เมื่อในปลากระป๋องมีทั้ง “ซาร์ดีน” และ “แมคเคอเรล” แล้วปลาสองชนิดนี้ต่างกันอย่างไร!?

เชื่อว่าเวลาออกไปเดินซื้อของตามห้างหรือร้านสะดวกซื้อ หลายคนคงได้เห็น ปลากระป๋อง สารพัดยี่ห้อวางขึ้นชั้นจนแน่นเอี๊ยด และถ้าใครที่นิยมชมชอบหรือฝากท้องไว้กับอาหารมื้อสะดวกประเภทนี้เป็นประจำล่ะก็ คงเห็นว่า ปลากระป๋องที่ขายๆกันอยู่นั้น ไม่ได้มาจากปลาเพียงชนิดเดียว แต่มีการใช้ปลาด้วยกันหลายชนิด และมีสองชนิดหลักๆ ที่เห็นชื่อติดอยู่บนกระป๋องเป็นประจำคือ ปลาแมคเคลเรล และปลาซาร์ดีน มาถึงตรงนี้ หลายคนคงมีคำถามในใจแล้วว่า ปลาซาร์ดีนกับปลาแมคเคอเรลเนี่ย มันต่างกันอย่างไง ทำไมถึงขั้นต้องแยกประเภทและติดชื่อบนกระป๋องให้ชัดเจนไปเลย หรือว่านี่เป็นไอเดียในการเพิ่มมูลค่าสินค้ากันแน่ เอาเป็นว่างานนี้เราลองมาทำความรู้จักกับปลาทั้งสองชนิดนี้กันสักนิดดีกว่า ว่ามันมีข้อแตกต่างอย่างไร ทำไมถึงได้รับความนิยมในการนำมายัดลงกระป๋องขนาดนี้ สำหรับปลาแมคเคอเรลที่นำมาทำปลากระป๋องนั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นคือปลาทู (Short-bodied mackerel) และปลาลัง (Indian mackerel) ที่มีขนาดเล็กไม่ได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ แต่เมื่อถูกจับมาได้ในประมาณมากๆ จึงนำมาแปรรูปเป็นอาหารกระป๋อง ส่วนปลาซาร์ดีนนั้น หมายถึงปลาในกลุ่มปลาหลังเขียวที่สามารถพบได้ทั่วโลก รวมถึงในบ้านเราด้วย และยังนับเป็นปลาต้นตำรับที่นิยมนำมาทำเป็นปลากระป๋องเลยก็ว่าได้ เพราะมีขนาดกำลังดี และสามารถจับได้ในปริมาณมาก แต่เนื่องจากการประมงที่เกินขนาด ทำให้มีหารหาปลาอื่นมาทดแทน แม้จะเป็นอาหารที่หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก และมีสารอาหารที่ได้จากปลาอยู่บ้าง แต่การรับประทานอาหารกระป๋องในปริมาณที่มากเกินไป หรือทานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ ดังนั้นในแต่ละมื้อนอกจากจะควรกินอาหารให้ครบห้าหมู่แล้ว หากมีความจำเป็นต้องรับประทานอาหารกระป๋องก็ควรแน่ใจด้วยว่าเราไม่ได้กินมันบ่อยเกินไป และตรวจสอบสภาพกระป๋องทุกครั้งว่ามีการเกิดสนิม รอยบุบ หรือการรั่วซึมหรือไม่ เพราะไม่ให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมาภายหลัง

keyboard_arrow_up