รร.งัดหลักฐานโต้ดราม่าบังคับเด็กดื่มนมวัวทั้งที่แพ้ ยันแม่เด็กไม่เคยแจ้งแพ้อาหารชนิดใดมาก่อน

กรณีเพจดัง ดราม่า แอดดิค (Drama-Addict) แชร์เรื่องราวของคุณแม่รายหนึ่งที่ออกมาร้องเรียนว่าลูกชายวัยอนุบาลถูกคุณครูบังคับให้ดื่มนมวัว ทั้งที่เด็กแพ้นมวัว ทำให้เด็กมีอาการแพ้ ถ่ายเป็นมูกเลือด จนต้องตัดสินใจให้ลูกลาออกจากโรงเรียน หลังข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นและโจมตีโรงเรียน รวมถึงคุณครูประจำชั้นของเด็กนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 60 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีเดินทางไปที่โรงเรียนเก่าของเด็กชายวัย 3 ขวบ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนชื่อดังในจังหวัดระยอง โดยวันนี้ ทางโรงเรียนได้เชิญผู้ปกครองเด็กนักเรียนคนอื่นๆ มารับฟังคำชี้แจง หลังตกเป็นเป้าโจมตีว่าบังคับให้เด็กทานนมวัวจนป่วย มีผู้อำนวยการโรงเรียน และครูประจำชั้นของเด็กมาร่วมชี้แจงด้วย ทางโรงเรียนยืนยันว่าที่ผ่านมา โรงเรียนมีนโยบายดูแลเด็กตามมาตรฐานทุกอย่าง เด็กทุกคนที่รับเข้าเรียน จะต้องมีข้อมูลบันทึกประวัติไว้ ว่าแพ้อาหารชนิดใดหรือไม่ แต่ในกรณีของเด็กที่เป็นข่าว ผู้อำนวยการยืนยันว่าไม่ได้แจ้งกับทางโรงเรียนมาก่อน และนมที่เด็กดื่มก็เป็นนมที่คุณแม่ให้กับคุณครูมาเอง เพราะในกรณีที่เด็กแพ้นมวัว ทางโรงเรียนก็มีนมถั่วเหลืองเตรียมไว้ให้ดื่มอยู่แล้ว ส่วนที่คุณแม่บอกว่าครูใช้ไซรินจ์ฉีดนมเข้าปากเด็ก ทางโรงเรียนชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ คุณแม่เด็กแจ้งกับว่าลูกเป็นเด็กทานอาหารยาก อาจจะต้องช่วยให้เด็กยอมทาน และวันเกิดเหตุ เด็กไม่ยอมดื่มนม คุณครูจึงใช้ไซรินจ์ป้อนแต่ยืนยันว่าไม่ได้บังคับ นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยืนยันว่าทุกๆ เย็น คุณครูจะพูดคุยกับผู้ปกครองเด็กทางไลน์ เพื่อรายงานพัฒนาการประจำวันของเด็ก ในการแถลงวันนี้ ก็ได้นำหลักฐานการพูดคุยทางไลน์มาแสดงด้วย ผู้สื่อข่าวยังได้พูดคุยกับผู้ปกครองเด็กคนอื่นๆ ด้วย ซึ่งก็ยืนยันว่าโรงเรียนสอบถามก่อนเข้าเรียนแล้วว่าเด็กแพ้อาหารหรือมีโรคประจำตัวหรือไม่ […]

แฉหลักฐานไอ้โม่งสวมรอย ‘ผอ.อ้อย’ ไลน์ขอยืมเงินหลานสาว เตรียมพาครอบครัวเข้าลาวพิสูจน์ศพนิรนาม

ความคืบหน้าการหายตัวไปนานกว่า 2 เดือนของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ญาติพี่น้องได้ช่วยกันติดตามหาอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่พบเบาะแสนั้น เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ “น้องปุยฝ้าย” ซึ่งเป็นหลานสาวของ ผอ.อ้อย ได้เปิดเผยข้อมูลในไลน์ที่มีการสนทนากับ น้าอ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ ว่าหลังจากที่ น.ส.จุฑาภรณ์ได้หายตัวไป น้องปุยฝ้ายได้แชตไลน์สอบถามว่า ขณะนี้อยู่ที่ไหนทำไมไม่กลับบ้าน ซึ่งไลน์ของ ผอ.อ้อย ก็ได้ตอบกลับมาว่าอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ไม่สบายใจจึงหนีมา และขอให้นำเงินเดือนที่ อบต.ชำ ส่งมาให้ด้วย จึงตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลที่ตอบไลน์กลับมาจะใช่ น้าอ้อย ตัวจริงหรือไม่ เพราะทุกเดือนจะมีการโอนเงินเดือน ผอ.อ้อย เข้าบัญชีธนาคาร ต่อมาผู้ที่ใช้นามว่าอ้อย ยังได้แชตไลน์ขอยืมเงินจากน้องปุยฝ้ายจำนวน 20,000 บาท ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกเพราะ ผอ.อ้อยไม่เคยยืมเงินใคร มีแต่ให้ลูกหลานญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงานยืมเงิน น้องปุยฝ้ายจึงถามกลับว่าจะเอาเงินไปทำอะไรหลังจากนั้นไลน์ของ ผอ.อ้อย ก็ขาดการติดต่อไป […]

หลักฐานชัด! ผู้กองเหน่งสวมรอยเล่นเฟซบุ๊ก ไลน์ ผอ.อ้อย จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม – ญาติบุกป่าค้นหาต่อ

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ล่าสุด พนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนางสุชาวดี ปทุมอินทร์ซึ่งเป็นนายหน้านำเอารถเก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีออส สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ของน.ส.จุฑาภรณ์ไปขายโดยแจ้งข้อหาว่าลักทรัพย์หรือรับของโจรและปลอมเเปลงเอกสารตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น ล่าสุด วันนี้ (21 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจตำรวจภูธรจ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.ประเสริฐ ศักดิ์ศรีไชย ผกก.กลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธรจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนคดีที่น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือผอ.อ้อย หายตัวไปนั้น ขณะนี้การสอบสวนมีความคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก โดยจากการสอบสวนพบว่า หลังจากที่น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไปแล้ว ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ของน.ส.จุฑาภรณ์ ในการสนทนากับญาติพี่น้องของน.ส.จุฑาภรณ์ ดังนั้นทางพนักงานสอบสวนจึงได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยการนำเอาโปรแกรมฟิชชิ่งมาใช้ในการดำเนินการโดยให้พี่สาวของน.ส.จุฑาภรณ์ส่ง Messenger เข้าไปในเฟซบุ๊กของน.ส.จุฑาภรณ์และไม่นานก็ได้มีข้อความในMessengerเฟซบุ๊กของน.ส.จุฑาภรณ์ตอบมา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดเอาโทรศัพท์มือถือของร.อ.ศุภชัย ภาโส ผู้ต้องหาสำคัญคดีนี้มาตรวจสอบ โดยใช้โปรแกรมฟิชชิ่งซึ่งพบว่าโทรศัพท์ของร.อ.ศุภชัย ใช้ในการสนทนาเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ของน.ส.จุฑาภรณ์มาโดยตลอด ทำให้เป็นหลักฐานสำคัญส่วนหนึ่งในการสอบสวนหาตัวน.ส.จุฑาภรณ์ที่หายไป พนักงานสอบสวนจะได้แจ้งข้อหากระทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แก่ร.อ.ศุภชัยในเร็วๆนี้ ทางด้านนายบัวกัน อุ่นอ่อน […]

กฎหมายใกล้ตัว : ร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านทุจริต มีหลักฐานพร้อม แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

กรณีที่มีการทุจริต มีหลักฐานพร้อมแต่..ไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้เสียหายจะต้องรวบรวมพยาน เอกสาร และหลักฐาน เพื่อทำการร้องทุกข์

เร่งหา ‘หลักฐาน-ฆาตกร’ ฆ่าถ่วงน้ำ ศพลอยอืดทวงความยุติธรรม

ชุดสืบสวน สภ.บางเสาธง ลงพื้นที่จุดพบศพหญิงสาวนิรนามถูกฆาตกรรมถูกมัดถ่วงด้วยเศษคอนกรีตในคลองสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อ เร่งหาเบาะแสข้อมูลผู้ตาย และรอผลชันสูตรว่าถูกข่มขืนหรือไม่ หลังจากมีการพบศพหญิงสาวนิรนามอายุประมาณ 15-20 ปี ถูกห่อด้วยผ้าห่มลายสก๊อตสีดำ ทับด้วยผ้านวมลายขาวเขียว ลอยติดอยู่กับกองผักตบชวาบริเวณสะพานข้ามคลองสำโรง ต.ศรีษะจระเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ช่วงกลางลำตัวถูกมัดด้วยเชือกในล่อนและโยงมาผูกบริเวณลำคอและข้อเท้าอย่างหนาแน่น โดยปลายเชือกอีกด้านมีถุงกระสอบสีขาวภายในบรรจุเศษคอนกรีตขนาดประมาณเท่าศีรษะเพื่อถ่วงศพให้จมน้ำ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาประมาณ 1 สัปดาห์ ล่าสุด พ.ต.ท.กานตภณ วรรณา รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.บางเสาธง พร้อมชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่จุดที่พบศพ โดยลงเรือไปตามคลองสำโรง ทวนกระแสน้ำ ไปจนสุดคลองจระเข้ใหญ่ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อดูกระแสน้ำและเส้นทางน้ำ เพื่อเสาะหาเบาะแสเกี่ยวกับผู้ตาย รวมทั้งเร่งตรวจสอบจากศูนย์ข้อมูลรับแจ้งคนหาย และมูลนิธิกระจกเงา ส่วนประเด็นว่ากรณีนี้เกี่ยวข้องกับการข่มขืนหรือไม่นั้น จำเป็นต้องรอผลชันสูตรพลิกศพจากนิติเวชตำรวจ ส่วนแผลที่พบเจอที่บริเวณหลัง และขา แพทย์ลงความเห็นว่าเกิดจากใบพัดของเรือ ซึ่งขณะนี้ไม่พบว่าที่ลำตัวมีแผลที่ถูกทำร้าย และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ด้าน พ.ต.ท.กานตภณ ให้ข้อมูลว่า คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนงานก่อสร้างหรือคนเร่ร่อนในพื้นที่ เนื่องจากขณะพบศพ มีถุงปูน เศษปูน หินขนาดใหญ่ถูกเผา และเชือกที่มีสี ขณะนี้ชุดสืบสวน […]

ลูกฆาตกร! อ้อมแก๊งหั่นศพเศร้า ลูก5ขวบถูกรุมด่า แฉไลน์วศินรับพลาดหั่นศพแอ๋ม (คลิป)

จากกรณี น.ส.วริสรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม ถูกฆ่าหั่นศพก่อนนำไปฝังเพื่ออำพรางคดีใน อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น มาถึงวันนี้ (5 มิ.ย.60 ) เจ้าหน้าที่สามารถจับผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 คน คือน.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น, น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้, นายวศิน นามพรหม หรือ นิว และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ อ้อม(เบนซ์) ขณะที่พี่สาวของอ้อมกลับยืนยันว่าน้องไม่ได้ฆ่าแอ๋มอย่างแน่นอน ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : เปิดหลักฐานเด็ด! พี่สาวอ้อมทีมฆ่าหั่นศพแอ๋ม แฉคลิปอยู่กรุงไม่เกี่ยวสังหาร) ล่าสุด 5 มิถุนายน 2560 เวลา 18.50 น. น.ส.พลอย (นามสมมติ) พี่สาวของ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ อ้อม (เบนซ์) เล่าเรื่องราวผ่านรายการต่างคนต่างคิดว่า น้องสาวของตนไม่เกี่ยวข้องกับคดีฆ่าหั่นศพ […]

เปิดวงจรปิดล่า! 2 คนร้ายเผาตัดตู้ ATM กวาดเงินไปกว่า 2 ล้านบาท

พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจเร่งตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย จากกล้องวงจรปิดใน้บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ และจะประมวลคำให้การของ รปภ.โรงงานซึ่งเป็นพยานในที่เกิดเหตุ กับหลักฐานที่พบ เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งการก่อเหตุในครั้งนี้มีการวางแผนเป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าอาจเป็นคนที่อยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ เนื่องจากก่อเหตุหลังจากธนาคารนำเงินสดมาใส่ตู้เอทีเอ็มเพียงไม่กี่วัน และรู้ว่าต้องอ้อมเข้าข้างรั้วโรงงานเพื่อหลบมุมกล้องวงจรปิด แทนที่จะเดินเข้าประตูโรงงานตามปกติ ส่วนเงินที่หายไป ตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี และเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมตรวจสอบกล่องบรรจุธนบัตร พบว่ามียอดเงินสูญหายจากตู้เอทีเอ็มไปกว่า 2,100,000 บาท.

สูตรใหม่!? หนุ่มใหญ่ชาวประมงสารภาพวิธีเสพ ‘ยาไอซ์’ แบบใหม่ หลังถูกรวบพร้อมหลักฐาน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ เมืองชลบุรี ออกตรวจบริเวณภายในซอย เสริมสันติ ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี พบ นาย ดำรัส สีดา อายุ 48 ปี เดินอยู่ภายในซอยมีอาการพิรุธเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการตรวจค้น พบ ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 1g ห่อแผ่นฟอยล์บุหรี่ใส่อยู่ภายในกระเป๋ากางเกง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการจับกุม นาย ดำรัส ให้การสารภาพว่ายาไอซ์ที่พบนั้น ตนเองเตรียมที่จะนำไปเสพด้วยการละลายน้ำและใช้เข็มฉีด เส้นเข้าเส้นเลือดใหญ่ โดย นาย ดำรัส บอกว่าให้วิธีนี้ได้ผลดีกว่าการสูบดม เป็นอย่างมาก ถ้าวันไหนตนเองออกทะเลเพื่อไปทำประมงตนถึงจะเสพไม่งันจะไม่มีแรงทำงาน สาเหตุที่ตนไม่หนีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะตนกะเลิกยาเสพติดแล้วเมื่อพ้นโทษออกมาตนกะจะบวชเรียน เจ้าหน้าทีตำรวจจึงต้องข้อกล่าวว่ามียาเสพให้โทษไว้ในครอบครองจึงนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กระบะเถียงเสียงแข็งไม่ได้ชนรถขายผลไม้ ก่อนจำนนเพราะอีกฝ่ายงัดคลิปสู้ (ชมคลิป)

ต้องยอมรับว่ากล้องติดรถยนต์นั้นมีความสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้จริงๆ สำหรับการจราจรบนท้องถนนทุกวันนี้ อย่างเช่นกรณีการเกิดอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนรถขายผลไม้อย่างแรง เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานว่า คนขับรถกระบะได้ปฏิเสธความรับผิดชอบและอ้างว่ารถยางแตกก่อนจะพุ่งชนรถมอเอตร์ไซค์เสริมพ่วงข้างที่อยู่ข้างทาง แต่ล่าสุด ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อว่า Pee Tor Sawaroj ซึ่งระบุว่าเป็นน้องชายของคนขับรถขายผลไม้ และได้โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ ที่เผยภาพวินาทีขณะที่รถกระบะพุ่งชนรถของพี่ชายของตนบาดเจ็บ และมีอาการเลือดคั่งในสมอง ต้องผ่าตัดเอาเลือดออกที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี รวมทั้งขอขอบคุณผู้ที่ส่งคลิปดังกล่าวมาให้ เพราะในตอนแรกบริษัทประกันระบุว่าพี่ชายของตนเป็นคนผิด จนเมื่อได้คลิปนี้เป็นหลักฐาน และทำให้อีกฝ่ายยอมรับผิดได้ โพสต์โดย Pee Tor Sawaroj บน 7 เมษายน 2017 ที่มา – Facebook.com / Pee Tor Sawaroj

keyboard_arrow_up