กราดยิง 2 มัสยิดในนิวซีแลนด์ ดับแล้ว 49 ราย – นายกฯ ประกาศยกระดับความปลอดภัยขั้นสูง

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงมัสยิดในนิวซีแลนด์ได้เพิ่มเป็น 49 ราย ขณะที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 4 ราย โดยทางการนิวซีแลนด์ยังได้ยกระดับการรักษาความปลอดภัยเป็นขั้นสูง นายกรัฐมนตรีจาร์ซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำนิวซีแลนด์ระบุว่าเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่ง ในเมืองไครส์เชิร์ชของนิวซีแลนด์เป็นเหตุก่อการร้าย และมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นพวกขวาจัดหัวรุนแรง พร้อมกับแสดงความเสียใจต่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นโดยเหตุกราดยิงครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 40 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 20 คน หลังเกิดเหตุกราดยิง ผู้นำนิวซีแลนด์ก็ได้ประกาศยกระดับการรักษาความปลอดภัยเป็นขั้นสูงเพื่อป้องกันเหตุโจมตีและสั่งปิดมัสยิดทั้งหมดในเมืองไครเชิร์ส จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ผู้นำนิวซีแลนด์ยังได้ขอความร่วมมือจากชาวเน็ตให้ยุติการเผยแพร่คลิปไลฟ์สดของมือกราดยิงและคำประกาศอุดมการของผู้ก่อเหตุ โดยในเช้าวันพรุ่งนี้นายกรัฐมนตรีอาร์เดิร์นก็จะเตรียมไปเดินทางไปยังมัสยิดที่เกิดเหตุด้วย ส่าสุดตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 4 คนเป็นชาย 3 คน และเป็นหญิงอีก 1 ราย โดยหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมเป็นชาวออสเตรเลีย ซึ่งผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง โดยตำรวจเกรงว่าอาจมีผู้ต้องสงสัยรายอื่นที่ยังคงลอยนวลอยู่ในเวลานี้ และยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีมือปืนร่วมก่อเหตุกี่คน จากตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูกติดตั้งภายในรถยนต์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งได้ปลดชนวนระเบิดแล้ว แต่ตำรวจก็ยังไม่สรุปว่ากลุ่มคนร้ายเตรียมวางแผนที่จะก่อเหตุระเบิดรถยนต์ฆ่าตัวตายด้วยหรือไม่ ขณะที่กลุ่มประเทศมุสลิมอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี อัฟกานิสถานและปากีสถานก็ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และร่วมกันประณามเหตุกราดยิงในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการมุ่งทำร้ายศาสนาอิสลามและชาวมุสลิม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง […]

สองชนเผ่าไนจีเรียปะทะเดือด! คาดปมศาสนา-ชิงพื้นที่ ดับมากกว่า 130 ศพ

เกิดเหตุปะทะระหว่างชนเผ่าพื้นเมืองในไนจีเรีย มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของชนเผ่าพื้นเมืองเผ่า “ฟูลานี” ที่นับถือศาสนาอิสลาม ขณะที่กลุ่มมือปืนที่ก่อเหตุโจมตีถูกระบุว่า เป็นสมาชิกของชนเผ่า “อะดาร่า” ที่นับถือศาสนาคริสต์  นอกเหนือจากการบุกกราดยิงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากแล้ว สื่อท้องถิ่นยังรายงานว่า ชนเผ่าอะดาร่ายังก่อเหตุเผาหมู่บ้านของชนเผ่าคู่อริได้รับความเสียหายนับร้อยหลัง อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดถึงสาเหตุของการบุกโจมตีในครั้งนี้ แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงของไนจีเรียระบุว่า ปัญหาความแตกต่างด้านศาสนา และการแย่งชิงที่ดินทำกินระหว่างชนเผ่าพื้นเมืองทั้งสอง รวมถึงการฆ่าเพื่อล้างแค้น น่าจะเป็นสาเหตุของการสังหารหมู่ในครั้งนี้ ทั้งนี้ ไนจีเรียซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดของทวีปแอฟริกา คือราว 190 ล้านคน ถือเป็นประเทศที่มีชนเผ่าพื้นเมืองต่าง ๆ อาศัยอยู่รวมกันมากกว่า 250 ชนเผ่า แต่โดยปกติแล้วชนเผ่าต่างๆของไนจีเรียมักอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

กราดยิงร้านอาหารในโตรอนโต ดับ 2 ราย บาดเจ็บเพียบ พบมือปืนป่วยจิต

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 61 เกิดเหตุกราดยิงในร้านอาหารและคาเฟ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและได้รับบาดเจ็บอีก 13 คนในย่านกรีกทาวน์ เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ผู้ก่อเหตุคือนายไฟซาล ฮุสเซน อายุ 29 ปี ใส่หมวกและเสื้อสีดำ ซึ่งได้ถูกวิสามัญในที่เกิดเหตุขณะยิงปะทะกับตำรวจ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 12 คน ในจำนวนผู้บาดเจ็บนี้เป็นเด็กหญิงวัย 9 ปี ที่บาดเจ็บสาหัส ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดาได้โพสข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัวเพื่อแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิงในเมืองโตรอนโต และขอให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงหายดีในเร็ววัน พร้อมกับบอกว่าชาวเมืองโตรอนโตนั้นเข้มแข็ง อดทนและกล้าหาญ โดยรัฐบาลจะอยู่เคียงข้างชาวโตรอนโตในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ขณะที่นายจอห์น ทอรี่ นายกเทศมนตรีเมืองโตรอนโตได้ประณามเหตุกราดดังกล่าวว่าเป็นการเหตุโจมตีครั้งรุนแรง ที่พุ่งเป้าโจมตีประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่กำลังเพลิดเพลินกับการพักผ่อนในช่วงวันหยุด ยอมรับว่า ช่องโหว่ทางกฏหมายขณะนี้ที่เปิดช่องผู้คนถือครองอาวุธปืนได้โดยง่ายเป็นต้นเหตุของปัญหานี้ และประกาศจะเดินหน้าผลักดันการควบคุมอาวุธปืนให้มีความเข้มงวด ขณะที่ล่าสุดผลการสืบสวนของตำรวจแคนาดาพบว่า ไฟซาล ฮุสเซน มือปืนมีปัญหาทางจิตขั้นรุนแรง และทางครอบครัวของเขาได้ออกคำแถลงที่ระบุว่า ที่ผ่านมาฮุสเซนเคยเข้ารับการรักษาอาการด้วยยาโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว แต่การรักษาไม่ได้ผล ล่าสุด ทางการท้องถิ่นประกาศจัดการไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงครั้งนี้ทั้ง 2 รายที่ประกอบด้วยเด็กหญิงวัย 10 ปี และสตรีวัย 18 ปี

อุกอาจ! มือปืนบุกกราดยิงโบสถ์รัฐเท็กซัส คร่า 27 ชีวิต ก่อนถูกจนท.วิสามัญ ดับ (คลิป)

วันนี้ (ุ6 พ.ย. 60) ตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุกราดยิงที่โบสถ์แบบติสท์ ในเมืองซัทเธอร์แลนด์ สปริงส์ รัฐเท็กซัส ของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 27 คน บาดเจ็บประมาณ 20 คน ส่วนคนร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุหลังยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเสียชีวิตจากกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่หรือของตนเอง โบสถ์ดังกล่าวตั้งอยู่ในชุมชนเล็ก ห่างออกไปประมาณ 50 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองซานอันโตนิโอ โดยผู้ก่อเหตุเดินเข้าไปในโบสถ์ช่วงเที่ยง ของวันอาทิตย์ซึ่งมีผู้กำลังประกอบพิธีทางศาสนาอยู่ประมาณ 50 คน ก่อนใช้อาวุธปืบกราดยิงผู้ที่อยู่ในโบสถ์ จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงจึงมีการยิงต่อสู่กันและผู้ก่อเหตุได้ถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว ล่าสุดเจ้าหน้าที่นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

ยอดขายปืน-อุปกรณ์เสริมพุ่ง! หลังเหตุกราดยิงที่ลาสเวกัส ชาวอเมริกันรีบตุนก่อนรบ.สั่งแบน

ทุกครั้งที่เกิดเหตุกราดยิงครั้งใหญ่ ในสหรัฐฯ ปืนจะขายดีเป็นพิเศษ เพราะคนอเมริกันกลัวว่าสภาอาจจะผ่านกฎหมายควบคุมอาวุธปืนแล้วจะซื้อขายปืนได้ยากขึ้น ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุกราดยิงที่ลาส เวกัส ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตอาวุธปืนในสหรัฐฯ ต่างพุ่งขึ้นขานรับยอดขายที่พุ่งสูง แต่ครั้งนี้นอกจากปืนแล้วยังมีอุปกรณ์เสริมอีกชิ้นหนึ่งที่ขายดีตามไปด้วย ก็คือ “บั๊มพ์ สต๊อค” หรือพานท้ายปืนที่ถูกสั่งซื้อจนเกลี้ยงร้านค้าอาวุธ อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นของที่นายสตีเฟ่น แพดด็อค มือปืนลาส เวกัส ใช้ติดปืน 12 กระบอกของเขา ที่ตำรวจพบอยู่ในห้องพักโรงแรมที่ใช้ก่อเหตุ ปกติแล้วปืนที่ซื้อขายกันในสหรัฐฯ จะเป็นปืนธรรมดา ไม่ใช่แบบอัตโนมัติ เพราะปืนอัตโนมัติมีกฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวดทำให้หาซื้อได้ยาก แต่พานท้ายปืนเป็นอุปกรณ์เสริมที่สามารถทำให้ปืนยิงรัวได้เหมือนปืนอัตโนมัติ ทั้งราคาถูกแล้วก็หาซื้อง่าย ติดเข้าไปที่ปืนไรเฟิลก็สามารถทำให้ยิงได้ 400-800 นัดต่อนาที ตอนนี้ร้านปืนหลาย ๆ แห่งในสหรัฐฯ บอกว่าขายหมดเกลี้ยง เพราะคนกลัวรัฐบาลสั่งแบนเลยต้องรีบตุนเอาไว้ก่อน ด้านความคืบหน้าสืบสวนคดีลาส เวกัส ล่าสุดตำรวจพบว่านายสตีเฟ่น แพดด็อค มือปืนวัย 64 ปี ได้เปิดห้องพักที่โรงแรมอีกแห่ง คือโรงแรมอ็อกเดน ในลาส เวกัส ช่วงเทศกาลดนตรีเมื่อปลายเดือนกันยายน และอยู่ห่างจากจุดที่เขาก่อเหตุกราดยิงเพียง 8 กิโลเมตร ซึ่งตำรวจคาดว่าแพดด็อคใช้เป็นที่สำรวจลาดเลาก่อนลงมือจริง นอกจากนี้ ตำรวจยังระบุด้วยว่านายแพดด็อควางแผนก่อเหตุอย่างละเอียด และมีแผนหลบหนีสำรองเอาไว้ ส่วนการฆ่าตัวตายนี้ถือว่าอยู่นอกแผน […]

ตร.เร่งสืบหาแรงจูงใจก่อเหตุกราดยิงลาสเวกัส เผยค้นบ้านมือยิง-ห้องพักโรงแรม เจอปืนร่วม 50 กระบอก

ความคืบหน้าเหตุกราดยิงในงานเทศกาลดนตรีที่นครลาสเวกัสของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 60 ตามเวลาในประเทศไทย ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 59 ราย บาดเจ็บกว่า 500 คน ขณะที่ตำรวจยังเร่งสอบสวนแรงจูงใจ เพราะเชื่อว่าไม่ใช่เหตุก่อการร้าย หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้บุกค้นบ้านพักของนายสตีเฟ่น แพดด็อค มือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิงเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ไปพบอาวุธปืนที่ห้องพักในโรงแรม 19 กระบอก และจากการตรวจค้นในบ้าน และรถยนต์ ตำรวจพบอาวุธปืนอีกกว่า 20 กระบอก นอกจากนั้น ยังเจอกระสุนปืน แผงวงจร และสารเคมีประกอบระเบิดจำนวนหนึ่ง เบื้องต้นตำรวจได้ตัดประเด็นหญิงคนสนิทที่มีการติดตามตัวก่อนหน้านี้ออกไป เพราะเธอยืนยันที่อยู่ได้ว่าขณะเกิดเหตุ เธออยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แต่จะรอให้เธอเดินทางกลับมาเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่บ้านของนางเพกกี้ แพดด็อค อดีตภรรยาของนายแพดด็อคในเมืองเซอร์ริโตส ซึ่งทั้งสองได้หย่าขาดกันเมื่อ 27 ปีแล้ว อดีตภรรรยาเปิดเผยว่าเธอรู้สึกช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าไม่ได้ติดต่อกับอดีตสามีมาหลายปีแล้ว ด้านหน้าบ้านของเธอยังติดป้ายไว้ว่าไม่ขอตอบคำถามสื่อมวลชน ขณะที่สื่ออเมริกันได้เผยแพร่ภาพของอาคารโรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ ซึ่งเผยให้เห็นว่ากระจกบริเวณชั้นที่ 32 ที่เป็นจุดที่นายแพดด็อคก่อเหตุถูกทุบแตกไป 2 บาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่านายแพดด็อคได้สุ่มยิงมากกว่า […]

‘ทรัมป์’ เตรียมลงพื้นที่ตรวจเหตุ ‘กราดยิงที่ลาสเวกัส’ สั่งลดธงครึ่งเสาไว้อาลัย (คลิป)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงถ่ายทอดสดจากทำเนียบขาวหลังเกิดเหตุกราดยิงที่เทศกาลดนตรีในเมืองลาส เวกัส โดยกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยชีวิตของประชาชนเอาไว้ ส่วนการสืบสวนคดีตอนนี้ FBI และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิได้ประสานกับตำรวจลาส เวกัสแล้ว นอกจากนี้ยังได้มีคำสั่งให้ลดธงลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต และระบุว่าจะลงพื้นที่ลาส เวกัสในวันพรุ่งนี้ (4 ต.ค. 60) เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 58 คน และบาดเจ็บ 515 คน ทำให้กลายเป็นเหตุกราดยิงที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา รุนแรงกว่าเหตุกราดยิงที่ไนท์คลับในรัฐฟลอริดาเมื่อปีที่แล้วที่มีผู้เสียชีวิต 49 คน ล่าสุด FBI ออกมาระบุว่าไม่พบความเชื่อมโยงว่าเหตุการณ์นี้เป็นการก่อการร้าย สำหรับตัวผู้ก่อเหตุ คือนายสตีเฟ่น แพ็ดด็อก คนในพื้นที่รัฐเนวาดา เขาเปิดห้องพักของโรงแรมและคาสิโนมัณฑะเลย์ เบย์ ที่อยู่ตรงข้ามถนนจากสถานที่จัดคอนเสิร์ต พร้อมกับมาริโลว์ ดันลี่ย์ ผู้หญิงเชื้อสายเอเชีย และใช้ปืนยิงลงมาจากห้องพักชั้น 32 ภายหลังตำรวจได้บุกค้นห้องพัก พบอาวุธปืนมากกว่า 10 กระบอก ส่วนนายแพ็ดด็อกฆ่าตัวตายก่อนที่ตำรวจจะมาถึง ด้านผู้หญิงที่อยู่กับเขานั้นตำรวจได้นำตัวมาสอบปากคำแล้ว ด้านกลุ่มไอเอสได้ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ แต่ทางการสหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างนายแพ็ดด็อกกับกลุ่มติดอาวุธต่างชาติ

keyboard_arrow_up