พบกับ “กุ้งไกปืน” นักล่าตาเกือบบอดที่เป็นเพื่อนกับปลาบู่ และสร้างอุณหภูมิเทียบเท่าพื้นผิวดวงอาทิตย์

แม้กุ้งและปูส่วนใหญ่จะใช้ก้ามทรงพลังของมันในการหนีบ คีบ หรือฉีกทึ้งเหยื่อ แต่ก็ยังมีสัตว์กลุ่มนี้บางชนิดที่ใช้ก้ามเพื่อวัตถุประสงค์อื่น แต่ก็สามารถเป็นอาวุธร้ายกาจที่สุดในท้องทะเลได้เช่นกัน อย่างเช่นกรณีของ กุ้งไกปืน หรือ snapping shrimp สัตว์เปลือกแข็งหน้าตาธรรดาๆ แต่ได้ฉายาว่าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่เสียงดังที่สุดในโลก และสามารถสร้างอุณหภูมิเทียบเท่าพื้นผิวดวงอาทิตย์ได้ อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่การหนีบก้ามของกุ้งไขปืนนั้นมีความเร็วถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมากพอที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า โซโนลูมิเนสเซนส์ (sonoluminescence) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ของเหลวได้รับการกระตุ้นในลักษณะของการสั่นที่ความถี่สูง จนทำให้เกิดความร้อนสูงในชั่วพริบตา ที่ทำให้เกิดฟองอากาศขึ้น และในขณะที่ฟองอากาศนั้นกำลังแตกตัวการปลดปล่อยพลังงานออกมาจนกลายเป็นคลื่นกระแทกที่มีเสียงที่ดังถึง 218 เดซิเบล และเปลี่ยนน้ำรอบๆ การระเบิดนั้นให้มีอุณหภูมิสูงกว่า 5,000 เคลวิน (4,700 เซลเซียส) แม้ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในเวลาเพียง 1 ใน 1,000 ส่วนของวินาที แต่การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และความดังของเสียงที่เกิดขึ้นในพริบตานั้น ก็มากพอจะทำให้เหยื่อขนาดเล็กที่อยู่ในระยะโจมตีของกุ้งไกปืนเกิดอาการช็อกอย่างรุนแรง จนถึงขั้นหมดสติได้ แต่ถึงจะมีอาวุธที่อันตรายอยู่ที่ปลายก้าม กุ้งไกปืนก็เลือกจะใช้มันกับเพื่อการล่าเหยื่อซะมากกว่า ที่สำคัญคือเจ้ามือปืนจากก้นทะเลตัวนี้มีสายตาที่แย่มากจนเรียกได้ว่าเกือบบอด ทำให้การใช้ชีวิตในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ที่มีอันตรายรอบด้านจำเป็นต้องมีพันธมิตรที่ไว้ใจได้ และบรรดากุ้งไกปืนกว่า 45 สกุลทั่วโลก ล้วนแต่พึ่งพาปลาบู่ขนาดเล็กตามพื้นทรายแทบทั้งสิ้น เพราะกุ้งชนิดนี้มีความสามารถในการขุดรูอย่างมาก และปลาบู่เองก็ต้องการบ้านสำหรับซ่อนตัวจากปลาใหญ่ ฉะนั้นมันจึงเข้ามาอยู่อาศัยร่วมกับกุ้งไกปืน และทำหน้าที่เป็นตาสำหรับเฝ้าระวังภัย และคอยพาเจ้ากุ้งคลานกลับบ้าน เมื่อมันเดินหลงออกนอกเส้นทาง

ทช. วอนติดตามสถานการณ์ “ปะการังฟอกขาว” เหตุอุณหภูมิน้ำทะเลสูงกว่าปกติ

เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เผยแพร่ประกาศขอความร่วมมือจากประชาชนในการติดตามสถานการณ์ “ปะการังฟอกขาว” โดยระบุว่า… ขอความร่วมมือจากพี่น้องเครือข่ายรักษ์ทะเลไทยทุกท่าน ด้วยในช่วงนี้ของทุกปีจะเป็นช่วงที่อุณหภูมิน้ำทะเลสูงกว่าปกติ และอาจมีปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเกิดขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวไปดำน้ำขอให้ทดสอบอุณหภูมิน้ำทะเล หากเกิน ๓๑ องศาเซลเซียส ขอให้แจ้งว่าเป็นจุดใด และมีความลึกระดับผิวน้ำเท่าใด นอกจากนั้นขอให้สังเกตปะการังเขากวางและปะการังประเภทอื่นว่ามีปัญหาฟอกขาวหรือไม่ หากพบขอให้ถ่ายภาพ วัดอุณหภูมิน้ำ และแจ้งมาทาง Inbox เพจกรม ทช. หรือระบบแจ้งเหตุทางทะเลใน Mobile Application : DMCR4Thai ขอบคุณครับ "ทช. ขอความร่วมมือติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาว"กรม ทช. ขอความร่วมมือจากพี่น้องเครือข่ายรักษ์ทะเลไทยทุกท่าน… โพสต์โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เมื่อ วันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2019

ออสเตรเลียร้อนจัด! หลังเผชิญคลื่นความร้อน อุณหภูมิทะลุ 45 องศา

หลายพื้นที่ในออสเตรเลียกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด หลังมีคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุม จนทำให้ต้องมีการประกาศเตือนภัยในระดับสูงสุด  โดยมีอุณหภูมิสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ ถือเป็นการเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี โดยที่กรุงแคนเบอร์ร่าและนครซิดนี่ย์ของออสเตรเลียก็มีอุณหภูมิสูงมากกว่า 35 องศาเซลเซียส ขณะที่รัฐเซาท์ออสเตรเลีย รัฐวิกตอเรีย และรัฐนิวเซาท์เวลส์มีอุณหภูมิเพิ่มสูงถึง 45 องศาเซลเซียสในช่วงกลางวัน สูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยประจำเดือนมกราคมถึง 16 องศาเซลเซียส มีการคาดว่ารัฐเซาท์ ออสเตรเลียอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 48 องศาเซลเซียสในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทางการเมืองแอดิเลด รัฐเซาท์ ออสเตรเลียได้ออกประกาศเตือนภัยระดับสูงสุดเพื่อรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัด พร้อมกับเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำงานหนักกลางแจ้ง และให้ดื่มน้ำอยู่เสมอ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เทียบอุณหภูมิระหว่าง “ไข้ต่ำ – ไข้สูง” ว่าแตกต่างกันอย่างไร!?

อีกหนึ่งปัญหาโลกแตกที่ทำเอาหลายๆ คนเคยมีประเด็นวิวาทะกับคุณหมอมาแล้ว เพราะส่วนใหญ่อาจไม่เข้าใจคำวินิจฉัยว่าอาการเป็นไข้จนตัวร้อนในระดับต่างๆ นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะไหนจะมีทั้ง ไข้ต่ำ (Low grade fever) ไข้สูง (High grade fever) และ ไข้สูงเกิน (Hyperpyrexia) เอาเป็นว่าเพื่อไข้ข้อข้องใจในปัญหาดังกล่าว เราลองมาทำความเข้าใจในความแตกต่างของการเป็นไข้ในแต่ละแบบจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์ ที่ได้เผยแพร่ทางเว็บไซต์ haamor.com กันสักหน่อยดีกว่า ว่าในทางการแพทย์นั้นเขาใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดกันแน่ หมายเหตุ – ตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากการวัดอุณหภูมิด้วยปรอทวัดไข้ทางช่องปากเท่านั้น 37 องศาเซลเซียส – เป็นอุณหภูมิระดับปกติของร่างกายมนุษย์ 37.5 องศาเซลเซียส – แม้จะเพิ่มขึ้นมานิดเดียว แต่ในทางการแพทย์ อุณหภูมิระดับนี้ถือว่าเป็นไข้แบบทั่วไปแล้ว สูงไม่เกิน 38 องศาเซลเซียส – แบบนี้เรียกว่า ไข้ต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการได้รับเชื้อโรคบางอย่าง แต่ยังไม่แสดงอาการรุนแรงนัก สูงเกิน 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป – อุณหภูมิระดับเรียกว่า ไข้สูง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำในเด็กได้ ถ้าสูงเกิน […]

หนาวยะเยือก!! ดอยอินทนนท์ติดลบ 2 องศาฯ ครั้งแรกของปี

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park ได้รายงานสภาพอากาศบนยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ที่มีอุณหภูมิติดลบ 2 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรกต้อนรับศักราชใหม่ในปี 2562 ส่งผลให้เกิดน้ำค้างแข็ง หรือ เหมยขาบ เกาะตามยอดหญ้างขาวโพลนไปทั่วทั้งดอย ตั้งแต่บริเวณจุดชมวิวบนยอดดอย หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ และตามเส้นทางขึ้นสู่ยอดดอย ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อุตุฯ เตือนทั่วไทยอากาศแปรปรวน คาดปีใหม่ กทม. เย็นลง 2-4 องศาฯ

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2561 – 2 มกราคม 2562 โดยเปิดเผยว่าบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับในช่วงวันที่ 28-30 ธ.ค. 61 มีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 28-29 ธ.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส และในช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 61 – 2 ม.ค. 62 อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 […]

เหมยขาบโผล่ดอยอินทนนท์ หลังอุณหภูมิหนาวเย็นต่อเนื่องกว่า 5 วัน

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561 เพจเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park ของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ได้รายงานว่าเช้าที่ผ่านมา ปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง หรือเหมยขาบ ที่ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิยังลดต่ำลงต่อเนื่อง อุณหภูมิต่ำสุด ที่กิ่วแม่ปาน 3°c นอกจากนี้ยังมี อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ยังเปิดเผยภาพบรรยากาศการท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเข้ามาสัมผัสอากาศหนาวบนยอดดอยจำนวนมาก หลังจากที่สภาพอากาศหนาวเย็นมาต่อเนื่องนานกว่า 5 วัน

เตรียมเสื้อกันหนาว!! อุตุฯ คาด 28-31 ธันวาฯ ทั่วไทยเย็นลง กทม. ต่ำสุด 17-22 องศาฯ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2561 – 31 ธันวาคม 2561 โดยคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 25-26 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา กับมีอากาศเย็นในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง กับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนเกิดขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 27-31 ธ.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 5-7 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ ในส่วนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 28-31 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 […]

อุตุฯ เผย 13-17 ทั่วไทยอุณหภูมิจะลด กทม. เย็นลง 1-3 องศาฯ ภาคใต้ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 13 – 19 ธันวาคม 2561 โดยคาดว่าบริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส บริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 18-19 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 13-19 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะที่ฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือในบริเวณอ่าวไทยขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-17 ธ.ค. ที่มา – tmd.go.th

อุตุฯ แจงประเทศไทยแค่ ‘ฝน – อากาศเย็น’ ไม่เคยรายงานอุณหภูมิลดฮวบ

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกประกาศชี้แจงข่าวลือเรื่องมีอากาศหนาว อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ระหว่างวันที่ 7-13 ธันวาคม ที่เผยแพร่ตามสื่อสังคมออนไลน์ ว่า มีผู้ที่ไม่ประสงค์ดีจัดทำรูปภาพและข้อความเท็จมาเผยแพร่ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ว่ามีอุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบ โดยกรมอุตุฯ ขอชี้แจงว่า ช่วงที่ผ่านมาบริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น อากาศมีความชื้นและมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่ในช่วงวันที่ 7-10 ธันวาคม นี้ ความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงในช่วงแรก จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิจะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งอยู่ในช่วงอากาศเย็น และอุณหภูมิไม่ได้ลดลงฮวบฮาบ อย่างที่เป็นข่าว

หนาวแล้ว!! ดอยอินทนนท์ อุณหภูมิ – 1 องศาฯ นักท่องเที่ยวแห่ชมเหมยขาบ

อีกหนึ่งข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนจะเดินทางไปสัมผัสลมหนาวตามยอดดอยต่างๆ ทางตอนเหนือของประเทศ เพราะล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park ได้รายงานสภาพอากาศบริเวณยอดดอยอินทนนท์เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งมีอุณหภูมิลดต่ากว่า -1 องศาเซลเซียส จนทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง หรือเหมยขาบ ทั่วบริเวณ สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสอากาศหนาว

มันไม่ง่ายเลยที่จะทำอาหารในสภาพอากาศ -70 องศาฯ เพราะมันจะออกมามีหน้าตาเป็นแบบนี้

พอเอ่ยถึงสภาพอากาศที่หนาวเย็นสุดขั้ว เชื่อว่าหลายคนคงจะอยากได้ซุปอุ่นๆ สักถ้วย มาช่วยทำให้ร่างกายสบายขึ้น แต่นั่นคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานอยุ่ในฐานปฏิบัติการ Concordia Station ซึ่งตั้งอยู่บนทวีปแอนตาร์กติกา ที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง และแร้นแค้นเกินกว่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ได้อย่างสุขสบาย เพราะแม้กระทั่งแบคทีเรียก็ยังไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ภายใต้สภาพอากาศหนาวเย็นแบบโหดร้ายถึง -70 องศาเซลเซียส แถมมีบางช่วงของปีที่จะมองไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นนานกว่า 3 เดือน จึงทำให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะการทำอาหาร อาจจะฟังดูเพ้อเจ้อไปบ้าง แต่เชื่อเถอะว่าพวกไม่ได้โกหกคุณแน่ เพราะแม้ปกติเขาจะมีอาหารแช่แข็งที่สามารถนำมาอุ่นพร้อมกินตลอดเวลา แต่บางครั้งพวกเขาก็เกิดไอเดียสนุกๆ อย่างการทำอาหารในสภาพแวดล้อมที่หนาวยะเยือกนี้ ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้อาหารร้อนแค่ไหน แต่เมื่อออกห่างจากไฟ…ทุกอย่างก็แข็งอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงนาทีเท่านั้น และมันก้จะกลายเป็นภาพชวนแปลกตาแบบนี้ ที่มา – ทวิตเตอร์ @CyprienVerseux

เตรียมรับลมหนาว!! ดอยอินทนนท์อุณหภูมิลดฮวบ 3 องศาฯ ใกล้จุดเยือกแข็ง

วันสองวันมานี้ หลายคนคงสัมผัสได้ถึงลมเย็นๆ ในตอนเช้าได้บ้าง ซึ่งก้ตรงกับที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีการพยากรณ์อากาศว่า ปีนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวเร็วกว่าปกติ โดยระบุว่าในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2561 ก็จะก้าวเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการแล้ว และล่าสุด เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 5 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ จอมทอง สร้างสรรค์ ได้โพสต์ภาพจากจุดสูงสุดของประเทศอย่าง ยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีอุณหภูมิใกล้จุดเยือกแข็งประมาณ 3 องศาเซลเซียส และยังมาพร้อมกับหมอกหนาบริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปานอีกด้วย

ไม่ใช่แค่คนที่กลัวร้อน! เปิดภาพอุทาหรณ์คนรักสุนัข ว่าพื้นร้อนๆ นั้นอันตรายกว่าที่คิด

นอกจากอาการฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดด ที่เป็นอันตรายต่อทั้งคนและสุนัข ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มแสดงอาการเมื่อต้องอยู่ในอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส และส่งผลต่ออวัยวะภายในเมื่อมีความร้อนมากกว่า 41 องศา อีกหนึ่งปัญหาที่ต้องระวังเรื่องการพาสุนัขออกไปเดินเล่นในช่วงที่มีอากาศร้อนจัดไม่แพ้กัน นั่นคือการออกเดินบนพื้นร้อนๆ หลังแดดเริ่มอ่อนแสง เพราะแม้อุณหภูมิรอบๆ จะลดต่ำลงแล้ว แต่พื้นทางเดินนั้นยังระอุจนอาจเป็นอันตรายต่อเท้าของสุนัขได้ อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับสุนัขตัวหนึ่งที่แม้เจ้าของจะพาออกมาเดินเล่นในช่วงที่ไม่มีแดดแล้ว แต่พื้นคอนกรีตที่ดูดซับความร้อนเอาไว้ตลอดทั้งวัน ก็รุนแรงพอจะทำให้อุ้งเท้าของสุนัขเป็นแบบนี้ได้ โชคดีที่กรณีดังกล่าวเจ้าของสังเกตเห็นความผิดปกติและพาสุนัขไปรักษาอย่างทันท่วงที แต่นี่ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าความร้อนนั้นอันตรายต่อสุนัขมากแค่ไหน ที่มา – thedodo.com

เผยคลิปพลเมืองดีสร้าง ‘โซ่มนุษย์’ ช่วยชีวิตหญิง-เด็กพลัดตกน้ำที่เย็นยะเยือก (คลิป)

เผยคลิปพลเมืองดีสร้าง “โซ่มนุษย์” เป็นแถวยาว เพื่อช่วยชีวิตผู้หญิง และเด็ก ขึ้นจากทะเลสาบที่มีน้ำเย็นยะเยือก ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด คลิปวิดีโอขอบคุณ New China TV ภาพจากคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ โดยสื่อดังอย่าง นิว ไชน่า ทีวี ระบุว่า ภาพบันทึกเหตุการณ์จริงนี้ เกิดขึ้นที่ริมทะเลสาบแห่งหนึ่งในมณฑลเหอเป่ย ทางภาคเหนือของจีน หลังจากที่มีผู้พบเห็นผู้หญิง และเด็กทั้ง 3 ชีวิต พลัดตกลงไปในทะเลสาบ ขณะที่สภาพอากาศในพื้นที่หนาวจัดถึงขั้นอุณหภูมิลดลงเหลือแค่เลขตัวเดียว รายงานข่าวระบุว่า เหล่าพลเมืองดี และผู้คนที่เดินผ่านริมทะเลสาบแห่งนี้ ต่างช่วยกันประสานมือต่อกันเพื่อสร้างโซ่มนุษย์ และสามารถช่วยผู้หญิง และเด็กทั้งหมดขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ดี สื่อท้องถิ่นมิได้เปิดเผยสาเหตุว่า ผู้หญิง และเด็กทั้งหมด ตกลงไปในทะเลสาบที่หนาวเย็นนี้ได้อย่างไร มีเพียงรายงานที่ระบุว่า หน่วยงานด้านความปลอดภัยในพื้นที่เตรียมปรับปรุงแนวรั้วกั้นทางเดินริมทะเลสาบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต.

เกินจะทานทน!! ค้างคาวแม่ไก่กว่า 400 ตัว หมดแรงร่วงลงพื้น เพราะคลื่นความร้อนในออสเตรเลีย

ตามที่ได้มีการเสนอข่าวคราวเกี่ยวกับคลื่นความร้อนที่ปกคลุมประเทศออสเตรเลีย จนทำให้มีอุณหภูมิสูงถึง 47 องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้มีสภาพอากาศที่ร้อนที่สุดใน 80 ปี และไม่ได้สร้างผลกระทบแค่กับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังทำให้ค้างคาวแม่ไก่ (Flying Fox) ที่อาศัยอยู่ในป่าของออสเตรเลียตายไปกว่า 400 ตัว เนื่องจากทนต่ออากาศที่ร้อนจัดไม่ไหว และร่วงลงมาที่พื้น ทำให้กลุ่มอนุรักษณ์สัตว์ป่าในพื้นที่ต้องเข้าช่วยเหลือพวกที่ยังมีชีวิต และจัดการกับซากของค้างคาวที่ตายแล้ว เพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาด ที่มา – Facebook.com / Help Save the Wildlife and Bushlands in Campbelltown

แปรปรวนสุดขั้ว!! เปิดกราฟอุณหภูมิสุดแตกต่าง ระหว่าง ‘สหรัฐฯ-ออสเตรเลีย’

อย่างที่หลายคนคงได้ทราบข่าวคราวเกี่ยวกับภัยหนาวในสหรัฐอเมริกา ที่ประสบมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560 และล่าสุดได้เผชิญกับพายุบอมบ์ไซโคลน ที่ทำให้หลายรัฐมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นจนเยือกแข็ง และมีบางรัฐอุณหภูมิลดต่ำมากกว่า -37 องศาเซลเซียส แต่ขณะเดียวกัน ที่ประเทศออสเตรเลียกลับออกประกาศเตือนให้ประชาชนระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการออกไปนอกบ้าน ขณะนี้มีคลื่นความร้อนสูงปกคลุมไปทั่วประเทศ ส่งผลให้มีสภาพอากาศร้อนจัด จนอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 47.3 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าร้อนที่สุดในรอบ 80 ปี อธิบายแบบนี้อาจมองไม่เห็นความแตกต่างที่ว่านี้สักเท่าไหร่ งั้นลองมาดูความแตกต่างจากกราฟแสดงอุณหภูมิของทั้งสองประเทศที่แตกต่างกันคนละขั้วนี้กันเลย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย It’s Cold—And Hot—in North America https://t.co/adWWLacVbO #NASA pic.twitter.com/bLAIYykYa4 — NASA Earth (@NASAEarth) 3 มกราคม 2561 High Temps and Strong Winds means increased Fire Danger Rating over parts of southern #Australia today & tomorrow. […]

หนาวยะเยือก!! เผยบรรยากาศสุดขาวโพลนใน ‘อเมริกา-แคนาดา’ หลังเผชิญกับอุณหภูมิต่ำสุดในรอบหลายปี

ถึงจะไม่เหลือความหนาวเย็นให้ชื่นใจในบ้านเรากันแล้ว ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังมีอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา ที่ล่าสุดทางสำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีลมหนาวแผ่ปกคลุมพื้นที่ตั้งแต่ทางใต้ของรัฐเท็กซัส ไปจนถึงแคนาดา และจากรัฐมอนทานา รัฐไวโอมิ่งไปจนถึงรัฐนิวอิงแลนด์ ซึ่งส่งผลให้หลายเมืองเผชิญอุณหภูมิต่ำสุดในรอบหลายปี และมีหลายพื้นที่หิมะปกคลุมสูงกว่า 1.6 เมตร

keyboard_arrow_up