จุดเชื่อมโยงของภาพหลุมดำจากกล้อง Event Horizon Telescope กับหนังสยองดังในอดีต

เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่พวกเรามนุษย์โลกได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของ “หลุมดำ” แต่ยังไม่เคยมีใครได้เห็นภาพจริงๆ ของหลุมดำที่ว่านี่เสียที จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา… ซึ่งภาพของหลุมดำที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกนั้น เกิดขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลของกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ติดตัดอยู่ทั่วโลกชื่อว่า Event Horizon Telescope (EHT) ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทุกคนได้รับรู้กันไปแล้ว แต่วันนี้แอดขอพูดถึงอีกหนึ่ง Event Horizon ให้ได้รู้จักกัน ย้อนกลับไปเมื่อปี 1997 ได้มีหนังไซไฟสยองขวัญเรื่องหนึ่งชื่อ Event Horizon หรือในชื่อไทยว่า ฝ่านรก สุดขอบฟ้า ซึ่งตอนแรกที่ได้รู้จักหนังเรื่องนี้ผู้ชมต่างคาดหวังว่ามันจะเป็นหนังลุยอวกาศแนวๆ เอเลี่ยน หรือพรีเดเตอร์ แต่หลังจากเข้าฉายกลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เลยทำให้กลายเป็นหนังเจ๊งไปแทน เนื้อเรื่องคร่าวๆ ของหนังก็คือ ทีมช่วยเหลือได้ถูกส่งไปกู้ภัยยังยาน Event Horizon ที่ถูกส่งไปทำภารกิจสำรวจหลุมดำ ที่อยู่ๆ ก็ส่งสัญญาณกลับมาหลังจากอยู่ดีๆ ก็หาย ไลน์ไม่ตอบไปเป็นเวลากว่า 7 ปี แล้วก็อย่างที่พอจะเดากันได้กับหนังพล๊อตแนวๆ นี้ คือยานพา “บางอย่าง” กลับมาด้วย ส่วนจะเป็นอะไร ทำไมถึงเจ๊ง ก็อยากเชิญชวนให้ไปรับชมด้วยตัวเองกันครับ พอดีว่าเห็นเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลุมดำ อีกทั้งชื่อ Event Horizon ยังคล้ายคลึงกันอีก ก็เลยชวนให้นึกถึงขึ้นมา […]

หลุมดำ คืออะไร ทำไมทั่วโลกถึงต้องให้ความสนใจ แต่บางคนกลับมองข้าม

จากกรณีที่เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซัน แถลงข่าวการถ่ายภาพหลุมดำครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยกล้อง Event Horizon Telescope ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครถ่ายภาพ หลุมดำ ได้ โดยภาพของหลุมดำที่เห็นกันในทุกวันนี้ เกิดจากการมโนภาพตามนิยามทฤษฎีทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ การค้นพบดังกล่าวจึงนับว่าเป็นครั้งสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ของโลก (อ่านเพิ่มเติม : เผยภาพ “หลุมดำ” ของจริง! ครั้งแรกในประวัติศาสตร์) หลุมดำ (black hole) หมายถึงเทหวัตถุในเอกภพที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมาก ไม่มีอะไรออกจากบริเวณนี้ได้แม้แต่แสง ยกเว้นหลุมดำด้วยกัน เราจึงมองไม่เห็นใจกลางของหลุมดำ หลุมดำจะมีพื้นที่หนึ่งที่เป็นขอบเขตของตัวเองเรียกว่าขอบฟ้าเหตุการณ์ ที่ตำแหน่งรัศมีชวาร์สชิลด์ ถ้าหากวัตถุหลุดเข้าไปในขอบฟ้าเหตุการณ์ วัตถุจะต้องเร่งความเร็วให้มากกว่าความเร็วแสงจึงจะหลุดออกจากขอบฟ้าเหตุการณ์ได้ แต่เป็นไปไม่ได้ที่วัตถุใดจะมีความเร็วมากกว่าแสง วัตถุนั้นจึงไม่สามารถออกมาได้อีกต่อไป เมื่อดาวฤกษ์ที่มีมวลมหึมาแตกดับลง มันอาจจะทิ้งสิ่งที่ดำมืดที่สุด ทว่ามีอำนาจทำลายล้างสูงสุดไว้เบื้องหลัง นักดาราศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า “หลุมดำ” เราไม่สามารถมองเห็นหลุมดำด้วยกล้องโทรทรรศน์ใดๆ เนื่องจากหลุมดำไม่เปล่งแสงหรือรังสีใดเลย แต่สามารถตรวจพบได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ และคลื่นโน้มถ่วงของหลุมดำ (ในเชิงทฤษฎี โครงการแอลไอจีโอ) และจนถึงปัจจุบันได้ค้นพบหลุมดำในจักรวาลแล้วอย่างน้อย 6 แห่ง หลุมดำเป็นซากที่สิ้นสลายของดาวฤกษ์ที่ถึงอายุขัยแล้ว สสารที่เคยประกอบกันเป็นดาวนั้นได้ถูกอัดตัวด้วยแรงดึงดูดของตนเอง จนเหลือเป็นเพียงมวลหนาแน่นที่มีขนาดเล็กยิ่งกว่านิวเคลียสของอะตอมเดียว ซึ่งเรียกว่า ภาวะเอกฐาน หลุมดำแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ หลุมดำมวลยวดยิ่ง […]

keyboard_arrow_up