อนวันทะเลโลก ทั้งนี้ทางเพจดังกล่าวได้เปิดเผยสาเหตุการตายของเต่าตัวดังกล่าว โดยระบุว่าทีมสัตวแพทย์ของศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้ทำการชันสูตรผ่าซากเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต และพบว่าภายในกระเพาะอาหารพบขยะพลาสติกจำนวนมาก โดยเฉพาะพลาสติกขนาดเล็กเช่น หนังยาง เชือกฟาง เชือกไนลอน ถุงพลาสติก เศษพลาสติกและเศษเครื่องมือประมง

นาทีระทึก! ชาวบ้าน-ชุดกู้ภัยฯ ภูเก็ต ช่วยเหลือ ‘โลมาแถบ’ เกยตื้น

เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำ กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจน้ำภูเก็ต เข้าช่วยเหลือโลมาไม่ทราบชนิดเกยตื้นบริเวณหน้าหาดกมลา ใกล้สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี หรือ สวนสาธารณะอนุสรณ์สึนามิกมลา ม.3 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่สามารถระบุชนิดและเพศได้ โดยโลมาอยู่ในอาการอ่อนแรง หายใจช้า มีอาการชักเกร็งเป็นระยะ ชาวบ้านช่วยเหลือด้วยการพยุงตัวไว้ในน้ำเพื่อรอเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำฯ จึงได้ประสานไปยังสัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน แหลมพันวา ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เพื่อสอบถามแนวทางดำเนินการ ซึ่งสัตวแพทย์กลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเคลื่อนย้ายโลมาไปส่งศูนย์วิจัยฯ อย่างเร่งด่วน พร้อมให้คำแนะนำขั้นตอนในการช่วยเหลือผ่านทางโทรศัพท์เป็นระยะ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางน้ำฯ ได้เร่งทำการเคลื่อนย้ายโลมาจากชายหาดขึ้นรถยนต์กระบะของ อบต.กมลา ออกเดินทางไปส่งยังกลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ ศูนย์วิจัยฯ ซึ่งในระหว่างทางที่เคลื่อนย้าย โลมาตัวดังกล่าวอยู่ในอาการตกใจ มีอาการชักเกร็งบ่อยครั้ง ต้องใช้วิธีการกดนวดหัวใจช่วย กระทั่งเดินทางไปถึงที่ศูนย์วิจัยฯ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที ก่อนทำการลำเลียงลงบ่ออนุบาล เพื่อให้สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายากทำการดูแลต่อ โดยเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทำการพยุงโลมาไว้ในน้ำ ก่อนที่สัตวแพทย์ทำการตรวจร่างกาย ฉีดยาปฏิชีวนะและยาบำรุง ก่อนเฝ้าสังเกตุอาการตลอด 24 […]

ฝูงวาฬ เกยตื้นหมู่กว่า 150 ตัวบนชายหาดออสเตรเลีย สาเหตุยังปริศนา

เกิดเหตุวาฬนำร่องครับสั้น (short-finned pilot whales) 150 ตัวเกยตื้นที่ชายหาดอ่าวฮาเมลิน ทางตอนใต้ของเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบและช่วยเหลือ ก่อนปิดอ่าวเพราะเกรงอันตรายจากฉลามที่จะตามมากินซาก โดยพบวาฬตายกว่า 135 ตัว รอดเพียง 15 ตัวเท่านั้น ปกติแล้ววาฬนำร่องครีบสั้นอาศัยอยู่ในเขตร้อน ซึ่งมักอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อเกิดการเกยตื้นจึงเกยตื้นด้วยกันยกฝูง ทั้งนี้สาเหตุของการเกยตื้นครั้งนี้ยังเป็นปริศนา โดยเหตุการณ์วาฬเกยตื้นหมู่ที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียเกิดขึ้นมืองดันสโบโรห์ ในปี 1996 มีวาฬนำร่องครีบยาวเกยตื้นทั้งหมด 320 ตัว และรอดชีวิตเพียง 20 ตัวเท่านั้น ขอบคุณ AFP / ภาพ Social Media via Reuters

ร่วมด้วยช่วยกัน! นทท.-ปชช.บราซิล รวมพลังช่วย ‘วาฬหลังค่อม’ ขึ้นมาเกยตื้นกลับสู่ทะเล

นักท่องเที่ยวบนชายหาดบราซิลรวมพลังกันช่วย “วาฬ” ตัวใหญ่ที่ขึ้นมาเกยตื้น สุดท้ายก็สามารถส่งมันกลับลงทะเลได้สำเร็จ วาฬหลังค่อมตัวนี้ขึ้นมาเกยตื้นบนชายหาดไปรอา ราซา ในรัฐรัฐรีโอ เด จาเนโร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล ทำให้คนที่อยู่แถวนั้นหลายร้อยคนต้องรวมพลังกันช่วยชีวิตมัน บางคนเอาน้ำราดตัว บางคนก็ช่วยขุดทรายรอบ ๆ ตัวมันให้ขยับได้ มีการใช้รถแบคโฮ 2 คันเข้ามาช่วยขุดทรายด้วย สุดท้ายความพยายามบวกกับช่วงน้ำขึ้นทำให้วาฬกลับลงทะเลได้อย่างสวัสดิภาพ หลังจากเกยตื้นอยู่นานนับวัน มองด้วยตาเปล่าแล้วก็ไม่เห็นบาดแผล หรือร่องรอยการปะทะบนตัววาฬ แค่มีอาการหายใจติดขัด เบื้องต้นก็เลยคาดว่าวาฬตัวนี้คงพลัดหลงจากฝูง เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูอพยพของวาฬหลังค่อม จากการประเมินของนักชีววิทยาแล้ววาฬตัวนี้ยังมีอายุน้อย มีความยาว 13.7 เมตร หนักประมาณ 10-15 ตัน.

จนท.เร่งช่วย ‘พะยูน’ ถูกอวนรัดบาดเจ็บ คลื่นซัดมาเกยหาดเกาะพีพี

เมื่อกลางดึก เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานเกาะพีพี พร้อมเครือข่ายกลุ่มพิทักษ์พีพี ให้การช่วยเหลือ “พะยูน” ที่ถูกคลื่นพัดมาติดบริเวณชายหาดโละดาลัม เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง กระบี่ เป็น  พะยูน เพศผู้ น้ำหนักประมาณ 130 กิโลกรัม ความยาว 1.83 เมตร มีอาการอ่อนแรง ว่ายน้ำไม่ได้ ตามลำตัวมีบาดแผลจำนวนมาก คล้ายถูกอวนรัดมาหลายวัน โดยมีนายสัตว์แพทย์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่พีพีได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ฉีดยาปฏิชีวนะและนำส่งศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งทะเลอันดามัน อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต ส่วนสาเหตุคาดว่าพยูนตัวดังกล่าวติดอวนชาวประมง แต่หลุดมาได้ได้รับบาดเจ็บหลายวัน ทำให้ว่ายน้ำไม่ได้ถูกคลื่นพัดมาขึ้นชายหาดสำหรัในพื้นที่จังหวัดกระบี่มีฝูงพะยูนหากินอยู่ในบริเวณเกาะศรีบอยาเกาะจำอำเภอเหนือคลองพื้นที่รอยต่อกับอำเภอสิเกาจังหวัดตรังซึ่งมีแหล่งหญ้าทะเลที่สมบูรณ์.

ชมคลิปช่วยวาฬเกยตื้นล้มเหลวที่ออสเตรเลีย สุดท้ายต้องวางยาให้ตาย

ทางการท้องถิ่นในรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย ตัดสินใจวางยาปลิดชีพวาฬหลังค่อมตัวหนึ่งให้มันเสียชีวิตในวันเสาร์ (10 มิ.ย.) หลังจากที่มันหลงทางมาเกยตื้นอยู่บนชายหาดแห่งหนี่งทางตะวันออกของออสเตรเลียนานกว่า 1 วัน ขณะที่ความพยายามในการช่วยเหลือให้มันได้กลับลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกก็ประสบความล้มเหลว   รายงานข่าวระบุว่า วาฬหลังค่อมเพศผู้ตัวนี้เกิดพลัดหลงเส้นทางในระหว่างที่มันกำลังอพยพไปยัง “น่านน้ำที่อุ่นกว่า” ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย  และการหลงทางครั้งนี้ส่งผลให้มันมาเกยตื้นที่ชายหาดซอว์เทลล์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ตั้งแต่วันศุกร์ (9 มิ.ย.)   หลังข่าวพบวาฬหนุ่มตัวนี้เกยตื้นถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาพลเมืองดีจิตอาสา ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพิทักษ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติประจำรัฐนิวเซาท์เวลส์    ได้รุดเข้ามาดูแลเจ้าวาฬเคราะห์ร้ายตัวนี้  แม้สภาพของมันจะอิดโรยและย่ำแย่ลงเรื่อยๆ   อย่างไรก็ดี แผนการช่วยเหลือให้มันได้กลับลงสู่มหาสมุทรมีอันต้องล้มเลิกไป เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ และคลื่นลมที่รุนแรง   เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตัดสินใจวางยาให้มันตาย  แทนการปล่อยให้มันทรมานอยู่บนชายหาดต่อไป   ทั้งนี้ ข้อมูลจากบรรษัทกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติออสเตรเลีย (เอบีซี) คาดการณ์ว่า ในแต่ละปี   จะมีวาฬหลังค่อมราว 30,000 ตัว ว่ายผ่านน่านน้ำของออสเตรเลียเป็นประจำทุกปี คลิปวิดีโอ ขอบคุณ News Compass

จนท.เร่งพิสูจน์ซาก ‘วาฬบรูด้า’ เพศผู้ อายุ 10 ปี เกยฝั่งชายเลนในสภาพเน่าเปื่อย

ทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อ่าวไทยฝั่งตะวันออก (จ.ระยอง) พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันผ่าพิสูจน์ซากวาฬบรูด้าขนาดใหญ่ หลังจากถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยฝั่ง บ้านคลองปลาดุก ม.3 ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่ค่อยปรากฏสัตว์ทะเลน้ำลึกขนาดใหญ่ เข้ามาเกยฝั่งทะเลแถบนี้ โดยจุดที่พบซากวาฬบรูด้า ต้องเดินเท้าลัดเลาะป่าชายเลนเข้าไปอีกกว่า 200 เมตร จึงจะพบในสภาพเน่าเปื่อย เกยฝั่งชายเลนห่างจากป่าโกงกางราว 30 เมตร ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งโชยปกคลุมไปทั่วบริเวณ ซึ่งทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ศูนย์วิจัยฯ ต่างเร่งมือทำการผ่าซากเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากในพื้นที่มีพายุฝนทำให้เกิดคลื่นลมแรง การทำงานจะมีความยากลำบากเพิ่มมากขึ้น จากการตรวจสอบในขั้นต้น (ข้อมูลสัตวแพทย์) พบเป็นซากวาฬบรูด้า เพศผู้ ยาว 10 เมตร น้ำหนัก 3-5 ตัน อายุประมาณ 10 ปี สภาพเน่าเปื่อย ส่วนหางขาดหายบางส่วน ไม่พบร่องรอยบาดแผลภายนอก คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 7 วัน จากการสอบถามทีมสัตวแพทย์ ทราบว่า หลังการตรวจสอบสภาพภายนอกไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากการผ่าพิสูจน์ซาก เพื่อตรวจสอบอวัยวะภายใน […]

ตะลึง! หมึกยักษ์ตัวเป้งเกยตื้นตายชายหาดอินโดนีเซีย

ชาวบ้านบนเกาะฮูลุง ในหมู่เกาะโมลุกกะของอินโดนีเซีย พากันตกตะลึงหลังพบซากหมึกยักษ์ขนาดมหึมาถึง 15 เมตร ถูกคลื่นซัดมานอนขึ้นอืดเกยอยู่บนชายหาด  ทางการท้องถิ่นต้องขอความช่วยเหลือจากกองทัพอินโดนีเซีย ให้ส่งกำลังทหารเข้ามาช่วยจัดการกับซากหมึกขนาดมหึมานี้  เพราะทางการท้องถิ่น “จนปัญญา” ที่จะจัดการกับมัน   รายงานข่าวระบุว่า  เจ้าหมึกยักษ์ตัวนี้น่าจะตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน   แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า   มันตายจากสาเหตุธรรมชาติหรือถูกใครฆ่าตาย ด้านผู้เชี่ยวชาญสาขาชีววิทยาในพื้นที่ออกมาให้ความเห็นว่า หมึกยักษ์ถือเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่ยังอาศัยอยู่บนโลก โดยตัวเมีย จะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 13 เมตร   ส่วนตัวผู้ จะมีความยาวเต็มที่ประมาณ​ 10 เมตร   ที่ผ่านมา  มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่พบว่า   หมึกยักษ์ถือเป็นอาหารอันโอชะอย่างยิ่งสำหรับวาฬ     คลิปวิดีโอ ขอบคุณ Patasiwa Kumbang Amalatu https://www.youtube.com/watch?v=rQaDio772z8      

keyboard_arrow_up