“บรรจง” เฉลยข้อสงสัย “ปลาทู” หายไปจากทะเลไทยได้อย่างไร !?

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการหายไปของปลาทูในแถบทะเลไทย ว่ามีสาเหตุมาจากปัจจัยใดบ้าง ล่าสุด นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว บรรจง นะแส โดยกล่าวถึงปมปัญหาการหายไปของปลาทูในน่านน้ำไทยว่า…ท่านใดที่สนใจว่าปลาทูหายไปจากทะเลไทยได้อย่างไร…ลงไปดูได้ที่แพปลาที่มีเรือปั่นไฟขึ้นท่าได้ทุกท่า/ทุกภาคที่มีติดติดทะเลเลยครับ ท่านใดที่สนใจว่าปลาทูหายไปจากทะเลไทยได้อย่างไร…ลงไปดูได้ที่แพปลาที่มีเรือปั่นไฟขึ้นท่าได้ทุกท่า/ทุกภาคที่มีติดติดทะเลเลยครับ โพสต์โดย บรรจง นะแส เมื่อ วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2019

หาก “หญ้าทะเล” หายไป นอกจากกระทบ “พะยูน” แต่จะลามไปถึง “เงิน” ในกระเป๋าประชาชน

หลังจากกลายเป็นข่าวดีได้ไม่นาน กลับการกลับมาของผืนหญ้าทะเลในจังหวัดตรัง ที่ทำให้มีฝูงพะยูนกลับเข้ามาหากินในน่านน้ำไทยอีกครั้ง แต่ท่ามกลางความยินดีทั้งในแง่ของการอนุรักษ์ และแหล่งรายได้ใหม่ของคนพื้นที่ ไม่นานมานี้ได้เกิดวิกฤติครั้งใหม่ขึ้น เมื่อหญ้าทะเลในพื้นที่จังหวัดตรังได้ยืนต้นตายเป็นจำนวนมากอย่างไร้สาเหตุ แม้เหตุการณ์นี้จะมีการยืนยันจากคนในพื้นที่ว่าปัญหาดังกล่าวยังไม่กระทบต่อแหล่งอาหารของพะยูน แต่หากยังไม่มีการแก้ไขหรือค้นหาสาเหตุที่ทำให้หญ้าทะเลยืนต้นตายเป็นวงกว้างแบบนี้ ผลที่ตามมาอาจไม่จบแค่การหายไปของสัตว์สงวนของไทย แต่จะลุกลามไปถึงธุรกิจทัวร์ชมพะยูนของชาวบ้าน ที่ทุกวันนี้ก็มีปัญหาเกี่ยวกับการ “ล้ำเส้น” ระยะปลอดภัยของพะยูน จนดูเหมือนเป็นการคุกคามสัตว์มากกว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์   ปัญหามีแค่นี้หรือ…ไม่ใช่แน่ เพราะการหายไปของพืชสีเขียวที่เป็นสิ่งค้ำจุนระบบนิเวศชายฝั่งนั้น ย่อมกระทบต่อวิถีชีวิตของทั้งคนและสัตว์อย่างปฏิเสธไม่ได้ และอาจมีมากกว่ากว่าที่เราคิด หากหญ้าทะเลหายไป…การทำประมงอวนลอย ลอบดักลูกปลาเก๋า การรุนเคยทำกะปิ และการหาหอย ก็จะทำได้ยากขึ้น หรืออาจทำไม่ได้อีกเลย หากหญ้าทะเลหายไป….สินค้าที่เป็นยาสมุนไพรและหัตถกรรมท้องถิ่นก็จะหายไปด้วย หากหญ้าทะเลหายไป…แหล่งอาหารเต่าทะเลและพะยูนก็จะหมดไป ทำให้สัตว์มีการย้ายถิ่นไปยังพื้นที่อื่นที่อาจไม่ได้อยู่ในประเทศไทย หากหญ้าทะเลหายไป…แหล่งวางไข่ แหล่งอนุบาลสัตว์น้าวัยอ่อน และที่หลบภัยของสัตว์น้ำหลายชนิดก็จะหมดไปด้วย หากหญ้าทะเลหายไป…ตัวช่วยที่สามารถลดความรุนแรงของคลื่นลม และการฟุ้งกระจายของตะกอนให้ก็จะหมดไปด้วย หากหญ้าทะเลหายไป…ตัวช่วยที่จะกรองและบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากการเลี้ยงกุ้งและสัตว์น้ำ ก็จะหมดไปด้วย และทำให้คุณภาพน้ำในพื้นแย่ลง จนส่งผลต่อระบบนิเวศอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียง แม้หญ้าทะเลจะไม่ใช่ดอกไม้ ที่เด็ดแล้วจะสะเทือนถึงดวงจันทร์ แต่หญ้าทะเลหายไปจริงๆ นอกจากกระทบ “พะยูน” แล้ว มันจะลามไปถึง “เงิน” ในกระเป๋าประชาชนด้วยเช่นกัน

เทียบกันชัดๆ กับภาพตึกใบหยกมุมเดิมตลอด 3 ปี ที่หายไปในม่านฝุ่นละออง PM2.5

สืบเนื่องจากปัญหา ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่แพร่กระจายในหลายพื้นที่เข้าเกณฑ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นบริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ, ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม และที่ริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยเฉพาะในเขตถนนกาญจนาภิเษกที่มีค่าฝุ่นละออง pm2.5 มากถึง 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (อ่านเพิ่มเติม : กรีนพีช เผย กรุงเทพฯ ติดอันดับ 8 เมืองคุณภาพอากาศแย่ หลังเจอวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5) ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Piyavachara Arunotai ที่ได้ถ่ายภาพเปรียบเทียบตึกใบหยกจากมุมเดียวกันตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปี 2019 ที่แสดงให้เห็นความแตกต่างของสภาพอากาศของช่วงเวลาเดียวกันในแต่ละปี และแสดงให้เห็นว่าปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกิดขึ้นในปีนี้ มีความรุนแรงมากแค่ไหน  

อึ้ง! โจรจิ๋วด.ญ.13เหยื่อแฉคบผ่านเฟซ1วันอ้อนขอนอนด้วยก่อนฉกจยย.หนี-ใช้ผู้ชายล่อจับ (คลิป)

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก Youlike (คลิปเด็ด) แชร์ภาพพร้อมคลิปวีดีโอของผู้ใช้เฟซบุ๊ก “นักศึกษา รอบเช้า”  ระบุข้อความว่า “จับขโมย วัยจิ๋ว อายุ 13 ยังใช้เด็กหญิงอยู่เลย ขโมยมอเตอร์ไซค์ เป็นคัน สามารถปลดล็อครถ แล้วขับออกมาได้ เก่งมาก เด็กคนนี้ กฎหมาย ทำอะไร ไม่ได้ เพราะ อายุ ต่ำกว่า 15 ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทำมาแล้วหลายครั้ง โดนประจาน นับครั้งไม่ถ้วน โชคดี ที่เป็นผู้หญิง ผู้เสียหายเป็นผู้ชาย ไม่งั้นโดนกระทืบไปแล้ว น้ำตาไม่ช่วยอะไร เพราะทำมาเยอะแล้ว” ล่าสุด 28 มิถุนายน 2560 นายบิว (นามสมมติ) อายุ17ปี ผู้โพสต์คลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2560 เป็นวันที่ตนและพี่ชายไปตามเอารถจักรยานยนต์คืน หลังถูกขโมยไปตั้งแต่วันที่ 24มิ.ย.2560 เป็นรถจักรยานยนต์ของพี่ชายตน วันเกิดเหตุพี่ชายได้คุยผ่านเฟซบุ๊กกับเด็กหญิงอายุ 13 ปี […]

งงเด้!? จากภาพมือถือที่กลมกลืนไปกับลายบนพรม กลายภาพไวรัลที่ชาวเน็ตบางคนก็หาไม่เจอ

เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยมีประสบการณ์ลืมสิ่งของอะไรสักอย่างไว้บนพื้นที่มีสีสันและลวดลายเหมือนกันของชิ้นเป๊ะ และกลายเป็นเรื่องชวนหงุดหงิด เพราะไม่ว่าจะหาของที่ลืมทิ้งไว้เท่าไหร่ก็หาไม่เจอสักที อย่างเช่นกรณีของ Jeya May Cruz หญิงสาวจากเมืองปาซิก ประเทศฟิลิปปินส์ ที่เผลอลืมโทรศัพท์มือถือของเธอไว้บนพรมที่มีลวดลายเหมือนกับตัวเครื่องมาก จนแม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันวางอยู่ตรงไหน และเมื่อหามือถือเจ้ากรรมเจอ เธอก็ได้ตัดสินใจนำภาพนี้ไปโพสต์ลงไป Facebook ส่วนตัวของเธอ เพื่อชวนเพื่อนๆ มาเล่นเกมหามือถือบนพรมกัน จนทำให้ภาพดังกล่าวถูกแชร์ไปในสื่อสังคมออนไลน์มากกว่า 20,500 ครั้ง และมีผู้กดไลค์มากกว่า 150,000 ครั้ง ในเวลาเพียงสองอาทิตย์ แถมยังมีบางคนเข้ามาคอมเมนท์ด้วยว่า…แน่ใจนะว่ามีมือถืออยู่ในภาพนี้!? งั้นเอาเป็นว่าเราลองมาเล่นเกมที่ว่านี้กันสักหน่อยดีกว่า ว่าคุณจะหามือถือที่หายไปของเธอเจอมั๊ย!? ถอดใจแล้วใช่มั๊ยล่ะ งั้นเอาเป็นว่าเราลองมาเฉลยกันเลยดีกว่า ว่าจะใช่จุดที่คุณเคยสงสัยอยู่หรือเปล่า!? ที่มา – Facebook.com / Jeya May Cruz Estigoy

keyboard_arrow_up