สนุกสุดเหวี่ยงลอดถ้ำมรกต ดำน้ำเกาะกระดาน ก่อนเสิร์ฟจานเด็ดจาก “วาวะ” วัตถุดิบแปลกตา

อ.กันตัง จ.ตรัง ยังมีเสน่ห์น่าหลงใหลชวนให้อยู่ต่อกันอีกสัปดาห์ ซึ่งนอกเหนือจากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มาพร้อมกับกิจกรรมมันส์ๆ อาทิ ตกหมึก ปลูกป่า สร้างบ้านปลา ฯลฯ แล้ว แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “ถ้ำมรกต” ก็ยังมีมนต์ขลัง ความสมบูรณ์ของธรรมชาติยังเชื้อเชิญนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและต่างชาติให้มาพิสูจน์ความสวยงามกันด้วยตาของตนเอง เช่นเดียวกับ 2 พิธีกรของเรา พี่โน-น้องพลุ ที่สนุกสุดเหวี่ยงพร้อมเอ่ยชมถ้ำมรกต สวยๆ แบบไม่ขาดปาก หลังจากอิ่มเอมกับถ้ำมรกตแล้วก็ไปต่อกันที่ “เกาะกระดาน” แหล่งดำน้ำดูปะการังชื่อดังของ จ.ตรัง หลังจากฟินกับความงามใต้ท้องทะเลกันไปแล้วก็ถึงเวลาออกตามหาวัตถุดิบทำจานเด็ด โดยครั้งนี้เป้าหมายของเราคือเจ้า “วาวะ” หรือ “หนอนถั่ว” วัตถุดิบชื่อแสนแปลกและหน้าตาก็แปลกพอๆ กับชื่อ โดยที่ที่ตามอำเภอจานไปนั้นเรียกว่า “สันหลังมังกร” นอกจากจะเป็นที่จับเจ้าวาวะในช่วงเวลาน้ำลดของชาวบ้านแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดท่องเที่ยวอีกด้วย ใครที่มาช่วงเวลาน้ำลดก็จะได้เห็นชาวบ้านก้มๆ เงยๆ จับเจ้าวาวะกันมากมาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของการท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ สำหรับอุปกรณ์ในการจับวาววา ก็ไม่ยุ่งยาก เพราะใช้แค่เสียมและไม้ลักษณะยาวแหลม คล้ายไม้ที่ใช้ในการทอดทอดมันเท่านั้น สำหรับจุดสังเกตว่ารูไหนเป็นรูของวาวะ รูไหนรูปู ก็คือ รูของวาวะจะมีรูติดๆ กันราว 4-5 รู นั่นเอง พอแยกออกแล้วก็จัดการนำไม้แหลมแทงเข้าไปในรูป จากนั้นคุ้ยลงไปเรื่อยๆ […]

ตื่นตา ‘สันหลังมังกร’ ล่องเรือสัมผัสวิถีประมงชายฝั่ง ณ ชุมชนบ้านท่าข้ามควาย จ.สตูล

หากลองเอยชื่อจังหวัดสตูลขึ้นมา สถานที่ท่องเที่ยวแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาในความคิดคงจะหนีไม่พ้น ‘เกาะหลีเป๊ะ’ เป็นแน่ แต่ถึงจะเป็นเมืองเล็กๆ อันเงียบสงบบนชายฝั่งทะเลอันดามัน ที่นี่ยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาเขียวขจี และท้องทะเลสีครามที่รายล้อมไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และอุทยานธรณีโลก ทำให้จุดหมายปลายทางของทีมงานชื่นใจไทยแลนด์ในครั้งนี้ อย่างเช่นที่ชุมชนบ้านท่าข้ามควาย ซึ่งไม่ได้มีดีแค่สถานที่ท่องเที่ยวที่ชวนตื่น แต่ยังประกอบด้วยวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ที่ทะเลได้มอบให้อีกด้วย อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าสตูลนั้นมีดีมากว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ทั้งคนไทยกับชาวต่างชาติรู้จัก เพราะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสุดตื่นตาอย่าง ‘สันหลังมังกร’ แนวสันทรายที่เกิดขึ้นตอนน้ำลดในกลางทะเล ซึ่งมีช่วงเวลาที่สวยที่สุดในเวลาที่น้ำกำลังลด เพราะกระแสน้ำที่พัดกระทบกันบนสันทรายรอบๆ ทำให้ดูเหมือนมังกรกำลังเล่นน้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือหัวโทงยามจากชุมชนบ้านท่าข้ามควาย เพื่อมายังเกาะเหลาตรง และรอเวลาน้ำลงเพื่อขึ้นไปถ่ายเซลฟี่ และหาหอยตลับที่ซ่อนตัวอยู่ตามสันทรายมานำไปทำอาหาร นอกจากความตื่นตาของสันหลังมังกรยามน้ำลดแล้ว ไม่ไกลจากจุดนั้นยังมีหาดทรายที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกว่า ‘หอ 4 หลัง’ ซึ่งเป็นจุดชมการปรากฏตัวของเหล่าปูทหาร ที่ออกมาหากินยามน้ำลงกันเป็นกองทัพทั่วทั้งหาด และไม่ไกลจากนั้นยังมีพื้นที่ดินเลนซึ่งเป็นบ้านของปูก้ามดาบ ที่ไม่เพียงจะออกมาหากิน แต่ยังโบกก้ามไปมาเพื่อประกาศอาณาเขต และเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ถัดจากการการท่องเที่ยวชมความงามทางทะเลแล้ว ที่ชุมชนบ้านท่าข้ามควาย ยังมีเส้นทางการท่องเที่ยวในหมู่บ้าน ให้เราได้ปั่นจักรยานชมสถานที่ต่างๆ ภายในชุมชน อย่างเช่นที่พิพิธภัณฑ์ของโบราณ บ้านท่าข้ามควาย ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ และเครื่องมือในการประกอบอาชีพของบรรพบุรุษในหมู่บ้าน ซึ่งมีทั้งอุปกณ์ทำนา เครื่องมือประมง อุปกรณ์ทำสวนยาง ทั้งยังมีของหลายชิ้นที่ยังสามารถใช้งานได้อีกด้วย และจากพิพิธภัณฑ์ เราปั่นไปต่อกันที่กลุ่มทำขนมและของฝากของชุมชน เช่นกล้วยแปรูป และน้ำพริกรสเด็ด […]

เดินเล่น ‘สันหลังมังกร’ ตื่นตา ‘เกาะหอขาว’ มหัศจรรย์สองเกาะแห่งท้องทะเลสตูล

ผ่านพ้นปีใหม่มากว่าหนึ่งเดือนแล้ว เทศกาลท่องเที่ยวสัมผัสความหนาวเย็นบนยอดภู ยอดดอย ก็ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับอุณภูมิที่เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการมาของแสงแดดสดใส ที่เป็นสัญญาณต้อนรับสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจากบรรยากาศการชมทะเลหมอก มาเป็นการเดินเล่นบนชายหาดที่โอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีมรกต และอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครที่ยังไม่มีโปรแกรมจะไปสัมผัสสายลมแสงแดดที่ไหน ชื่นใจไทยแลนด์ขอพาไปเปิดประตูสู่ทะเลอันดามัน ที่สองเกาะมหัศจรรย์ของจังหวัดสตูล ที่แรกที่จะพามาชมกันนี้คือ สันหลังมังกร ที่ถูกเรียกตามลักษณะของสันหาดทรายคล้ายทะเลแหวกกลางทะเล ทำให้เกิดการจินตนาการว่า เรายืนอยู่บนสันหลังมังกรที่แหวกว่ายอยู่กลางทะเลสีคราม ซึ่งมีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร ซึ่งเราสามารถเห็นสันหลังมังกรนี้ได้เพียงวันละ 2 ครั้ง ในช่วงน้ำลงเท่านั้น จึงทำให้การมาเที่ยวชมที่นี่ต้องอาศัยประสบการณ์ของชาวเรืออย่างมากในการคำนวณเวลา และความเปลี่ยนแปลงของน้ำขึ้นน้ำลงในแต่ละฤดูกาล และอีกหนึ่งเกาะที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ เกาะหอขาว เกาะที่เกิดจากเปลือกหอยจำนวนมากที่กองทับถมรวมกัน และเมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์ก็จะถูกมองเห็นจากระยะไกลเป็นสีขาวทั่วทั้งเกาะ อีกทั้งรูปทรงของเกาะเองก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงฤดูกาล แม้จะไม่มีความหวือหวาเทียบเท่ากับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอื่นๆ แต่ด้วยความเงียบสงบ และความบริสุทธิ์ของทะเลสตูล จนได้ฉายาว่าเป็น Andaman Last Virgin ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์สิ่งแวดล้อมใต้ทะเลไว้อย่างครบถ้วน ก็มากพอจะสร้างประทับใจให้กับผู้มาเยือนได้ไม่ยาก ขอเพียงนักท่องเที่ยวไม่ทิ้งขยะที่จะเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม เราก็จะมีมรดกทางธรรมชาติฝากเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสกับความงามแบบเดียวกันนี้ต่อไป นอกจากสองเกาะมหัศจรรย์นี้แล้ว ในทริปนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้างนั้น เรามาติดตามชมไปพร้อมๆ กันในรายการชื่นใจไทยแลนด์ ตามคลิปข้างล่างนี้กันเลย

keyboard_arrow_up