ผวา! แม่-ลูกหมีควายบุกสวนผลไม้ ชาวบ้านอึ้งเจอต่อหน้า (คลิป)

จากกรณีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฐานปฎิบัติการป้องกันรักษาป่าอ่างเก็บน้ำวังบอน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีพบเห็นลูกหมีอายุราว 1-2 ปี น้ำหนักราว 10-15 กก. อยู่บนต้นไม้หมู่บ้านโคกนกเอี้ยง–ขอนขว้าง บ้านคลองยาง หมู่ 10 ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี ใกล้เขาชีปิดติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับได้และนำไปไว้ที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ 1 เมื่อคืนวันที่ 2 ต.ค. 61 ที่ผ่านมา แต่ยังเหลือแม่หมีอีก 1 ตัวที่ชาวบ้านพบในไปกินหยวกกล้วยและผลขนุนในวนผลไม้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่วางกรงดักจับเพื่อช่วยเหลือนำกลับผืนป่าธรรมชาติดังเดิมเนื่องจากเกรงอันตรายกับชาวบ้านตามที่เสนอนั้น วันนี้ (4 ต.ค. 61) เวลา 07.00 น. นายประหยัดมีแก้วอายุ 59 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคลองยาง หมู่ 10 ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมืองปราจีนบุรี กล่าวว่า ได้ยินเสียงแม่หมีร้องหาลูกทั้งตลอดทั้งคืน จนทำให้วัวตื่นตกใจ จึงตัดสินใจออกเดินตามรอยเท้าหมี จนพบกับแม่หมีควายขนาดใหญ่ นำหนักประมาณ 80-100 กิโลกรัม ในลักษณะลุกยืนชู 2 มือ คล้ายจะเข้ามาทำร้าย  ทั้งนี้จากที่ชาวบ้านพากันจัดเวรยามเฝ้าระวังพร้อมคอยตรวจตราดูแม่หมี […]

ระทึก! หมีแม่ลูกอ่อน ทำร้ายชาวบ้านเมืองจันทบุรีหวิดดับ ก่อนทหารชุดลาดตระเวนเข้าช่วยเหลือ

วันนี้ (7 ก.พ.) เรือเอกวีระ คุณา ผบ.ร้อย ทพ.นย.ที่ 544 อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวน ว่ามีชาวบ้านถูกหมีทำร้ายที่บริเวณคลองสาม ติดแนวป่าเทือกเขาสอยดาว อาการสาหัส เบื้องต้นได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลโป่งน้ำร้อนแล้ว แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส โรงพยาบาลโป่งน้ำร้อน จึงได้นำตัวส่งต่อไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ภายหลังทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือนายบุญเกิด วิเศษบุรี อายุ 60 ปี มีบาดแผลจากหมีทำร้ายบริเวณจมูก โดยจมูกด้านขวาฉีกขาดไปข้างหนึ่ง จากการถูกหมีใช้ขาหน้าตะปบ และบริเวณร่างกายมีรอยเล็บของหมีขีดข่วน เบื้องต้นทราบว่าผู้บาดเจ็บมีอาชีพรับจ้างทำสวน หลังจากทำงานเสร็จจึงเข้าไปหาปลาในคลองสามที่อยู่ข้างเทือกเขาสอยดาว แล้วเจอหมีแม่ลูกอ่อนที่กำลังหากินอยู่ข้างคลอง ก่อนที่หมีจะเข้าทำร้ายได้รับบาดเจ็บ จากนั้นนายบุญเกิด พยายามร้องให้คนช่วยและได้พบกับทหารชุดลาดตระเวน ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลซึ่งขณะนี้ผู้บาดเจ็บอาการปลอดภัยแล้ว แต่ทางแพทย์ต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด

อัพเดตชีวิตใหม่ ‘เจ้าแก้ว’ ในบ้านหลังใหม่ที่เขาค้อ แถมมี ‘เจ้าต๋ง’ หมีหนุ่มรุ่นน้องมาติดพัน

หลังจากผ่านเหตุการณ์ทำร้ายคนไปกว่าหนึ่งสัปดาห์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 มีรายงานว่า นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวเพื่ออัพเดตชีวิตความเป็นอยู่ของ ‘เจ้าแก้ว’ หมีควายจากสำนักสงฆ์สวนสมุนไพรหลวงปู่ละมัยวัด ซึ่งถูกย้ายมายังบ้านหลังใหม่ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ โดยระบุว่าเจ้าแก้วเริ่มปรับตัวกับที่อยู่ใหม่ได้ดีขึ้น สามารถกินอาหารได้บ้างแล้ว แม้จะยังน้อยอยู่ แต่ก็ไม่แสดงท่าทางเครียดหรือวิตกกังวลออกมา แถมยังพบว่ามี ‘เจ้าต๋ง’ หมีควายเพศผู้อายุน้อยกว่ามาคอยเฝ้ามองเจ้าแก้วผ่านลูกกรง และไม่แสดงท่าทีก้าวร้าวใส่อีกด้วย ที่มา – Facebook.com /

ชาวเน็ตเชียร์ ‘เจ้าแก้ว-เจ้าต๋ง’ ก่อรักต่างวัย ฝ่ายเจ้าต๋งมาแอบส่องทุกวัน

กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของ “เจ้าแก้ว” ไปแล้ว สำหรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ล่าสุดท่านรองฯ โพสต์เฟซบุ๊ก บอกว่า เจ้าแก้วเริ่มปรับตัวได้มากขึ้น กินข้าวได้ ส่วนความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ “เจ้าต๋ง” ที่มาแอบส่องเจ้าแก้วทุกวันต้องตามลุ้นกันต่อไป รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ คุณไกรสร กองฉลาด โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่องเจ้าแก้ว ให้ FC ของเจ้าแก้ว ให้หายคิดถึงกันอีกแล้ว บอกว่า เช้านี้โทรศัพท์หาหมอกระเจี๊ยบ สัตวแพทย์ที่ดูแลแก้ว พบว่าเจ้าแก้วเริ่มกินอาหารได้ปกติแล้ว ซึ่งอาหารเจ้าแก้ว มีกล้วยน้ำว้า ข้าว ผสมหัวอาหารราดด้วยน้ำผึ้ง อาการทั่วไปเริ่มเป็นปกติ กินแล้วนอน มีฉี่ปกติแต่ยังไม่อึ เนื่องจากที่ผ่านมาน่าจะกินน้อย นอกจากนี้ท่านรองฯ ยังโพสต์ ภาพน่ารักๆของเจ้าแก้ว และเพื่อนใหม่ หมีควายหนุ่มรูปหล่อจากจังหวัดตาก ที่ถูกนำมาไว้ในคอกติดกัน เพื่อปรับสภาพเหมือนกับเจ้าแก้ว ข้อความระบุว่า สำหรับความรักระหว่างหนุ่มต่างวัย (เจ้าต๋งอายุน้อยกว่า แก้วกำลังจะได้กินเด็ก) เจ้าหนุ่มแอบมอง บางทีก็ตะกายข้างฝาใส่ ส่วนสาวเจ้าทำเป็นไม่สน เล่นตัวซะงั้น เป็นโสดมาหกปี ยังไม่ผ่านมือหมีชายตัวใดมา รักนวลสงวนตัวไว้บ้าง แต่อย่าเยอะนะแก้ว เดี๋ยวขึ้นคาน ฟางเส้นสุดท้ายลอยน้ำมาต้องรีบเกาะ ทำให้บรรดา FC เจ้าแก้ว […]

‪#‎ช่วยแก้วกลับวัด‬! โซเชียลรวมพลังติดแฮทแท็กพาหมีควายกลับบ้าน หลังถูกขังเดี่ยวในสภาพน่าสงสาร

จากกรณีเจ้าแก้วหมีควายเพศเมียที่สำนักสงฆ์สมุนไพรหลวงปู่ละมัย ฐิตมโน ต.บ้านโตก อ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้ก่อเหตุทำร้ายชาวบ้านจนได้รับบาดเจ็บสาหัว และถูกจับไปขังเอาไว้ที่สถานีเพราะสัตว์ป่าที่เขาค้อ ล่าสุดได้มีภาพของหมีตัวดังกล่าวที่อยู่ในสภาพเซื่องซึมเผยแพร่ออกมาในโลกออนไลนื จนทำให้ชาวโซเซียลเกิดความสงสาร และได้เกิดกระแสการสร้างแฮทแท็ก #‎ช่วยแก้วกลับวัด เพื่อเรียกร้องให้นำแก้วกลับไปยังสำนักสงฆ์ที่มันเคยอยู่ ทั้งยังมีบางรายที่พร้อมออกค่าใช้ในการขนย้ายให้ด้วย อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้นำหมีตัวดังกล่าวกลับไปอยู่ในวัดนั้น ได้มีผู้คนจำนวนมากท้วงติงถึงการกระทำดังกล่าว เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาเดิมในอนาคตได้ ทั้งยังเกรงว่าการเปลี่ยนที่ไปมานั้นอาจทำให้มันเครียดจนนิสัยเปลี่ยนไป ในขณะที่มีบางฝ่ายสนับสนุนให้ปล่อยเจ้าแก้วกลับคืนสู่ธรรมชาติ แต่ก็ถูกท้วงติงว่าหมีที่โตมาโดยการเลี้ยงดูของมนุษย์นั้นไม่สามารถเอาตัวรอดในธรรมชาติได้แล้ว และมันอาจสร้างปัญหาเดิมซ้ำกับชาวบ้านก็เป็นได้ เพราะหมีตัวนี้คุ้นเคยกับมนุษย์เกินไป

ชาวบ้านสงสาร ‘เจ้าแก้ว’ ถูกขังในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก มีอาการเหงาซึมไม่กินอาหาร (คลิป)

จากกรณีที่สำนักสงฆ์สวนสมุนไพรหลวงปู่ละมัย จ.เพชรบูรณ์ ได้เลี้ยงหมูป่าไว้กว่า 600 ตัว และหมีควายชื่อ “เจ้าแก้ว” อีก 1 ตัว รวมทั้งสัตว์อื่นๆ อีกจำนวนมาก ที่ให้สำนักสงฆ์ต้องออกมาขอให้ผู้ใจบุญบริจาคเงินและอาหารสัตว์ พร้อมทั้งจะแบ่งปันผู้ที่จะนำหมูป่าไปเลี้ยงด้วย แต่ต่อมาหมีควายได้ทำร้ายคนจนอาการสาหัสตามที่สื่อได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น พระธเนศ ติขะยาโณ ผู้ดูแลสำนักสงฆ์ เปิดเผยว่า กองทุนรับบริจาคเพื่อเลี้ยงหมูป่า ปรากฎว่ามีผู้คนสนใจจำนวนมาก เดินทางมาขอรับหมูป่าที่สำนักสงฆ์ โดยผู้มาขอส่วนใหญ่จะเร่งรีบและขอจำนวนมาก ทำให้ตั้งตัวไม่ทัน ที่สำคัญทางสำนักสงฆ์ยังไม่พร้อมและขาดประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการขอไปเลี้ยง การทำประวัติต่างๆ ตลอดจนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอไปเลี้ยง รวมทั้งเกรงว่าเมื่อบริจาคหมูป่าเหล่านี้ไปหมดสิ้น จะถูกครหาในเรื่องทรัพย์สินจากการบริจาคจึงขอยุติทั้งสองโครงการทั้งกองทุนรับบริจาค และการยุติแจกหมูป่า อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีจิตใจศรัทธาจะช่วยเหลือ ขอเป็นการบริจาคอาหารสัตว์จะดีกว่า ส่วนกรณีเจ้าแก้วหมีควาย ที่ทำร้ายนายฝน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ได้นำไปเลี้ยงที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ แต่ภาพที่ปรากฏออกมาเป็นภาพที่เจ้าแก้วอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมทึบขนาด 3×7 เมตร มีช่องเล็กๆ อีกทั้งเจ้าแก้วมีอาการเหงาซึมไม่กินอาหาร จากนั้นได้มีการแชร์ภาพดังกล่าวออกไปเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย โดยส่วนมากรู้สึกสงสารจริงๆ แล้วความผิดไม่ได้อยู่ที่เจ้าแก้วเลยจึงอยากให้นำกลับมาเลี้ยงไว้ที่เดิม แล้วหามาตรการและวิธีการที่ดูแลให้รัดกุมกว่านี้ และนอกจากนั้นยังมีการแชร์และโพสต์ภาพความน่ารักของเจ้าแก้วตั้งแต่ตัวยังเล็กๆ รวมทั้งเป็นภาพเมื่อครั้งที่หลวงปู่ละมัยยังไม่มรณภาพ เล่นกับเจ้าแก้ว และภาพที่ญาติโยมเล่นและถ่ายรูปคู่กับเจ้าแก้วเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา.

นาทีสยอง! หมีควายลากคนไปขย้ำ ฟัดคากรง เหยื่อสาหัสเย็บพันเข็ม (คลิป)

วันที่ 2 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าทางสำนักสงฆ์สวนสมุนไพรหลวงปู่ละมัย หมู่ที่ 8 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ที่เลี้ยงหมีควายไว้ในคอกร่วมกับหมูป่ากว่า 100 ตัว ได้กัดชาวบ้าน ที่เข้าไปในคอก จึงรุดไปตรวจสอบพบว่า ผู้บาดเจ็บคือ นายฝน พหรมรลัทธิ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 / 1 หมู่12 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ทางนางวันดี อยู่ขันธ์สวัสดิ์ ผู้ดูแลหมี และหมูป่า ภายในสำนักสงฆ์ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุตน และพระธเนศ ติขยาโณ พระผู้ดูแลสำนักสงฆ์เดินทางไปพบนายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อหารือแนวทางการเปิดบัญชีกองทุนเพื่อช่วยเหลือหมูป่า และทราบว่าระหว่างนั้น นายฝน และเพื่อน ๆ จำนวนหนึ่งได้เดินทางมาขอหมูป่าเพื่อจะนำไปเลี้ยง พร้อมกับยืนอยู่บนกำแพงคอกหมูป่าซึ่งสูงประมาณ 1.5 เมตร ซึ่งเลี้ยงรวมอยู่กับหมีควาย และได้ยื่นมือไปหยอกล้อกับหมีควายตัวดังกล่าว กระทั่งถูกหมีกัดที่ข้อมือ และลากลงไปภายในคอก ท่ามกลางความตื่นตกใจของเพื่อน ซึ่งทุกคนพยายามจะให้ความช่วยเหลือ แต่หมีไม่ยอมปล่อย […]

สยอง! หมีควายในสำนักสงฆ์ชื่อดังตะปบชาวบ้าน ลากไปขย้ำต่อในคอก บาดเจ็บสาหัส เย็บนับพันเข็ม

เกิดเหตุระทึก หมีควายที่สำนักสงฆ์เลี้ยงไว้ กัดชาวบ้าน จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเย็บกว่าพันเข็ม เหตุเกิดที่สำนักสงฆ์สวนสมุนไพรหลวงปู่ละมัย หมู่ที่ 8 ต.บ้านโตก อ.เมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งสำนักสงฆ์ได้เลี้ยงหมีควาย ตัวนี้ไว้ในคอกร่วมกับหมูป่ากว่า 100 ตัว จากการสอบถามนางวันดี อยู่ขันธ์สวัสดิ์ ผู้ดูแลหมีและหมูป่าภายในสำนักสงฆ์ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุตนและพระธเนศ ติขยาโณ พระผู้ดูแลสำนักสงฆ์เดินทางไปพบนายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์เพื่อหารือแนวทางการเปิดบัญชีกองทุนเพื่อช่วยเหลือหมูป่า ระหว่างนั้นนายฝน พรหมลัทธิ และเพื่อนๆ จำนวนหนึ่งได้เดินทางมาขอหมูป่าเพื่อจะนำไปเลี้ยง ระหว่างนั้นยืนอยู่บนกำแพงคอกหมูป่าซึ่งสูงประมาณ 1.5 เมตรเลี้ยงรวมอยู่กับหมีควาย และนายฝนได้ยืนมือไปหยอกล้อกับหมีควายตัวดังกล่าว กระทั่งถูกหมีกัดที่ข้อมือและลากลงไปภายในคอก ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเพื่อนและพยายามจะให้ความช่วยเหลือ แต่หมีไม่ยอมปล่อยแล่วยังลากเข้าไปในกรงพร้อมกอดฟัดและกัดนายฝนจนแทบหมดแรง กระทั่งตนเดินทางกลับมาพบเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือนายฝนออกมาได้ และนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์เบื้องต้นทราบว่าจะต้องทำการเย็บเกือบ 1 พันเข็ม ขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู อาการโดยรวมยังต้องเฝ้าระวังและดูแลอาการอย่างใกล้ชิด นางวันดีหมีตัวดังกล่าวอายุประมาณ 6 ปี ซึ่งญาติโยมได้นำมาถวายหลวงปู่ละมัย เมื่อตอนที่ตัวยังเล็ก ๆ โดยได้ตั้งชื่อว่า “แก้ว” และได้เลี้ยงรวมกับหมูป่า โดยให้ผลไม้เป็นอาหาร ปกติมีนิสัยไม่ดุร้าย ที่ผ่านมาไม่เคยทำร้ายใคร.

เปิดผลสอบกรณีหมีควายตกฮ. นักบินรับปลดตะขอเอง

จากกรณีที่เกิดเหตุหมีควายหนักประมาณ 80 กิโลกรัม ร่วงตกลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ตาย ระหว่างที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พร้อมสัตวแพทย์ ลำเลียงนำไปปล่อยในป่าหลังจากรักษาอาการบาดเจ็บจนหายแล้ว จนเกิดคำถามว่าเหตุใดหมีควายตัวดังกล่าวถึงร่วงตกลงมาตายได้ ล่าสุดนายอดิศร นุชดำรงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เปิดเผยหลังจากที่ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เข้าไปสอบข้อเท็จจริงเรื่องข้อกำหนดและระเบียบการใช้เฮลิคอปเตอร์สำหรับปฏิบัติภารกิจในป่าว่า จากผลการสอบนั้น หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการบินเขาใหญ่ ยอมรับว่าภารกิจเอาหมีไปปล่อยในป่าครั้งนั้นไม่ได้ขออนุญาตใคร เพราะภาระกิจนี้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการบินว่า น่าจะอยู่ในแผนกู้ภัยฉุกเฉิน จึงไม่จำเป็นต้องขอใคร ตนจึงตั้งข้อสังเกตกลับไปว่า การส่งหมีคืนสู่ป่าธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องฉุกเฉินตรงไหน มีความจำเป็นต้องทำแบบเร่งด่วนจริงหรือไม่ หากไม่ทำในเวลานั้นหมีจะตายหรือไม่ นายอดิศร ยังตั้งคำถามต่ออีกว่า ผู้ที่จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้ว่าจะต้องเป็นใครได้บ้าง เพราะก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ในวันดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการเซ็นต์ชื่อใดๆ ทั้งสิ้น และมีนักข่าวซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจนี้ขึ้นไปด้วย อย่างไรก็ตามทั้งนักบิน และช่างเครื่องยืนยันว่า ได้ตรวจสอบเครื่องบิน อุปกรณ์การบินอย่างดี ทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีปัญหา รวมทั้งนักบินยอมรับว่า เป็นคนปลดตะขอหมีที่ลำเลียงขึ้นเฮลิคอปเตอร์เอง เพราะน้ำหนักของหมีทำให้แรงของเครื่องตก ประกอบกับเครื่องกำลังบินผ่านหน้าผา หากไม่ปลดตะขอ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุทั้งลำได้ จึงต้องตัดสินใจเช่นนั้น

keyboard_arrow_up