รวบหนุ่มรัสเซีย หลังพยายามจี้เครื่องบินขณะเมา จนต้องจอดฉุกเฉิน

เกิดเหตุชายชาวรัสเซียในสภาพมึนเมา อ้างว่ามีอาวุธ และพยายามบุกเข้าไปในห้องนักบินของเครื่องบินโดยสารของสายการบินแอโรฟลอต ขณะที่เครื่องบินลำนี้กำลังเดินจากเมืองซูร์กุต ในแคว้นไซบีเรียไปยังกรุงมอสโกของรัสเซีย โดยชายผู้ก่อเหตุยังได้ขอให้เครื่องบินเปลี่ยนเส้นทางเพื่อเดินทางต่อไปยังอัฟกานิสถานด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นักบินตัดสินใจนำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินในเมืองคันตี้ มานซิยัค และตำรวจก็ได้เข้ามาควบคุมตัวหนุ่มเมาคนดังกล่าว และนำตัวเขาออกไปจากเครื่องบินท่ามกลางเสียงปรมมือดีใจของเหล่าผู้โดยสาร โดยภายหลังตำรวจพบว่าชายผู้ก่อเหตุไม่ได้มีอาวุธตามที่กล่าวอ้าง ด้านคณะกรรมการสอบสวนรัสเซียได้เริ่มสอบสวนเหตุการณ์ที่กิดขึ้น โดยหนุ่มเมาคนรายนี้อาจถูกตั้งข้อหาจี้เครื่องบิน และขู่ใช้ความรุนแรง ซึ่งเขาอาจได้รับโทษจำคุกนาน 7 ถึง 12 ปี ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ภัยแล้งทำพิษ! ชาวอัฟกันขายลูกแลกสินสอดเพื่อความอยู่รอด

องค์การสหประชาชาติ หรือ UN  เผยว่า ภัยแล้งครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพย้ายถิ่น ขณะที่หลายครอบครัวจำต้องให้ลูกหลานแต่งงานแลกสินสอดเพื่อความอยู่รอด กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ UNICEF ระบุว่า ประชาชนราว 223,000 คน ต้องย้ายถิ่นฐานไปจากจังหวัดทางภาคตะวันตกของประเทศที่ประสบภัยแล้งในปีนี้ ด้านองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO บอกว่า ครอบครัวชาวอัฟกันต้องอดอาหาร ขายปศุสัตว์ และย้ายเข้าไปในเมืองใหญ่ที่เข้าถึงความช่วยเหลือและบริการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ครอบครัวที่ต้องย้ายถิ่นฐานบางครอบครัวถูกสถานการณ์บีบบังคับต้องเอาชีวิตรอดด้วยการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดย UNICEF เผยว่ามีเด็ก 161 คนถูกจับหมั้นและแต่งงานระหว่างเดือนกรกฎาคมและตุลาคมที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นเด็กผู้หญิง 155 คน และเด็กผู้ชาย 6 คน อลิสัน พาร์คเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของ UNICEF บอกว่าเด็ก ๆ กำลังกลายเป็นหลักทรัพย์ เนื่องจากครอบครัวจะได้รับสินสอดจากการให้ลูกสาวแต่งงาน ซึ่งสินสอดที่ได้จะเข้ามาช่วยบรรเทาความลำบากทางการเงิน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ระเบิดฆ่าตัวตายกลางหน่วยเลือกตั้งอัฟกันฯ ดับ 48 ศพ ‘ไอเอส’ รับอยู่เบื้องหลัง

เกิดเหตุโจมตีโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายรายหนึ่ง บริเวณด้านนอกหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 48 ราย และมีแนวโน้มที่ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากในจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 คนนั้น มีหลายคนที่อาการสาหัส รายงานข่าวระบุว่า ผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่ยืนต่อแถวรอลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ขณะที่เครือข่ายของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอัฟกานิสถาน ออกมาแถลงอ้างตัวว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้ ด้านโฆษกกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานแถลงว่า มือระเบิดฆ่าตัวตายที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ได้เดินเท้าเข้ามายังพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง ก่อนจุดระเบิดที่ผูกติดไว้กับตัวเอง เหตุโจมตีโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้น กลายเป็นข่าวร้ายที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลอัฟกานิสถานภายใต้การนำของประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ที่มีแผนจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในเดือนตุลาคมปีนี้ ขอบคุณภาพ TRT World

‘พระสันตะปาปา’ ประณามผู้ก่อเหตุวางระเบิดโจมตีอัฟกันฯ เสียชีวิตกว่า 100 ราย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงนำพิธีสวดภาวนาหมู่ประจำสัปดาห์ภายในนครรัฐวาติกัน และทรงประณามผู้ก่อเหตุโจมตีในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย โดยทรงระบุว่า เหตุการณ์โจมตีนองเลือดล่าสุดที่เกิดขึ้นในกรุงคาบูล ถือเป็นการสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ และเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้ายที่ไร้มนุษยธรรม ทั้งนี้ประมุขแห่งสำนักวาติกันยังทรงเรียกร้องให้บรรดาผู้เกี่ยวข้องเดินหน้าทำงานเพื่อสร้างสันติภาพในอัฟกานิสถานต่อไปโดยไม่หวั่นไหวต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น ท่าทีล่าสุดของสมเด็จพระสันตะปาปาเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่เกิดเหตุโจมตีโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายในกรุงคาบูลเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 230 คน รวมถึงเหตุโจมตีสำนักงานขององค์กรการกุศล “เซฟ เดอะ ชิลเดร็น” ที่เมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน

‘มือระเบิดพลีชีพ’โจมตีหน่วยข่าวกรองอัฟกันฯ ทำปชช.ดับ 3 ราย ‘ไอเอส’ อ้างเป็นผู้ลงมือ

วันนี้ (25 ธ.ค. 60) เกิดเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายบุกเข้าโจมตีอาคารสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของอัฟกานิสถาน ในกรุงคาบูล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง รายงานข่าวซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่ของทางการอัฟกานิสถานระบุว่า มือระเบิดฆ่าตัวตายรายนี้เดินเท้าเข้ามายังที่ตั้งของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ก่อนจะจุดระเบิดที่ผูกติดไว้กับตัวเอง ใกล้กับบริเวณประตูทางเข้า ล่าสุดกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) ออกคำแถลงผ่านสำนักข่าวอามัคที่เป็นกระบอกเสียงของตน อ้างว่า นักรบของตนเป็นผู้ลงมือก่อเหตุโจมตีในครั้งนี้ ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายจากการโจมตีของมือระเบิดฆ่าตัวตายครั้งนี้ล้วนเป็นประชาชนที่เดินผ่านมาบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ขณะที่ทางการอัฟกานิสถานกำลังตรวจสอบศพของมือระเบิดเพื่อระบุตัวตนของเขา  

ระเบิดพลีชีพ! ‘มัสยิด 2 แห่ง’ ในอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตกว่า 60 ศพ (คลิป)

เกิดเหตุกราดยิง และระเบิดตัวตายโจมตีมัสยิดถึง 2 ระลอกในอัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตราว 60 ราย เกิดเหตุโจมตีมัสยิดชาวมุสลิมนิกายชิอะห์ในอัฟกานิสถานถึง 2 ระลอก ซึ่งเหตุโจมตีจุดแรกเกิดขึ้นที่มัสยิดอิหม่าม ซามานในกรุงคาบูล โดยมือปืนบุกเข้ามากราดยิงผู้คนที่กำลังประกอบพิธีภายในมัสยิด จากนั้นก็จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายในที่เกิดเหตุ เป็นเหตุมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้อย่างน้อย 39 ราย ส่วนเหตุโจมตีจุดที่สองเกิดขึ้นที่มัสยิดในจังหวัดกอฮ์ ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ใช้ปืนบุกกราดยิงและจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายเหมือนกับจุดเกิดแรกในกรุงคาบูล โดยเหตุโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย ด้านกระทรวงสาธารณสุขของอัฟกานิสถานระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีมัสยิดทั้ง 2 แห่งมีราว 60 ราย และคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก เบื้องต้น ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีดังกล่าว แต่ที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสมักก่อเหตุพุ่งเป้าโจมตีมัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชิอะห์ในอัฟกานิสถานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการสอบสวน.

ยอดเหยื่อคาร์บอมในเมืองหลวงอัฟกันพุ่งแตะ 100 ศพ

  ยอดเหยื่อระเบิดคาร์บอมบ์ในเขตที่ตั้งสถานทูตต่างชาติในกรุงคาบูล  เมืองหลวงของอัฟกานิสถานล่าสุดเพิ่มจำนวนเป็นอย่างน้อย  100 ศพ  ขณะที่จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุนองเลือดในครั้งนี้มีอีกไม่น้อยกว่า 461 ราย ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขอัฟกานิสถานที่มีการเปิดเผยในวันพฤหัสบดี (1 มิ.ย.)   รายงานข่าวระบุว่า เหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความโกรธแค้นแก่ประชาชนในกรุงคาบูล ที่กล่าวโทษรัฐบาลอัฟกานิสถาน ที่ล้มเหลวในการปกป้องดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ตกเป็น “เป้าสังหาร”   ของบรรดากลุ่มติดอาวุธในประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่า   ทั้งยังเป็นเหตุโจมตีนองเลือดที่เกิดขึ้นในเทศกาลถือศีลอดของชาวมุสลิมในเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย   จนถึงขณะนี้ ทีมแพทย์ในโรงพยาบาลหลักทั้ง 3 แห่งของกรุงคาบูล ยังคงต้องเร่ง “ทำงานแข่งกับเวลา”    เพื่อช่วยชีวิตผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายที่มีอาการสาหัส    ท่ามกลางการคาดหมายของทางการอัฟกานิสถานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีด้วยระเบิดคาร์บอมบ์กลางกรุงคาบูลครั้งนี้    น่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง   แม้จะยังไม่มีกลุ่มติดอาวุธใดออกมาอ้างตัวว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีด้วยระเบิดคาร์บอมบ์ในครั้งนี้  แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถานเชื่อว่า เครือข่ายก่อการร้าย “ฮักกานี” ที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มติดอาวุธสุดโต่งในประเทศเพื่อนบ้านอย่างปากีสถาน น่าจะเกี่ยวข้องกับการโจมตีนี้   ขณะที่กลุ่มตอลิบานออกโรงปฏิเสธ และประณามผู้ก่อเหตุว่าไร้มนุษยธรรม   ล่าสุดมีการยืนยันว่า มีพลเมืองสหรัฐฯ 11 คนซึ่งทำงานในฐานะพนักงานสัญญาจ้างของสถานทูตอเมริกันในกรุงคาบูล ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีคราวนี้    ขณะที่สมาชิกกองกำลังความมั่นคงอัฟกันจำนวน 9 นายที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับสถานทูตสหรัฐฯ เสียชีวิตจากแรงระเบิด   ด้านสำนักข่าวบีบีซี  รายงานว่า โมฮัมเหม็ด นาเซียร์  คนขับรถชาวอัฟกันซึ่งทำงานขับรถรับส่งผู้สื่อข่าวบีบีซีในอัฟกานิสถานมานานกว่า […]

เกิดคาร์บอมบ์ กลางเมืองหลวงอัฟกัน ตายแล้วอย่างน้อย 80 ศพ บาดเจ็บเกิน 350

  เกิดเหตุโจมตีด้วยระเบิดคาร์บอมบ์ ภายในกรุงคาบูล  เมืองหลวงของอัฟกานิสถานในวันพุธ (31 พ.ค.) โดยแรงระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 80 ราย  และได้รับบาดเจ็บอีกไม่น้อยกว่า 350 คนโดยที่หลายรายมีอาการสาหัส  ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง   รายงานข่าวซึ่งอ้างคำแถลงของกระทรวงการสาธารณสุขของอัฟกานิสถาน ระบุว่า จุดที่เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์อยู่ไม่ไกลจากเขต “วาซีร์ อัคบาร์ ข่าน”  ที่อยู่ใกล้ที่ตั้งทำเนียบประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน และที่ตั้งของบรรดาสถานทูตต่างประเทศ   เป็นเหตุให้อาคารที่ทำการสถานทูตของหลายประเทศได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด   ด้านสำนักข่าว “เร” ของอัฟกานิสถาน รายงานว่า  จนถึงขณะนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า มีเจ้าหน้าที่ทางการทูตของต่างประเทศได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ด้วยหรือไม่   แต่ในเบื้องต้นสามารถยืนยันได้ว่า   มี “พลเรือน”    เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก   ด้าน  ซาบิฮุลเลาะห์  มูญาฮิด   โฆษกของกลุ่มติดอาวุธ ตอลิบาน ออกคำแถลงที่ระบุว่า ทางกลุ่มฯ “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ”      กับการก่อเหตุโจมตีด้วยระเบิดคาร์บอมบ์กลางกรุงคาบูลในวันพุธ (31 พ.ค.)   และว่า กลุ่มตอลิบานขอประณามเหตุโจมตีที่มีพลเรือนผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเป้าสังหารเป็นจำนวนมากครั้งนี้   ในอีกด้านหนึ่ง ทางกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส เผยต่อสื่อมวลชนว่า     ที่ทำการสถานทูตฝรั่งเศสในกรุงคาบูล  รวมถึงสถานทูตของเยอรมนี […]

เกิดเหตุโจมตี 2 ครั้งในอัฟกานิสถาน สังเวยอย่างน้อย 50 ศพ ประเดิมถือศีลอดวันแรก

  เกิดเหตุโจมตีโดยมือระเบิดฆ่าตัวตายใกล้สนามฟุตบอลแห่งหนึ่งในวันเสาร์ (27 พ.ค.) ที่จังหวัด คอสต์ ทางภาคตะวันออกของอัฟกานิสถานใน “วันแรกของเทศกาลถือศีลอด”    ในเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย    ก่อนจะเกิดเหตุโจมตีอีกจุดหนึ่งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 36 ราย   รายงานข่าวซึ่งอ้างกูล โมฮัมมัดดิน มานกาล  ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขประจำจังหวัดคอสต์ ออกมายอมรับว่า สภาพศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 14 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเละเทะ จนยากที่จะระบุตัวตนได้   ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 8 คนมีหลายคนที่มีอาการสาหัสและอาจเสียชีวิตตามมาในไม่ช้า   ขณะเดียวกัน ได้เกิดเหตุยิงปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลอัฟกานิสถานกับกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ในจังหวัดบาดกิส ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นเหตุให้มีสมาชิกกลุ่มติดอาวุธซึ่งเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อนถูกสังหาร 22 ราย แต่มีสมาชิกกองกำลังความมั่นคงอัฟกันถูกสังหารไป 6 นาย และมีพลเรือนถูก “ลูกหลง” เสียชีวิตไปอีก 8 ราย ในช่วงวันแรกของการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนเช่นกัน   เหตุสะเทือนขวัญทั้ง 2 เหตุ ส่งผลให้เฉพาะในช่วงวันแรกของเดือนรอมฎอนเพียงวันเดียว  ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงในอัฟกานิสถานไปแล้วถึง 50 […]

keyboard_arrow_up