หนุ่มโอนบ่อย คุยนางแบบทางเฟซบุ๊ก 4 ปี โอน 262 ครั้ง-ดาวน์บ้านให้ สูญ 7 ล้าน เสียใจนึกว่ารัก แต่ถูกหลอก

วันที่ 26 ก.ค. 62 นายรัฐนันท์ หรือ ตั้ม ผู้เสียหาย พร้อม นายเกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เนื่องจากถูกหลอกลวงให้โอนเงิน ให้กับนางเอกมิวสิควีดีโอ ค่ายแห่งหนึ่ง ประมาณ 7 ล้านบาท หลังเสียรู้เพราะหลงเสน่ห์ คิดว่าหญิงคนดังกล่าวรักจริง นายรัฐนันท์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้จักกับนางสาวขิม ทางเฟซบุ๊ก เมื่อปี 2558 โดยเจ้าตัวอ้างว่าเป็นนางแบบ พร้อมทั้งส่งรูปภาพมาให้ดู จากนั้นตนก็ติดต่อกับนางสาวขิมมาโดยตลอด เป็นระยะเวลากว่า 4 ปี หลังจากไม่ได้ทำงาน นางสาวขิมจะอ้างว่าต้องใช้เงิน และป่วย ตนจึงโอนเงินให้รักษาตัว นอกจากนี้ ยังโดนหลอกให้ดาวน์บ้านให้ด้วย ตนรู้สึกว่าถูกหลอก หลังพบความจริงว่า เงินที่โอนเข้าบัญชี 3 บัญชี ให้กับหญิงรายดังกล่าวมากถึง 262 ครั้ง เฉลี่ยครั้งละ 1,000-100,000 บาท ปรากฏว่าเจ้าของบัญชีดังกล่าว มีทั้งหมด 3 คน ซึ่งไม่ใช่หญิงสาวคนที่ตนโอนให้แต่อย่างใด […]

อ.เจษฎา โพสต์ยัน “ยาป้าย” ไม่มีจริง เป็นแค่การถูก “หลอกลวง” ด้วยวาจา

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก Jessada Denduangboripant ถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเจ้าคณะตำบลรูปหนึ่ง ที่ถูกแก๊งป้ายยาจับแขน จนพูดอะไรก็เชื่อหมด และทำให้เสียทรัพย์ไปกว่า 30,000 บาท โดย อ.เจษฎา ได้ยืนยันว่า “ยาป้าย” นั้นไม่มีจริง เป็นแค่การถูกหลอกลวงด้วยวาจาเท่านั้น ทั้งนี้ อ.เจษฎา ยังระบุข้อความในโพสต์ดังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า…ถ้าสื่อยังไม่เลิกทำข่าวแบบนี้ คนไทยก็ยังหลงเชื่อไปตลอดว่า “ยาป้าย” มีจริง ทั้งที่ความจริงก็แค่ถูกหลอกลวงด้วยวาจาแค่นี้แหละ ไม่เคยมีคดีส่งฟ้องศาลแม้แต่คดีเดียว ว่าได้ถูกยาป้ายทำให้มึนงงและหลงเชื่อจนเสียทรัพย์ อย่างที่สื่อชอบทำข่าวกัน ถ้าสื่อยังไม่เลิกทำข่าวแบบนี้ คนไทยก็ยังหลงเชื่อไปตลอดว่า "ยาป้าย" มีจริง… โพสต์โดย Jessada Denduangboripant เมื่อ วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2019

รวบแก๊งจีนหลอกตุ๋นคนไทยเชื้อสายจีน อ้างดวงตกต้องสะเดาะเคราะห์ (คลิป)

ที่สถานีตำรวจภูธร จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมชาวจีน 5 คน ตามหมายจับของศาลจังหวัดนราธิวาส และหมายจับศาลจังหวัดตรัง รวมทั้งสิ้น 8 หมาย ผู้ต้องหาทั้ง 5 แฝงตัวมาเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน เดินทางจากสนามบินกวางโจว มายังสนามบินสุวรรณภูมิ และเดินทางเข้าพักที่โรงแรมในจังหวัดปัตตานี เพื่อตระเวนก่อเหตุต้มตุ๋นหลอกลวง จะเน้นไปที่หญิงสูงอายุชาวไทยเชื้อสายจีน ที่พูดภาษาจีนได้ ก่อนจะพูดโน้มน้าวเกี่ยวกับเรื่องเคราะห์กรรม ให้รีบสะเดาะเคราะห์ ด้วยการให้เหยื่อนำทรัพย์สินใส่ถุงพลาสติกสีดำ จากนั้นก็จะมัดถุงต่อหน้าเหยื่อ แล้วเริ่มทำพิธี เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและเผลอ ก็จะแอบสับเปลี่ยนถุงดำ พร้อมกับกำชับเหยื่อว่า หลังทำพิธีเสร็จห้ามเปิดถุง เป็นเวลา 7 วัน หากเปิดก่อนพิธีจะไม่สมบูรณ์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดหลายพื้นที่ทางภาคใต้ ทั้งในพื้นที่จังหวัดยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส, สงขลา และจังหวัดตรัง ทำให้มีผู้เสียหายอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนของกลางที่พบมีทั้งธนบัตรไทย, ธนบัตรมาเลเชีย และธนบัตรจีน รวมไปถึงสร้อยคอทองคำ, สร้อยข้อมือทองคำ, ต่างหูทองคำๆ, โทรศัพท์มือถือ และทรัพย์สินอีกหลายรายการ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

หลอกว่าแม่ตาย จ้างทำครัวงานศพ 5 คืน ก่อนเนียนยืมเงินหมื่นเชิดหนี (คลิป)

ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งจากนางสมใจ ฤทธิเดชกล้า อายุ 61 ปีอาชีพแม่ครัวรับจ้าง ระบุว่า ขณะที่กำลังทำครัวอยู่ภายในวัดอัมพวันมีชายแต่งตัวภูมิฐานได้เข้ามาทำตีสนิท อ้างตัวชื่อ นายสมชาย อยู่ที่หมู่บ้านตวงทอง จะนำศพแม่ที่ตายอยู่ที่เมืองสุพรรณบุรี มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดอัมพวัน เป็นเวลา 5 คืน ต้องการแม่ครัว 7 คนทำอาหารเลี้ยงแขก และดูแลความเรียบร้อยภายในงาน โดยตกลงค่าแรงที่คืนละ 3,500 บาท พร้อมสั่งให้เก็บกวาดล้างศาลาจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอน้องสาวซึ่งกำลังนำศพแม่มาจากเมืองสุพรรณบุรี โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่เก็บภาพไว้ได้อย่างชัดเจน จากนั้นชายคนดังกล่าว เอ่ยปากขอยืมเงินก่อน 10,000บาท เพื่อจะไปซื้อวัตถุดิบเตรียมทำครัวเลี้ยงแขก หลงเชื่อจึงควักเงินให้ไปก่อน พร้อมกับพากันนั่งรถซาเล้งแบบพ่วงข้างไปจ่ายของที่ตลาดบางลี่ด้วยกัน ก่อนที่ชายคนดังกล่าวก็เดินหายไป หาเท่าไรก็ไม่เจอ รอนานกว่า 1 ชั่วโมง ไม่พบ จึงแน่ใจว่าถูกหลอกเอาเงินไปจึงได้เดินทางมาแจ้งความ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 14 “ทิ้งขยะในที่ของผู้อื่น” เอาผิดได้หรือไม่????

กลับมาพบกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต กับเรื่องราวไขปมข้อกฎหมายที่จะช่วยให้คุณได้รู้ข้อมูลก่อนที่จะทำความผิดกันอีกครั้ง สำหรับวันนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของการ “ทิ้งขยะในที่ของผู้อื่น” ว่าสามารถเอาผิดตามกฎหมายกันได้หรือไม่? ที่ทุกคนควรรู้ไว้จะได้ไม่ต้องเสียเงินและเสียเวลากันครับ ในกรณีที่มีบุคคลนำขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ มาทิ้งที่หน้าบ้านของเรา กรณีเช่นนี้ผู้ที่นำขยะมาทิ้งมีความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง หรือเป็นความผิดละหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญาแล้วแต่กรณีครับ ส่วนวิธีการจัดการกับบุคคลเหล่านั้น ขั้นแรกเราควรพูดคุยกันก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางกับเพื่อนบ้าน แต่ถ้าหากว่าคุยแล้วยังคงกระทำอยู่ เราสามารถแจ้งไปยังนิติบุคคลของหมู่บ้านเพื่อเป็นคนกลางในการเจรจา แต่ถ้าเป็นกรณีหลังจากเจรจาผ่านนิติบุคคลแล้วยังคงกระทำความผิดซ้ำอีก เราสามารถไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาได้ นอกจากนี้ยังสามารถไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาดำเนินการตรวจสอบและออกหนังสือเตือน ทีนี้ถ้ายังเกิดการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่ ผู้กระทำผิดจะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาทครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 13 “แอบอัดเสียงคู่สนทนาทางโทรศัพท์” ผิดกฏหมายหรือไม่??

กลับมาไขปมข้อกฎหมายกันอีกครั้งนะครับ ในวันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องที่ทีผู้เสียหายถูกอัดเสียงแล้วนำไปเผยแพร่ในช่องทางสื่งสังคมออนไลน์ หรือส่งต่อให้กับเพื่อนๆ จนก่อให้เกิดความเสียหาย กรณีแบบนี้จะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และหากสามารถอัดบันทึกได้ จะนำไปใช้ในกรณีใดได้บ้างจึงจะไม่ผิดกฎหมาย เราไปหาคำตอบกันเลยครับ ในกรณีที่เราแอบอัดเสียงของคู่สนทนาโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วนำไปเผยแพร่ในช่องทางสื่งสังคมออนไลน์ หรือส่งต่อให้กับเพื่อนๆ จนก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการหมิ่นประมาท การทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นๆ หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง ผู้กระทำจะต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญาครับ แต่สำหรับในกรณีที่เราบันทึกเสียงไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลหรือประกอบการสืบพยาน กรณีแบบนี้ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายครับ เพราะถือว่าเป็นการปกป้องสิทธิของตนเอง ดังนั้นถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องบันทึกเสียงของใครก็ตาม ควรที่จะขออนุญาตเจ้าของเสียงก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายติดตามมา และควรที่จะนำเสียงที่บันทึกไปใช้ให้ถูกวิธีจะได้ไม่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาและต้องรับผิดชอบกับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับเจ้าของเสียงนั่นเอง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 12 “ยืนจองที่จอดรถ” ผิดกฏหมายหรือไม่??

ในยุคปัจจุบันที่รถยนต์ถือเป็นอีก 1 ปัจจัยหลักที่ขาดไปไม่ได้ ด้วยจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลต่อการหาที่จอดรถไม่ว่าจะเดินทางไปในที่ใดก็ตาม ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเลยอย่าง การที่ให้คนที่เดินทางมาด้วยกันลงจากรถมายืนขวางกั๊กที่จอดไว้ ก่อนที่ตัวคนขับจะมาถึง สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาผู้ที่ขับขี่มาถึงก่อน วันนี้เรามาคุยกันถึงกรณีนี้กันครับ ว่าผิดกฎหมายหรือไม่? การที่คนขับให้คนที่นั่งมาด้วยไปยืนจองที่จอดรถตามห้างหรือสถานที่ต่างๆ จริงๆ แล้วไม่ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายนะครับ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าเป็นความผิด แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในทางสังคม ใครที่มาก่อนก็ควรที่จะมีสิทธิ์จอดก่อนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การกระทำเช่นนี้อาจจะทำให้เกิดความผิดอื่นๆ ตามมา เช่น การทะเลาะวิวาท หรือการดูหมิ่นซึ่งหน้า ทำให้อาจจะเสียเวลา เสียโอกาสในอนาคตก็เป็นได้ครับ ถึงแม้ว่าการกระทำบางอย่างจะไม่ผิดกฎหมาย เราก็ควรที่จะต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้เกียรติผู้อื่น ให้เกียรติสถานที่ ถ้าเราเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น มีน้ำใจให้แก่กัน จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้นนั่นเอง ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 11 “ร้องเพลง Cover ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ผิดกฏหมายหรือไม่??

กลับมาพบกันอีกครั้งกับช่วงดีๆ ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายและไม่ต้องประสบปัญหาในช่วง ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึง “ร้องเพลง Cover ที่ไม่ได้รับอนุญาต” ผิดกฏหมายหรือไม่?? ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การร้องเพลง Cover ถ้าเป็นการร้องเพลงเพื่อความสนุกสนาน ร้องเพื่อสร้างสีสันโดยไม่ได้มีผลกำไรหรือรายได้เกิดขึ้น ในกรณีเช่นนี้ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ แต่อย่างไรก็ตามควรจะให้เครดิตเจ้าของเพลง เพื่อเป็นกรขอบคุณที่นำเอาเพลงของศิลปินท่านนั้นมาร้อง แต่ถ้าเป็นในกรณีที่นำเพลงของผู้อื่นมา Cover แล้วมีรายได้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในช่องทางใดก็ตามแต่ ทั้งรายได้ทางตรง รวมไปถึงรายได้จากค่าโฆษณา หรือเป็นการรับจ้างร้องเพลงตามงานต่างๆ กรณีแบบนี้คุณจะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ มีโทษทั้งจำทั้งปรับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะนำผลงานของผู้อื่นไปใช้ประโยชน์ก็ควรที่จะขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของผลงาน เพื่อปกป้องตัวเองจากกรณีที่ถูกฟ้องขึ้นมาครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 10 “โพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงโซเชียล” มีความผิดหรือไม่??

วันนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่ถูกพูดถึงบ่อยและเป็นที่น่าสงสัยกันในปัจจุบันว่า การโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงโซเชียลมีเดีย มีความผิดหรือไม่ หลังจากที่เราเคยเห็นข่าวดาราคนนั้น นักแสดงคนนี้ ถูกเรียกไปให้ปากคำกันอยู่ช่วงนึง ลองมาหาคำตอบกันดีกว่าครับ ในกรณีที่ 1 ถ้าเราโพสต์ภาพเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ หรือชักชวน จูงใจ ให้ผู้อื่นร่วมดื่ม กรณีนี้ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่เราโพสต์ภาพบรรยากาศของงานเลี้ยง ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วางอยู่บนโต๊ะ กรณีแบบนี้ไม่เป็นความผิด เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดหรือบรรยายบรรยากาศที่อยู่ในงานสังสรรค์มากกว่า ไม่ได้มีเจตนาในการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงไม่มีความผิด ดังนั้นสบายใจได้แน่นอนถ้าเราไม่ได้มีเจตนาในการโฆษณา ส่วนทางออกที่ดีที่สุด ก่อนโพสต์ภาพควรจะเบลอภาพเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ออกก่อนจะดีที่สุดครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 9 “มีรถจอดขวางหน้าบ้าน” เอาผิดได้หรือไม่??

กลับมาไขปมข้อกฎหมายกันอีกครั้งกับ ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงกรณีที่ประชาชนทั่วไปประสบปัญหากันมากเลยทีเดียว นั่นก็คือปัญหาเรื่องการที่มีรถของผู้อื่นมาจอดขวางอยู่หน้าบ้าน ซึ่งถ้าสามารถเคลียร์กันได้ดีๆ ก็แล้วไป แต่อย่างที่เราได้เห็นกันในข่าวทุบรถเมื่อไม่นานมานี้ ถ้าเช่นนั้นแล้วเราสามารถเอาผิดทางกฎหมายสำหรับรถของผู้อื่นที่จอดขวางหน้าบ้านเราได้หรือไม่ กรณีที่มีการจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น หรือแม้แต่การจอดรถขวางรถคนอื่นในลานจอดรถ ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ แก่ผู้อื่น กรณีนี้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 การกระทำด้วยประการใดๆ ก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ แก่ผู้อื่น โทษปรับอยู่ที่ 5,000 บาท กรณีแบบนี้สามารถแจ้งเรื่องไม่ยังพนักงานสอบสวนเพื่อเอาผิดกับเจ้าของรถ โดยที่เราต้องทำก็คือจดทะเบียนรถ แล้วไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่จอดรถขวางหน้าบ้านได้ทันที ส่วนในกรณีที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น หรือขวางรถคนอื่นในลานจอดรถ ทางที่ดีก็ควรจะใส่เกียร์ N หรือไม่ต้องใส่เบรกมือ ไม่ก็เขียนเบอร์โทรติดไว้เผื่อมีเหตุสำคัญให้ผู้อื่นติดต่อเวลาเจ้าของบ้านหรือเจ้าของรถมีความจำเป็นที่จะต้องออกเดินทาง จะได้แจ้งเพื่อมาเคลื่อนย้ายรถออก หลีกเลี่ยงการสร้างความบาดหมางใจให้แก่กันครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 15.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 8 “ซื้อของออนไลน์ แต่ไม่ได้ของ” ควรทำอย่างไร??

ยุคออนไลน์สมัยนี้ การทำธุรกกรมหรือการซื้อของสามารถทำได้ง่ายขึ้นเยอะมากๆ แม้ว่าตัวเองจะไม่ต้องออกจากบ้านเลยก็ตาม ด้วยความสะดวกสบายที่เทคโนโลยีนำเข้ามาเสิร์ฟให้กับยุคสมัย ทำให้เกิดกรณีของการสั่งซื้อของออนไลน์ โอนเงินไปแล้วแต่ไม่ได้ของเกิดขึ้น เราจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างไร วันนี้มาหาคำตอบกันครับ ในกรณีที่เราโอนเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้รับสินค้า พ่อค้าแม่ค้าปิดกั้นการสื่อสาร หากเกิดกรณีเช่นนี้จะต้องทำอย่างไร? ขั้นตอนที่ 1 พรินท์หลักฐานที่ได้สนทนากับพ่อค้าหรือแม่ค้าออนไลน์ออกมา ขั้นตอนที่ 2 พรินท์หลักฐานการทำธุรกรรมที่ได้โอนเงินให้กับพ่อค้าหรือแม่ค้าออนไลน์ออกมา ขั้นตอนที่ 3 ลองสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพ่อค้าหรือแม่ค้าจากแหล่งออนไลน์อื่นๆ เช็คข้อมูลดูว่าบุคคลดังกล่าวมีการไปโกงหรือกระทำผิดแบบเดียวกันนี้กับลูกค้าท่านอื่นหรือไม่ ถ้ามีก็รวมรวบแล้วพรินท์มาประกอบพร้อมของเราได้เลย ขั้นตอนที่ 4 สุดท้าย ให้นำหลักฐานทั้งหมดที่เรารวบรวมได้ไปมอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อใช้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายครับ กรณีแบบนี้ถือเป็นความผิดในข้อหาฉ้อโกง หรือฉ้อโกงประชาชน แล้วแต่กรณี นอกจากนี้ยังถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำความผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อีกด้วย มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท   ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 7 “รถเสียบนทางด่วน” มีความผิดหรือไม่??

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ สัปดาห์นี้เราจะมาพูดถึงเรื่องเหตุฉุกเฉินที่ไม่มีใครอยากให้เกิดกันครับ เพราะทุกวันนี้คนไทยเราใช้รถใช้ถนนกันเพิ่มมากขึ้น ปัญหารถติดก็เพิ่มตามมาเป็นทอดๆ ทำให้ทางเลือกของคนเมืองในช่วงเวลาเร่งรีบเหลือเพียงทางด่วนพิเศษ แต่ว่าหลายครั้งเราก็มักจะเห็นรถจอดเสียบนทางด่วน รวมถึงเกิดอุบัติเหตุตามมา แล้วถ้าวันหนึ่งรถเราเสียบนทางด่วนบ้างล่ะ? มีความผิดหรือไม่? และเราจะต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อรถเกิดเสียบนทางด่วน? กรณีที่รถเกิดเสียบนทางด่วน หรือว่าเกิดเหตุจำเป็นต้องจอดรถอยู่บนทางด่วน ไม่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายนะครับ แต่ผู้ขับขี่จะต้องดำเนินการดังนี้ครับ หยุดรถในช่องริมซ้ายสุด เพื่อให้ทางแก่รถคันอื่นๆ 2. เปิดสัญญาณไฟเตือน ให้คันหลังที่กำลังตามมาทราบว่ารถมีความจำเป็นต้องจอดอยู่กับที่ 3. แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อขนย้ายรถ ลงจากทางด่วนให้เร็วที่สุด ส่วนกรณีที่เกิดเป็นความผิดตามกฎหมาย เช่น กรณีที่ผู้ขับขี่หยุดรถแล้วไม่ได้หยุดในช่องซ้ายสุด กรณีที่สองคือหยุดรถแล้วไม่ได้ให้สัญญาณ ทั้งสองกรณีที่ยกมานั้น ถ้าหากมีรถของผู้อื่นมาเฉี่ยวชน หรือถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ผู้ขับขี่อาจจะถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่กรณีอีกด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นการขับขี่รถออกจากที่พักอาศัยทุกครั้งจะต้องมีการตรวจเช็คสภาพรถเพื่อให้แน่ใจว่าพร้อมใช้งานตลอดนะครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ เคสที่ 6!! “ฆ่าโจรตาย” มีความผิดหรือไม่??

ประเด็นข้อสงสัยที่ทุกคนต่างอยากรู้ ทั้งในชีวิตจริงและบนโลกโซเชียลที่เราจะนำมาคุยกันในวันนี้ก็คือ ถ้าหากว่ามีโจรขึ้นบ้าน แล้วเจ้าของบ้านทำร้ายร่างกายโจรจนถึงแก่ความตาย กรณีนี้ใครเป็นฝ่ายผิดกันแน่ มาหาคำตอบกันครับ กรณีแรก หากโจร มีอาวุธ และเข้ามา ทำร้ายร่างกาย เจ้าของบ้าน หากเป็นในเคสเช่นนี้เจ้าของบ้านสามารถใช้อาวุธเพื่อป้องกันชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ของเจ้าของบ้านได้เช่นกัน ไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย แต่หากภยันตรายนั้นหยุดหรือระงับลงแล้ว เจ้าของบ้านกลับยังใช้อาวุธเข้าทำร้ายร่างกายโจรจนถึงแก่ความตาย กรณีนี้ถือเป็นการป้องกันเกินกว่าเหตุ ซึ่งศาลจะลงโทษแต่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด กรณีที่ 2 หากโจร ไม่มีอาวุธ หรือ มีอาวุธ แต่ ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย เจ้าของบ้าน ในเคสเช่นนี้เจ้าของบ้านควรใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ควรใช้อาวุธเข้าไปทำร้ายร่างกายโจร เนื่องจากจะกลายเป็นความผิดข้อหาทำร้ายร่างกายหรือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาครับ สุดท้าย ทุกบ้านควรมีกล้องวงจรปิดติดไว้นะครับ จะได้มีภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและทรัพย์สิน รวมถึงใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้กับความผิด หากเกิดกรณีทำร้ายร่างกายโจรได้อีกด้วย ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 5 “สัตว์เลี้ยงเพื่อนบ้านก่อปัญหา” ควรทำอย่างไร??

กลับมาพบกับช่วง ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต วันนี้เราจะมาพูดถึงปัญหาที่คลายคนอาจจะกำลังประสบพบเจอกันได้ในชีวิตประจำวัน นั่นคือปัญหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในที่พักอาศัยครับ สำหรับเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงนี้ขออนุญาตแยกเป็น 2 ประเด็นนะครับ ประเด็นแรกก็คือ การที่ เรา ได้รับความเดือดร้อนจาก สัตว์เลี้ยงของผู้อื่น เช่น สุนัข แมว นก หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ขั้นตอนแรกที่สามารถทำได้เลยเดี๋ยวนั้นก็คือ การเจรจากับคู่กรณีเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุกระทบกระทั่งบานปลายนั่นเองครับ ส่วนถ้าหากว่าคุยตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังไม่ได้จัดการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนที่ได้รับ ขั้นตอนต่อไปคือต้องดำเนินการแจ้งนิติบุคคลหมู่บ้าน หรือนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อให้มีคนกลางในการเจรจา แล้วถ้าหลังจากนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังคงเพิกเฉยอยู่ ก็ต้องไปแจ้งร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรือเจ้าหน้าที่อำเภอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงออกหนังสือแจ้งเตือนให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงเพื่อให้แก้ไข แต่ถ้ายังเกิดการเพิกเฉยอีก ทีนี้เจ้าหน้าที่ก็จะจัดการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปครับ ส่วนประเด็นที่ 2 คือ กรณีที่ เรา เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับ ผู้อื่น  ถ้าหากว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้ว เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรที่จะรับฟังปัญหาของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน แล้วนำปัญหานั้นมาปรับปรุงเเก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางในการอยู่ร่วมสังคมกับผู้อื่น เพราะฉะนั้นจึงควรใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหามากกว่าใช้อารมณ์ ปัญหาก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีนั่นเองครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี […]

ไขปมข้อกฎหมายกับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต!! เคสที่ 4 “ปลอมแปลงลอตเตอรี่” แล้วโพสต์ลงโซเชียล มีความผิดหรือไม่??

ถ้ายังจำกันได้เมื่อไม่นานมานี้ มีบุคคลโพสต์ภาพลงบนโซเชียลมีเดียว่าตัวเองถูกลอตเตอรี่ แต่ภายหลังจากที่สืบเสาะหาความจริงกันแล้วกลับกลายเป็นว่า บุคคลนั้นใช้โปรแกรมตัดต่อเปลี่ยนแปลงตัวเลขบนหน้าลอตเตอรี่ จนเกิดเป็นข้อถกเถียงกันต่างๆ นานามากมายว่าสิ่งที่เขาทำนั้น เข้าข่ายหลอกลวง หรือมีความผิดตามกฏหมายหรือไม่ วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ กรณีที่ 1 บุคคลธรรมดา แก้ไขดัดแปลง ลอตเตอรี่ และนำมาโพสต์บนโซเชียล อาจจะเพื่อหวังผลเพียงแค่เอาสนุก หรือเล่นตลกกับกลุ่มเพื่อนฝูง แยกออกเป็น 2 เรื่องก่อนนะครับ ถ้าเป็นการปลอมในลอตเตอรี่ของจริง กรณีนี้อาจจะมีความผิดในแง่ของการปลอมแปลงเอกสารหรือใช้เอกสารปลอม แต่หากเป็นการแก้ไขลอตเตอรี่จากภาพ กรณีนี้นั้นไม่สามารถก่อความเสียหายให้กับผู้ใดได้ เนื่องจากว่าการขึ้นรางวัลจะต้องใช้ลอตเตอรี่ของจริงเท่านั้น กรณีนี้จะไม่เป็นความผิดครับ กรณีที่ 2 พ่อค้า หรือ แม่ค้า แก้ไขดัดแปลง ลอตเตอรี่ และนำมาโพสต์บนโซเชียล เพื่อหวังผลทางด้านการค้า ในกรณีนี้นั้นถือว่ามีความผิดในเรื่องของการปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม นอกจากนี้ยังมีความผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชนอีกด้วย เนื่องจากว่าการปลอมแปลงเอกสารในลักษณะนี้ เป็นการหลอกลวงด้วยประการใดๆ ทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อ แล้วทำให้ผู้อื่นมาซื้อลอตเตอรี่กับคุณเป็นจำนวนมาก ถือเป็นกลวิธีเพิ่มยอดขายด้วยวิธีที่ผิด กรณีนี้อาจจะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนได้ครับ ติดตามข้อปฏิบัติและข้อกฎหมายดีๆ กับทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ได้ในรายการ นาทีระทึก ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.30 น. ทางอมรินทร์ ทีวี เอชดี […]

หนุ่ม 18 นั่งร้องไห้ แชตหาคู่ สาวลวงแลกเซ็กซ์ พลาดเจอตอ ชายโผล่มีดจี้ฉกรถป้ายแดง (คลิป)

จากกรณีที่ นายสุไลมาน หะมะ รปภ. วัย 18 ปี ของโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ถูกหญิงสาวชักชวนผ่านแอปพลิเคชั่นหาคู่ นัดให้มาพบที่เทศบาลตำบลหนองชาก ก่อนจะถูกชายรายหนึ่งที่อ้างว่าเป็นพี่ชายของหญิงสาว ปล้นโทรศัพท์มือถือและรถจักรยานยนต์ไป วันที่ 28 ธ.ค. 61 นายสุไลมาน (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี อาชีพ รปภ. ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ตนได้เล่นแอปพลิเคชั่น หลังจากนั้นได้มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อนุ้ย แอดไลน์มาและบอกว่าได้เบอร์โทรมาจากแอปพลิเคชั่นดังกล่าว หลังจากนั้น น.ส.นุ้ยจึงโทรศัพท์มาทางไลน์ และพูดคุยกันตั้งแต่ 18.00 น. ถึงประมาณ 02.00 น. กระทั่งช่วง 06.00 น. ของวันที่ 27 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ น.ส.นุ้ยโทรศัพท์มาหาตน และบอกให้ไปรับที่ ต.บ้านบึง เพื่อรับไปเที่ยวน้ำตกและให้ไปเจอพี่ชาย ป้า และครอบครัว นอกจากนี้ น.ส.นุ้ยยังบอกว่าจะยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย […]

สาวเปิดวงจรปิดล่าโจรป้ายยา ไม่รู้ตัวถอดทองให้ ได้สติหมดตัว – ตร.จ่อหมายจับ (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เรื่องราวหลังถูกคนร้ายหลอกล่อคุย ก่อนจับเนื้อต้องตัว หลังจากนั้นมีอาการไม่รู้สึกตัว และหลงเชื่อถอดทองคำหนัก 50 สตางค์ ให้คนร้ายไป โดยไม่สามารถติดตามตัวได้ วันที่ 28 ธ.ค. 61 น.ส.ปิ่น (นามสมมติ) ผู้เสียหาย พนักงานร้านค้าขายสินค้าเบ็ดเตล็ดแห่งหนึ่งในศูนย์การค้าย่านรามอินทรา เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ (24 ธ.ค.) เวลาประมาณ 12.00 น. ตนทำงานอยู่เพียงลำพัง ปรากฏว่าผู้ก่อเหตุเป็นหญิงเสื้อสีฟ้า เดินเข้ามาที่ร้านทำทีเป็นลูกค้า ชวนตนพูดคุย และถามหาสินค้าที่เป็นกระเป๋า ตนเองจึงให้บริการตามปกติ จังหวะที่ตนพาลูกค้าไปดูสินค้า ลูกค้ารายนี้เริ่มจับแขนและมือตน ขณะนั้นตนก็ยังไม่ได้เอะใจ จากนั้นลูกค้าก็เดินมาชำระเงินที่เคาน์เตอร์ และเริ่มชักชวนตนให้กู้เงิน โดยอ้างว่าตัวเองปล่อยกู้ เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าตนไม่สนใจ ก็ชวนตนให้ซื้อสลากชิงทองคำ ราคาใบละ 150 บาท และเมื่อตนปฏิเสธอีก ผู้ก่อเหตุยังคงเชิญชวนต่อเนื่อง และในระหว่างที่พูดคุยกัน ผู้ก่อเหตุจะพยายามจับตามร่างกายของตน น.ส.ปิ่น ยอมรับว่า เมื่อฟังผู้ก่อเหตุชักชวน ตนก็เริ่มมีความรู้สึกอยากได้เงินตามที่อวดอ้าง เพราะหากถูกรางวัลจะได้เงินหลายหมื่นบาท สุดท้าย ตนพูดคุยกับคนร้ายไม่ถึง 10 นาที และตัดสินใจถอดทองให้ผู้ก่อเหตุไปโดยง่าย โดยไม่ได้เอะใจ ขณะนั้นตนจำได้เพียงว่า อยากได้รางวัลที่ผู้ก่อเหตุอวดอ้าง […]

สาว 19 สุดแสบ หลอกลงทุนแชร์ออมทรัพย์ เสียหายกว่า 10 ล้าน อึ้ง ผู้เสียหาย 114 ราย เพื่อนรักยังถูกโกง

วันที่ 11 ธ.ค. 61 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี นางไพบูลย์ เพียรแก้ว อายุ 43 ปี พร้อมด้วย น.ส.สมฤดี จันดี อายุ 21 ปีผู้เสียหายรายใหม่ และผู้เสียหายรายอีก 6 ราย นำหลักฐานการโอนเงิน และข้อความสนทนาการลงทุน เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.หญิง กาญจนา พลแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี โดยระบุว่า ผู้เสียหายทั้งหมดร่วมลงทุนแชร์ออมทรัพย์ บ้านแชร์ลัลลาพารวย ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อนำเงินไปปล่อยกู้รายวัน และรายสัปดาห์จะได้รับดอกเบี้ยกลับคืนสูงโดยมี น.ส.บี อายุ 19 ปี เป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว โดยขณะนี้ผู้เสียหายจำนวน 114 คน ในพื้นที่หลายจังหวัด โดยมีวงเงินค่าเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายจังหวัดอุดรธานีมีอยู่จำนวน 21 คน ความเสียหายเป็นเงินจำนวน 2 ล้านบาท ซึ่งหลังจากเท้าแชร์สาว 19 ปี หลบหนีไปทำให้ผู้เสียหายจำนวนมาก […]

keyboard_arrow_up