อ.เจษฎา ไขข้อข้องใจ เหตุใดพระดังเชียงใหม่มรณภาพไปกว่า 2 เดือน แต่ร่างกายยังอ่อนนิ่ม

สืบเนื่องจากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพของหลวงปู่สิงห์ วรุตฺตโม ที่มรณภาพไปเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 สิริอายุ 95 ปี แต่เวลาผ่านไป 60 วัน ร่างกายกลับยังนิ่ม ไม่แข็ง จึงเชื่ออาจเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์และปาฏิหาริย์ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 มีรายงานว่า ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความอธิบายเหตุการณดังกล่าว หลังจากมีการตั้งข้อสงสัยในโลกออนไลน์ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ โดยระบุข้อความดังนี้ “ทำไม ศพถึงอ่อนนิ่มได้ หลังจากตายไปแล้วหลายวัน” วันนี้มีการแชร์คลิปวิดีโอ ร่างของหลวงปู่ท่านหนึ่ง ที่เสียชีวิตแล้ว แต่ร่างกายยังอ่อนนิ่ม ไม่แข็งทื่อ สามารถจับให้มือเท้าขยับได้อย่างกับคนทั่วไปที่ยังมีชีวิตอยู่ เรื่องนี้อธิบายอย่างไรในทางวิทยาศาสตร์ จากกรณีที่มีข่าว หลวงปู่สิงห์ วรุตฺตโม ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอย่างมาก ได้มรณภาพไปเมื่อวันที่ 16 พ.ค.61 … ระหว่างวันที่ 17-20 […]

ไม่เกี่ยวมะเร็ง!! อ.เจษฎา เฉลยที่มาวงรอบไข่แดงเป็นสีเขียว สาเหตุจาก…ต้มนานเกินไป

กลายเป็นอีกคลิปที่ถูกแชร์ต่อๆ กันเป็นจำนวนมากในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับคลิปจากรายการทีวี ที่นำไข่มาต้มในเวลาต่างกัน และพบว่าฟองที่ต้มไปนานกว่า 10 นาที มีส่วนที่รอบๆ ไข่แดงเริ่มเป็นสีเขียว โดยพิธีกรในรายการบอกว่า…เป็นไข่ต้มที่อันตราย ก่อมะเร็งได้ ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ว่า…ไข่ต้มนาน จนไข่แดงมีสีเขียว … ไม่ได้ก่อมะเร็งครับ ทั้งนี้ อ.เจษฎ์ ได้อธิบายว่า ส่วนสีเขียวที่อยู่รอบๆ ไข่แดงนั้น เกิดจากการที่ต้มไข่นานเกินไป จนทำให้ธาตุซัลเฟอร์ (กำมะถัน) และไฮโดรเจนตามธรรมชาติในไข่ขาว ทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นไฮโดรเจนซัลไฟด์ขึ้น แล้วไฮโดรเจนซัลไฟด์นี้ไปทำปฏิกิริยากับธาตุเหล็กตามธรรรมชาติในไข่แดง เกิดเป็นสารประกอบสีเขียวอมเทา ชื่อ เฟอรัสซัลไฟด์ (ferrous sulfide) หรืออีกชื่อคือ ไอรอนซัลไฟด์ (iron sulfide) ซึ่งไม่ใช่สารอันตราย หรือก่อมะเร็ง อย่างที่ว่าแต่อย่างใด

‘มิวสิค BNK48’ วิพากษ์เฉียบ รัฐธรรมนูญโดยแท้ต้องมาจากประชาชน อ.เจษฎ์ ยกเป็นไอดอลประชาธิปไตย

มันก็จะแสบๆ หน่อยๆ! ชาวเน็ตแห่แชร์วิวาทะมุมมองการเมืองการปกครองของ “น้องมิวสิค BNK48” ด้านอาจารย์เจษฎา โพสต์ชม ยกเป็นไอดอลด้านประชาธิปไตย

ดึงสตินิดนะ!! อ. เจษฎ์ แนะอย่าแตกตื่น ‘หนอนตัวแบนนิวกินี’ ก่อนสัตว์อื่นจะเดือดร้อน เพราะฆ่าผิดตัว

หลังจากเป็นข่าวได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ก็ทำเอาผู้คนในโลกออนไลน์ต่างหวาดกลัวหนอนตัวแบนนิวกินี จนเกิดความเข้าใจผิด และได้มีการฆ่าสัตว์อื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกับหนอนชนิดดังกล่าวไปเป็นจำนวนมาก และล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ค อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ โดยพยายามเตือนสติผู้คนในโลกออนไลน์ว่าอย่าแตกตื่นกับกระแสการค้นพบหนอนชนิดดังกล่าวเกินไปนัก เพราะยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งกระแสความตื่นกลัวยังส่งผลต่อสัตว์ชนิดอื่นอย่าง หนอนตัวแบนพันธุ์พื้นเมือง ตัวทาก และล่าสุดได้มีคนแชร์ภาพของเขียดงู ซึ่งเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหายากที่ถูกส่งภาพต่อๆ กันว่าเป็นหนอนตัวแบนนิวกินี และมีคำแนะนำให้กำจัด ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นสัตว์ที่หายากมาก ที่มา – Facebook.com / อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์

อย่าเสียเวลาตีเลข! อ.เจษฎา เฉลยคลิป ‘หนอนคลานเป็นวงกลม’ ที่แท้แค่พฤติกรรมธรรมชาติ

กลายเป็นอีกหนึ่งคลิปที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า ‎TaOod Kanghae‎ ได้โพสต์คลิปของตัวอ่อนแมลงที่เรียงแถวกันเป็นกลุ่มก้อน พร้อมข้อความว่า ‘หนอนอะไรไม่รู้ มันกำลังยกพวกจะเข้าบ้านผม แม่บอกเกิดมา 50 กว่าปี พึ่งเคยเห็น’ ซึ่งสร้างความสนใจให้กับคนจำนวนมาก เพราะไม่เคยเห็นหนอนแบบนี้มาก่อน แถมมีบางคนที่นำไปตีเป็นเลขด้วย   ล่าสุดในเพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ได้มีคำอธิบายของ รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับคลิปที่ถูกแชร์ไปกว่าสองพันครั้งนั้น ว่าแท้จริงแล้วเป้นพฤติกรรมตามธรรมชาติของตัวอ่อนแมลงบั่วรา (fungus gnats) แมลงในกลุ่มแมลงวัน ที่มักมีพฤติกรรมชอบรวมตัวรวมกันตามกอเห็ดและเศษซากพืชที่เน่าเปื่อย ทั้งยังชอบเคลื่อนที่กันเป็นกลุ่มก้อนโดยมักจะรวมตัวกันเป็นเส้นตรงไปข้างหน้า แต่ถ้าตัวอ่อนที่อยู่ด้านหน้าคลานมาเจอกับตัวที่อยู่ท้ายขบวนก็จะเกิดการคลานเป็นวงกลมชวนแปลกตา และเมื่อถูกคุกคามตัวอ่อนเหล่านั้นจะแยกกันไปคนละทิศละทางเพื่อหนี แต่ทั้งนี้การเคลื่อนที่เป็นกลุ่มในลักษณะดังกล่าวมักเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นในระยะตัวอ่อน และมักมีสาเหตุมาจากการย้ายแหล่งอาหาร ซึ่งเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของแมลงชนิดนี้อยู่แล้ว   ที่มา – Facebook.com : TaOod Kanghae / อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ / Wossawat Inplang‎ 

keyboard_arrow_up