พลาด! สาธิต ‘ระเบิดตึก’ ในไมอามี พังถล่มทั้งหลัง เจ็บสาหัส 1 ราย

เกิดเหตุอาคารหลังหนึ่งทรุดตัวถล่มลงมา ที่ชายหาดไมอามี่ บีช ในสหรัฐฯ จากฝีมือของบริษัทจีซี คอนสตรัคชั่น ที่รับผิดชอบการทุบตึกในพื้นที่เพื่อรีโนเวทใหม่ ซึ่งอาคารเก่าแก่แถบนี้จะต้องถูกทำลายตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ทางบริษัทเปิดเผยว่า ตามกำหนดการจะต้องระเบิดทำลายเป็นส่วนๆ โดยบริษัทได้สาธิตวิธีการระเบิดตึก แต่คาดว่าน่าจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ทำให้โครงสร้างพังเยอะเกินที่คาดไว้ จนกระทั่งฐานตึกทรุดและตึกพังถล่มลงมาทั้งหลัง โดยอาคารหลังนี้มีความสูง 12 ชั้น และเมื่อตัวตึกถล่มลงมา แรงระเบิดทำให้มีฝุ่นฟุ้ง ชิ้นส่วนตึกปลิวว่อน และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย อาการค่อนข้างสาหัส ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มทำการสอบสวนในฐานะคดีอาญาแล้ว ว่าเกิดจากความบกพร่องต่อหน้าที่ของพนักงานหรือไม่

‘สตาร์บัคส์’ เตรียมเปิดร้านใช้ ‘ภาษามือ’ แห่งแรกในสหรัฐฯ

สตาร์บัคส์ (Starbucks) ร้านกาแฟชื่อดัง เตรียมเปิดร้านสตาร์บัคส์ที่ใช้ภาษามือสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน สาขาแรกในสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเดือนตุลาคมนี้ หลังได้เปิดสาขาแรกบนโลกที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งร้านสาขานี้จะตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยแกลลูเด็ท มหาวิทยาลัยสำหรับผู้พิการและผู้มีปัญหาทางการได้ยิน โดยจะมีพนักงานเป็นผู้พิการทางการได้ยินราว 20-25 คน และพนักงานทุกคนต้องมีความสามารถในการใช้ภาษามือ ทั้งนี้ ร้านดังกล่าวจะถูกออกแบบให้เป็น Deaf Space หรือพื้นที่สาธารณะที่อำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาพวาด และแก้วที่ออกแบบโดยศิลปินหูหนวกอีกด้วย

อยากลองไหม! โรงแรมหรูในนิวยอร์กเปิดตัวไอศกรีม ถ้วยละ 5 หมื่น

โรงแรมแบคคาแรท โรงแรมระดับ 5 ดาวในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ได้เปิดตัวเมนูไอศกรีมใหม่ล่าสุด ที่มีราคาอยู่ที่ถ้วยละ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 50,000 บาท เป็นไอศกรีมซันเดสุดหรู ที่มีชื่อว่า “แบร์ เอ็กซ์ตร้าออร์ดิแนร์” โดยเป็นไอศกรีมรสวานิลลา โรยหน้าด้วยผงเห็ดทรัฟเฟิลสีดำ และซอสแชมเปญ ส่วนที่ตัวไอศกรีมจะมีการนำแผ่นทองคำมาปิด และนำเปลือกช็อคโกแลตขาว ที่มีการวาดลวดลายตกแต่งมาครอบปิดไอศกรีม ก่อนที่โรยหน้าอีกชั้นด้วยน้ำตาลปั่นและแผ่นทองคำสีทองและเงินรูปผีเสื้อเพื่อความสวยงาม ด้านโรซาริโอ วากาบายาชิ เชฟของโรมแรมแบคคาแรทบอกว่าเธอใช้เวลาคิดค้นเมนูไอศกรีมดังกล่าวนานถึง 1 เดือน หลังจากที่ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง โดยเธอบอกว่าได้แรงบันดาลใจในการคิดค้นเมนูนี้มาจากบรรยากาศภายในโรงแรม ทั้งนี้ เมนูไอศกรีม “แบร์ เอ็กซ์ตร้าออร์ดิแนร์” เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางเดือนนี้ ซึ่งลูกคาก็ยังสามารถสั่งเมนูนี้ไปรับประทานที่บ้านได้ด้วย

น่ารักหนักมาก! ชมภาพครบรอบ 1 ปี ‘เจ้าหญิงดิสนีย์’ ไซซ์มินิ

ย้อนไปเมื่อเดือนก.ค. 60 ที่ผ่านมา Belly Beautiful Portraits สตูดิโอถ่ายภาพคุณแม่และเด็ก ที่รัฐฮาวายและแคลิฟอร์เนีย  สหรัฐฯ ได้สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์โดยการจับเด็กทารกมาถ่ายเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์องค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหญิงนิทรา สโนวไวท์ ซินเดอเรลล่า เจ้าหญิงแอเรียล ลิตเติ้ลเมอร์เมด เบลจากโฉมงามและเจ้าชายอสูร และเจ้าหญิงแจสมิน จากอะลาดิน  มีผู้เข้ามาชมภาพมากกว่า 17 ล้านครั้ง ซึ่งในปีนี้สตูดิโอก็ได้สานต่อโปรเจคดังกล่าว โดยการนำเด็กๆ มาใส่ชุดเจ้าหญิงองค์เดิมและถ่ายรูปอีกครั้งหนึ่ง คาเรน มารี ช่างภาพของโปรเจคนี้ กล่าวว่า ในการถ่ายภาพครั้งนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 1 ปี โดยต้องการจะให้ภาพออกมาออกมาคล้ายกับครั้งแรกมากที่สุด ซึ่งการถ่ายภาพครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และง่ายกว่าครั้งแรกมาก ซึ่งโปรเจคนี้จะเป็นอย่างไรและเด็กๆ จะโตมาน่ารักขนาดไหน มาดูกัน!   ขอบคุณภาพ ig: bellybeautifulportraits

หนุ่มแต่งเป็นปูติน-บุกเอา ‘เซ็กส์ทอย’ ติดกระทิงวอลสตรีท ประท้วงซัมมิตทรัมป์-ปูติน

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 61 ที่ผ่านมา บริเวณรูปปั้นกระทิงดุ (Charging Bull) ซึ่งเป็นรูปปั้นสัญลักษณ์ของวอลสตรีท ในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ มีชายคนหนึ่งแต่งตัวเลียนแบบ พร้อมสวมหน้ากากเป็นหน้าของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียนั่งอยู่บนหลังกระทิง และตกแต่งรูปปั้นกระทิงดังกล่าวด้วยเซ็กส์ทอยจำนวนมาก ทราบชื่อชายคนดังกล่าวคือนายเจฟฟ์ เจ็ตตัน เจ้าของร้านราเม็งในวอชิงตัน ดี.ซี. โดยการกระทำดังกล่าวเพื่อล้อเลียนว่าประธานาธิบดีปูติน มีอำนาจควบคุมเหนือประเทศสหรัฐฯ เนื่องจากในวันเดียวกันนั้นได้มีการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียที่กรุงเฮลซิงกิ เมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ โดยนายเจ็ตตันใช้ดิลโด้ หรืออวัยวะเพศชายปลอม จำนวน  130 ชิ้นซึ่งได้รับบริจาคมาจากบริษัทผลิตหนังผู้ใหญ่ ในการตกแต่งรูปปั้นกระทิงดังกล่าว ทั้งนี้การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำทั้ง 2 ประเทศนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น โดยระบุว่าเป็นก้าวแรกที่ทั้ง 2 ประเทศจะได้ฟื้นฟูความเชื่อใจ และนำไปสู่ความร่วมมือและสันติภาพในอนาคต นอกจากนี้ทรัมป์ยังระบุว่า ตนเชื่อว่ารัสเซียไม่ใช่ผู้อยู่เบื้องหลังการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 หลังหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้สรุปไว้ว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ และปล่อยข่าวลือในการทำลายชื่อเสียงนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่ง และเปิดให้ทรัมป์มีโอกาสชนะเลือกตั้งมากขึ้น

‘ทรัมป์’ สั่งออกแบบ ‘แอร์ ฟอร์ซ วัน’ ใหม่! เผยต้องสวยงาม-เหนือกว่าทุกลำบนโลก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯได้เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสว่าต้องการที่จะเปลี่ยนสีลายเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ซึ่งเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการเปลี่ยนมาใช้สีแดง ขาวและน้ำเงินเพื่อแสดงถึงความเป็นอเมริกัน และบอกด้วยว่าด้วยลายเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันใหม่นี้จะต้องออกมาดูสวยงาม และเหนือชั้นกว่าเครื่องบินลำอื่น ๆ ของโลก นอกจากนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ยังต้องการให้เตียงนอนส่วนตัวบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันมีขนาดใหญ่ขึ้นเหมือนกับเตียงนอนบนเครื่องบินส่วนตัวของเขาด้วย โดยคาดว่าเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันที่ได้รับการออกแบบใหม่นี้จะเสร็จสมบูรณ์อย่างเร็วที่สุดในช่วงปี 2021 ขณะที่บริษัทโบอิ้งจะเป็นผู้รับหน้าที่ออกแบบและผลิตเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันใหม่จำนวน 2 ลำ ทั้งนี้ ลวดลายสีฟ้าเข้มของเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันลำปัจจุบันเป็นสีที่อดีตประธานธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี้และนางแจ็คเกอรีน เคนเนดี้ ภริยาเป็นผู้เลือกเมื่อปี 1960 ส่วนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันลำปัจจุบันใช้งานมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช

สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ล้มแผนซ้อมรบ สองเกาหลีเตรียมร่วมทีมนักกีฬาลุยเอเชียนเกมส์

สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงาน รัฐบาลเกาหลีใต้และสหรัฐฯ เห็นชอบเลื่อนการซ้อมรบร่วมภายใต้ปฏิบัติการ “อุลจิ ฟรีด้อม” ออกไปอย่างไม่มีกำหนด การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาให้คำมั่นจะยุติการซ้อมรบร่วมที่ดำเนินต่อเนื่องกันมาทุกปีระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ สอดคล้องกับถ้อยแถลงที่ผู้นำสหรัฐฯประกาศไว้ระหว่างการประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์เมื่อ 12 มิ.ย. กับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในอีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า ทางการเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เห็นชอบในการส่งนักกีฬาร่วมทีมเดียวกันในหลายชนิดกีฬาเพื่อสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ที่ประเทศอินโดนีเซียในเดือนสิงหาคมนี้ รวมถึงการส่งทัพนักกีฬาเดินเข้าสู่สนามร่วมกันระหว่างพิธิเปิดเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศความสัมพันธ์ที่ชื่นมื่นระหว่างสองเกาหลีหลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีมูน แจ-อิน ผู้นำเกาหลีใต้ และคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเมื่อ 27 เม.ย. 61 ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทัพนักกีฬาของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้เดินเข้าสู่สนามร่วมกันในพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพย็องชังของเกาหลีใต้ ขณะที่ในเดือนหน้าเกาหลีใต้ประกาศจะส่งทีมนักกีฬาบาสเก็ตบอลทั้งชายและหญิงไปร่วมการแข่งขันในกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ

‘สหรัฐ’ จี้ ‘เกาหลีเหนือ’ ปลดนิวเคลียร์ใน 2 ปี โต้เตรียมถอนทหารจากเกาหลีใต้

นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวว่าทางการหสรัฐฯ หวังที่จะเห็นเกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ภายในช่วงปลายปี 2020 โดระบุว่าในเวลานี้สหรัฐฯ ยังต้องทำงานร่วมกับเกาหลีเหนืออีกมาก แต่หวังว่าทั้งเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุจุดประสงค์ร่วมกันในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมกับยืนยันว่าสหรัฐฯ จะยังไม่ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ จนกว่าเกาหลีเหนือจะปลอดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯได้ประกาศว่าเกาหลีเหนือจะไม่เป็นภัยคุกคามนิวเคลียร์อีกต่อไป พร้อมกับปฏิเสธข่าวลือที่ออกมาหลังการประชุมสุดยอดกับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ระบุว่าสหรัฐฯจะเตรียมถอนกำลังทหารราว 32,000 นายออกจากเกาหลีใต้ โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าไม่เคยนำประเด็นการถอนกำลังทหารออกจากเกาหลีใต้มาหารือกับนายคิม จองอึนในการประชุมที่สิงคโปร์ แต่สหรัฐฯ มีแผนที่จะยุติการซ้อมร่วมกันระหว่างกองทัพสหรัฐฯและเกาหลีใต้ และคาดว่าจะถอนกำลังทหารสหรัฐฯออกจากเกาหลีใต้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

ครั้งแรก! ‘สหรัฐฯ-แคนาดา-เม็กซิโก’ เจ้าภาพร่วม ‘บอลโลก 2026’-เพิ่มทีมเข้ารอบสุดท้ายเป็น 48 ทีม

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศผลการโหวตเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก ปี ค.ศ. 2026 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา-แคนาดา-เม็กซิโก ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ขณะที่โมร็อกโกต้องผิดหวังเป็นครั้งที่ 5 ผลการโหวตจากตัวแทนชาติสมาชิกฟีฟ่าในที่ประชุมฟีฟ่าคองเกรสส์ ที่กรุงมอสโกของรัสเซียปรากฏว่า การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมกันของสหรัฐฯ-แคนาดา-เม็กซิโก ได้รับคะแนนโหวตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งสิ้น 134 เสียง เอาชนะโมร็อกโก ที่ได้คะแนนโหวต 65 เสียง ส่งผลให้ศึกฟุตบอลโลกในปี 2026 จะกลายเป็นศึกฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะมีเจ้าภาพร่วมกันจัดการแข่งขันมากถึง 3 ชาติ นอกเหนือจากการมีเจ้าภาพร่วมกันถึง 3 ชาติแล้ว ศึกฟุตบอลโลกปี 2026 ยังจะมีการเพิ่มจำนวนทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีมเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ หลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ฟุตบอลโลกในอีก 4 ปีข้างหน้า หรือศึกฟุตบอลโลกปี 2022 จะไปจัดที่ประเทศกาตาร์ในตะวันออกกลาง จากนั้นจึงจะเป็นฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก. ภาพจาก reuters.com

เปิดข้อตกลง ‘ทรัมป์-คิม’ มุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์-สร้างสันติในคาบสมุทรเกาหลี

วันนี้(12 มิ.ย. 61) กับการหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยการหารือดังกล่าวเป็นไปอย่างราบรื่น ประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่า ผลการหารือที่ออกมาน่าจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย (อ่านเพิ่มเติม ‘ทรัมป์-คิม’ ร่วมลงนามข้อตกลง เผยโลกเตรียมเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่) ผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกัน โดยมีประเด็นหลัก ๆ 4 ข้อ ด้วยกัน คือ สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะร่วมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ตามความปรารถนาของประชาชนของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ เพื่อสันติภาพและความรุ่งเรือง สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ จะร่วมมือสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนและมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีเหนือจะเดินหน้าในการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ตาม ‘ปฏิญญาปันมุนจอม’ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 61 สหรัฐฯ และ เกาหลีเหนือ จะรือฟื้นข้อตกลง POW/MIA ว่าด้วยทหารหรือเชลยศึกชาวอเมริกันที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ส่งกลับกระดูกผู้เสียชีวิตที่สามารถระบุตัวตนได้แล้วกลับประเทศทันที นอกจากนี้ในหนังสือสัญญาระบุว่าทั้ง 2 ประเทศได้มีการเปิดใจหารือกันอย่างครอบคลุม ลงลึกและจริงใจ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสงบสุขในคาบสมุทรเกาหลี […]

‘ทรัมป์-คิม’ ร่วมลงนามข้อตกลง เผยโลกเตรียมเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับการหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในวันนี้ (12 มิ.ย. 61) ซึ่งถือว่าเป็นไปอย่างราบรื่น สมตามความตั้งใจ โดยตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซ็นโตซา หลังจากที่คณะเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือได้ร่วมโต๊ะประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว ก็ย้ายไปยังห้องทานอาหาร เพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความผ่อนคลาย ทรัมป์ได้พูดแซวกับนักข่าวว่าถ่ายภาพได้ดีหรือเปล่า เขาดูหล่อมั้ย ซึ่งในเมนูอาหารที่ทางการสิงคโปร์จัดไว้รับรอง ในชุดเรียกน้ำย่อย ประกอบด้วยเมนูค็อกเทลกุ้งเสิร์ฟพร้อมสลัดอโวคาโด ยำมะม่วงน้ำสลัดน้ำผึ้ง และแตงกวายัดไส้ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของเกาหลี ส่วนเมนคอร์ส เป็นเมนูซี่โครงเนื้อรมควันซอสไวน์แดง ข้าวผัดหยางโจว และปลาค็อดเคี่ยวกับซอสถั่วเหลือง ปิดท้ายด้วยของหวานคือทาร์ทช็อคโกแลต พอทานเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองคนก็ออกไปเดินย่อยในสวนของโรงแรมคาเปลลาแบบสองต่อสอง ซึ่งช่วงที่กำลังจะเดินออกมา คิม จองอึนมีสีหน้ายิ้มแย้ม คุยกับจนท.อย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเดินยิ้มให้นักข่าวได้ถ่ายภาพ หลังจากนั้น ทั้งสองคน ก็เดินขึ้นตึกและแยกย้ายไปพักผ่อน ซักพักจึงออกมาที่ห้องซึ่งเตรียมเอาไว้สำหรับการลงนามในเอกสารข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งทรัมป์ตอบว่าผลการหารือที่ออกมาน่าจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย ซึ่งหลังจากนี้ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่พวกเขาต้องทำร่วมกัน ปิดท้ายด้วยการกล่าวคำขอบคุณผู้นำเกาหลีเหนือ ในช่วงนี้ นายคิม จองอึนได้พูดผ่านล่าม ว่าเขาและทรัมป์ได้ตกลงที่จะลืมเรื่องเก่าในอดีต และโลกจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นผลจากการหารือในวันนี้ ต่อจากนั้น ทั้งสองผู้นำได้ออกมาให้ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์และถ่ายภาพอีกครั้ง […]

วินาทีประวัติศาสตร์ ‘ทรัมป์-คิม’ จับมือ เชื่อหารืออย่างราบรื่น

วันนี้(12 มิ.ย. 61) นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ สำหรับการพบกันครั้งแรก ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จองอึน โดยมีสิงคโปร์เป็นประเทศเจ้าภาพ ท่ามกลางความคาดหวังว่าการหารือครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีอย่างถาวร และเป็นการเปิดฉากความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ วินาทีประวัติศาสตร์คือเมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากฉากคนละมุม ก็ตรงเข้ามาจับมือและทักทาย ก่อนจะหันมาให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ โดยมีธงชาติสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือเป็นฉากหลัง โดยทรัมป์เคยพูดเอาไว้ว่า ถ้าได้เจอหน้าคิมจองอึนแค่ 5 วินาที ก็รู้แล้วว่าการหารือครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งก็ดูเหมือนว่าผู้นำสหรัฐฯ จะถูกชะตากับคิม จองอึน เพราะให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่าเขามั่นใจว่าการหารือครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่า การได้มาพบหน้ากันในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะที่ผ่านมาก็มีอุปสรรคต่างๆ มากมาย แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้น หลังจากทักทายกัน ทรัมป์และคิมได้ใช้เวลาหารือกันเป็นส่วนตัว โดยผ่านล่ามแปลภาษา ประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อจากนั้น จึงเป็นการหารืออย่างเต็มรูปแบบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่าย ภายในห้องประชุมของโรงแรมคาเปลลา

‘โป๊ปฟรานซิส’ ร่วมสวดอำนวยพรการประชุมสุดยอด ‘ทรัมป์-คิม’

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงประกอบพิธีสวดอำนวยพรให้คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่มีกำหนดพบหารือกันในการประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์วันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ รายงานข่าวระบุว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเป็นผู้นำในพิธีสวดอำนวยพรที่จัดขึ้นบริเวณจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ใจกลางนครรัฐวาติกัน โดยพระองค์ระบุว่า การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ในครั้งนี้ เป็นหนทางที่จะนำไปสู่สันติภาพ และเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลก รวมถึงคริสตศาสนิกชนต้องร่วมกันส่งแรงใจสนับสนุน โป๊ปฟรานซิสระบุว่า การประชุมสุดยอดระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯที่จะจัดขึ้นบนเกาะเซ็นโทซ่าของสิงคโปร์ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ อาจเป็น “ความหวังสุดท้าย” ของสันติภาพที่แท้จริงบนคาบสมุทรเกาหลี ดังนั้นชาวคริสต์ทุกคนจึงจำเป็นต้องร่วมกันส่งพลังใจให้เวทีประชุมสุดยอดครั้งนี้ และส่งพลังใจให้กับประชาชนทั้งในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

แตกตื่นทั้งเมือง! ตร.เวอร์จิเนีย ไล่ล่าทหารขโมยรถถังกองทัพ พบขับมาไกลกว่า 100 กม.

ที่รัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ เกิดเหตุอลหม่าน เมื่อชายคนหนึ่งขโมยรถถังจากค่ายทหารและขับออกมาบนท้องถนน ทำให้ตำรวจต้องเปิดปฏิบัติการไล่ล่า โดยมีการเผยแพร่ภาพจากโซเชียลมีเดีย ที่ประชาชนรายหนึ่งถ่ายเอาไว้ได้ เพราะตัวเขาเองก็รู้สึกตกใจที่เห็นรถถังออกมาวิ่งบนท้องถนนในยามวิกาล แถมยังมีรถตำรวจหลายคันขับตามประกบ สุดท้ายรถถังคันนี้ไปจนมุมที่สุดถนนบรอดสตรีท ในเมืองริชมอนด์ โดยรายงานข่าวระบุว่าคนขับตัดสินใจหยุดรถเอง ไม่ได้มีเหตุการณ์ชน และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ตามข่าวระบุว่ารถถังคันนี้เป็นของทหาร ที่จอดอยู่ในค่ายฟอร์ท พิกเก็ต ซึ่งอยู่ไกลจากจุดที่จับกุมประมาณ 100 กิโลเมตร ส่วนผู้ก่อเหตุ มีรายงานว่าเป็นทหารในค่าย และคาดว่าถูกช็อตไฟฟ้าขณะที่ยอมมอบตัว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดยขณะที่ถูกขโมยออกมา รถถังคันนี้ไม่ได้มีการติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ใด ๆ

สิงคโปร์เปิดตัวเหรียญที่ระลึก การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ ‘ทรัมป์-คิม’

สิงคโปร์เตรียมออกเหรียญที่ระลึก การประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้ โดยเหรียญที่ระลึกจะมี 3 รุ่นด้วยกัน คือทอง เงิน และนิกเกิล ด้านหนึ่งพิมพ์ด้วยคำว่า “World Peace” ภาพของนกพิราบซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ พร้อมด้วยภาพดอกกุหลาบและดอกแม็กโนเลียซึ่งเป็นดอกไม้ประจำประเทศสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ อีกด้านหนึ่งเป็นภาพธงชาติและการจับมือของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ระบุวันที่ของงานประชุม และสลักว่าจัดในประเทศสิงคโปร์ โรงกษาปณ์ของสิงคโปร์กล่าวว่า นอกจากจะเป็นอนุสรณ์ของเหตุการณ์สำคัญที่จะนำไปสู่ความสงบสุขนี้แล้ว ยังเป็นอนุสรณ์แก่สิงคโปร์ในฐานะเจ้าบ้านจัดการประชุม ซึ่งเป็นคนกลางผู้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออกอีกด้วย     โดยเหรียญทองจะมีการผลิตทั้งสิ้น 1,000 เหรียญ ขายในราคาเหรียญละ 1,380 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 33,000 บาท) ซึ่งต่อมาผลิตเพิ่มเป็น 3,000 เหรียญ จากความต้องการที่ล้นหลาม เหรียญเงินผลิตทั้งสิ้น 15,000 เหรียญ ราคาเหรียญละ 118 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2,800 บาท) และเหรียญนิกเกิลราคาเหรียญละ 36 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว […]

‘คิม จองอึน’ ส่งจม.ถึง ‘ทรัมป์’ ย้ำเกาหลีเหนือจริงใจ ยุติทดสอบนิวเคลียร์

นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ฝากจดหมายส่งให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกับแสดงความจริงใจในการยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐฯ มั่นใจว่าประชุมหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิม จองอึนจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่านายพลคิม ยองชอล เจ้าหน้าที่ระดับสูงและมือขวาของนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนนครนิวยอร์กกำลังเตรียมเดินทางต่อไปยังกรุงวอชิงตันดี.ซี. เพื่อส่งจดหมายของนายคิม จองอึนให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ด้วยตนเอง เป็นที่คาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะได้รับจดหมายฉบับดังกล่าวในวันนี้(1 มิ.ย. 61) โดยนายปอมเปโอระบุว่าการที่นายคิมต้องการจะมอบจดหมายให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ถือเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งชี้ว่าการประชุมหารือระหว่างผู้นำทั้งสองจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หลังการหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมมีความคืบหน้าอย่างมาก และกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ มั่นใจว่าการเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ขณะที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือได้ออกแถลงการณ์ของนายคิม จองอึนที่ระบุว่า เกาหลีเหนือจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ายุติการปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยคำกล่าวนี้ก็มีขึ้นตรงกับช่วงที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือเดินทางเยือนนครนิวยอร์กเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมหารือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และนายคิม จองอึน ที่จะมีขึ้นที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิ.ย. 61 นี้

มือขวา ‘คิม จองอึน’ เข้าพบรมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมความพร้อมประชุมครั้งประวัติศาสตร์

นายพลคิม ยองชอล เจ้าหน้าที่ระดับสูงและคนสนิทของนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้เดินทางถึงนครนิวยอร์กของสหรัฐฯเพื่อเข้าพบกับนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อหารือและเตรียมความพร้อมก่อนหน้าการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งนายพลคิม ยองชอลได้ร่วมประทานอาหารมื้อค่ำกับนายปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (30 พ.ค. 61) ซึ่งทั้งคู่ได้ใช้เวลาหารือร่วมกันราว 90 นาที ทั้งนี้ทั้งคู่มีกำหนดนัดประชุมหารือกันอีกครั้งในวันนี้(31 พ.ค. 61) โดยนายพลคิม ยองชอลก็ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสที่สุด ที่เดินทางเยือนสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 20 ปี ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประกาศยกเลิกการประชุมหารือกับนายคิม จองอึน โดยอ้างว่าเกาหลีเหนือแสดงท่าทีที่เป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนใจในเวลาต่อมา และหันมาเจรจากับเกาหลีเหนือเพื่อให้การประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศจัดตามกำหนดเดิม ที่จะมีขึ้นที่สิงคโปร์ ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้

‘สตาร์บัคส์’ ปิดร้าน 8 พันสาขาในสหรัฐฯ ชั่วคราว เพื่ออบรบพนง. ปมเหยียดสีผิว

เมื่อวานนี้ (29 พ.ค. 61) บริษัทสตาร์บัคส์ (Starbucks) ร้านกาแฟชื่อดังได้สั่งปิดร้านราว 8,000 สาขาในสหรัฐฯ เพื่ออบรมพนักงานกว่า 175,000 คนเรื่องการมีอคติต่อลูกค้าผิวสี โดยยังมีร้านสตาร์บัคส์อีกราว 6,000 สาขาที่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติในบางพื้นที่ และตามสนามบิน ซึ่งพนักงานเหล่านี้ก็จะต้องเข้ารับการอบรมในภายหลังด้วย การอบรมพนักงานของสตาร์บัคส์มีขึ้นหลังเกิดกรณีชายผิวสีสองคนมาขอใช้ห้องน้ำในร้านสตาร์บัคส์ สาขาเมืองฟิลาเดเฟียเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่พนักงานของร้านไม่ยอมให้ทั้งคู่ใช้ห้องน้ำโดยบอกว่าห้องน้ำมีไว้สำหรับลูกค้าเท่านั้นและเชิญให้ชายผิวสีทั้งคู่ออกจากร้าน แต่ทั้งคู่กลับไม่ยอมออก พนักงานของร้านจึงได้เรียกตำรวจมาจับตัวทั้งคู่ให้ออกไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ร้านสตาร์บัคส์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก และทำให้ภาพลักษณ์ของร้านเสื่อมเสีย ทางผู้บริหารของสตาร์บัคส์หวังว่าการอบรมดังกล่าวจะช่วยให้พนักงานให้เห็นถึงปัญหาการเลือกปฏิบัติทางผิวสี และตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยให้พนักงานรู้จักเคารพและเปิดรับเรื่องความแตกต่างทางเชื้อชาติและสีผิวเพื่อปรับปรุงการให้บริการลูกค้าในอนาคตต่อไป

keyboard_arrow_up