ฝรั่งแตกตื่น ถ่ายรูปเครื่องบินหาดไม้ขาว ส่อโดนประหาร การท่าฯ แจงแค่วางกฎเหล็ก (คลิป)

วันที่ 9 เม.ย. 62 เว็บไซต์ข่าว “บิสเนสส์ อินไซเดอร์” ของสหรัฐอเมริกา และเว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ “อาร์ที” ของรัสเซีย นำเสนอรายงานข่าวว่า ทางการไทยเตรียมประกาศบังคับใช้โทษประหารชีวิตกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากมีการถ่ายรูปเครื่องบินโดยสาร ขณะบินผ่านชายหาดไม้ขาว ที่ จ.ภูเก็ต รายงานข่าวจากสื่อดังระบุว่า ล่าสุดทางการไทยประกาศจัดตั้งเขตหวงห้ามที่มีรัศมี 9 กิโลเมตร โดยรอบสนามบินนานาชาติภูเก็ต ซึ่งการประกาศจัดตั้งเขตหวงห้ามนี้ ส่งผลให้กิจกรรมยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติก่อนหน้านี้ คือการดักรอถ่ายรูปเครื่องบินโดยสารที่บินผ่านหาดไม้ขาว กลายเป็นเรื่องต้องห้าม โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะได้รับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต รายงานข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลกระบุว่า ที่ผ่านมาชายหาดไม้ขาวที่ภูเก็ต ถือเป็นเพียงชายหาดเพียง 1 ใน 2 แห่งของโลก ที่นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพเครื่องบินขึ้น-ลงจอดได้อย่างใกล้ชิด ส่งผลให้การถ่ายรูปเครื่องบินที่หาดไม้ขาวถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ติดอันดับโลก นอกจากนี้ ชายหาดไม้ขาว มีที่ตั้งอยู่ห่างจากรันเวย์ 09 ของสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียงแค่ราว 1,000 ฟุต หรือราว 300 เมตรเท่านั้น รายงานข่าวจาก สถานีโทรทัศน์ อาร์ที ของรัสเซีย https://www.rt.com/news/455952-thailand-runway-selfie-death-penalty/ รายงานข่าวจากเว็บไซต์ บิสเนสส์ อินไซเดอร์ ของสหรัฐฯ […]

สื่อนอกชี้ ‘การเมืองไทย’ ไม่แน่นอนยิ่งกว่าเดิม-อาจนับคะแนนเลือกตั้งใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งยังคงเกาะติดความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังการเลือกตั้งของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยต่างอ้างความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลในเวลานี้ โดยทางเดลี่ เมล์ สื่อของอังกฤษได้ไปสัมภาษณ์นายปีเตอร์ มัมฟอร์ด นักวิเคราะห์จากยูเรเซีย กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง ที่ระบุว่าการเมืองไทยเวลานี้กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน ซึ่งเกิดจากสาเหตุในหลายประเด็น ทั้งการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ความเป็นไปได้ที่จะมีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ การประกาศให้ผู้สมัครบางรายขาดคุณสมบัติ และการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย ไปจนถึงความชอบธรรมของการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่มีข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตและปัญหาจากการทำงานของกกต. ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในช่วงเวลา 2 วันหลังการเลือกตั้งกลับทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองมากกว่ายิ่งกว่าเดิม ทั้งที่การเลือกตั้งครั้งนี้ควรจะนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยและความมั่นคง นอกจากนี้ เหล่านักวิเคราะห์มองว่าปัญหาหลังการเลือกตั้งในเวลานี้เกิดจากระบบรัฐสภา ที่มีความซับซ้อน ที่รัฐบาลทหารสร้างขึ้นมาเพื่อสกัดพรรคการเมืองคู่แข่ง ซึ่งทางรอยเตอร์มองว่าพรรคพลังประชารัฐ ที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาน่าจะได้เสียงสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แต่จำเป็นต้องได้เสียงสนับสนุนในสภาสส.เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

น้อง ๆ สู้ ๆ! นสพ.เยอรมัน พาดหัวหน้าหนึ่งเป็นภาษาไทย ให้กำลังใจทีมหมูป่า

“บิลด์” หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์เก่าแก่ของเยอรมนี  ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ.1952 ได้พาดหัวบนหน้าหนึ่งของฉบับที่ตีพิมพ์วันที่ 5 ก.ค. 61 ตามเวลาท้องถิ่น โดยใช้ประโยคภาษาไทยว่า “น้อง ๆ สู้ ๆ ” ต่อท้ายด้วยข้อความภาษาเยอรมันว่าว่า Seid tapfer , Jungs ซึ่งแปลความได้ว่า ขอให้เด็ก ๆ มีความกล้าหาญ เพื่อให้กำลังใจกับ 13 นักเตะเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่า อคาเดมี่ ที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนในอ.แม่สาย จ.เชียงรายของไทย ด้านแหล่งข่าวภายในกองบรรณาธิการของบิลด์ที่กรุงเบอร์ลินเผยว่า พวกเขาตัดสินใจพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งโดยใช้ภาษาไทยเป็นครั้งแรก เพราะต้องการส่งกำลังใจไปถึงน้อง ๆ ทีมฟุตบอลหมูป่า อคาเดมีที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงมาตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 61 รวมถึงต้องการส่งแรงใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในประเทศไทย ที่กำลังทำงานกันอย่างหนักเพื่อหาทางนำตัวทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัยโดยเร็ว รายงานข่าวระบุว่า ทางกองบรรณาธิการของบิลด์ ได้อุทิศหน้าหนังสือพิมพ์ของตนถึง 2 หน้า คือหน้าแรกกับหน้าที่ 6 เพื่อตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับทีมฟุตบอลหมูป่า อคาเดมี กับชะตากรรมของพวกเขา ตลอดจน ข่าวความเคลื่อนไหวของหน่วยซีลและทีมกู้ภัยจากนานาชติที่กำลังปฏิบัติภารกิจกู้ภัยครั้งประวัติศาสตร์ที่ถ้ำหลวง […]

เปิดสาธารณะ ‘หมายจับ’ บอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาตามหมายจับของตำรวจสากล

ความคืบหน้ากรณีการติดตามตัว “บอส วรยุทธ อยู่วิทยา” หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพลได้ออกหมายแดง หรือหมายจับ ไปยังประเทศสมาชิก 190 ประเทศ แต่ปรากฏว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ปรากฏอยู่ในหน้าเว็บไซต์ ล่าสุด อินเตอร์โพลได้ลงข้อมูลให้สาธารณชนเข้าถึงได้แล้ว เป็นภาพหมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาตามหมายจับของตำรวจสากล ที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ข้อมูลถูกปิดกั้น มีเฉพาะตำรวจที่สามารถดูได้ โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าเป็นคำร้องขอจากประเทศต้นทาง ในข้อมูลหมายจับ มีภาพถ่ายและชื่อผู้ต้องหา เพศ วันเกิด สัญชาติ ส่วนสูง โดยระบุข้อกล่าวหา 5 ข้อกล่าวหาที่ตำรวจสั่งฟ้อง ถึงแม้ว่าปัจจุบัน จะเหลือเพียงข้อหาเดียวที่ยังมีอายุความอยู่ คือขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อายุความ 15 ปี.

เปิดชื่อ 14 บุคคล ‘เบาะแสสำคัญ’ ที่ได้พบ ‘ยิ่งลักษณ์’ 2 วันก่อนหายตัวปริศนา!?

แม้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีไปที่ใด แต่จากกรณีปรากฏภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นัดพบคนสนิทจำนวน 14 คน จากกล้องวงจรปิดของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา เป็นเวลา 2 วันก่อนจะถึงนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มิได้ไปตามกำหนดนัดและหายตัวไปดังกล่าว ล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรหมกุล รอง ผบ.ตร.ก็ออกมาระบุว่า ได้มีการเชิญบุคคลบางคนที่ปรากฏในภาพมาให้ข้อมูลบ้างแล้ว ซึ่งคนสนิททั้ง 14 คนที่เป็นเบาะแสสำคัญในคดีนี้จะมีใครบ้าง ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี มีข้อมูลมารายงาน

สื่อนอกเกาะติดคดี ‘ยิ่งลักษณ์’ ตั้งข้อสงสัยหลบหนีง่าย โฆษก ‘ทักษิณ’ ในดูไบถูกสั่งห้ามให้ข่าว

สื่อต่างประเทศยังคงเกาะติดสถานการณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์ เปิดเผยว่า สามารถติดต่อโฆษกของ นายทักษิณ ชินวัตร ในดูไบได้แล้ว เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 60 สำนักข่าวรอยเตอร์สเปิดเผยว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถติดต่อกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ แต่สามารถติดต่อโฆษกของ นายทักษิณ ในดูไบได้แล้ว แต่ทางโฆษกระบุว่าไม่ได้รับอนุญาตให้พูดกับสื่อในขณะนี้ ขณะที่สำนักข่าวบีบีซี เผยแพร่บทความอธิบายคดีระบายข้าวจีทูจี และลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งศาลมีมติถอดถอนเธอออกจากตำแหน่ง รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าการหลบหนีครั้งนี้รัฐบาลน่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยเหตุผลด้านการเมือง รวมถึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าหากเธอไม่หนีและถูกตัดสินจำคุก ก็น่าจะทำให้การเมืองไทยต้องอยู่ในสภาพหยุดชะงักต่อไปอีกนาน ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส อธิบายความเป็นมาของคดีระบายข้าว และพูดถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไปว่ารัฐบาลทหารได้ปูทางเอาไว้แล้วในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งการเพิ่มอำนาจให้กับฝ่ายตนเอง และลดโอกาสที่พรรคการเมืองประชานิยมจะสามารถคว้าชัยชนะได้ ส่วนเอเชี่ยน คอร์เรสปอนเดนท์ ได้แสดงความคิดเห็นว่า หากดูจากโทษจำคุกที่อดีตเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้รับแล้ว ก็ไม่ยากที่จะเดาว่าหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่สู้คดี ก็น่าจะโดนโทษจำคุกสูงสุด คือ 10 ปี และยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นเรื่องที่น่าสงสัยมาก เพราะเธอถือเป็นบุคคลสำคัญที่ คสช.จับตาดูใกล้ชิด จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่เธอจะหลบหนีไปได้ นอกจากนี้ยังพูดถึงกระบวนการยุติธรรมในไทยด้วยว่าไม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพนัก เพราะยังมีหมายจับกว่า 170,000 […]

‘ลี้ภัยต่างแดน…เป็นทางออกเลวร้ายที่สุด’ ความเห็นนักวิชาการต่างชาติ ชี้คดี ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่จบง่ายๆ

ตลอดทั้งวันนี้ สถานการณ์ในไทยเป็นประเด็นพาดหัวใหญ่ในสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็น CNN, BBC, AFP ในรายงานก็พูดถึงบรรยากาศการมาให้กำลังใจของมวลชน รวมไปถึงการที่ศาลอนุมัติหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ประเด็นที่น่าสนใจคือช่อง CNBC ของสหรัฐฯ มีมุมมองจากนักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นการสัมภาษณ์สดจากกรุงมะนิลา พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ว่า สะท้อนหลายอย่างในเชิงสัญลักษณ์ ทั้งเรื่องที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะตั้งใจเบี้ยวนัดและให้ศาลตามจับตัวมารับโทษ ขณะเดียวกันการที่ไม่มาวันนี้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างในใจของฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่ไม่ชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งสิ่งนี้ก็อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งของสังคมไทย พิธีกรบอกด้วยว่าทางออกที่ดีที่สุดของเรื่องนี้จริงๆ แล้วคือศาลตัดสินว่าเธอผิดจริงแต่ให้รอลงอาญา แต่เมื่อเธอไม่อยู่ ทางออกจะเป็นอย่างไรนั้น นักวิชาการท่านนี้ก็บอกว่าความเป็นไปได้ก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะเดินตามรอยพี่ชายของเธอที่ลี้ภัยอยู่ในต่างแดน แต่นี่ก็เป็นทางออกที่เลวร้ายที่สุดและพูดตรงๆ นี่แทบเรียกว่าทางออกไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเรื่องก็จะไม่มีวันจบ  ทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศสำนักอื่นๆ ก็ได้มีการรายงานและวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) รายงานบรรยากาศสดๆ หน้าศาล มีกำลังเจ้าหน้าที่คอยตรึงตลอดหน้าศาลฎีกา มีภาพเก่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอนที่เธอมาศาล มีมวลชนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ แต่เอเอฟพีทิ้งท้ายว่าสุดท้ายเธอกำลังเดินตามรอยพี่ชาย สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) พาดหัวข่าวด้วยถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะออกนอกประเทศไปแล้ว และมีบทวิเคราะห์ว่าคำพิพากษาคดีนี้จะทำให้ความขัดแย้งในสังคมไทยกลับมาปะทุอีกครั้ง […]

รอยเตอร์รายงาน เกิดระเบิดอีกแล้วในกรุงเทพฯ คราวนี้เป็น “ระเบิดปิงปอง” กลางซอยสุขุมวิท 40

รอยเตอร์รายงาน เกิดเหตุระเบิดครั้งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครในวันศุกร์ (16 มิ.ย.) เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1 คน  โดยที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 40   ข้อมูลของรอยเตอร์ซึ่งอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยระบุว่า   เหตุระเบิดล่าสุดซึ่งเกิดขึ้นภายในซอยสุขุมวิท 40 ในวันศุกร์ (16) เป็นระเบิดปิงปองพันด้วยเทปกาวสีดำที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ในถุงพลาสติก   เหตุระเบิดล่าสุดส่งผลให้มีพนักงานกวาดถนนที่เป็นผู้หญิงรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่เธอหยิบถุงพลาสติกบรรจุระเบิดดังกล่าวมาเปิดดู   โดยแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ของไทยเผยกับรอยเตอร์ว่า เหตุระเบิดปิงปองล่าสุดนี้  “ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเมือง”  แต่น่าจะเป็นฝีมือของพวก “นักเรียนอาชีวะ” ที่นำมาซุกซ่อนไว้ ก่อนนำไปใช้ก่อเหตุโจมตีคู่อริมากกว่า     รายงานข่าวของรอยเตอร์ระบุว่า    เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากที่ตำรวจไทยเพิ่งควบคุมตัว “ลุงวัฒนา”อดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยวัย 62 ปีไปสอบปากคำ  ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดโจมตี   ที่ห้องจ่ายยาภายในโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า  ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของทหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมาซึ่งตรงกับวันครบรอบ 3 ปี การยึดอำนาจทางการเมืองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา     ก่อนหน้านี้  ได้เกิดเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาแล้วหลายครั้งภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทั้งเหตุระเบิดบริเวณหน้าอาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่ 5 เมษายน , เหตุระเบิดด้านหน้าโรงละครแห่งชาติเมื่อ […]

นักโดดร่มอาวุโสชาวสกอต เสียชีวิตขณะโดดร่มเหนือเมืองพัทยา สาเหตุยังเป็นปริศนา

  เกิดเหตุสลดเมื่อเจมส์ แม็คคอนเนลล์ นักกระโดดร่มมากประสบการณ์วัย 69 ปี จากแคว้นสกอตแลนด์ เสียชีวิตขณะกระโดดร่มดิ่งพสุธาพร้อมกลุ่มเพื่อน   เหนือท้องฟ้าเมืองพัทยาของไทยเมื่อวันพฤหัสบดี (4 พ.ค.) ข้อมูลจากการสืบสวนเบื้องต้นของตำรวจไทยระบุว่า  แม็คคอนเนลล์ซึ่งเดินทางมาจากเมืองไคลด์แบงค์ในสกอตแลนด์เพื่อมากระโดดร่มดิ่งพสุธาที่เมืองพัทยาของไทย     น่าจะมีอาการหัวใจวายแบบกะทันหัน หรืออาจมีอาการเกี่ยวกับโรคหลอดเลือด หลังจากที่ตัวเขากระโดดออกจากเครื่องบินไปแล้ว    ก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงตกลงไปในอ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง  โดยที่ทีมกู้ภัยใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการดึงร่างของเขาขึ้นมาจากน้ำ   สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยที่ระบุว่า   กำลังตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาข้อสรุปว่า  นักกระโดดร่มรายนี้เสียชีวิตเพราะหัวใจวายขณะกระโดดพุ่งตัวออกมาจากเครื่องบิน  หรือว่าเสียชีวิตเพราะจมน้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่กันแน่   ขณะที่บริษัทไทยสกาย แอดเวนเจอร์ส ผู้ดูแลเครื่องบินที่นำเหล่านักกระโดดร่มกลุ่มนี้ขึ้นบิน ได้ประกาศจะเร่งสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการภายใน และนี่ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่มีผู้เสียชีวิตขณะกระโดดร่มกับบริษัทนี้   หลังการเสียชีวิตของครูฝึกกระโดดร่มชาวรัสเซียเมื่อปีที่แล้ว   ล่าสุด ทางกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรได้รับแจ้งข่าวการเสียชีวิตของแม็คคอนเนลล์แล้วและอยู่ระหว่างการติดต่อกับครอบครัวของเขา        

เผยข้อมูลชวนอึ้งพบบ้าน บอส อยู่วิทยาในลอนดอนราคา 290 ล้าน อยู่ห่างสถานทูตไทยแค่ 1.6 กม.

    ก่อนหน้านี้ สื่อออนไลน์ชื่อดังแห่งเมืองผู้ดีอย่าง “เดลีเมล์” นำเสนอรายงานข่าวเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่อันหรูหราตลอด 5 ปีที่ผ่านมา  ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “บอส” ทายาทผู้บริหารบริษัทเครื่องดื่มยี่ห้อดังก้องโลก ที่เป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตในไทยเมื่อปี 2012   รายงานของของเดลีเมล์ระบุว่า บอส อยู่วิทยา วัย 32 ปีพักอาศัยอยู่ภายในบ้านพักหลังหนึ่งในย่านไนท์สบริดจ์ (Knightsbridge) ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน  โดยเดลีเมล์ระบุว่า  บ้านพักของบอสหลังนี้มีสนนราคาในท้องตลาดอยู่ที่ 6.5 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 290 ล้านบาท  ซึ่งถือเป็นแค่ “เศษเงินจำนวนน้อยนิด”  ของครอบครัวอยู่วิทยาที่เป็นหุ้นส่วนของบริษัทผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดังอย่าง “Red Bull” และคาดว่า    จะมีทรัพย์สินสุทธิไหลเวียนอยู่ภายในครอบครัวนี้มากกว่า 15,000 ล้านปอนด์ หรือราว 667,830  ล้านบาทตามรายงานข่าวของเดลีเมล์   จากการตรวจสอบของทีมงานทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ทีวี ผ่านเว็บไซต์แผนที่อันดับ 1 ของโลกอย่าง “กูเกิล แม็ปส์” พบข้อมูลว่า บ้านพักราคา 290 ล้านบาทที่ย่านไนท์สบริดจ์ […]

ตำรวจสากลยัน ไทยยังไม่ส่งเรื่องให้ออก ‘หมายจับแดง’ ล่าตัว ‘บอส อยู่วิทยา’

ตำรวจสากลยืนยันยังไม่ได้รับการประสานจากทางการไทย ตามล่าตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส วัย 32 ปี ทายาทผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดังจากประเทศไทย ที่ตกเป็นผู้ต้องหาหลบหนีความผิดฐานขับรถยนต์หรูพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อ 5 ปีก่อน สำนักงานใหญ่ตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส ได้เปิดเผยรายชื่อ 16 คนไทยที่ถูกออก “หมายจับแดง” หรือ Red Notice ซึ่งทางตำรวจสากลต้องการล่าตัว ปรากฏว่า ไม่มีชื่อของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่ยังคงใช้ชีวิตอย่างหรูหราอยู่ในต่างแดนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำหรับ 16 รายชื่อคนไทยที่มี “หมายจับแดง” ของตำรวจสากลติดตัวอยู่ในเวลานี้ ประกอบด้วย นายชวลิต  มานะสุรางกุล อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาในคดีลักพาตัวและลักลอบค้ามนุษย์ ประเทศที่ต้องการตัวคือสหรัฐอเมริกา, นายสัญชัย มานะสุรางกุล อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาในคดีลักพาตัวและลักลอบค้ามนุษย์ ประเทศที่ต้องการตัวคือสหรัฐอเมริกา, นายสุชาติ โต๊ะดิน อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาในคดีลักลอบลำเลียงผู้อพยพข้ามชาติ ประเทศที่ต้องการตัวคือมาเลเซีย, นายซำซูดิน โต๊ะดิน […]

keyboard_arrow_up