ข่าวอรุณอมรินทร์ : พิสูจน์ช่างเสริมสวยดับปริศนา นั่งพับเพียบ-สายไฟรัดคอหน้าประตู

ตำรวจเร่งพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิต ของนางกัญญา ปัญโญศิริกุล ช่างเสริมสวยวัย 49 ปี ที่ จังหวัดสมุทรปราการ หลังพบผูกคอตายกับเหล็กดัดเหนือบานประตูทางเข้าบ้าน เพื่อนผู้ตายเล่าว่า นางกัญญาใช้บ้านหลังนี้เปิดเป็นร้านเสริมสวย อาศัยอยู่ตามลำพัง และได้คบหาอยู่กับชายวัย 52 ปี แต่ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุตนมาหาผู้ตาย แต่เรียกหลายครั้งไม่มีการตอบรับ ขณะเดียวกันพบว่ามีเหล็กคล้องล็อคประตูหน้าบ้านไว้ จึงเข้าไปสำรวจดู ก็เห็นผู้ตายผูกคอนั่งพับเพียบเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็น ทั้งการถูกฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย ล่าสุด ตำรวจนำตัวเพื่อนชายไปสอบสวนแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

ผู้ว่าฯ สั่งสอบ 7 วัน! ลงดาบนำโคโยตี้เต้นงาน ‘วิ่งกับพ่อ’ (คลิป)

จากกรณีที่มีการนำคลิปมาเผยแพร่ในสื่อโซเชียล เป็นภาพสาวโคโยตี้ แต่งตัววาบหวิวมาเต้นบนเวทีในงานเดิน-วิ่งการกุศล วิ่งกับพ่อ บริเวณลานหลวงปู่ทวด อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเป็นการนำวอร์มร่างกาย มีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดและการจัดงานในครั้งนี้ ล่าสุด นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้ นายวีระชัย นาคมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เร่งดำเนินการติดตามผู้จัดงานทั้งหมด รวมถึงโคโยตี้ที่เต้นอยู่บนเวทีมาสอบสวนหาสาเหตุเพื่อดำเนินการต่อไป เพราะเรื่องนี้ส่งผลถึงภาพลักษณ์ และการท่องเที่ยวของจังหวัด และงานดังกล่าวก็ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากจังหวัดด้วย โดยขอเวลาสอบสวน 7 วัน ก่อนหน้านี้ คณะผู้จัดงานได้ออกมาโพสต์ขอโทษสำหรับกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม พร้อมระบุว่า การเต้นของโคโยตี้ เป็นเพียงในช่วงการอบอุ่นร่างกายก่อนวิ่ง และในช่วงของการรอเชียร์ต้อนรับนักกีฬากลับสู่เส้นชัย ซึ่งได้แต่งกายที่ไม่เหมาะสมกับกิจกรรมการกุศลสำหรับครอบครัว สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อผู้ร่วมงาน และประชาชนทั่วไป คณะผู้จัด รู้สึกเสียใจ และขอรับความผิดพลาด ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

จีนรับกักตัว ‘เม่ง หงเหว่ย’ ประธานตำรวจสากล สอบข้อหาทุจริต

คณะกรรมการสอบสวนแห่งชาติของจีนได้ออกมายืนยันว่าได้กักตัวนายเม่ง หงเหว่ย วัย 64 ปี ประธานองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือตำรวจสากลเพื่อให้คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตสอบสวน เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียด หลังจากที่นายหงเหว่ยได้หายตัวไปขณะเดินทางไปจีนเมื่อวันที่ 25 กันยายน 61 ที่ผ่านมา ขณะที่สำนักงานใหญ่ของตำรวจสากล ในเมืองลียงของฝรั่งเศสเปิดเผยว่าได้รับจดหมายลาออกจากนายหงเหว่ยเมื่อวานนี้ และให้มีผลบังคับในทันที แต่นายหงเหว่ยไม่ได้เปิดเผยเหตุผลของการลาออกดังกล่าว ด้านนางเกรซ เหม็ง ภรรยาของนายหงเหว่ย ที่อาศัยในฝรั่งเศสเปิดเผยว่าก่อนที่สามีของเธอจะหายตัวไป เขาได้ส่งข้อความเป็นอีโมจิรูปมีด ซึ่งทำให้เธอเชื่อว่าสามีของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย และหลังจากนั้นเขาก็ขาดการติดต่อไป โดยขณะนี้เธอได้แจ้งความกับตำรวจฝรั่งเศสเพื่อให้ช่วยตามหาสามีของเธอ ขณะที่ตำรวจฝรั่งเศสก็ได้ให้การคุ้มครองครอบครัวของเธอด้วย ทั้งนี้ นายหงเหว่ยถือเป็นบุคคลสำคัญคนล่าสุดของจีน ที่ถูกทางการจีนกักตัวสอบสวน หลังก่อนหน้านี้นักแสดงสาวชาวจีนฟ่าน ปิงปิงได้หายตัวไปเป็นเวลา 3 เดือน เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่สอบสวนในคดีหลีกเลี่ยงภาษี ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ฟีฟ่าจะไม่ทน! สั่งสอบ ‘เพลงเชียร์เม็กซิโก’ พบมีเนื้อหาเหยียดเพศที่ 3

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดการสอบสวนเพื่อเตรียมเอาผิดทางวินัยกับทีมเม็กซิโกหลังจากที่แฟนฟุตบอลเม็กซิกันร้องเพลงเชียร์ที่มีเนื้อหาเหยียดกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน ในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 นัดที่ทีมเม็กซิโกพลิกเอาชนะแชมป์โลกเยอรมนี 1-0 ก่อนหน้านี้ทางสหพันธ์ฟุตบอลเม็กซิโกได้เคยขอความร่วมมือจากแฟนฟุตบอลเม็กซิกันให้ยุติการร้องเพลงเชียร์ที่มีเนื้อหาเหยียดกลุ่มคนรักร่วมเพศ หลังจากที่ทางสหพันธ์ถูกลงโทษเพราะเรื่องนี้มาแล้วถึง 12 ครั้งในระหว่างที่ทีมเม็กซิโกทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนคอนคาแคฟ ขณะที่กลุ่มแฟนฟุตบอลเม็กซิกันจำนวนมากกลับยืนยันว่า  การเชียร์ของพวกเขาไม่มีเจตนาต่อต้านกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน และเป็นการเชียร์แบบ “ขำขำ” เพื่อสร้างความครื้นเครงเท่านั้น. ภาพจาก reuters.com

ฉาวอีก! สอบภรรยาประธานสายการบิน ‘โคเรียนแอร์’ คดีทำร้ายร่างกาย

สายการบินโคเรียนแอร์ต้องเจอกับเรื่องอื้อฉาวอีกรอบ หลังนางลี มยองฮี ภรรยาของนายโช ยองโอ ประธานสายการบินโคเรียนแอร์ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจในกรุงโซลของเกาหลีใต้ในวันนี้เพื่อให้ตำรวจสอบสวนคดี ที่เธอถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย และด่าทอคนงานก่อสร้างเมื่อปี 2014 ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาของภรรยาประธานสายการบินโคเรียนแอร์ถือเป็นกรณีอื้อฉาวล่าสุด ที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารสายการบินดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้นางสาวโช ยอนอา บุตรสาวคนโตของประธานโคเรียนแอร์อาละวาดใส่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของโคเรียนแอร์ เนื่องจากไม่พอใจวิธีการเสิร์ฟถั่วของพนักงาน และสั่งให้นักบินนำเครื่องบินลงจอดเพื่อไล่พนักงานต้อนรับคนดังกล่าวลงจากเครื่องบิน ขณะที่นางสาวโช ยุนมิน บุตรสาวคนเล็กก่อเหตุปาแก้วน้ำใส่ผู้จัดการบริษัทโฆณาแห่งหนึ่งระหว่างการประชุม จนกลายเป็นข่าวดังทั่วโลก กรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องได้ทำให้นายโช ยองโอ ประธานสายการบินโคเรียนแอร์ต้องออกมาขอโทษต่อสังคม พร้อมกับสั่งปลดลูกสาวทั้งสองคนออกจากตำแหน่งกรรมการบริหาร ขณะที่ชาวเกาหลีใต้เกือบ 90,000 คนได้ร่วมกันลงนามผ่านทางออนไลน์เรียกร้องให้ตระกูลของนายโชเลิกใช้คำว่า “โคเรียน” เป็นชื่อสายการบิน เนื่องจากพฤติกรรมฉาวของคนในครอบครัวนี้ได้สร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงประเทศ

เปิดปากครั้งแรก! สาวขับเก๋งสีขาวชนแล้วหนี อ้างหลับใน-ฝั่งจยย.ยังสาหัส (คลิป)

ช่วงเช้าวันนี้ (15 พ.ค. 61) ที่สถานีตำรวจภูธรสันทรายอำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ หญิงสาวอายุประมาณ 30 ปีที่ยอมรับว่าเป็นคนขับรถยนต์ เก๋งยาริสสีขาว ชนรถจักรยานยนต์ที่จอดติดไฟแดง บริเวณสามแยกสันทรายถนนเชียงใหม่ดอยสะเก็ด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้เดินทางพร้อมครอบครัว เข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง โดยทางฝ่ายคนขับรถยนต์เก๋งได้เดินทางมาถึงก่อนเวลาที่นัดหมายกันไว้ คือ เวลา 10.00 น. และหลังจากพูดคุยกับพนักงานสอบสวนเสร็จได้เดินทางกลับทันที โดยไม่ได้รอพบทางครอบครัวของคู่กรณีที่เดินทางมาตามเวลานัดหมายแต่อย่างใด ทั้งนี้หญิงสาวคนขับรถเก๋งยาริส ได้เดินทางมาพร้อมพ่อซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของรถ ยอมรับว่า เป็นคนขับรถชนรถจักรยานยนต์ที่จอดติดไฟแดงจริง โดยอ้างว่าเป็นเพราะหลับในและที่หลบหนีไปเนื่องจากอยู่ในอาการตกใจอย่างมาก ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเหตุ ยังไม่ได้เข้าไปพบหรือเยี่ยมอาการบาดเจ็บของคู่กรณีมีเพียงการโทรติดต่อไป และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับผู้ขี่รถจักรยานยนต์เป็นหญิงอายุ 54 ปี ที่ถูกชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ครอบครัวหรือญาติเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU และแพทย์เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา โดยถูกผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะไว้เนื่องจากมีเลือดไหลในสมอง

หนุ่มตีนผี ควบรถตู้พุ่งใส่ฝูงชนกลางเมืองโตรอนโต ดับอย่างน้อย 10 ราย

เกิดเหตุชายวัย 25 ปี ขับรถตู้พุ่งชนฝูงชนบนทางเท้าในนครโตรอนโตของแคนาดา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 รายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 15 คน ด้านสถานีโทรทัศน์ซีบีซีของทางการแคนาดารายงานว่า คนร้ายที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้ คือ นายอเล็ก มินาสเซียน ซึ่งไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมและไม่พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธหรือกลุ่มก่อการร้ายใดๆ โดยเขาถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้หลังก่อเหตุไม่นาน มาร์ค ซอนเดอร์ส ผู้บัญชาการกรมตำรวจโตรอนโตเผยว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสอบปากคำคนร้ายรายนี้เพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุของเขา และขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า มินาสเซียนเพิ่งเช่ารถตู้สีขาวคันนี้มาไม่นาน ด้านสื่อสังคมออนไลน์ในแคนาดามีการแชร์คลิปวิดีโอที่ถ่ายด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ บันทึกเหตุการณ์หลังจากที่คนร้ายรายนี้ขับรถตู้พุ่งเข้าใส่คนเดินเท้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทที่ออกมารับประทานอาหารช่วงพักกลางวัน โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่า มินาสเซียนน่าจะจงใจก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้มากกว่าที่จะเป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากภาพจากคลิปวิดีโอเผยให้เห็นว่า เขาขับรถตู้คันนี้พุ่งชนคนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะทางกว่า 1.6 กิโลเมตร โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดรถแต่อย่างใด

อัยการปรเมศวร์ ตั้งข้อสังเกต ทำไม ‘รอง ผบ.ตร.’ ถึงเข้ามามีส่วนในการสอบสวน ‘คดีเสือดำ’

เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยตั้งข้อสังเกตถึงคดีของคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กับพวกตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักลอบล่าสัตว์ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี และมีหลักฐานในที่เกิดเหตุเป็นอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน และซากสัตว์ป่าคุ้มครองหลายรายการ โดยนายปรเมศวร์ได้โพสต์ข้อความว่า….ตนไม่ทราบว่าคดีเสือดำ ใครเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ เพราะผู้ที่จะทำความเห็นว่า ควรสั่งฟ้อง หรือ ควรสั่งไม่ฟ้อง ต้องเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ตาม ป.วิอาญา มาตรา 140 เนื่องจากมาตรา 18 วรรคท้ายกำหนดว่า ในเขตท้องที่ใดมีพนักงานสอบสวนหลายคน การดำเนินการสอบสวนให้อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนผู้เป็นหัวหน้าในท้องที่นั้น หรือผู้รักษาการแทน ทั้งนี้นายปรเมศวร์ยังบอกอีกว่า…ตกลงคดีนี้ใครเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ผู้กำกับทองผาภูมิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๗ ซึ่งเป็นเขตท้องที่ที่ความผิดเกิด ถ้าเป็น รอง ผบ.ตร ก็ต้องมีคำสั่งแนบในสำนวนให้ชัด มิฉะนั้นอาจมีปัญหาข้อกฎหมายได้ แต่ถ้าท่านไม่ใช่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ แล้วท่านเข้าไปทำอะไร การสอบสวนกับการบังคับบัญชามันคนละเรื่องกัน นอกจากนี้ นายปรเมศวร์ยังกล่าวในตอนท้ายด้วยว่า…“พนักงานสอบสวน” ต้องมีความเป็นอิสระพอสมควร […]

อินเดียประณามการกระทำของ นศ.ชาย นอนบนรางรถไฟให้ขบวนแล่นผ่าน โชคดีรอดตาย (คลิป)

ขอบคุณภาพ Democracy News Live นายอาดิล อาเหม็ด นักศึกษาปี 1 ชาวอินเดียวัย 19 ปีในรัฐชัมมู และกัศมีร์ได้โพสคลิปท้าตายของตัวเอง ขณะที่เขาลงนอนคว่ำหน้าบนรางรถไฟ และให้ขบวนรถไฟแล่นผ่าน โดยมีเพื่อนนักศึกษาอีกคนคอยถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ให้ เมื่อรถไฟแล่นผ่านแล้ว นักศึกษาหนุ่มรายนี้ก็เดินออกมาจากรางรถไฟ พร้อมกับชูมือ และตะโกนด้วยความดีใจ โดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี นายโอมาร์ อับดุลเลาะห์ มุขมนตรีรัฐชัมมูและกัศมีร์ได้ออกมาประณามการกระทำของนักศึกษาทั้งคู่ว่าเป็นโง่เขลา ซึ่งในเวลาต่อมาตำรวจก็ได้เริ่มเข้ามาสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นนักศึกษาทั้งสองคนนี้ก็ถูกควบคุมตัว และนำตัวทั้งคู่ไปเข้ารับการอบรม โดยในเวลานี้นักศึกษาทั้งสองก็สำนึกผิดที่กระทำการอันคึกคะนอง และรับปากว่าจะไม่ก่อเหตุในลักษณะนี้อีก.

ลดหรือโละ!? ฝรั่งเศสเตรียมสอบ ‘นูเทลลา’ ลดราคา หลังปชช.แย่งซื้อจนเกิดจลาจล

จากโปรโมชั่นลดราคา “นูเทลลา” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการจลาจลกลางซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในฝรั่งเศสนั้น ล่าสุดกระทรวงการคลังของฝรั่งเศสเปิดเผยว่าจะเตรียมสอบสวนโปรโมชั่นลดราคาของนูเทลลา ช็อคโกแลตเฮเซลนัททาขนมปังชื่อดัง ที่ประกาศลดราคาถึง 70 เปอร์เซ็นต์ โดยลดจากราคากระปุกละ 174 บาท เหลือเพียง 54 บาท โดยสำนักงานป้องกันการทุจริตและคุ้มครองผู้บริโภคของฝรั่งเศสกล่าวว่าการสอบสวนโปรโมชั่นลดราคาของนูเทลลาจะมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบดูว่าการลดราคาครั้งใหญ่นี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นเพียงการลดราคาเพื่อหวังโล๊ะสินค้า ทั้งนี้ การลดราคาของนูเทลลาส่งผลให้เกิดความวุ่นวาย และเหตุจลาจลรุนแรงจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายตามซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในฝรั่งเศส เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากพยายามแย่งกันซื้อนูเทลลา

เกาหลีใต้ประชุมด่วน! เร่งสอบเหตุเพลิงไหม้รพ. หลังดับกว่า 41 ราย บาดเจ็บเพียบ

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลเซจง ในเมืองมิรยางของเกาหลีใต้ ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (26 ม.ค. 61) ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุนั้นมีคนไข้อยู่ในโรงพยาบาลราว 200 คน โดยโรงพยาบาลแห่งนี้มี 6 ชั้น มีทั้งส่วนที่เป็นโรงพยาบาลและสถานดูแลผู้สูงอายุ ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เร่งอพยพคนไข้ และประชาชนบริเวณโดยรอบออกจากพื้นที่ ล่าสุดเหตุเพลิงไหม้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 41 ราย โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการสำลักควันไฟ และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 70 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีกหลายสิบราย นับเป็นเหตุเพลิงไหม้ที่รุนแรงที่สุดของเกาหลีใต้ในรอบ 10 ปี ส่วนต้นเพลิงน่าจะมาจากห้องฉุกเฉิน แต่ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้ ขณะที่ประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น พร้อมกับได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อรับมือกับเหตุเพลิงไหม้ และให้เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและหาสาเหตุของเพลิงไหม้

สองโจ๋หยิบกระเป๋าข้างทางมาเตะเล่น สุดท้ายเกิดระเบิด! ได้รับบาดเจ็บ (คลิป)

เมื่อ วันที่ 16 ม.ค. 61เวลา 21.40 น. ร.ต.อ.รพีพงศ์ บุญพัวพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุระเบิดภายในหมู่บ้านวรางกูร 25 คลองสาม หมู่ 10 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย อาสาสมัครมูลนิธิร่มไทร ตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านเมนหลัก เจ้าหน้าที่พบเด็กชายสองคน ทราบชื่อคือนายประวันวิทย์ เพ็งจิตร อายุ 15 ปี และนายศิริยศ นุชวงศ์ อายุ 15 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาทั้งสองข้างโดยนายศิริยศ มีเลือดไหลที่ขาทั้งสองข้าง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ใกล้กันพบกระเป๋าสะพายสีดำในลักษณะฉีกขาดจากแรงระเบิด นอกจากนี้ยังพบก้อนหินอีกจำนวนมาก พร้อมด้วยถุงยาง และเทปดำเป็นแผ่นคล้ายทำระเบิดมีรอยไหม้ เจ้าหน้าที่จึงได้กันพื้นที่พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเพื่อให้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนนายประวันวิทย์ ให้การว่า นายศิริยศ พร้อมเพื่อนอีกหลายคนได้เดินทามาหาตนที่บ้าน พร้อมกับวิ่งเล่นกันอยู่บริเวณดังกล่าว ก่อนที่นายศิริพงศ์ จะไปหยิบกระเป๋าสะพายสีดำที่วางอยู่ในพงหญ้าเอามาลากเล่น ตนเห็นจึงได้แกล้งเพื่อนโดนการวิ่งเข้าไปแตะที่กระเป๋าแต่กระเป๋าดังกล่าวกลับระเบิดขึ้น ด้วยความตกใจตนจึงเดินเข้าไปในบ้านเพราะปวดเท้าทั้งสองข้าง ส่วนนายศิริยศก็ได้รับบาดเจ็บที่ข้าทั้งสองข้างมีเลือดไหล ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บตัวอย่างระเบิด พร้อมกับสอบปากคำเพื่อนๆของเด็กทั้งสองซึ่งในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าระเบิดเป็นของใคร อย่างไรก็ตามจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุว่าใครเป็นคนนำมาทิ้งไว้ เพื่อติดตามตัวมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

สอบนาน 12 ชม. ‘ณิชา’ สาวถูกสวมบัตรปชช.เปิดบัญชี เจ้าตัวเผยแค่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม (คลิป)

จากกรณี น.ส. ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ หรือน้องอะตอม อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถูกคนร้ายเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำบัตรประชาชนไปขอเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี ทำให้รับเคราะห์ตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกง ต้องติดคุกนาน 3 วัน ก่อนได้รับการประกันตัวตามนั้น เมื่อวาน (14 ธ.ค. 61) น.ส. ณิชาได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งแม่และน้องชาย เพื่อกล่าวขอบคุณและให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว แต่ได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม นานกว่า 12 ชั่วโมง มีการพักออกมาทานอาหารในเวลาตี 01.00 น. ก่อนกลับเข้าสอบสวนต่อ และเสร็จสิ้นในเวลา 03.00 น. โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว บอกเพียงว่ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นประโยชน์กับรูปคดีที่สุด

ฝากขังผัดแรก! ‘ร.ต.ท.’ ยังปฏิเสธ คดีปล้นร้านทองเมืองนครฯ กว่า 4 แสนบาท

จากกรณีเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 60 เกิดเหตุคนร้ายบุกจี้ร้านทองจิราพร ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้ทองหนัก 20 บาท มูลค่ากว่า 400,000 บาท ก่อนจะสืบทราบและจับกุมตัวคนร้ายได้ในภายหลัง และทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ คือ ร.ต.ท. มีชัย ช่อสม รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองจิก จ.ปัตตานีนั้น พล.ต.ต.จำรัส วิริยะกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 8 เดินทางเข้าสอบปากคำ ร.ต.ท.มีชัย ช่อสม รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดทุ่งสงในข้อหาชิงทรัพย์ร้านทอง โดยใช้อาวุธปืนบุกจี้ร้านทองจิราพร ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้ทองรูปพรรณไปจำนวน 20 บาท อีกครั้งหนึ่ง หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เผ่าชู รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นครศรีธรรมราช และชุดสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัด ได้เข้าสอบปากคำ ร.ต.ท.มีชัย ไปแล้ว ทั้งนี้ใช้เวลาในการสอบอย่างเคร่งเครียดตลอดทั้งคืนแต่ ร.ต.ท.มีชัย ยังปากแข็งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ระบุว่า […]

‘อาคาเย็ด อุลเลาะห์’ มือบึมนิวยอร์ก เตรียมพบผู้พิพากษาครั้งแรก ผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

มือระเบิดนครนิวยอร์กเตรียมพบผู้พิพากษาเป็นครั้งแรก ขณะที่ทางการนิวยอร์กได้ยกระดับการรักษาความปลอดภัยในสถานีรถไฟใต้ดิน หลังมีความพยายามในการก่อเหตุร้าย อัยการสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นายอาคาเย็ด อุลเลาะห์ วัย 27 ปี ผู้ต้องสงสัยที่พยายามก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายบริเวณสถานีขนส่งย่านแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์กจะพบกับผู้พิพากษาเป็นครั้งแรกผ่านทางวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เพื่อรับฟังข้อหาอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายอุลเลาะห์ได้ถูกตั้งข้อหาจัดหาอาวุธเพื่อสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย, ใช้อาวุธที่มีการทำลายล้างสูง และข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธระเบิดอีก 3 ข้อหา ซึ่งข้อกล่าวหาเหล่านี้อาจทำให้เขาได้รับโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่นายอุลเลาะห์ยังคงรักษาตัวจากการอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลจากเหตุระเบิด ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนขณะนี้หน่วยต่อต้านก่อการร้ายการบังกลาเทศได้ออกมายืนยันว่า ยังไม่พบหลักฐานที่ชี้ว่า นายอุลเลาะห์มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายในบังกลาเทศ หลังเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐาน และสอบถามข้อมูลจากสมาชิกในครอบครัวของนายอุลเลาะห์ ที่อาศัยอยู่ในบังกลาเทศ ทั้งภรรยา รวมทั้งพ่อแม่ของภรรยาด้วย โดยในเวลานี้ตำรวจบังกลาเทศก็เตรียมเรียกตัวเพื่อนๆ และคนสนิทของนายอุลเลาะห์มาสอบสวนเพิ่มเติมด้วย ขณะที่ทางการนครนิวยอร์กได้ยกระดับการดูแลรักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟใต้ดินในช่วงนี้ โดยมีทั้งการวางกำลังตำรวจ กล้องวงจรปิด และมีหน่วยต่อต้านก่อการร้ายที่จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลตามเวลาจริงร่วมกับหน่วยข่าวกรองจากทั่วโลก และมีกล้องวงจรปิด ที่มีระบบจดจำใบหน้าเพื่อช่วยในการติดตามคนร้าย หรือยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุได้รวดเร็วขึ้น.

‘ช่างทาสี’ มีเรื่องกับวัยรุ่นเจ้าถิ่น ถูกกระหน่ำยิงร่างพรุน! ดับคาซอยที่พัก (คลิป)

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 60 เวลาประมาณ 23.00 น. เกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 คน เกิดที่บริเวณซอยข้างไปรษณีย์มีนบุรี เขตมีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์จอดอยู่และเปิดไฟกระพริบขอทางไว้ บริเวณกำแพงใกล้เคียงพบศพนายศุภวิทย์ เจริญยิ่ง อายุ 40 ปีนอนเสียชีวิตอยู่ ถูกยิงเข้าที่แขน หน้าอกและกลางหลัง จากการสอบถามทราบว่าเป็นช่างทาสีของบริษัทหนึ่ง โดยเจ้าของบริษัทกล่าวว่า ผู้ตายเป็นช่างทาสี ทำงานอยู่ที่บริษัทได้ประมาณ 1 ปี และพักอาศัยอยู่ในซอยดังกล่าว ในเวลาประมาณ 21.00 น. ผู้ตายได้ขี่รถไปซื้อสุรา จากนั้นขี่กลับเข้ามาวางออกและกลับออกไปทันที เข้าใจว่าจะไปคุยโทรศัพท์กับภรรยาที่อยู่ต่างจังหวัด แต่สักพักจึงได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่านายศุภวิทย์ถูกยิงเสียชีวิต พยานในบริเวณเกิดเหตุ กล่าว่า ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันในบริเวณเกิดเหตุ ก่อนที่จะมีเสียงปืนดังขึ้นมาสามนัด ตำรวจแกะรอยเบาะแสจากรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ทราบว่า ไม่ใช่รถของผู้ตายแต่เป็นรถของเพื่อน เจ้าหน้าที่เตรียมเรียกมาเจ้าของรถมาสอบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายได้ทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่และถูกยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว

เจอตัวแล้ว! ชายคนสุดท้ายที่อยู่กับ ‘สาวใหญ่ถูกกรอกยา’ ตร.เตรียมปิดคดี

จากกรณีคดีสาวใหญ่กินยาฆ่าตัวตายแบบมีเงื่อนงำอำพราง ว่าแท้จริงกินยาตายเอง หรือถูกจับกรอกยาที่ จ.กาญจนบุรีนั้น ล่าสุดชายคนสุดท้ายที่พบในภาพกล้องวงจรปิดว่าเป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์ โดยมีผู้ตายซ้อนท้ายอยู่ ก่อนจะหายตัวไปมาพบอีกทีตอนที่นอนดิ้นทุรนทุรายในพงหญ้าข้างสวนป่าหน้าลานชมวิว ริมแม่น้ำเขื่อนแม่กลองนั้น ซึ่งเป็นคนที่ตำรวจตามหาตัวอยู่นั้นได้มาแสดงตัวกับตำรวจแล้ว ทราบชื่อชายขี่รถจักรยานยนต์ คือนายทวีศักดิ์ ท่าล้อ ซึ่งเป็น ชาวบ้านมีอาชีพให้เช่าเตียงผ้าใบ ริมหาดทรายท่าล้อ โดยระบุว่า หลังจากเห็นข่าว จึงมาแสดงเพื่อความบริสุท์ใจและยอมรับว่าวันเกิดเหตุได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งนางนางวาสนา เตียวตระกูล อายุ 42 ปี ผู้ตาย ที่บริเวณใกล้ๆ ที่เกิดเหตุจริง โดยจุดที่ตนขี่รถไปส่ง อยู่ห่างจากจุดที่นางวาสนาถูกพบไม่กี่ร้อยเมตร พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ จากนั้นตำรวจให้นายทวีศักดิ์ พามาชี้จุดที่ขี่รถมาส่งนางวาสนา พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ท่าม่วง บอกว่า ขณะนี้ ตำรวจกำลังเร่งติดตามแกะรอยคดีนี้อยู่ ตอนนี้ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่ตอนที่ผู้ตายนั่งขายตั๋วจนกระทั่งผู้ตายเดินข้ามถนนไปถึง วินมอเตอร์ไซค์ โดยจ้างให้วินมอเตอร์ไซค์ไปส่งในตัวเมืองกาญจนบุรีราคา 200 บาท และยังได้ภาพที่ผู้ตายเข้าไปยืนซื้อยาฆ่าหญ้ายี่ห้อน๊อคโซน ที่ร้านขายยาฆ่าแมลงและปุ๋ยที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในตลาดศูนย์การค้าผาสุกจากนั้นก็เดินออกจากร้านหายไป พบว่าผู้ตาย นั่งมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัสเอ็กซ์เพรส สาขา อ.ท่าม่วง มุ่งหน้าไปทางตัวตลาด โดยในภาพเป็นภาพที่ผู้ตายนั่งซ้อนท้ายรถ มอเตอร์ไซค์ และในมือหิ้วถุงพลาสติกใส่ขวดยาฆ่าแมลง นอกจากนี้ตำรวจยังติดตาม หาตัวนางเปิ้ล สาวทอมมาทำการสอบสวนปากคำต่อไปว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้หรือไม่เพราะก่อนจะเสียชีวิตนางวาสนาได้ให้การณ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองไม่ได้กินยาฆ่าตัวตายแต่ถูกนางเปิ้ล ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทร่วมกับชายอีก 3 คนจับตนกรอกยาฆ่าแมลง พ.ต.อ.ภัคภณ บอกว่า ขณะนี้คดีคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าจะสามารถปิดคดีได้เร็วๆ […]

อึ้ง! หนุ่มปริศนาขี่จยย. หอบถุงปุ๋ยส่งตำรวจ เปิดดูพบยาบ้ากว่าแสนเม็ด (คลิป)

ขณะที่ตำรวจ สน.บางเขนกำลังตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรอยู่ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ได้มีพลเมืองดีขับรถจักรยานยนต์นำถุงปุ๋ยถุงหนึ่งมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ โดยแจ้งว่า มีคนขับรถกระบะโยนทิ้งไว้บริเวณซอยรามอินทรา 5 ไม่แน่ใจว่าสิ่งของข้างในคืออะไรจึงนำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงปุ๋ยตรจสอบ พบว่า ด้านในเป็นยาเสพติด มัดรวมกัน รวมแล้วประมาณ 1.4 แสนเม็ด จึงเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อสืบหากระบะคันดังกล่าวต่อไป และนำตัวผู้นำถุงปุ๋ยมาส่งมอบมาสอบสวนเพิ่มเติมด้วย

keyboard_arrow_up