สื่อยังคงปักหลักบริเวณบ้าน ‘ยิ่งลักษณ์’ เงียบสงบปิดสนิทไร้ความเคลื่อนไหว (คลิป)

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ไหนหลังไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลในคดีจำนำข้าว ขณะที่บรรยากาศที่บ้านพักภายในซอยโยธินพัฒนา 3 ยังคงมีสื่อมวลชน เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศที่หน้าบ้านเลขที่ 38/9 ซอยนวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกลุ่ม ซึ่งเป็นบ้านพักของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังคงเงียบเหงา มีสื่อมวลชนบางสำนักที่มาเฝ้าติดตาม แต่โดยรวมไม่คึกคักเท่าเมื่อวานนี้ ขณะที่ประตูทั้งสองฝั่ง ทั้งประตูหลักที่เข้าสู่บ้านได้โดยตรง และถัดไปเป็นประตูตูลานจอดฝั่งซ้ายของบ้าน ยังคงถูกปิดสนิท พบกล้องวงจรปิดหลายตัวคอยจับภาพบุคคลภายนอกตลอดเวลา และประตูจะเปิดก็ต่อเมื่อมีคนงานเข้าไปข้างใน หรือมีรถยนต์เข้าออก ซึ่งวันนี้พบรถยนต์ขับออกมาจำนวน 2 คัน แต่ไม่พบ น้องไปป์-ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชายนางสาวยิ่งลักษณ์ รวมถึงสามี นั่งอยู่ในนั้น ส่วนรถโฟล์คสวาเก้นสีทองก็ไม่ได้อยู่ภายในลานจอดฝั่งซ้ายมือนี้ด้วย ขณะที่ตู้จุดตรวจโยธินพัฒนาเช้านี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.ลาดพร้าว ประมาณ 2 นาย เข้าเวร ซึ่งน้อยกว่าเมื่อวาน โดยเจ้าหน้าที่จะสลับสับเปลี่ยนเวรกันแบบนี้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับกระแสข่าวที่ว่าน้องไปป์ยังคงอยู่กับคุณพ่อนั้น จนถึงขณะนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ก็ยังไม่พบเห็นความเคลื่อนไหวของบุคคลทั้ง 2 ภายในบ้านหลังนี้.

‘…เขาอาจป่วยจริงก็ได้’ นักวิชาการให้ความเห็นทางกฎหมายกรณี ‘ยิ่งลักษณ์’ เบี้ยวศาล ไม่ส่งผลต่อคำพิพากษา (คลิป)

กรณีทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นเรื่องต่อศาลว่า จำเลยไม่สามารถเดินทางมาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ โดยอ้างเหตุผลว่า น้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ศาลได้อนุมัติหมายจับจำเลยและปรับนายประกันเต็มสัญญา พร้อมกับเลื่อนฟังคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 27 ก.ย. 2560 ในแง่ของกฎหมายมีผลกระทบต่อรูปคดีนี้อย่างไร โดย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิ ภาควิชานิติศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การไม่มาปรากฏตัวของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ในวันนี้ ไม่ส่งผลต่อรูปคดีในเรื่องที่ได้พิจารณากันไปแล้ว ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนได้ลงความเห็นทำคำวินิจฉัยกลางเรียบร้อย รอเพียงให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาปรากฏตัวในการอ่านคำพิพากษาครั้งถัดไป (27 ก.ย.) หากยังไม่มาปรากฏตัว ก็ต้องพิจารณากันอีกครั้งว่า สามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้หรือไม่ หากเป็นการพิจารณาภายใต้กฎหมายเดิมนั้น หากยังไม่พ้นสิทธิ์อุทธรณ์ก็ไม่สามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ แต่ถ้าหากพิจารณาภายใต้กฎหมายใหม่ ศาลสามารถอ่านคำพิพากษาได้เลย โดยคำพิพากษาที่ออกมาแล้วนั้น จะไม่มีการนำกรณีไม่มาปรากฏตัวไปตัดสินเพิ่มโทษ หรือแก้ไขคำพิพากษาแต่อย่างใด รศ.ดร.เจษฏร์ ยังให้ความเห็นกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มาปรากฏตัวที่ศาลว่า อาจเกิดจากอาการป่วยจริงก็ได้ เพราะหากเป็นเหตุสุดวิสัยก็เป็นเรื่องที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ควรให้ความเป็นธรรมกับจำเลยด้วย แต่ถ้าหากไม่ได้ป่วยจริง หรือมีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะไม่มาฟังคำพิพากษา ก็คงมีการพิจารณาไว้อย่างถี่ถ้วนแล้ว เพราะนับจากวันแถลงปิดคดีวันที่ 1 […]

‘ลี้ภัยต่างแดน…เป็นทางออกเลวร้ายที่สุด’ ความเห็นนักวิชาการต่างชาติ ชี้คดี ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่จบง่ายๆ

ตลอดทั้งวันนี้ สถานการณ์ในไทยเป็นประเด็นพาดหัวใหญ่ในสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็น CNN, BBC, AFP ในรายงานก็พูดถึงบรรยากาศการมาให้กำลังใจของมวลชน รวมไปถึงการที่ศาลอนุมัติหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ประเด็นที่น่าสนใจคือช่อง CNBC ของสหรัฐฯ มีมุมมองจากนักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นการสัมภาษณ์สดจากกรุงมะนิลา พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ว่า สะท้อนหลายอย่างในเชิงสัญลักษณ์ ทั้งเรื่องที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะตั้งใจเบี้ยวนัดและให้ศาลตามจับตัวมารับโทษ ขณะเดียวกันการที่ไม่มาวันนี้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างในใจของฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่ไม่ชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งสิ่งนี้ก็อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งของสังคมไทย พิธีกรบอกด้วยว่าทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องนี้จริงๆ แล้วคือศาลตัดสินว่าเธอผิดจริงแต่ให้รอลงอาญา แต่เมื่อเธอไม่อยู่ ทางออกจะเป็นอย่างไรนั้น นักวิชาการท่านนี้ก็บอกว่าความเป็นไปได้ก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะเดินตามรอยพี่ชายของเธอที่ลี้ภัยอยู่ในต่างแดน แต่นี่ก็เป็นทางออกที่เลวร้ายที่สุดและพูดตรงๆ นี่แทบเรียกว่าทางออกไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเรื่องก็จะไม่มีวันจบ  ทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศสำนักอื่นๆ ก็ได้มีการรายงานและวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) รายงานบรรยากาศสดๆ หน้าศาล มีกำลังเจ้าหน้าที่คอยตรึงตลอดหน้าศาลฎีกา มีภาพเก่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอนที่เธอมาศาล มีมวลชนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ แต่เอเอฟพีทิ้งท้ายว่าสุดท้ายเธอกำลังเดินตามรอยพี่ชาย สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) พาดหัวข่าวด้วยถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะออกนอกประเทศไปแล้ว และมีบทวิเคราะห์ว่าคำพิพากษาคดีนี้จะทำให้ความขัดแย้งในสังคมไทยกลับมาปะทุอีกครั้ง […]

‘ประยุทธ์’ สั่งฝ่ายความมั่นคง หาตัว ‘ยิ่งลักษณ์’ ว่าป่วยอยู่ที่ใด หลังชิ่งศาลฎีกา

นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงหาตัว “ยิ่งลักษณ์” ว่าป่วยอยู่ที่ใด ยังอยู่ในประเทศหรือไม่ พร้อมเผยเกินคาด หลัง “ยิ่งลักษณ์” เบี้ยวรับฟังคำสั่งศาล เพราะที่ผ่านมาแสดงเจตนารมณ์ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมมาโดยตลอด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงกรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เดินทางมารับฟังคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่มีขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมาว่า ส่วนตัวไม่คาดคิดมาก่อนว่าอดีตนายกรัฐมนตรีจะไม่ไปรับฟังคำตัดสินของศาล เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาก็แสดงออกเสมอว่าจะต่อสู้ด้วยกระบวนการยุติธรรม สอดคล้องกับคำพูดของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่แสดงจุดยืนด้านนี้มาโดยตลอด แต่การที่เช้านี้ไม่มารับฟัง ตนก็ทราบว่าป่วยเป็นน้ำในหู แต่ไม่ทราบเจตนาที่แท้จริงว่าต้องการหลบหนีหรือไม่ หากสื่อต้องการทราบให้ไปถามที่อดีตนายกไม่ใช่มาถามตน เบื้องต้นต้องให้ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบว่าป่วยที่ไหน ขณะนี้อยู่ที่ไหนยังอยู่ในประเทศหรือไม่ คงต้องดูทั้งเส้นทางปกติและเส้นทางธรรมชาติว่าพบการผ่านแดนไปยังจุดใดหรือปล่าว แต่เบื้องต้น ยังไม่ได้รับรายงานว่ายังอยู่ในเทศหรือออกต่างประเทศไปแล้ว แต่มองว่าถ้าต้องการยุติธรรมให้มาต่อสู้ การที่หนีไปแบบนี้จะอ้างว่าไม่ยุติธรรมได้อีกหรือไม่ เพราะตามกฎหมายต้องมารับฟังการตัดสิน ไม่มาก็เป็นเรื่องใหญ่อีก ส่วนประเด็นที่อดีตนายกไม่มารับฟังคำตัดสินจะช่วยให้เกิดการปรองดองของกลุ่มมวลชนหรือไม่นั้น พลเอกประยุทธ์ บอกว่า ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนคือคนไทยทั้งหมด ไม่มีใครเป็นพวกใครแต่คนบางคนก็มีคนที่เขารัก แต่หากมาทำให้บ้านเมืองวุ่นวายไม่ว่าจะเป็นพวกไหน จะถือว่ามีปัญหากับกฎหมายทั้งสิ้น พร้อมยืนยันการไม่มารับฟังคำตัดสินของอดีตนายกรัฐมนตรี ตนไม่จำเป็นต้องกังวล คนที่กังวลต้องเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีเพราะเป็นคนที่โดนคดี.

หักหลบเข้าป่า! แก๊งขนยาเจอด่าน ทิ้งยาบ้า 6 ล้านเม็ด กระโดดกำแพงหนี (คลิป)

เจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดสืบสวน หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสืบสวน สภ.มหาราช รวมทั้ง ทหาร และฝ่ายปกครอง และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ได้ร่วมกันติดตามคนร้าย ที่กำลังหลบหนีเข้าไปในป่า ที่ตำบล ท่าตอ อำเภอมหาราช ซึ่งติดกับถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัด พบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ได้แก่ รถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาวสีขาว หมายเลขทะเบียน ฎข 9871 กรุงเทพมหานคร และรถวีโก้ สีดำ 4 ประตูทะเบียน สม 3196 กรุงเทพมหานคร ที่จู่ๆ ก็ขับชะลอ และเลี้ยวซ้ายหลบด่านไปยังหมู่บ้าน จึงติดตาม พบว่าทั้ง 2 คัน พยายามขับวิ่งออกทางสายเอเชีย แต่ปรากฏว่า ขับไปเจอทางตัน จึงจอดรถทิ้งไว้แล้วกระโดดข้ามกำแพงวิ่งหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ และปกครองจึงเรียกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัด และหน่วยปฏิบัติการพิเศษรวมทั้งสืบสวนภูธรภาค 1 มาร่วมกันติดตามคนร้ายที่หลบหนีเข้าไปในป่า จนสามารถจับกุมตัวได้ 1 คน […]

เพื่อนเสี่ยเอ็มตัดสัมพันธ์ผิดซ้ำซาก เกินรับไหวซ้อมเมียท้อง แฉนิสัยชอบสร้างภาพ (คลิป)

จากกรณีแฟนสาวของนายชลวิทย์ หิรัญชัชวาล หรือ เสี่ยเอ็ม หลานอาม่า ที่ไปทำร้ายแฟนสาวของตัวเองที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน จนได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก จนต้องขึ้นโรงพักแจ้งความดำเนินคดีที่สน.สายไหม เนื่องจากโมโหที่ถูกฝ่ายหญิงจับได้ว่าตนเองไปคุยไลน์กับผู้หญิงอื่น ซึ่งทางหญิงสาวผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แม้ฝ่ายชายจะโทรศัพท์มาหา แต่ตนก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ล่าสุด (24 ก.ค.) เพื่อนที่เคยสนิทกับนายชลวิทย์ หิรัญชัชวาล หรือ เสี่ยเอ็ม โดยเล่าว่า รู้จักกับ นายชลวิทย์ ได้ประมาณ 1 ปี ซึ่งนายชลวิทย์เข้ามาตีสนิทผ่านกลุ่มไลน์ซื้อขายรถยนต์ ก่อนหน้านี้ก็มีคนพูดถึงพฤติกรรมของนายชลวิทย์อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็พยายามให้โอกาสปรับปรุงตัว ประกอบกับตอนเด็กนายชลวิทย์มีปัญหาทางด้านครอบครัว ขณะที่เพื่อน ๆ ก็ไม่มีใครคบแล้ว เพราะเอือมระอากับพฤติกรรม ที่ชอบเห็นแก่ตัว ปากไม่ค่อยดี ชอบตีสนิทคนดัง เพื่อสร้างภาพ ให้ดูดีกับการประกอบอาชีพซื้อขายรถยนต์ หนุ่มคนดังกล่าวบอกอีกว่า ที่ผ่านมา ตนก็รับรู้เรื่องของนายชลวิทย์กับแฟนสาว ซึ่งรู้ว่ามีการทำร้ายผู้หญิงคนนี้บ่อยครั้ง โดยก่อนหน้านี้ตนก็ตามแก้ข่าวให้ตลอด ไม่อยากให้คนมองเพื่อนไม่ดี แต่ครั้งนี้รับไม่ได้ เพราะรู้ว่าแฟนสาวคนนี้คอยอยู่เคียงข้าง แต่กลับมาทำร้ายทั้ง ๆ ที่กำลังตั้งครรภ์ คิดว่าคงให้อภัยในสิ่งที่เพื่อนทำไม่ได้ ไม่ขอยุ่งเกี่ยว และตัดขาดความเป็นเพื่อน หลังจากเกิดเรื่องเสี่ยเอ็มพยายามติดต่อมาหาตน แต่คงไม่มีอะไรต้องพูดคุยกันอีก […]

จับได้แล้ว ‘ปุ้มปุ้ย’ คนร้ายก่อเหตุข่มขืนใน รพ. หลบหนีไปลาวเตรียมพากลับไทย

ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส เผยถึงความคืบหน้า คดีนายปุ้มปุ้ย เกษานุช อายุ 23 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย และพยายามจะข่มขืน ผู้ช่วยผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลหนองคาย ขณะจะไปรับผ้ายังโรงซักฟอกของโรงพยาบาล เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 16 กรกฏาคมที่ผ่านมานั้น หลังจากทราบว่านายปุ้มปุ้ย ได้หนีข้ามไป ยัง ฝั่งสปป.ลาวแล้ว ขณะนี้ได้ให้ ชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝีมือดีจากชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธร จ.หนองคาย ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว เพื่อติดตามจับกุมตัวนายปุ้มปุ้ยมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย จากการตรวจสอบประวัติ นายปุ้มปุ้ย พบว่ามีประวัติอาชญากรรมโชกโชน มีทั้งประวัติทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ติดคุก 1 ปี เมื่อปี 2558 จากนั้นเมื่อ เดือนพฤษภามคม ที่ผ่านมาได้ไปก่อเหตุข่มขืนหญิงคนหนึ่ง อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม และมาก่อเหตุซ้ำในครั้งนี้ ขณะที่บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย เจ้าหน้าที่ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบบุคลเข้าออก พร้อมทั้งประสานไปยัง ด่านตรวจคนเข้าเมืองทางฝั่ง สปป.ลาว ว่าหากพบ ตัวนายปุ้มปุ้ยให้จับกุมตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ไทยทันที เนื่องจากเป็นบุคคลอันตราย ล่าสุดตำรวจควบคุมตัวนายปุ้มปุ้ยได้แล้ว […]

ภารกิจล้มเหลว! ล่าระทึกตำรวจพัทยาล่อซื้อยา คนร้ายไหวตัวซิ่งเก๋งคู่ใจหนีลอยนวล (คลิป)

ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา นำกำลังล่อซื้อยาเสพติดและ อาวุธปืน นัดรับของริมถนนสุขุมวิท ผู้ต้องหาไหวตัวถอยรถหนีกว่า 500 เมตร ชาวบ้านจอดติดไฟแดงกระโจนหนีอุตลุด ก่อนชนเข้ากับรถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่ตัดสินใจไล่ยิงสกัดยาง คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงกระโดดลงรถเก๋งคู่ใจวิ่งหนีเข้าป่า เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัว เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 30 มิ.ย. 60 ร.ต.ท.ประสิทธิบุญ บุญประสิทธิ์ รอง สว.สืบสวน สภ.เมืองพัทยา นำกำลังติดต่อล่อซื้อยาเสพติดและอาวุธปืน ที่บริเวณริมถนนสุขุมวิทพัทยา แต่ผู้ต้องหาขับรถหลบหนีพุ่งชนรถประชาชนเสียหาย บริเวณปากซอยเขาตาโล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยาทำการล่อซื้อยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) 2 ถุง และอาวุธปืนขนาดจุด .38 มม. ราคา 20,000 บาท ซึ่งนัดส่งของกันริมถนนบริเวณหน้าสถานีน้ำมัน ปตท.ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาพัทยาใต้ เมื่อเจ้าที่ขับรถยนต์เข้าปาดหน้าเพี่อสกัดจับแต่ผู้ต้องหาเกิดไหวตัว ใส่เกียร์ถอยหลังเร่งเครื่องหลบหนีจากหน้าสถานีน้ำมัน ฝ่ากลางวงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ประชาชนที่จอดรอสัญญาณไฟแดงแยกเทพประสิทธ์ จนชาวบ้านต้องขยับรถหนีกระเจิดกระเจิง ก่อนที่รถของผู้ต้องหาจะเสียหลักพุ่งไปชนเข้ากับรถยนต์กระบะที่ข้ามเข้าซอยเขาตาโล จนรถยนต์เก๋งคู่ใจของผู้ต้องหาไม่สามารถขับขี่ต่อไปได้ เมื่อผู้ต้องหาเห็นท่าไม่ดีเพราะทางเจาหน้าที่ตำรวจไล่ติดตามมาอย่างกระชันชิด ผู้ต้องหาจึงวิ่งลงจากรถเก๋งถอดเสื้อเกาะทิ้งแล้ววิ่งหลบหนีทะลุตลาดนัดเข้าป่าหลังตลาดหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้ขอกำลังเสริมเพื่อปิดล้อมจับกุมตัว แต่ด้วยความมืดและป่ารกชัดเป็นบริเวณกว้างทำให้ไม่สามารถติดตามตัวคนผู้ต้องหาได้ ด้าน ร.ต.อ. […]

ต้องทำถึงขนาดนี้!? เผยเทคนิคการหลบหนีเข้าเมืองในแบบที่ใครก็คงคาดไม่ถึง

เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลายประเทศยังต้องเผชิญ นั่นคือเรื่องการหลบหนีเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย ที่ไม่เพียงจะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก แต่วิธีการของผู้ที่พยายามหลบหนีก็ยิ่งแอดวานซ์ขึ้นทุกวัน จนบางครั้งก็แนบเนียนซะจนจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แต่ถึงจะพยายามมากแค่ไหน มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะหาพวกเขาเจอได้ เพียงแต่จุดที่เจอนั้น บางครั้งก็อยู่เหนือความคาดหมายของคนทั่วไป ที่จะคิดว่ามีมนุษย์เข้าไปแอบอยู่ในตำแหน่งเหล่านั้นได้ ที่มา – wittyfeed.com  

จุดจบสายแข็ง! ‘อุเส็น เตบสัน’ พ่อค้ายาเสพติดแหกห้องขัง 4 ปี โดนปืนเดี้ยง (คลิป)

ปฏิบัติการเข้าจับกุมคนร้ายคดียาเสพติดรายสำคัญ หลังได้ก่อเหตุหลบหนีระหว่างถูกคุมขังตามอำนาจของศาลโดยใช้กำลังประทุษร้ายเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2557 (ร่วม4ปี) ของการไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง และไม่ลดละผู้ต้องหายังคงออกมาก่อคดีนับครั้งไม่ถ้วนก่อนจะมาถึงวันปิดฉากการหลบหนีครั้งนี้ นายพันศักดิ์ หรือ อุเส็นเตบสัน อายุ 40 ปี ที่อยู่ 175 ม.5 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล ผู้ต้องหาตามหมายจับมีข้อหาติดตัวมากมาย อาทิ หมายจากจับจากศาลมณฑลมหารบกที่ 42 ที่ 103/2558 ลงวันที่ 14 ธ.ค. 58 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าร่วมกันมีอาวุธปืนฯ และศาลมณฑลทหารบกที่ 42 ที่ 36/2559 ลงวันที่ 31 ส.ค. 59 ข้อหาร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันมีอาวุธปืนฯและหลบหนีการควบคุม (พรบ.อาวุธปืน) เมื่อปลายเดือน พ.ค.2560 ที่ผ่านมา เพียง 13 วัน กำลังตำรวจ พ.ต.อ.สมพงศ์ สุวรรณวงศ์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจปราบปราม พร้อมกำลังของ พล.ต.ต.ทัตธงสักก์ […]

ระทมหนัก! แม่เปรี้ยวมือหั่นศพอาการป่วยทรุดหวังลูกสาวยอมมอบตัว เผยไม่กล้าไปไหน ถูกเพื่อนบ้านเมิน

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 60 นายยุทธพร พิรุณสาร นายอำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่พร้อมผู้นำท้องถิ่น ให้กำลังใจชาวบ้านในพื้นที่ที่เกิดเหตุสยองขวัญครึกโครมฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม พนักงานร้านคาราโอเกะ จ.ขอนแก่น โดยยอมรับว่าคดีนี้สะเทือนขวัญคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก พร้อมมอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านต่อเนื่อง พร้อมประสานกับ สภ.เขาสวนกวาง ในการดูแลป้องกันปัญหายาเสพติดไปควบคู่กัน นอกจากนั้นคณะนายอำเภอเขาสวนกวางยังได้เข้าเยี่ยม นางสาคร ภาษี มารดาของ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีนี้ โดยแม่ของเปรี้ยวยอมรับทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ก็สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว เพราะป่วยโรคโลหิตจาง เบาหวาน หูข้างขวาตึง พอมาเกิดคดีของลูกสาวอาการป่วยก็ทรุดลงไปอีก ทุกวันนี้ใช้ชีวิตตามลำพังกับสามีในบ้านหลังนี้ และมีลูกสาวคนโตซึ่งเป็นพี่สาวต่างบิดาของเปรี้ยวอยู่ที่ จ.อุดรธานี หมั่นแวะเวียนมาดูแล นางสาคร บอกว่า ปกติเปรี้ยวจะมาหาทุกๆ 10 วัน นำเงินมาให้ครั้งละ 500 บาท รวมถึงเงินที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ ซึ่งตอนนี้ที่บ้านขาดเปรี้ยวที่เป็นเสาหลักไปก็ยังไม่รู้จะใช้ชีวิตอย่างไร โดยเฉพาะบ้านอาจจะต้องหยุดก่อสร้างไว้ก่อน นางสาครยังยอมรับด้วยว่าทุกวันนี้ไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะไม่มีเพื่อนบ้านพูดคุยด้วย และเกรงจะถูกต่อว่าว่าลูกเป็นฆาตกร ตอนนี้เป็นห่วงลูกมากที่สุด […]

พบเบาะแสผู้ต้องหาชาวต่างชาติคดีปลอมพาสปอร์ต ‘ตัดผม-โกนหนวด’ ตบตาเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่พบเบาะแสจากภาพวงจรปิด 1 ใน 2 ผู้ต้องหาชาวโปรตุเกส คดีปลอมพาสปอร์ตที่หลบหนีจากสภ.สาคู จ.ภูเก็ตเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังหลบอยู่ในพื้นที่ป่าตอง โดยมีการตัดผม โกนหนวดตบตาเจ้าหน้าที่ จากกรณีผู้ต้องหา คดีปลอมพาสปอร์ต จำนวน 2 คนคือนาย SANDEEP SINGH อายุ 30 ปี และ นาย RAJ KUMAR อายุ 36 ปี สัญชาติโปรตุเกส ได้หลบหนีออกจาก สภ.สาคู ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ได้รับตัวมาจาก ตม.สนามบินนานาภูเก็ต มาสอบสวนเพิ่มเติม และรอนำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดภูเก็ต แต่ระหว่างนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ขอเข้าห้องน้ำและขอออกไปสูบบุหรี่ที่หน้าสภ.ทางพนักงานสอบสวนจึงอนุญาตให้ออกไปข้างนอก โดยให้สิบเวรประจำวัน ของสภ.คอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด แต่ช่วงที่จนท.เผลอได้ วิ่งหลบหนีออกจากไปอย่างรวดเร็ว ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าได้พบแสเพิ่มเติมเป็นภาพวงจรปิดขณะที่ นาย SANDEEP SINGH กำลังเดินอยู่ริมถนนทวีวงษ์ […]

คลิประทึก! หนุ่มโดดเกาะฝากระโปรงรถกระบะ คู่กรณีชนท้ายแล้วซิ่งหนี

เผยภาพวงจรปิดชายคนหนึ่งติดอยู่บนฝากระโปรงรถกระบะ ซึ่งกำลังวิ่งไปตามถนนสุขุมวิท จากบริเวณฝั่งตรงข้ามสถานบันเทิงแฮปปี้เวิลด์ พื้นที่ สภ.แสนสุข มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองชลบุรี โดยมีการติดต่อกับตำรวจ สภ.เสม็ดช่วยสกัดจับ เพราะเกรงว่าคนที่อยู่บนฝากระโปรงรถจะตกลงมาได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ตำรวจสายตรวจ สภ.เสม็ด ทราบข่าว จึงได้นำรถจักรยานยนต์สายตรวจวิ่งตามประกบ และบังคับให้จอดข้างทางบริเวณแยกคีรีนคร ระยะทางที่หลบหนีมาประมาณ 5 กิโลเมตร หลังจากนั้นได้นำตัวคนขับรถกระบะส่งไป สภ.แสนสุข เพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป พ.ต.อ.พิสิษฐ โปรยรุ่งโรจน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รับผิดชอบงานด้านจราจร กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาตี 1 ของคืนที่ผ่านมา (24 เม.ย. 60) โดยนายนพพล ปารมีส้าว ขับรถกระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒห 1326 กรุงเทพฯ ได้ไปชนท้ายรถเก๋งฮอนด้าสีแดง หมายเลขทะเบียน ฉล 5355 กรุงเทพฯ ซึ่งมีนายกฤษดา กลับน้อย เป็นคนขับได้รับความเสียหายเล็กน้อย ที่บริเวณถนนสุขุมวิท ขาเข้าตัวเมืองชลบุรี หลังจากนั้นนายกฤษดา พร้อมกับพรรคพวกได้พยายามเจรจากับนายนพพล แต่นายนพพลเกิดความกลัวไม่กล้าลงมาจากรถ เนื่องจากเป็นเวลาค่ำคืน […]

แบบนี้ก็ได้เหรอ!? หมึกยักษ์หนีตายจากการถูกล่าด้วยการเกาะติดไปกับโลมา

ถึงจะถูกจัดเป็นสัตว์โลกน่ารักแถมยังแสนรู้ แต่โลมาก็นับว่าเป็นนักล่าที่ฉลาดเป็นกรด จนแทบไม่มีเหยื่อชนิดไหนจะสามารถหนีพ้นการโจมตีของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดนี้ไปได้ เพราะถึงจะซ่อนตัวอยู่ในทราย โลมาก็สามารถหากตัวมันเจอด้วยการสร้างภาพจากเสียงสะท้อน หรือเอคโคโลเคชั่น (Echolocation) แต่ดูเหมือนวิธีดังกล่าวคงจะใช้ไม่ได้กับกับเจ้าหมึกยักษ์ตัวนี้ ที่นอกจากจะไม่ซ่อนตัวแล้ว มันยังขึ้นไปเกาะอยู่บนตัวของนักล่าอีกต่างหาก ภาพชุดถูกบันทึกไว้โดย Jodie Lowe ขณะกำลังพักผ่อนอยู่ที่ Port Macquarie ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย และได้เห็นโลมาเพศเมียตัวหนึ่งที่นักท่องเที่ยวเรียกมันว่า ‘Grandma’ กำลังพยายามไล่ล่าหมึกยักษ์อยู่บนผิวน้ำอยู่นานหลายนาทีแต่ก็ไม่สามารถจับมันได้ แถมยังโดนเจ้าหมึกใช้หนวดเกาะติดอยู่บนตัวของมัน จนทำให้โลมาต้องกระโดดขึ้นเหนือน้ำเพื่อสะบัดให้หมึกหลุดออกไป ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอยู่นานทีเดียวกว่าเจ้าหมึกจะยอมแพ้ และโดนจับกินในที่สุด ที่มา – Facebook.com / Port Macquarie Cruise Adventures

keyboard_arrow_up