ธรรมชาติฟื้นคืน!! เผยคลิปฝูงฉลามหูดำว่ายโชว์ตัว หลังปิดอ่าวมาหยากว่า 4 เดือน

แม้จะเป็นประเด็นถกเถียงในเรื่องปากท้องผู้คน และการดำรงอยู่ของสิ่งแวดล้อม แต่ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดเผยคลิปของฝูงฉลามหูดำนับสิบตัว แหวกว่ายหากินบริเวณน้ำตื้นของอ่าวมาหยา หลังจากได้ทำการปิดอ่าวไปกว่า 4 เดือน เพื่อเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ได้มีการฟื้นตัวแล้ว ทั้งนี้ การปิดอ่าวเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศบริเวณอ่าวมาหยาและอ่าวโล๊ะซามะ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ นั้นได้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2561 เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการท่องเที่ยว โดยเจ้าหน้าที่ฯ ได้มีร่วมการปลูกปะการังเพื่อเร่งช่วยฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศในพื้นที่ให้กลับมาสมบูรณ์ขึ้นอีกด้วย

ทำแล้วได้อะไร!? ดร.ธรณ์ เผยภาพนักท่องเที่ยวหยิบเศษปะการัง ยัดโพรงหินที่อ่าวนุ้ย

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ เมื่อ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณอ่าวนุ้ย เกาะพีพีดอน ได้มีนักท่องเที่ยวเก็บเศษปะการังที่ตายมายัดตามโพรงหิน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สร้างประโยชน์ใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น อย่างไรก้ตาม มีรายงานว่าทางอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ได้ให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่เกาะพีพีดอน ลงพื้นที่เก็บปะการังและเปลือกหอยทั้งหมดออกจากโพรงหินหมดแล้ว และพบว่ส่วนใหญ่เป็นก้อนปะการังที่ตายแล้ว และมีบางส่วนเป็นเปลือกหอยที่สลักชื่อไว้ ทั้งยังพบว่าส่วนใหญ่ฝีมือของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งยุโรป และจีน

ถึงเวลาพัก! ‘อ่าวมาหยา’ อ่วม นทท.แห่ดำน้ำกระทบแนวปะการัง กลางปีหน้าเตรียมปิดอ่าวฟื้นฟูใต้ทะเล

คณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ มีมติที่ประชุมให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ประกาศการพักฟื้นอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จ.กระบี่ ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนปีหน้า เพื่อให้ธรรมชาติทั้งบนฝั่ง และใต้ทะเลได้ฟื้นตัว เนื่องจากที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวที่อ่าวมาหยา ทำให้สภาพธรรมชาติทั้งบนฝั่งและใต้ทะเลถูกทำลาย จากการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น การทิ้งสมอเรือทำลายแนวปะการัง ฝุ่นตะกอนน้ำทับถมปะการังทำให้การเจริญเติบโตช้า นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่าว่าที่ผ่านมาได้มีการสำรวจแนวปะการัง เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจพิสูจน์ พบว่าธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบริเวณอ่าวมาหยาได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจำนวนมาก ทำให้น้ำเป็นตะกอนปกคลุมแนวปะการัง ส่งผลให้ปะการังเจริญเติบโตช้าและเสียหาย จึงเตรียมเสนออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศปิดช่วงหน้าโลว์ซีซั่นปีหน้า ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยจะแจ้งผู้ประกอบการนำเที่ยวให้รับทราบเพื่อไม่ให้กระทบกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนประกาศ

keyboard_arrow_up