ผู้การสุราษฎร์ฯ สั่ง ‘อส.ตร.’ ทั้งจังหวัดหยุดปฎิบัติหน้าที่ หลังกรณีขับรถไล่ชนวัยรุ่น

จากกรณีช่วงหัวค่ำของวันที่ 14 ต.ค. 60 บริเวณหน้าร้านเดิมหมูกระทะ ม.1 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เกิดเหตุนายบุตรนา พุทธเสน อายุ 21 ปี เป็นอาสาสมัครตำรวจประจำจุดบางกุ้ง ขับรถสายตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ติดตามนาย ภูวริญ เมืองขำ อายุ 20 ปี และนาย ศิราวิช บุญชัก อายุ 18 ปี ชาวสุราษฎร์ธานี ที่พยายามขับรถจักรยานยนต์หลบหนีขณะขอเข้าตรวจค้น จนเกิดเฉี่ยวชนจนได้รับบาดเจ็บนั้น ล่าสุดอาการของนาย ภูวริญ ที่ยังรับการรักษาที่ รพ.สุราษฎร์ฯ ได้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงรอดูอาการอย่างใกล้ชิด เพราะช่วงใบหน้ายังคงบวมอย่างมากหลังจากได้รับแรงกระแทกอย่างรุดแรงทำให้กรามหัก ส่วนอาการอื่นทางหมอได้รักษาแล้ว ด้านนางสุกัญญา ยังเสน อายุ 40 ปี แม่ของนายภูวริญ กล่าวว่าเมื่อทราบข่าวก็ตกใจเพราะลูกเป็นเสาหลักครอบครัวต้องทำงาน ดูแลแม่และยาย เมื่อลูกชายมาโดนแบบนี้ก็รับไม่ได้ ซึ่งได้แจ้งความเอาผิดกับที่ขับรถชนลูกชายในข้อหาพยายามฆ่าแล้ว ซึ่งตอนนี้ต้องมาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด เพราะถึงแม้หมอว่าลูกพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ลูกยังพูดไม่รู้เรื่อง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เรียกเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมทำความเข้าใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น […]

ลงดาบ ‘อส.ตร.’ ขับรถไล่ชนวัยรุ่น ผู้การฯ สุราษฎร์ธานี สั่ง! หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

ความคืบหน้ากรณีรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับไล่ชนรถจักรยานยนต์ของชายวัยรุ่น 2 คนจนล้มคว่ำ บริเวณหน้าร้านเดิมหมูกระทะ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จนได้รับบาดเจ็บ รถจักรยานยนต์กระเด็นไปถูกรถลูกค้าที่จอดหน้าร้านหมูกระทะ ได้รับความเสียหายอีกหลายคันและมีกระแสข่าวออกมา ว่ากลุ่มญาติของวัยรุ่น 2 คนไม่พอใจ และจะมีการรวมตัวกันในช่วงเย็น ที่หน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมนั้น ล่าสุด พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี บอกว่า ได้รับรายงานแล้ว จึงอยากจะขอวิงวอนว่า อย่าให้มีการยุยงส่งเสริมให้มารวมตัวกัน เพราะอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย  ในเบื้องต้นได้สั่งการให้ อาสาสมัครตำรวจคนดังกล่าว หยุดปฎิบัติหน้าที่ไปแล้ว พร้อมกับให้ผู้กำกับการ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ทบทวนบทบาทหน้าที่ และข้อจำกัดการปฎิบัติหน้าที่ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้อาสาสมัครที่รับเข้ามาช่วยเหลือตำรวจ ต้องปฎิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งคัด และจะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วยทุกครั้ง ซึ่งทางด้านคดียังไม่มีการตั้งข้อหาใดๆ เพราะยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด และอยู่ในช่วงเรียกสอบผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ส่วนทางญาติของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย หากมีความประสงค์อย่างไร ก็พร้อมที่จะดำเนินการให้ในทุกรูปแบบ แต่ก็ต้องว่ากันด้วยหลักฐาน เพราะในที่เกิดเหตุมีกล้องวงจรปิด รวมถึงพี่น้องประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ ก็สามารถเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ และพร้อมที่จะรับผิดชอบในเรื่องของความเสียหายให้กับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในส่วนของความบกพร่องก็ยอมรับ และนำมาปรับปรุง และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา

keyboard_arrow_up