คลังแสงกองทัพตุรกีระเบิด! ทางการสั่งอพยพประชาชน 6.3 หมื่นคน

วันนี้ (9 ส.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข่าว เกิดเหตุคลังแสงของกองทัพตุรกีระเบิด ในไม่ไกลจากชายแดนซีเรีย ส่งผลให้ทางการตุรกี ต้องเร่งอพยพประชาชนนับหมื่นออกจากพื้นที่ รายงานข่าวระบุว่า คลังแสงซึ่งเป็นที่เก็บกระสุนปืนและดินระเบิดนานาชนิดของกองทัพตุรกี ที่เมือง เรย์ฮานลี ในจังหวัดฮาไตย์ เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ นานต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 30 นาที โดยเปลวเพลิงและกลุ่มควันจากการระเบิดที่คลังแสงแห่งนี้ สามารถเห็นได้ไกลจากระยะหลายกิโลเมตร แม้จะยังไม่มีการยืนยันถึงยอดผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุระเบิดครั้งนี้ แต่ทางการตุรกียืนยันว่า มีการสั่งอพยพประชาชนจำนวนมากกว่า 63,000 ออกจากพื้นที่ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ขณะนี้ รัฐบาลและกองทัพตุรกี กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุการระเบิดของคลังแสงที่อยู่ใกล้กับชายแดนซีเรียแห่งนี้ โดยยังไม่ตัดทิ้งความเป็นไปได้ที่ว่า เหตุระเบิดอาจเกิดจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย เนื่องจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ซึ่งมีฐานอยู่ในซีเรีย เคยก่อเหตุโจมตีด้วยระเบิดคาร์บอมบ์ในเมืองเรย์ฮานลีแห่งนี้เมื่อ 6 ปีก่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 51 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 140 รายเมื่อปี 2013 ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

จีนอ่วม! ถนน-บ้านจมบาดาลหลังฝนตกหนัก เจ้าหน้าที่เร่งอพยพ

เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (7 ก.ค.) เกิด ฝนตกหนัก อย่างต่อเนื่องในเมืองเหรินชู มณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกของจีน ส่งผลให้การสื่อสารในพื้นที่ถูกตัดขาด ถนนได้รับความเสียหาย ส่วนบ้านเรือนของประชาชนก็ถูกน้ำท่วม หรือถูกกระแสน้ำท่วมรุนแรงพัดทำลายทั้งหลัง ต่อมาในช่วงบ่าย ฝนจึงเริ่มซาและหยุดตก ขณะที่การจราจรเริ่มกลับมาใช้งานได้ ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ฝนที่ตกหนักดังกล่าว ยังสร้างความเสียหายในเขต ไท่หนิงในมณฑลเดียวกัน จนสำนักงานอุตุนิยมวิทยาในพื้นที่ต้องออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักระดับสีส้ม เมื่อเวลา 14.38 น. ตามเวลาท้องถิ่น สำนักงานดับเพลิงท้องถิ่น ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เร่งอพยพประชาชนทันที หลังปริมาณฝนตกสะสมแตะระดับ 180 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง และน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ในเขตเมือง ล่าสุด ชาวเมืองที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 100 คน ได้รับความช่วยเหลือด้วยการอพยพไปยังที่ปลอดภัยแล้วเมื่อเวลา 15.00 น. วานนี้ (7 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

อินเดียสั่งอพยพประชากร 8 แสนคน หนี ‘พายุไซโคลนฟานี’

ทางการอินเดียสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 800,000 คน ออกจากพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง ก่อนการพัดมาถึงของพายุไซโคลนฟานี ที่ก่อตัวขึ้นในอ่าวเบงกอล และเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในช่วงเช้าวันนี้ (3 พ.ค.) โดยการสั่งอพยพประชาชนที่เกิดขึ้นทั้งทางเรือ ทางรถบัส และทางรถไฟในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาของทางการอินเดีย ยืนยันว่า พายุไซโคลนลูกนี้ซึ่งมีความเร็วลมที่ศูนย์กลางมากกว่า 170 – 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะพัดขึ้นฝั่ง ในแถบรัฐโอริสสา ทางภาคตะวันออกของอินเดีย ขณะนี้ ทางการท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวตามโรงเรียน สนามกีฬา และหน่วยราชการหลายแห่งในพื้นที่รัฐโอริสสา โดยมีการเตรียมอาหาร น้ำดื่มและสิ่งของบรรเทาทุกข์ต่าง ๆ ไว้แจกจ่ายบรรดาผู้ประสบภัย นอกเหนือจากที่รัฐโอริสสาแล้ว สื่อท้องถิ่นรายงาน มีการประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่รัฐซึ่งอยู่ใกล้เคียง ทั้งที่รัฐอานธรประเทศ และ รัฐทมิฬนาดูด้วยเช่นกัน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

จนท. เร่งอพยพชาวบ้าน สั่งทิ้งทรัพย์สินเอาชีวิตรอด หลังพายุปาบึกขึ้นฝั่ง

จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศรับมือพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน หรือ พายุปาบึก ที่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 อ่านเพิ่มเติม : กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุปาบึก” จ่อเข้าไทย เฝ้าระวังภาคใต้ฝนตกหนัก เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า บนเฟซบุ๊ก เเอดมินแม็ก พลังใจปลายด้ามขวาน ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะเจ้าหน้าที่ได้นำรถบรรทุกทหารฝ่าฝนไปช่วยนำชาวบ้านออกจากพื้นที่ แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และน้ำเข้าทะลักท่วมพื้นที่ ข้าวของเริ่มลอยไปตามกระแสน้ำ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการประกาศเร่งให้ประชาชนทุกคนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อไม่มีใครหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ เนื่องจากพายุกำลังจะมาถึงแล้ว โดยกำชับว่า…ไม่ต้องเป็นห่วงทรัพย์สิน ต้องรักษาชีวิตเอาไว้ อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ชาวระโนดร่ำไห้ จำใจทิ้งศพไว้วัด อพยพหนี “ปาบึก” 

จากกรณี ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุ “ปาบึก” (PABUK)”  ฉบับที่ 18 เมื่อเวลา 12.45 น. ของวันนี้ (4 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณระหว่างอำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชแล้ว หรือที่ละติจูด 8.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 100.2 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและจะเคลื่อนเข้าปกคลุมจังหวัดสุราษฎรธานีในระยะต่อไป วันที่ 4 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 เข้าอพยพประชาชนภายในวัดหัวคุ้ง ใน ต.ท่าบอน อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งอยู่ติดริมทะเล แม้ว่าขณะนั้นชาวบ้านกำลังอยู่ระหว่างการจัดงานศพก็ตาม ทำให้ญาติพี่น้องของผู้ตายต่างพากันร่ำไห้เนื่องจากจำเป็นต้องอพยพจากวัดเพื่อไปอยู่ในที่ปลอดภัยยังศูนย์อพยพ ขณะที่ศพยังคงตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดโดยมีเพียงผู้ดูแลไม่กี่คน ทั้งนี้ บริเวณพื้นที่ อ.ระโนด  จ.สงขลา คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกหนักที่สุดใน จ.สงขลา เนื่องจากอยู่ติดกับ […]

ชาวประมงท่าศาลาเร่งนำเรือหลบ ‘ปาบึก’ พบ ปปช.บางส่วนไม่ยอมอพยพ

ชาวประมงพื้นบ้านใน จ.นครศรีธรรมราช นำเรือขึ้นมาจอดบนถนน เพื่อป้องกันความเสียหายจากคลื่นลมแรงที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ยังมีประชาชนบางส่วนไม่ยอมอพยพ ชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน ท่าศาลา ตำบลท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พยายามเร่งนำเรือประมง เข้ามาหลบคลื่นลมที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ โดยต้องนำเรือเหล่านี้ขึ้นมาจอดบนถนน เพื่อป้องกันความเสียหายจากคลื่นลมรุนแรง และต่างอยู่ในภาวะวิตกกับสถานการณ์ เนื่องจากแนวชุมชนจะเป็นแนวปะทะของพายุปาบึก ประกอบกับบ้านเรือนที่ถูกปลูกสร้างอย่างเรียบง่าย อาจไม่สามารถทนความรุนแรงของพายุได้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีประชาชนส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มชายฉกรรจ์ และหัวหน้าครอบครัว เลือกที่จะอยู่เฝ้าบ้านและทรัพย์สิน ไม่อพยพไปยังศูนย์อพยพที่ทางราชการจัดเตรียมไว้ให้ ปาบึกปาบึก ขณะที่บรรยากาศภายในศูนย์พักพิง อ.ปากพนัง มีเจ้าหน้าที่มาออกหน่วยบริการของ รพ. ปากพนัง มาคอยให้บริการด้านสุขภาพ รักษาโรค ตลอดจนทำแผลจากอาการบาดเจ็บ ส่วนคนไข้ติดเตียงและคนไข้มีครรภ์จะถูกนำตัวไปยัง รพ. ปากพนัง โดยส่วนใหญ่วันนี้ประชาชนที่ถูกอพยพหนีภัย มีอาการเวียนศีรษะ ไข้ หวัด ปวดเนื้อตัว ตลอดจนความดันสูง ซึ่งใครที่มีอาการรุนแรง จะมีการส่งแอดมิดที่ รพ.โดยด่วน ขณะเดียวกันยังบริการจ่ายยารักษาโรคพื้นฐานอีกด้วย ทั้งนี้ตั้งแต่เปิดจุดให้บริการมายังไม่พบปัญหาแต่อย่างใด ยังสามารถรับมือได้กับจำนวนประชาชนที่อพยพมา

ชาวใต้เร่งอพยพหนีพิษปาบึกเข้าถล่ม 3-5 ธ.ค.นี้ อ่าวไทยคลื่นสูง นทท.งดเล่นน้ำ

สภาพอากาศในภาคใต้วันนี้ (3 ธ.ค. 61) ค่อนข้างหน้าเป็นห่วง หลังจากที่กรมอุตุฯ ประกาศเตือน พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้า ๆ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในวันที่ 3 มกราคม 2562 ล่าสุดหลายๆ พื้นที่ในภาคใต้ได้เริ่มอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว ที่สงขลา คลื่นลมแรงเริ่มซัดเข้าชายฝั่งสงขลาแล้ว ทำให้ชุมชนชาวประมงต้องรีบนำเรือขึ้นฝั่ง และเฝ้าระวังบ้านเรือน เตรียมพร้อมรับมือพายุปาบึก ที่หาดสมิหลาตอนนี้ คลื่นลมแรงซัดเข้าทำลายชายฝั่งอย่างหนัก โดยเฉพาะในจุดที่มีการก่อสร้างแนวหินกันคลื่น โดยคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทำให้ชุมชนชาวประมงเก้าเส้ง อำเภอเมือง ต่างเร่งนำเรือประมงชึ้นฝั่ง ไปอยู่ในที่ปลอดภัย ป้องกันคลื่นลมซัดถล่ม และยังได้ติดตามสภาพคลื่นลม เพื่อเตรียมรับมือ โดยได้มีการวางกระสอบทรายบริเวณแนวชายฝั่ง ป้องกันทรัพยสินในบ้านเรือนได้รับความเสียหาย คาดว่า ในช่วงบ่ายคลื่นลมจะมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เรียกประชุมหน่วยเกี่ยวข้องเช้านี้ทันที เพื่อเตรียมพร้อมรับมือทั้งสภาพคลื่นลมและฝน ส่วนเทศบาลนครสงขลาได้ปักธงแดงเตือนภัย บริเวณหาดสมิลาระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร เตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำทะเลอย่างเด็ดขาด ส่วนที่ อ.สิงหนคร ชาวบ้านในชุมชนชาวเล บ้านหาดแก้ว เริ่มขนย้ายข้าวของออกจากบ้านไปเก็บไว้ที่อื่นชั่วคราวแล้ว เก็บเรือ […]

รับมือพายุปาบึก!! ปตท. สผ. สั่งอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากแท่นขุดเจาะกลางอ่าวไทย

จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศรับมือพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน หรือ พายุปาบึก ที่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 นั้น (อ่านเพิ่มเติม : กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุปาบึก” จ่อเข้าไทย เฝ้าระวังภาคใต้ฝนตกหนัก) ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) มีประกาศแถลงการณ์ฉบับที่ 1/2562 เรื่อง สถานการณ์พายุดีเปรสชันที่กำลังเคลื่อนที่เข้าบริเวณอ่าวไทย ระบุว่า จากรายงานพยากรณ์อากาศนอกชายฝั่ง (Offshore Weather Services) เกี่ยวกับสถานการณ์พายุดีเปรสชันที่กำลังเคลื่อนที่เข้าบริเวณอ่าวไทยในขณะนี้ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยของการปฏิบัติงานในพื้นที่ปฏิบัติงานนอกชายฝั่งเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ปตท.สผ. จึงได้ส่งพนักงานและผู้รับเหมาบางส่วนที่ไม่สามารถปฏิบัติงานเนื่องด้วยสภาพอากาศดังกล่าวกลับขึ้นฝั่งที่จังหวัดสงขลา ระงับการเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการนอกชายฝั่ง ระงับกิจกรรมการสำรวจและการซ่อมบำรุงไว้ชั่วคราว เคลื่อนย้ายแท่นเจาะและเรือสนับสนุนต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบออกจากบริเวณพายุดีเปรสชันตั้งแต่วันที่ […]

น้ำท่วมฉับพลันกลางทะเลทรายซาอุฯ ดับกว่า 35 ราย-ปชช.เร่งอพยพ

เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันกลางทะเลทรายหลายจุดของซาอุดิอาระเบีย ทั้งในกรุงริยาด และเมืองต่าง ๆ หลังเกิดพายุทรายพัดถล่มและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งคนและอูฐต้องเดินลุยน้ำท่วมกลางทะเลทราย และมีรถยนต์หลายคันถูกน้ำท่วม ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 4,000 คนออกจากพื้นที่ โดยในเวลานี้ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้มากกว่า 2,500 คน และมีผู้ประสบภัยอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิง ที่ทางการจัดเตรียมไว้ให้กว่า 2,530 คน ด้านสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนของซาอุดิอาระเบียระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันอยู่ที่ 35 ราย โดยเมืองเมกกะเป็นพื้นที่ ซึ่งพบผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึง 11 ราย และคาดว่าสภาพอากาศจะยังคงเลวร้ายต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไต้ฝุ่นจ่ามี ถล่มญี่ปุ่น! ดับแล้ว 2 ราย เร่งอพยพปชช. 3.7 ล้านคน

ไต้ฝุ่นจ่ามีได้เข้าพัดถล่มพื้นที่จังหวัดโอกินาวะ และโอซากา ทางตอนใต้ของตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีความเร็วลมที่จุดศูนย์กลางสูงสุด 216 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อิทธิพลของไต้ฝุ่นส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก มีคลื่นสูงในทะเล และลมกระโชกแรง บ้านเรือนมากกว่า 750,000 หลังในพื้นที่ทางตะวันตกของญี่ปุ่นไม่มีไฟฟ้าใช้ เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนมากกว่า 3 ล้าน 7 แสนคน ใน 19 จังหวัดออกจากพื้นที่ ไต้ฝุ่นจ่ามียังทำให้การเดินทางสัญจรตามเส้นทางต่าง ๆ ติดขัด โดยสนามบินนานาชาติคันไซต้องยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 1,000 เที่ยวบิน ขณะที่บริการรถไฟต้องระงับการให้บริการตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ส่วนที่กรุงโตเกียวแม้ว่าจะไม่ใช่เส้นทาง ที่ไต้ฝุ่นจ่ามีเคลื่อนผ่านโดยตรง แต่อิทธิพลของไต้ฝุ่นลูกนี้ก็ส่งผลให้มีในตกหนักและลมกระโชกแรง ส่งผลให้ต้องยกเลิกการให้บริการขบวนรถไฟในช่วงคืนที่ผ่านมา ขณะที่ในตอนเช้าก็มีรายงานว่าการจราจรในกรุงโตเกียวต้องกลายเป็นอัมพาตและมีความวุ่นวาย เนื่องจากถนนหลายสายมีต้นไม้หักโค่นปิดกั้นเส้นทาง ล่าสุด มีรายงานผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นจ่ามีพัดถล่มแล้ว 2 ราย ขณะที่ยอดผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 120 คนแล้ว ส่วนผู้สูญหายมี 2 คน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ฟิลิปปินส์เตรียมรับมือ ‘ไต้ฝุ่นมังคุด’ สั่งอพยพปชช.หลายพันจากพื้นที่ชายฝั่ง

ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือการมาถึงของซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกใหม่ ที่มีชื่อว่า “มังคุด” ที่คาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งบริเวณตอนเหนือของเกาะลูซอนในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ย.) ด้วยความเร็วลมที่ศูนย์กลางมากกว่า 205 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดที่จะพัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์ในปีนี้ เป็นเหตุให้ต้องมีการสั่งอพยพประชาชนหลายพันคนออกจากพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง ทั้งนี้ไต้ฝุ่นมังคุด ได้พัดผ่านเกาะกวม และหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียน่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านได้ ส่งผลให้มีต้นไม้โค่นล้มจำนวนมาก กระแสไฟฟ้าถูกตัดขาด และประชาชนหลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย

‘เฮอริเคนฟลอเรนซ์’จ่อเพิ่มกำลังเป็นระดับ 5 สหรัฐฯ สั่งอพยพด่วนกว่า 1 ล้านคน

รัฐนอร์ธแคโรไลนา และเซาท์แคโรไลนาของสหรัฐสั่งอพยพประชาชนหลายล้านคน ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติสหรัฐ ระบุว่า เฮอริเคนฟลอเรนซ์ เพิ่มกำลังเป็นเฮอริเคนระดับ 4 เป็นเฮอริเคนขนาดใหญ่ลูกแรกที่จะพัดขึ้นฝั่งตะวันออกของสหรัฐในปีนี้ อยู่ห่างจากแหลม เคปเฟียร์ ของรัฐนอร์ทแคโรไลนา ออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้เกือบ 2000 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่า ลมที่เกิดจากพายุจะพัดกระหน่ำแผ่นดินใหญ่ภายในคืนวันที่ 12 ก.ย. 61 โดยพัดขึ้นฝั่งในรัฐเซาท์แคโรไลนา และนอร์ทแคโรไลนา ในวันที่ 13 ก.ย. 61 จากนั้นจะเกิดฝนตกหนักที่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ ทั้งนี้ พายุเฮอริเคนระดับ 4 มีความรุนแรงถึงขั้นพัดทำลายบ้านเรือน และหอบเอาเศษซากลอยไปตกในพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต ล่าสุด ผู้ว่าการรัฐ เวอร์จิเนีย นอร์ทแคโรไลนา และเซาท์แคโรไลนา ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว ขณะที่ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติยังเฝ้าติดตามเฮอริเคนลูกอื่น ๆ ที่กำลังก่อตัวในมหาสมุทรแอตแลนติก ศูนย์เฮอริเคนยังระบุด้วยว่า ไม่มีสัญญาณว่าความรุนแรงสูงสุดของพายุจะหยุดอยู่ที่ใด แต่พายุกำลังทวีความรุนแรงเข้าใกล้ระดับ 5 ในวันพรุ่งนี้(12 ก.ย. 61) ซึ่งเป็นระดับอันตรายที่สุด ล่าสุดประชาชนพากันสร้างเกราะกำบังให้กับบ้านเรือ พร้อมกักตุนอาหารและเชื้อเพลิง ทั้งนี้ สหรัฐได้รับผลกระทบจากพายุที่ทรงพลังหลายลูกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรวมถึงเฮอร์ริเคนมาเรียที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว […]

เขื่อนเมียนมาแตก น้ำท่วมฉับพลันกว่าร้อยหมู่บ้าน-สูญหายแล้ว 5 ราย

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 29 ส.ค. 61 เกิดเหตุ เขื่อนสวาร์ชวง ในเมืองพะโค ของประเทศเมียนมาได้เกิดมวลน้ำไหลล้นทะลัก จนทำให้สปิลเวย์ของเขื่อนดังกล่าวพังถล่ม เกิดน้ำท่วมฉับพลันไหลเข้าท่วมหมู่บ้านราว 100 แห่ง พื้นที่ทำนา และทำให้สะพานบนทางหลวง ที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์พังเสียหาย อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่กู้ภัยเมียนมาระบุว่าสะพานดังกล่าวมีสภาพที่ไม่มั่นคง แต่ยังไม่พังถล่ม ขณะที่ระดับน้ำท่วมเริ่มลดระดับลงมาบ้างแล้ว ด้านทางการเมียนมาได้สั่งอพยพประชาชนกว่า 50,000 คนจาก 12,000 ครัวเรือนออกจากพื้นที่ และในเวลานี้มีรายงานผู้สูญหาย 5 ราย ขณะที่ทางการเมียนมายังไม่เปิดเผยรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากเหตุเขื่อนแตกครั้งนี้ ทั้งนี้ทางการเร่งสืบหาสาเหตุที่ทำให้เขื่อนพังถล่ม โดยในเวลานี้เจ้าหน้าที่ได้ตัดประเด็นปัญหาการออกแบบเขื่อนออกไป พร้อมกับกำลังเร่งตรวจสอบสภาพเขื่อน และหาทางเร่งหยุดน้ำที่ไหลทะลักออกจากเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไฟป่าสเปน โหมหนัก! ลุกลามเกือบ 2 หมื่นไร่ จนท.ระดมกำลังเร่งดับไฟ

ไฟป่าที่โหมลุกไหม้ทางตอนใต้ของประเทศสเปนยังรุนแรงต่อเนื่อง โดยได้เผาทำลายพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 3,000 เฮคตาร์ หรือมากกว่า 18,750 ไร่ ขณะนี้ทางการสเปนได้สั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยรอบเมืองบาเลนเซียไปแล้วมากกว่า 2,600 คน ขณะที่ทางกองทัพสเปนได้ส่งกำลังพลของตนลงพื้นที่ เพื่อร่วมสมทบภารกิจดับไฟป่ากับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง สื่อท้องถิ่นของสเปนรายงานว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้มีต้นตอมาจาก “ฟ้าผ่า” เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่อิทธิพลจากกระแสลมแรงและสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว และพบว่ามีบ้านเรือนถูกเผาทำลายไปแล้วมากกว่า 40 หลัง ล่าสุดมีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 600 นาย และเครื่องบินอีก 31 ลำสำหรับเข้าร่วมในภารกิจการดับไฟทางอากาศ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

น้ำมูลเพิ่มสูงต่อเนื่อง! อุบลฯ ตั้งเต็นท์เตรียมอพยพชาวบ้าน

ชาวนาในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำยมเร่งเกี่ยวข้าว แม้ว่าจะอยู่ในช่วงฝนตกชุก เนื่องจากเกรงจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะที่เทศบาลนครอุบลราชธานี ตั้งเต็นท์เตรียมอพยพชาวบ้าน หลังแม่น้ำมูลเริ่มล้นตลิ่ง เจ้าหน้าที่จากกองช่างโยธา สำนักงานเทศบาลนครอุบลราชธานี นำเต็นท์จำนวน 3 หลัง มากางบริเวณริมถนนข้างสวนสาธารณะห้วยม่วง ถนนชลประทานท่าบ่อ ต.ในเมือง อ.เมือง หลังได้รับการร้องขอจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนวังแดง ที่ตั้งอยู่ติดกับลำน้ำมูลน้อย ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูลในเขตอำเภอเมือง ว่าระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะไหลท่วมบ้านเรือน จนชาวชุมชนอาจจะต้องอพยพหนีน้ำในช่วง 1-2 วันนี้ (1 ส.ค. 61) ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมจากแม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำโขง รวม 5 อำเภอ จากทั้งหมด 25 อำเภอ ล่าสุดสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลใน อำเภอโขงเจียม วันนี้เริ่มชะลอตัวและลดลง 10 เซนติเมตร แต่ยังมีระดับน้ำสูง 15.12 เมตร ทำให้น้ำยังคงล้นตลิ่ง กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบเรือโดยสารข้ามฟากและเรือนำเที่ยวในเทศบาล ตำบลบ้านด่าน โขงเจียม เกือบ 50 ลำ ต้องจอดเทียบท่าและสูญเสียรายได้วันละนับแสนบาท เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่กล้าจ้างเรือไปท่องเที่ยว หรือพาข้ามฟากไปยังบ้านใหม่สิงสัมพัน […]

เขื่อนแตกในลาวใต้ มวลน้ำทะลักท่วมบ้านเรือนปชช. จนท.เร่งอพยพ

เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (24 ก.ค. 61) สำนักข่าวเอบีซีลาว นิวส์ เผยให้เห็นภาพน้ำท่วมในเมืองสนามไซ แขวงอัตตะปือในลาวใต้ โดยระบุว่ามวลน้ำเกิดจากเหตุเขื่อนปิดช่องเขา ของเขื่อนเซน้ำน้อย พังถล่มเมื่อวานนี้ (23 ก.ค. 61 ) ทั้งนี้มวลน้ำมหาศาลได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน และผู้ประสบภัยจำนวนมากไม่ทันได้เตรียมการ บางคนต้องขึ้นไปรอความช่วยเหลือบนหลังคา ขณะที่กระแสน้ำเชี่ยวกราก ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งอพยพผู้ประสบภัย โดยใช้เรือนำออกมาจากหมู่บ้าน และส่งไปพักในที่พักฉุกเฉิน

น้ำท่วมญี่ปุ่นเริ่มคลี่คลาย จนท.เร่งฟื้นฟูความเสียหาย-ยอดดับพุ่ง 200 ราย

สถานการณ์น้ำท่วมและดินถล่มของญี่ปุ่น ล่าสุดช่วงมรสุมได้ผ่านพ้นไปแล้ว กองกำลังป้องกันตนเองกว่า 7 หมื่นนาย พร้อมด้วยหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยของญี่ปุ่นเดินหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนทางฝั่งตะวันตกของประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มครั้งรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี ขณะนี้ ระบบการคมนาคม อย่างถนน และรางรถไฟหลายสายยังถูกตัดขาดเนื่องจากดินถล่ม เช่นเดียวกับไฟฟ้าและประปาที่ยังใช้การไม่ได้ โดยกระทรวงคมนาคมระบุว่าบริษัทรถไฟเจอาร์จะเร่งซ่อมแซมเส้นทาง 27 สายที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกราว 2-3 วัน หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ประชาชนบางส่วนกลับเข้าอาศัยในบ้านเรือนของตนเอง แม้ว่าบ้านบางหลังจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่บางคนไม่เพียงสูญเสียเฉพาะบ้านเรือน แต่ยังเสียคนที่รัก ทั้งครอบครัว เพื่อน หรือคนรักจากเหตุภัยพิบัติในครั้งนี้ด้วย โดยฮิโรชิมาถือเป็นเมืองที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดในเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ โดยข้อมูลจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาพบว่าปริมาณฝนช่วง 11 วันของเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีปริมาณฝนมากเป็น 4 เท่าของฝนตามฤดูกาลปกติ ทำให้น้ำจากแม่น้ำเอ่อท่วมอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตรวมอย่างเป็นทางการ ล่าสุด อยู่ที่ 200 ราย และมีผู้สูญหายอีกราว 60 คน

สั่งอพยพด่วน! ไฟป่าแคลิฟอร์เนียยังลามไม่หยุด เข้าใกล้ที่ตั้งของหลายชุมชน

ไฟป่าในพื้นที่ทางตอนเหนือของมลรัฐแคลิฟอร์เนียยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ทางการท้องถิ่นต้องประกาศอพยพประชาชนออกจากพื้นที่หลายชุมชน รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและอาสาสมัครมากกว่า 1,200 คนได้ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อหาทางควบคุมการลุกลามของไฟป่าที่เกิดขึ้น แต่ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญคือสภาพอากาศที่ร้อนจัด และกระแสลมพัดแรงที่ทำให้ไฟป่าลุกลามขยายวงกว้างมากกว่าเดิม โดยพบพื้นที่ป่าถูกเผาผลาญแล้วมากกว่า 32,500 เอเคอร์ หรือราว 82,225 ไร่ ล่าสุดมีการยืนยันว่า ไฟป่าได้ลุกลามเข้าใกล้ที่ตั้งของหลายชุมชนในแถบแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ และอยู่ห่างจากนครซานฟรานซิสโกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 120 กิโลเมตร.

keyboard_arrow_up