แอมเนสตี้ ออกแถลงการณ์ กรณีส่งกลับสาวซาอุฯ ชี้เสี่ยงได้รับอันตรายใหญ่หลวง

สืบเนื่องจากกรณี ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยกำลังหาทางเร่งส่งตัวนางสาวราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล กูนูน หญิงชาวซาอุดิอาระเบียวัย 18 ปีกลับประเทศ หลังจากที่นางสาวราฮาฟถูกเจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียและคูเวตสกัดกั้นไว้สนามบินสุวรรณภูมิ และถูกยึดเอกสารสำคัญและหนังสือเดินทาง โดยนักท่องเที่ยวสาวรายดังกล่าวกำลังเดินทางจากไทย และจะเดินทางต่อไปยังออสเตรเลียเพื่อขอลี้ภัย เนื่องจากเธอต้องการหลบหนีครอบครัวของเธอที่ทำร้ายเธอทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยนักท่องเที่ยวซาอุดิอาระเบียรายนี้ยังบอกด้วยว่าหากเธอถูกส่งตัวกลับไปซาอุดิอาระเบีย ครอบครัวจะฆ่าเธออย่างแน่นอน (อ่านเพิ่มเติม : ตม.ไทยเร่งผลักดัน สาวซาอุฯ หนีครอบครัวกลับประเทศ) ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก  Amnesty International Thailand ได้รายงานความเห็นของ ซามาห์ ฮาดิด ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ตะวันออกกลาง ที่มีต่อเหตุการณ์ดังกล่าวโดยระบุว่า…. ราฮาฟเสี่ยงจะได้รับอันตรายอย่างใหญ่หลวง หากทางการไทยส่งตัวเธอกลับไปซาอุดิอาระเบียผ่านคูเวต เป็นที่น่ากังวลอย่างยิ่งกับรายงานที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ซาอุฯ ได้ยึดหนังสือเดินทางของเธอช่วงที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ นอกจากนั้นการยึดหนังสือเดินทางโดยพลการยังละเมิดสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการเดินทางอีกด้วย เธอได้แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความกลัวด้านความปลอดภัยของตนเอง หากเธอต้องเดินทางกลับไปหาครอบครัวอาจทำให้เธอถูกดำเนินคดีอาญาในซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากขัดขืนกฎหมายที่บังคับให้ผู้หญิงต้องอยู่ใต้การกำกับดูแลของญาติที่เป็นผู้ชาย (male guardianship) โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Refugees) ได้ร้องขอที่จะเข้าพบราฮาฟ แต่ทางการไทยยังไม่ยินยอมตามคำขอ ทางการไทยต้องดำเนินการตามคำขอโดยทันที และประกันให้มีการเคารพต่อสิทธิที่จะแสวงหาที่ลี้ภัย […]

ตม.ไทยผลักดัน สาวซาอุฯ หนีครอบครัวกลับประเทศ

สื่อต่างประเทศหลายสำนักต่าง รายงานว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยกำลังหาทางเร่งส่งตัวนางสาวราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล กูนูน หญิงชาวซาอุดิอาระเบียวัย 18 ปีกลับประเทศ หลังจากที่นางสาวราฮาฟถูกเจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียและคูเวตสกัดกั้นไว้สนามบินสุวรรณภูมิ และถูกยึดเอกสารสำคัญและหนังสือเดินทาง โดยนักท่องเที่ยวสาวรายดังกล่าวกำลังเดินทางจากไทย และจะเดินทางต่อไปยังออสเตรเลียเพื่อขอลี้ภัย เนื่องจากเธอต้องการหลบหนีครอบครัวของเธอที่ทำร้ายเธอทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยนักท่องเที่ยวซาอุดิอาระเบียรายนี้ยังบอกด้วยว่าหากเธอถูกส่งตัวกลับไปซาอุดิอาระเบีย ครอบครัวจะฆ่าเธออย่างแน่นอน ขณะที่สถานทูตซาอุดิอาระเบียในไทยออกมาระบุว่านางสาวราฮาฟไม่ได้ถูกยึดหนังสือเดินทาง เธอก็ยังคงมีหนังสือเดินทางอยู่กับตัวด้วย โดยยืนยันว่าทางสถานทูตซาอุดิอาระเบียไม่มีอำนาจในการกักตัวเธอไว้ที่สนามบินของไทย พร้อมกับระบุว่าสาเหตุที่เธอถูกกักตัวไว้ที่สนามบินเป็นเพราะเธอไม่มีตั๋วเดินทางกลับ รวมทั้งหลักฐานการจองโรงแรม หรือหลักฐานที่ชี้ว่าเธอเป็นนักท่องเที่ยว โดยนางสาวราฮาฟจะต้องถูกส่งตัวกลับไปหาครอบครัวของเธอที่ขณะนี้อาศัยในคูเวต ด้านพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยยืนยันว่าไม่ได้รับการติดต่อจากทางการซาอุดิอาระเบีย ก่อนที่นางสาวราฮาฟจะเดินทางมาไทย พร้อมกับระบุว่านักท่องเที่ยวชาวซาอุดิอาระเบียรายนี้ต้องการหนีการแต่งงาน ซึ่งถือเป็นปัญหาภายในครอบครัว และเธอก็ไม่มีวีซ่าเข้าประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงต้องกักตัวเธอไว้ที่สนามบิน ในเวลานี้นางสาวราฮาฟยังคงปฏิเสธที่จะเดินทางกลับประเทศ ซึ่งตามกำหนดเดิมเธอจะต้องถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินของสายการบินคูเวต แอร์เวย์สในเวลา 11 นาฬิกา 15 นาทีของวันนี้(7 ม.ค. 62) แต่เธอก็ยังคงเก็บตัวอยู่ในห้องพักของโรงแรมในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยคุมอยู่บริเวณด้านนอกห้องพัก ขณะที่กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนในนครนิวยอร์กระบุว่าทางการไทยไม่ควรส่งตัวนางสาวราฮาฟให้กับครอบครัว และเรียกร้องให้ไทยยุติขั้นตอนการส่งตัวเธอในทันที หรือไม่ก็ส่งตัวเธอไปลี้ภัยในออสเตรเลีย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เร่งช่วยเหลือ ‘สาวลำปาง’ ถูกหลอกทำงานที่เกาหลีใต้ พบถูกนายจ้างทำร้าย

นางกรพินธุ์ วงศ์เจริญ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง พ.ต.ท.พรต เศรษฐกร สว.ตม.จ.ลำปาง และนายณเรศน์ฤทธิ์ อุบลศรี ป้องกันจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือเพื่อช่วยเหลือ น.ส.บี(นามสมมุติ) อายุ 18 ปีกลับมาประเทศไทย หลังจากเมื่อวานนี้ นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปีชาวจังหวัดลำปาง เข้ามาร้องเรียน กับ พ.ต.ท.พรตเศรษฐกร สว.ตม.จ.ลำปางว่า ว่าน.ส.บี ซึ่งเป็นลูกสาว ถูกแก๊งค้ามนุษย์หลอกไปทำงานที่ร้านนวดแห่งหนึ่งในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ โดยเดินทางไปแบบนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ แต่กลับถูกทำร้ายร่างกายและบังคับให้ทำงานอย่างไม่เต็มใจ นางเอ บอกว่าเมื่อก่อนหน้านั้นหลายเดือนลูกสาว ถูก น.ส.พลอย(ชื่อเล่น) อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดลำปางซึ่งเคยไปทำงานที่ประเทศเกาหลีและมีศักดิ์เป็นหลานของแฟนนางสาวบี มาชักชวนลูกสาวให้ไปทำงานร้านนวดที่ประประเทศเกาหลีใต้ โดยมีนายทุนชื่อว่านายชอย ชาวเกาหลีใต้ จะออกทุนการเดินทางให้ก่อน 90,000 บาท และจะหักทุนจากเงินเดือนและถูกหว่านล้อมว่าทำงานไม่ถึงเดือนก็ใช้หนี้หมดแล้ว จึงได้ตัดสินในเดินทางไปเมื่อวันที่ 19 ก.ย.60 เมื่อไปถึงเกาหลีใต้ เจ้าของร้านก็พาย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ และพยามจะยึดพาสปอร์ตแต่ลูกสาวไม่ให้ และทำงานได้ประมาณ 1 เดือนก็ใช้หนี้หมด […]

ตร.ท่องเที่ยว ปิดล้อมกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติกลางกรุง! รวบผู้มีอิทธิพล 52 ราย (คลิป)

เมื่อคืนของวันที่ 15 ต.ค. 60 ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำทีมระดมกวาดล้างผู้มีอิทธิพลภายในพื้นที่ 10 จุดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล หวั่นว่าจะเกิดเหตุอาชญากรรมข้ามชาติ อาทิเครื่อข่ายปลอมธนบัตร เครือข่ายหลอกแต่งงาน เครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนผิวสี สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหามาได้ทั้งสิ้น 52 คน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากนโยบายของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยการปฏิบัติการณ์ครั้งนี้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มคนผิวสีที่อาจเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรม ฝอกเงิน หรือค้ามนุษย์ แก๊งสกิมเมอร์ มั่วสุมยาเสพติด แหล่งโสเภณี ซึ่งนับเป็นปัญหาความมั่นคงและส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศทางด้านการท่องเที่ยว หลักจากนี้จะนำผู้ต้องหาทั้ง 52 คน ทำเรื่องกลับสู่ประเทศต้นทาง โดยได้เก็บดีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐานให้ทางสำนักงานตรวจคนเข้ามา เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าว กลับเข้ามาประเทศไทยได้อีก หนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมได้ เคยโดนข้อหามีโคเคนไว้ในครอบครอง โดยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่บางคน และได้รับอนุญาติให้อยู่ในประเทศไทยได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองถึงกรณีนี้

keyboard_arrow_up