เตือนภัย! ‘ดูซีรีส์มาราธอน’ เสี่ยงป่วยทางสมอง-จิต แนะ 5 วิธีจัดระเบียบให้สุขภาพดี

ที่รายการปากลำโพง ออกมาเผยข้อมูลว่า ทางการแพทย์ออกมาเตือนประชาชนที่ติดการดูซีรีส์ ดูชนิดที่ไม่หลับไม่นอน ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ซึ่งพฤติกรรมการดูซีรีส์แบบต่อเนื่อง หรือเรียกว่า Binge Watching คือการดูซีรีส์เรื่องเดียว ดูจนจบ ดูแบบข้ามวันข้ามคืน ส่งผลกระทบต่อร่างกาย คือ อ้วน เพราะการดูต่อเนื่องจะทำให้เรารับประทานไม่หยุด และการทำงานทางสมอง เช่น ความจำ การตัดสินใจช้าลง อารมณ์หงุดหงิด และหากอดนอนต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จะทำให้เสี่ยงป่วยทางจิต เช่น หูแว่ว และประสาทหลอน ทั้งนี้ ทางการแพทย์ ระบุว่า กลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ ผู้ป่วยซึมเศร้า เพราะการดูซีรีส์เป็นการเพิ่มเวลาให้อยู่คนเดียวมากขึ้น โอกาสที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นก็จะลดลง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการรักษาเลย และอาจทำให้อาการแย่ลง วิธีการป้องกัน 5 ข้อ ดังนี้ 1. กำหนดเวลาการดูให้ชัดเจน ไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายพักผ่อนอย่างเต็มที่ 2. ไม่ดูซีรีส์ในห้องนอน 3. ควรหยุดเมื่อจบตอน หรือ หยุดดูช่วงกลางตอน เนื่องจากช่วงท้ายตอนมักจะทิ้งปมให้อยากชมต่อ […]

นักวิจัย เผย ทำงาน 8 ชม./สัปดาห์ ช่วยสุขภาพจิตได้มากที่สุด

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! นักวิจัยจากมหาลัยดังแห่งอังกฤษ เผย ความพึงพอใจในชีวิตจากกลุ่มคนทำงาน พบว่า การทำงาน 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ช่วยสุขภาพจิตได้มากที่สุด สื่อ วอยซ์ ออฟ อเมริกา รายงานว่า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Cambridge และมหาวิทยาลัย Salford ของอังกฤษศึกษาสำรวจความเกี่ยวพันเรื่องชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์กับสุขภาพจิตและความพึงพอใจในชีวิตจากกลุ่มคนทำงานกว่า 71,000 คนในอังกฤษเป็นเวลาเก้าปี โดยกลุ่มตัวอย่างถูกตั้งคำถามเรื่องประเด็นต่างๆ เช่น ความกระวนกระวายใจและปัญหาการนอนหลับซึ่งมีผลต่อสุขภาพจิต นักวิจัยได้คำตอบว่าชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสมที่สุดต่อสุขภาพจิตคือ 8 ชั่วโมงหรือหนึ่งวันต่อสัปดาห์ และการทำงานเกิน 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จะไม่สร้างประโยชน์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามขณะที่การทำงาน 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ดูจะให้คำตอบที่ดีที่สุด สำหรับการรักษาสุขภาพจิตให้ดีสมบูรณ์ นักวิจัยพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์กับความพึงพอใจในชีวิตของตัวเองนั้นเปลี่ยนไป โดยนักวิจัยพบว่าผู้ชายได้รับความพึงพอใจเพิ่มขึ้นราว 30% จากการทำงานที่ได้ค่าตอบแทนสัปดาห์ละ 8 ชั่วโมง ขณะที่สำหรับผู้หญิงนั้นความพึงพอใจในชีวิตตัวเองจะขึ้นถึงจุดสูงสุดเมื่อทำงานสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง

ผลสำรวจชี้! ผู้มี ‘สัตว์เลี้ยง’ มีความสุขและประสบความสำเร็จมากกว่า

ผลการศึกษาพบกว่าการมี สัตว์เลี้ยง ช่วยทำให้เจ้าของมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าคนทั่วไปที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง โดยได้ทำการสำรวจจากเจ้าของหมาและแมวจำนวนที่มีอายุมากกว่า 55 ปี จำนวน 1,000 คน และผู้ที่อายุเท่ากันแต่ไม่มีสัตว์เลี้ยงอีก 1,000  คน พบว่าผู้ที่เลี้ยงหมาและแมวประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าถึง 2 เท่า โดยผู้เลี้ยงหมาและแมวมีโอกาสได้แต่งงาน, มีลูก, เรียนจบมหาวิทยาลัย และได้ทำงานที่ดีกว่า นอกจากนี้ยังออกกำลังกายมากกว่าถึง 2 เท่า โดย 9 จาก 10 ผู้เลี้ยงหมาและแมวเชื่อว่า สัตว์เลี้ยงของพวกเขาช่วยให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตของพวกเขาดีขึ้นอีกด้วย และยังเข้าร่วมงานการกุศล และออกไปท่องเที่ยวมากกว่า จากการสำรวจพบว่าผู้ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงมักเป็นหนี้ (69% เทียบกับผู้มีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ 60% ) เกษียณอายุงานเร็วกว่า ( 46% เทียบกับผู้มีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ 35% ) โดย 7 จาก 10 ของผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง รู้สึกผ่อนคลายขณะทำงาน และร้อยละ  43 ใช้หมาและแมวเป็นเพื่อนคุย ในขณะที่ร้อยละ 16 กล่าวว่า ถ้าไม่ใช่เพราะสัตว์เลี้ยง พวกเขาคงไม่คุยกับใครเลย นอกจากนี้ข้อมูลจาก OnePoll.com ระบุว่า 50%  ของผู้ที่เลี้ยงสัตว์ระบุว่าพวกเขาไม่เคยรู้สึกเหงาเลย […]

3 นาที 4 สเตตัส ระวังเสี่ยงโรค ‘Nomophobia’

คุณหมอผิง พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ชี้การติดติดสมาร์ทโฟนและโซเชียลส่งผลกระทบโดยตรงต่อ อวัยวะส่วนต่างๆ โดยจะทำให้เกิดอาการตาล้า สายตาสั้น ปวดบริเวณคอ นิ้วล็อค และโรคอื่นๆ ตามมาอีกเป็นหางว่าว ทั้งนี้ยังมีผลสำรวจชี้อีกว่า “คนไทย” ติดมือถือและโซเชียลหนักมาก และมักจะติดอันดับ Top 10 อยู่เสมอๆ เพราะอย่างนั้น เรามาเช็กกันเสียหน่อยว่าตัวเราเข้าข่ายหรือไม่จาก 10 คำถามเช็กอาการติดโซเชียล ซึ่งหากใครมีอาการเหล่านี้มากกว่า 5 ข้อขึ้นไป ต้องรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองด่วนๆ เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อโรค Nomophobia (โนโมโฟเบีย) หรือ No Mobile Phone Phobia (โรคกลัวการขาดมือถือ) ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อร่างกายแล้ว ยังสามารถส่งผลต่อสุขภาพจิตอีกด้วย จะเป็นอย่างไร ไปชมคลิปเต็มๆ กันได้เลย ติดตามชมรายการ “อยู่เป็นลืมป่วย” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.00 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

หมอกาฬสินธุ์ลุยสอบ ‘ผีปอบนาบง’ หาสาเหตุการตายของชาวบ้าน ย้ำ! ห้ามลบหลู่

สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่งทีมสอบสวนโรคพร้อมนักจิตวิทยาลงพื้นที่ลุยสอบ “ผีปอบนาบง” เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของชายฉกรรจ์ในหมู่บ้าน  จากกรณีชาวบ้านนาบง หมู่ที่ 3,8,11 ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงขันให้ฤาษีคัมภีร์ คัมโภ อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม เข้ามาขับไล่และล้างอาถรรพ์ “ผีปอบนาบง” ที่เชื่อว่าหลุดออกมากัดกินตับไต่ไส้พุงของชายฉกรรจ์ จนทำให้มีคนเสียชีวิต ด้วยอาการผิดปกติคือ มีเลือดออกทาง ปาก จมูก แขน บางรายหนักออกทางทวารหนัก ถึง 4 คน ล่าสุด นายแพทย์ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมายให้ นายแพทย์ไพรัตน์ สงคราม นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน ฝ่ายสุขภาพจิตและประชาสัมพันธ์ เข้าสอบสวนโรคพร้อมทีมสาธารณสุขพื้นที่ ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยเบื้องต้นจะไปที่บ้านผู้ตายก่อน และจะขอความร่วมมือจากนักจิตวิทยาทำการประเมินภาวะจิตใจของชาวบ้าน และได้กำชับให้ทีมแพทย์ที่ลงพื้นที่จะต้องไม่ “ลบหลู่” ความเชื่อของชาวบ้านแต่ต้องให้เหตุและผลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเข้าใจ ทั้งนี้เบื้องต้น รายงานของกลุ่มผู้ป่วย 4 คน มีจำนวน 2 ราย มีประวัติเป็นโรคไข้ฉี่หนู แต่เพื่อความชัดเจนก็จะต้องสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง นอกจากนี้มีรายงานว่า ภายหลังจากที่ชาวบ้านได้ทำพิธีกรรมไล่ผีปอบนาบงเมื่อวานนี้ เช้ามาวันนี้ชาวบ้านมีความสุขสดชื่นเพราะเชื่อว่า […]

อธิบดีกรมสุขภาพจิตแนะ อย่าชม อย่าแชร์ ไลฟ์สดฆ่าตัวตาย หวั่นเสี่ยงเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ

จากรณีที่มีข่าวว่าคุณพ่อวัย 21 ปี ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ฆ่าลูกสาววัย 11 เดือน โดยการแขวนคอ แล้วตนเองจึงผูกคอฆ่าตัวตายตาม เพื่อประชดภรรยา วันนี้ (26 เม.ย.) น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต โพสต์บทความผ่านทางบล็อก mindstationblog เกี่ยวกับการถ่ายทอดสดการฆ่าตัวตายผ่านสังคมออนไลน์ว่า ทุกวันนี้เห็นได้ว่าการ live สดการฆ่าตัวตายผ่านสังคมออนไลน์ เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น จากการปรากฏเป็นข่าวหรือกล่าวถึงในโลกสังคมออนไลน์ เฉลี่ยเดือนละ 1-2 ราย ซึ่งการถ่ายทอดสดลักษณะนี้ ไม่สามารถที่จะตัดต่อได้ หรือเซ็นเซอร์ได้ในขณะออกอากาศ หากมีผู้ติดตามจำนวนมาก ย่อมส่งผลให้เกิดการฆ่าตัวตายเลียนแบบ หรือชี้นำให้เกิดการฆ่าตัวตาย ตามด้วยความเข้าใจผิดว่า เป็นทางออกของปัญหา โดยเฉพาะกับผู้ที่มีสภาพจิตใจเปราะบางอยู่แล้ว หรืออาจเคยมีความคิดอยากตาย หรือมีปัญหาทุกข์ใจคล้ายๆ กันได้ และยิ่งหากผู้รับชมเป็นเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ไม่ระมัดระวังในการรับสื่อ อาจเข้าใจผิดคิดว่า การฆ่าตัวตายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ง่าย หากได้รับการตอบรับจากผู้ชมจำนวนมาก ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อพบเห็นภาพเหล่านี้ ต้องรีบยับยั้ง อย่าแชร์ หรือบอกต่อ และไม่ติดตามการถ่ายทอดสดจนจบ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจตนเองในอนาคต เช่น เกิดความรู้สึกสะเทือนใจ เก็บไปเป็นความเครียดฝังใจ ครุ่นคิด […]

keyboard_arrow_up