กินไปเถอะ! อ.เจษฎา เผย ‘ไข่มุกในชานม’ ไม่ได้ก่อมะเร็ง แนะกินน้อยๆ เพราะแคลอรี่สูง

จากกรณีที่มีที่ผู้โพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับการกินไข่มุกในชานมแล้วก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ที่ถูกแชร์กันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ โดยอธิบายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไข่มุกในชานมว่า…เรื่องไข่มุกชานมก่อมะเร็ง กลับมาแชร์กันใหม่อีกแล้ว จริงๆ เรื่องนี้มันตั้งแต่ปี 2555 และก็เคยชี้แจงไปแล้วว่า ไม่ได้มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นเช่นนั้นจริง อย่าตกใจกันครับ อาจารย์เจษฎ์ ได้อธิบายว่า จากการศึกษาที่ว่านั้นทำโดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัย University Hospital Aachen โดยเอาเม็ดไข่มุกไม่ระบุยี่ห้อจากตัวแทนจำหน่ายชาวไต้หวัน และพบว่ามีสารเคมี เช่น สไตรีน (styrene) และ อะซิโตฟีโนน (acetophenone) และสารอื่นๆที่จับอยู่กับธาตุโบรมีน ทางนักวิจัยเลยบอกว่ามันน่าจะเป็นสารประกอบกลุ่ม โพลีคลอรีนเนตเต็ตไบฟีนีล (พีซีบี PCBs polychlorinated biphenyls) ซึ่งสารพีซีบีนี้ เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า สามารถทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลองได้ และสารพีซีบีนั้นสัมพันธ์กับมะเร็งตับและมะเร็งผิวหนังของคนงานที่สัมผัสกับสาร หลังจากเป็นข่าวใหญ่ที่โด่งดังไปทั่วโลก คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของทางรัฐบาลประเทศไต้หวัน ก็ได้ทำการพิสูจน์หาข้อเท็จจริง ได้เก็บตัวอย่างเม็ดไข่มุก 22 ตัวอย่างจาก […]

ไม่เกี่ยวมะเร็ง!! อ.เจษฎา เฉลยที่มาวงรอบไข่แดงเป็นสีเขียว สาเหตุจาก…ต้มนานเกินไป

กลายเป็นอีกคลิปที่ถูกแชร์ต่อๆ กันเป็นจำนวนมากในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับคลิปจากรายการทีวี ที่นำไข่มาต้มในเวลาต่างกัน และพบว่าฟองที่ต้มไปนานกว่า 10 นาที มีส่วนที่รอบๆ ไข่แดงเริ่มเป็นสีเขียว โดยพิธีกรในรายการบอกว่า…เป็นไข่ต้มที่อันตราย ก่อมะเร็งได้ ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ว่า…ไข่ต้มนาน จนไข่แดงมีสีเขียว … ไม่ได้ก่อมะเร็งครับ ทั้งนี้ อ.เจษฎ์ ได้อธิบายว่า ส่วนสีเขียวที่อยู่รอบๆ ไข่แดงนั้น เกิดจากการที่ต้มไข่นานเกินไป จนทำให้ธาตุซัลเฟอร์ (กำมะถัน) และไฮโดรเจนตามธรรมชาติในไข่ขาว ทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นไฮโดรเจนซัลไฟด์ขึ้น แล้วไฮโดรเจนซัลไฟด์นี้ไปทำปฏิกิริยากับธาตุเหล็กตามธรรรมชาติในไข่แดง เกิดเป็นสารประกอบสีเขียวอมเทา ชื่อ เฟอรัสซัลไฟด์ (ferrous sulfide) หรืออีกชื่อคือ ไอรอนซัลไฟด์ (iron sulfide) ซึ่งไม่ใช่สารอันตราย หรือก่อมะเร็ง อย่างที่ว่าแต่อย่างใด

น้ำมันมะกอกโดนความร้อนจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งจริงหรือ !!??

น้ำมันมะกอกขึ้นชื่อว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย จะกินกับผักสลัดหรือนำไปผัด ทอด ก็ดีต่อสุขภาพ แต่มีข้อความแชร์กันในโลกโซเชียลว่า ห้ามน้ำมันมะกอก โดนความร้อนเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้ เรื่องนี้เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ไปหาคำตอบกัน นพ.สุวินัย บุษราคัมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และการพยาบาล โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 กล่าวว่า หากน้ำมันมะกอกโดนความร้อน จะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้จริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องเป็นความร้อนในระดับอุณหภูมิที่สูงมาก จึงจะทำให้น้ำมันไหม้และทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้ ดังนั้นไม่ต้องตกใจไป และทางที่ดี ไม่ควรใช้น้ำมันซ้ำในการประกอบอาหาร เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ข้อมูลจากและภาพจาก รายการ ‘อยู่เป็นลืมป่วย’ ช่วง ‘เช็คก่อนแชร์ by ชีวจิต’ ทางช่อง Amarin TV HD 34 ชมคลิปรายการเต็มๆ ที่ได้

keyboard_arrow_up