ชาวคิวบาแห่ต่อแถวขึ้นรถเมล์ หลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมัน

ประชาชนชาวคิวบา แห่ไปต่อแถวขึ้นรถโดยสารสาธารณะเป็นเวลานานหลายชั่วโมง เมื่อวานนี้ในช่วงเวลาเร่งด่วน ท่ามกลางสภาพาอากาศร้อนจัดของกรุงฮาวานา ขณะที่ตามสถานีเติมน้ำมัน ก็มียานพาหนะต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอเติมน้ำมัน หลังประเทศเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก เมื่อวานนี้(13 ก.ย.) ประชาชนจำนวนมากพากันมาต่อแถวรอขึ้นรถโดยสารสาธารณะ ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤติขาดแคลนน้ำมัน โดยประธานาธิบดี มิเกล ดิอัซ-กาเนล ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าวิกฤติครั้งนี้ โดยเขาได้เตือนชาวคิวบาเมื่อวันพุธ(12 ก.ย.) ผ่านสถานีโทรทัศน์ของทางการ ให้รับมือกับช่วงเวลายากลำบากที่กำลังจะมาถึง หลังสหรัฐอเมริกา พยายามสกัดการขนส่งน้ำมันมายังคิวบา ซึ่งจะทำให้มีน้ำมันดีเซลน้อยกว่าปกติในเดือนนี้ คาดการณ์ว่า วิกฤติขาดแคลนเชื้อเพลิงครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว โดยผู้นำคิวบายืนยันว่าจะมีน้ำมันขนส่งมาถึงคิวบาในเดือนตุลาคมอย่างแน่นอน รัฐบาล ให้ความมั่นใจแก่ชาวคิวบาว่า จะไม่หวนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่ประเทศเผชิญวิกฤติยาวนาน เนื่องจากเศรษฐกิจมีการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น จากการเปิดรับการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่าชาติ รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันของตนเอง

‘เฮอริเคนดอเรียน’ ถล่มบาฮามาส ดับ 5 ราย – บ้านเรือนเสียหายมากกว่าหมื่นหลัง

เฮอริเคนดอเรียน สร้างความเสียหายต่อเนื่อง หลังพัดขึ้นชายฝั่งหมู่เกาะบาฮามาสด้วยความรุนแรงระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และแม้ว่าขณะนี้เฮอริเคนดอเรียนจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วลมราว 240 กม./ชม. และอ่อนกำลังลงมาเป็นเฮอริเคนที่มีความรุนแรงระดับ 4 แต่อิทธิพลของเฮอริเคนลูกดังกล่าวยังมีความรุนแรงและเป็นอันตรายอย่างมาก โดยเฮอริเคนดอเรียนถือเป็นเฮอริเคนที่มีความรุนแรงเป็นอันดับ 2 ที่พัดถล่มในมหาสมุทรแอตแลนติก ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเฮอริเคนดอเรียนแล้วอย่างน้อย 5 ราย มีบ้านเรือนราว 13,000 หลังพังเสียหาย ทั้งยังทำให้เกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ด้านศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติระบุว่าเฮอริเคนดอเรียนจะยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่องในช่วง 2 ถึง 3 วันข้างหน้านี้ และกำลังมุ่งหน้าสู่ชายฝั่งทางตะวันออกของสหรัฐฯ โดยในเวลานี้ทางการรัฐฟลอริดา รัฐจอร์เจีย รัฐนอร์ทและเซาท์ แคโรไล่น่าได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อเตรียมรับมือกับเฮอริเคนดอเรียน ซึ่งรัฐฟลอริดาและรัฐเซาท์ แคโรไลน่ายังได้เริ่มอพยพประชาชนออกจากพื้นที่แล้ว ด้านนายรอน ดีซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาคาดว่าเฮอริเคนดอเรียนจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมและคลื่นพายุซัดฝั่ง ซึ่งความรุนแรงของเฮอริเคนลูกนี้อาจสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เครื่องบินเล็กพุ่งชนโรงเก็บเครื่องบินในเท็กซัส ดับยกลำ 10 ราย

วานนี้(30 มิ.ย.) เกิดเหตุเครื่องบินเล็กพุ่งชนใส่โรงเก็บเครื่องบิน ในรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตยกลำ 10 ราย โดยเครื่องบินลำที่เกิดเหตุเป็นเครื่องบินขนาดเล็กบีชคราฟท์ คิงแอร์ 350 ออกเดินทางจากสนามบินในเมืองแอดดิสัน ในรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ และกำลังมุ่งหน้าไปยังรัฐฟลอริดา โดยในช่วงที่เครื่องบินกำลังกำลังทะยานขึ้นนั้น เครื่องบินลำดังกล่าวได้เกิดพุ่งชนโรงเก็บเครื่องบิน จนเกิดไฟลุกท่วมอย่างรวดเร็ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 10 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผู้โดยสารบนเครื่องบิน โชคดีที่ในช่วงที่เกิดเหตุไม่มีคนอยู่ในโรงเก็บเครื่องบิน ส่วนสาเหตุที่ของอุบัติเหตุดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะที่เจ้าหน้าที่สอบสวนจากคณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุแล้ว ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

เริ่มกฎใหม่! ยื่นวีซ่าสหรัฐฯ ต้องแสดงบัญชีโซเชียลย้อนหลัง 5 ปี

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกกฎให้ผู้ขอวีซ่าเข้าอเมริกาเกือบทั้งหมดต้องแสดงข้อมูลการมีบัญชีโซเชี่ยลมีเดีย ทุกบัญชีที่มีในรอบ 5 ปี ตามมาตรการต่อต้านก่อการร้าย ผู้ขอวีซ่าส่วนใหญ่จะต้องให้ข้อมูลอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ ย้อนหลังไป 5 ปีด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ผู้ขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯจะต้องตอบคำถามด้วยว่า มีคนในครอบครัวที่เคยเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่ ขณะที่ผู้ขอวีซ่าการทูตและงานราชการ จะได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดใหม่  

กลุ่มโอเปกเตรียมหารือ หลังอิหร่านส่งออกน้ำมันลดลง เหตุสหรัฐฯ ลงโทษ

สื่อ วอยซ์ ออฟ อเมริกา เปิดเผยว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านลดลงอย่างมากในเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ระดับ 400,000 บาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลที่ได้จากเรือบรรทุกน้ำมัน หลังจากสหรัฐฯ ใช้มาตรการคุมเข้มการค้าขายน้ำมันจากอิหร่านเพื่อจำกัดแหล่งรายได้ของรัฐบาลกรุงเตหะราน บริษัทวิจัย Refinitiv Eikon และแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมน้ำมันอีกสองแห่ง ระบุว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านลดลงต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการส่งออกในเดืือนเมษายน โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศในเอเชีย สหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการลงโทษรอบใหม่กับอิหร่านในเดือน พ.ย. หลังจากที่ ปธน.ทรัมป์ ถอนตัวออกจากข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ที่ทำไว้กับอิหร่านและประเทศมหาอำนาจอื่นๆ และเมื่อต้นเดือนนี้ สหรัฐฯ ได้ยุติการยกเว้นสำหรับประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก มีกำหนดจะประชุมในเดือน มิ.ย. เพื่อหารือเรื่องปริมาณการผลิตน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งคาดว่าปริมาณการส่งออกที่ลดลงของอิหร่านจะเป็นประเด็นสำคัญของการประชุมดังกล่าวด้วย

จับตาสถานการณ์ “Huawei” นักวิเคราะห์เตือนยอดขายอาจร่วงหนัก

นักวิเคราะห์เตือน ยอดขายหัวเหว่ยอาจร่วงหนัก เสี่ยงขายไม่ได้ในต่างประเทศ ถ้ามาตรการลงโทษยืดเยื้อ สำนักข่าวรอยเตอร์ส เผยบทสัมภาษณ์นักวิเคราะห์จากบริษัท Fubon Research and Strategy Analytics ระบุว่า หัวเหว่ย เผชิญความเสี่ยงอีกประการหนึ่งที่ว่าโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของบริษัทอาจขายไม่ได้ในต่างประเทศ ข้อมูลของบริษัท Fubon Research ระบุว่า สมาร์ทโฟนของหัวเหว่ยซึ่งเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับสองของโลกตามปริมาณยอดขาย อาจขายได้น้อยลง ระหว่าง 4-24 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ ถ้าการห้ามใช้อุปกรณ์ของหัวเหว่ยยังคงมีผลบังคับใช้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ห้ามหัวเหว่ยซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ นอกจากนี้บริษัทเทคโนโลยี เช่น Google และ Softbank Group ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทออกเเบบชิพคอมพิวเตอร์ ARM ได้กล่าวว่าทางบริษัทจะยุติการส่งสินค้าและอัพเดทซอฟท์แวร์ให้หัวเหว่ย Fubon Research ซึ่งเคยคาดการณ์ว่าหัวเหว่ย จะขายสมาร์ทโฟนได้ 258 ล้านเครื่องปีนี้ ปรับให้ยอดขายลดลงเหลือ 200 ล้านเครื่อง ในสมมุติฐานขั้นรุนแรงที่สุดตามการประเมินผลกระทบจากมาตรการลงโทษของสหรัฐฯ

เอกอัครราชทูตจีน ชี้สหรัฐฯ จนปัญญา หลังคว่ำบาตร “หัวเว่ย”

เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอเมริกา ชี้สหรัฐฯ จนปัญญา เหตุคว่ำบาตรบริษัทเทคโนโลยีจีนอย่าง “หัวเว่ย” สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (22 พ.ค.62) ชุยเทียนข่าย เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวกับบรรดาผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุมระดับผู้ว่าจีน – สหรัฐฯ ครั้งที่ 5 ว่าการคว่ำบาตรโดยพลการของวอชิงตันต่อบริษัท เทคโนโลยีของจีน เป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ จนปัญญาแล้ว นายชุยกล่าวว่า “สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก ทั้งยังเป็นมหาอำนาจที่เป็นเอกเทศ พวกเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ที่เลือกใช้วิธีคว่ำบาตรมาแก้ปัญหา ถึงแม้จะมีวิธีที่ดีกว่านี้” หลังเมื่อเร็วๆ นี้สหรัฐฯ ได้ลดข้อจำกัดในการขายและโอนเทคโนโลยีของอเมริกันไปยัง “หัวเว่ย” ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีน ทั้งยังมีรายงานว่า ประเทศมหาอำนาจแห่งนี้กำลังพิจารณาเรื่องระงับการส่งเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ไปยังบริษัทอื่นๆ ของจีนอีกด้วย ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าที่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างสองประเทศ ชุยเทียนข่ายกลับแสดงความคิดเห็นว่า แม้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ จะกำลังประสบปัญหาความยุ่งยากหลายประการ แต่เขายังมีความหวังว่าความร่วมมือระดับท้องถิ่นที่แข็งแกร่งจะสามารถเปลี่ยนทิศทางความสัมพันธ์ดังกล่าวได้

ชาวอเมริกันประท้วง ต้านกฎหมาย ‘ห้ามทำแท้ง’ ในสหรัฐ

ชาวอเมริกันหลายพันคนในสหรัฐฯ ออกมาเดินขบวนประท้วง หลังหลายรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน ซึ่งนำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทยอยผ่านกฎหมายห้ามการทำแท้ง และให้มีบทลงโทษรุนแรง สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐอลาบามา ผ่านกฎหมายทำแท้งที่เข้มงวดที่สุด โดยห้ามทำแท้งทุกกรณีนอกจากกรณีที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตของผู้ตั้งครรภ์ ซึ่งรวมถึงการห้ามทำแท้งแม้ถูกข่มขืน หรือการตั้งครรภ์กับผู้ร่วมสายเลือดซึ่งอาจส่งผลให้เด็กเกิดมาทุพพลภาพ และแพทย์ผู้ทำแท้งจะมีโทษรุนแรง คือจำคุก 10-99 ปี นอกจากนี้รัฐจอร์เจียและโอไฮโอ ออกกฎหมายห้ามทำแท้งหลังการตั้งครรภ์ 6 สัปดาห์ หรือหลังจากที่สามารถวัดการเต้นของหัวใจของทารกได้ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สั้นเกินกว่าที่มารดาจะทราบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์ จากการผ่านกฎหมายดังกล่าว สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน หรือ เอซีแอลยู, NARAL Pro-Choice America องค์กรซึ่งสนับสนุนสิทธิในการทำแท้ง, Planned Parenthood Action Fund และองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่นๆ รวมถึงผู้สนับสนุนสิทธิในการทำแท้งจำนวนมาก ได้ออกมาเคลื่อนไหวทั่วสหรัฐฯ และติดแฮชแท็ก #StopTheBans เพื่อต่อต้าน รวมถึงต่อต้านการซื้อสินค้าจากรัฐดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ผู้หญิงทุกคนควรมีสิทธิเข้าถึงการทำแท้งที่ปลอดภัย การออกกฎหมายดังกล่าวจะนำไปสู่การทำแท้งเถื่อนซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ยังเป็นการล้มคำตัดสินของศาลฎีกาในคดี Roe v. Wade เมื่อปี 2516 ซึ่งให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งอีกด้วย นอกจากนี้นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก และผู้สมัครประธานาธิบดีปี 2020 จากพรรคเดโมแครต และ […]

จ่อจำคุก 15 ปีสาวเยอรมัน อ้างเป็นไฮโซหลอกโกงเงิน ร่วม 10 ล้านบาท

มีคดีอื้อฉาวในแวดวงสังคมที่นิวยอร์ก เมื่อมีหญิงสาวรายหนึ่งอ้างว่าเป็นทายาทมหาเศรษฐีจากเยอรมนี แต่สุดท้าย เป็นเรื่องลวงโลกที่เจ้าตัวแต่งขึ้นเพื่อฉ้อโกงเงิน หญิงสาวคนดังกล่าวคือ แอนนา โซโรคิน หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ แอนนา เดลวี่ โดยในปี 2013 เธอปรากฏตัวในสังคมคนดังที่นิวยอร์ก โดยอ้างว่าตนเองเป็นทายาทเศรษฐีจากเยอรมนี และมีเงินมรดกกว่า 2 พันล้าน แอนนาใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ใช้ของราคาแพง ชอบปาร์ตี้กับกลุ่มคนดัง และพักในโรงแรมห้าดาว แต่ภายหลังพบว่าเธอใช้เอกสารปลอมในการขอกู้เงินจากธนาคาร โดยอ้างว่าต้องการเปิดไนท์คลับ รวมถึงสั่งจ่ายเช็คปลอมจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังขอให้เพื่อนไฮโซช่วยออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ โดยอ้างว่าบัตรเครดิตใช้ไม่ได้ และจะใช้คืนให้ทีหลัง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด เกือบ 9 ล้านบาท สุดท้าย ธนาคารรู้ความจริง จึงนำมาสู่การสอบสวน กระทั่งพบว่าเธอไม่ได้เป็นทายาทเศรษฐี และพ่อมีอาชีพคนขับรถบรรทุก เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นคดีอื้อฉาวของสังคมไฮโซที่นิวยอร์กอย่างมาก ซึ่งล่าสุด ศาลได้เบิกตัวแอนนา เพื่อมาฟังคำพิพากษาข้อหาฉ้อโกง โดยเธออาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี ซึ่งเธอได้ร้องไห้ออกมาหลังศาลอ่านคำพิพากษา คดีของแอนนา โซโรคินนั้นโด่งดังอย่างมาก ถึงขั้นที่ฮอลลีวูดเตรียมจะสร้างภาพยนตร์จากเรื่องราวของเธอ ซึ่งหลังจากที่ตัวแอนนารู้เรื่อง เธอยังเอ่ยปากว่าอยากเลือกนักแสดงหญิงที่จะมารับบทเป็นตัวเธอด้วยตัวเอง ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี […]

รวบตัวพ่อชาวอเมริกัน ต้องสงสัยก่อเหตุขังลูก 3 ขวบในรถก่อนจุดไฟเผา

ตำรวจนิวยอร์กตั้งข้อหาชายวัย 39 ปี หลังต้องสงสัยว่าก่อเหตุฆาตกรรมลูกสาววัย 3 ขวบ แล้วจุดไฟเผา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกวันอาทิตย์(5 พ.ค.)ที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีรถเกิดเพลิงไหม้ริมถนนในย่านควีนส์ จึงเข้าไปตรวจสอบพบรถยนต์ออดี้สีเทา ภายในรถ พบเด็กหญิงวัย 3 ขวบ และห่างจากจุดเกิดเหตุไปไม่ไกล พวกเขาพบชายคนหนึ่งใกล้ทะเลสาบ และกำลังใช้น้ำดับไฟที่ไหม้ตามร่างกาย ตำรวจได้สอบปากคำชายคนดังกล่าว ซึ่งระบุว่าตนเป็นพ่อของเด็ก ซึ่งภายหลัง เด็กหญิงได้เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล ส่วนพ่อเด็กมีบาดแผลไฟไหม้กว่า 70 เปอร์เซนต์ของร่างกาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปพบถังแก๊สปิกนิก 1 ถัง และถังน้ำมัน 2 ถังซุกอยู่ในกระโปรงท้ายรถ จึงตั้งปมว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นการวางแผนฆาตกรรม โดยพ่อเด็กตกเป็นผู้ต้องสงสัย ซึ่งจากการสอบสวนเพิ่มเติม ยังพบว่าพ่อและแม่ของเด็กได้แยกทางกันและอยู่ระหว่างฟ้องศาลเพื่อขอสิทธิในการดูแลลูก นอกจากนั้น ยังมีคำให้การของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเด็กอีกว่า ประตูด้านในของรถมีโซ่คล้องและล็อคเอาไว้เพื่อขังเด็กไว้ด้านใน แต่ข้อมูลนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน เนื่องจากสภาพรถถูกไฟไหม้จนไม่เหลือหลักฐาน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

สหรัฐฯ เปิดตัวหุ่นยนต์สุนัข โชว์พลังลากรถบรรทุก (คลิป)

บริษัทด้านวิศวกรรมในสหรัฐฯได้เผยคลิปหุ่นยนต์สุนัข 10 ตัวที่ลากรถบรรทุก ซึ่งทางบริษัทก็เตรียมพัฒนาหุ่นยนต์สุนัขเหล่านี้มาใช้งานในอนาคต บริษัทบอสตัน ไดนามิกส์ ซึ่งเป็นบริษัทด้านวิศวกรรมและการออกแบบหุ่นยนต์ในรัฐแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐฯได้เผยคลิปของหุ่นยนต์สุนัข 10 ตัวที่มีชื่อว่า “สปอตมินิ” ที่กำลังลากรถบรรทุกไปตามถนนขึ้นเนินเขา โดยคลิปดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความแข็งแกร่งของหุ่นยนต์สุนัขเหล่านี้ ซึ่งหุ่นยนต์สุนัข “สปอตมินิ” ได้รับการถอดแบบมาจากสุนัขตำรวจทั้งเรื่องความเร็ว และท่าทางการเคลื่อนไหวอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทบอสตัน ไดนามิกส์บอกว่ามีแผนที่จะพัฒนาและผลิตหุ่นยนต์สุนัขรุ่นนี้ และเตรียมนำมาใช้ประโยชน์และทุ่นแรงในด้านต่างๆ ในอนาคต

สหรัฐฯ จี้ กกต. เร่งประกาศผลเลือกตั้ง – สอบสวนความผิดปกติ

นายโรเบิร์ต พัลลาดิโน โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าการลงคะแนนเสียง การรายงานข่าว และการเปิดให้มีการอภิปรายในเรื่องการเลือกตั้งอย่างเปิดเผย ว่าถือเป็นสัญญาณบวกในการที่ไทยจะกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งสะท้อนถึงเจตจำนงค์ของประชาชน โดยสหรัฐฯ จะขอยืนเคียงข้างประชาชนชาวไทย พร้อมกับขอให้มีการประกาศผลการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด และขอให้มีการสอบสวนรายงานความผิดปกติต่าง ๆ ที่พบในการเลือกตั้ง สหรัฐฯ จะตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลชุดใหม่ ที่ได้รับการเลือกตั้งเพื่อที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและไทยจะได้แน่นแฟ้นมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมในด้านประชาธิปไตย ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของ 2 ประเทศ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

นานาชาติ หวังไทยแก้ปัญหาความผิดปกติของการเลือกตั้ง

กระทรวงต่างประเทศอังกฤษได้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีที่ไทยจัดการเลือกตั้ง และขอให้ไทยแก้ปัญหาเหตุความผิดปกติที่พบในเลือกตั้งอย่างรวดเร็ว ยุติธรรมและโปร่งใสเพื่อให้ผลการเลือกตั้งน่าเชื่อถือและชัดเจนโดยเร็วที่สุด ส่วนการตั้งรัฐบาลก็ควรทำอย่างเหมาะสมและเปิดเผยเพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ผู้ใช้สิทธิ โดยอังกฤษก็หวังที่จะทำงานกับรัฐบาลชุดใหม่ของไทย เช่นเดียวกับ สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยได้โพสต์ข้อความในเฟซบุคระบุว่าสหรัฐฯ จะรอคอยพร้อมกับชาวไทยที่จะได้ฟังประกาศผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง‎โดยเร็วที่สุด‎ ด้านสหภาพยุโรป หรืออียู ระบุว่าการเลือกตั้งในไทยถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งมีชาวไทยจำนวนมากออกมาใช้สิทธ์เลือกตั้งเพื่อกำหนดอนาคตของประเทศ โดยสหภาพยุโรปตั้งตารอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและขอให้ไทยแก้ปัญหาความผิดปกติในการเลือกตั้งโดยเร็วและโปร่งใส ขณะที่เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี หรืออันเฟรลได้เผยรายงานเกี่ยวกับการเลือกตั้งในไทยครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารปี 2014 โดยระบุว่าการลงคะแนนมีปัญหา และปัญหาต่าง ๆ ที่พบส่งผลให้การประกาศผลคะแนนเบื้องต้นนั้นไม่ถูกต้องอย่างมาก ซึ่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง พร้อมกับเรียกร้องให้กกต.เผยผลการเลือกตั้งทางการโดยเร็วที่สุดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาสาธารณะชน ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

เปิดโปงขบวนการโกงเอนทรานซ์ในสหรัฐฯ พบค่าจ้างหัวละ 80 ล้าน

อัยการรัฐแคลิฟอร์เนียกำลังสืบสวนขบวนการทุจริตการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่อาจจะใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมา หลังพบว่ามีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายสูงถึง 25 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 790 ล้านบาท  โดยผู้ก่อเหตุเป็นสถาบันกวดวิชารับเงินจ้างจากพ่อแม่ผู้ปกครองระดับมหาเศรษฐี เพื่อช่วยให้ลูกของพวกเขาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังได้ โดยพบว่าสนนราคาค่าจ้างต่อหัวสูงเกือบ 80 ล้านบาท ในการขึ้นให้การต่อศาล ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตนเองเปิดสถาบันกวดวิชาบังหน้า แต่เบื้องหลัง คือการรับเงินจากพ่อแม่เด็กเพื่อช่วยให้ลูกของพวกเขาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดัง ๆ ได้ ลูกค้าที่เคยใช้บริการมีทั้งนักธุรกิจ มหาเศรษฐีและนักแสดงฮอลลีวูด โดยค่าใช้จ่ายต่อนักเรียน 1 คน ตกอยู่ราว 3 ล้าน – 80 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับความยากในการดำเนินการ สำหรับวิธีที่ใช้ มีทั้งการติดสินบนโค้ชสอนกีฬา จ้างคนสอบแทน ไปจนถึงการปลอมประวัติเพื่อให้ได้โควต้าในมหาวิทยาลัย หลังผู้ต้องหารับสารภาพ ตำรวจยังขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย มีทั้งโค้ชที่รับสินบน 13 คน และผู้ปกครองอีก 33 คนในข้อหาทุจริต โดยทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลต่อไป ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

เทรนด์ใหม่! หนุ่มนิวยอร์กรวมตัวถักไหมพรมเป็นงานอดิเรก

ชายหนุ่มในย่านบรูคลิน นครนิวยอร์กของสหรัฐฯที่ได้นัดรวมตัวกันถักไหมพรมเพื่อพูดคุย และดื่มเบียร์ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย โดยหนึ่งในผู้ที่ร่วมการถักไหมพรมดังกล่าวบอกว่าการถักไหมพรมเป็นการงานอดิเรก ที่ต้องทำให้อาศัยความคิดสร้างสรรค์ และการจัดกลุ่มถักไหมพรมนี้ก็ถือเป็นการได้มาสังสรรค์กับเพื่อนผู้ชายที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ลูอิส โบเรีย ผู้ก่อตั้งกลุ่มถักไหมพรมสำหรับผู้ชายบอกว่าเพิ่งตั้งกลุ่มนี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยโบเรียเริ่มถักไหมพรมมานาน 10 ปีแล้ว และเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์เมื่อปี 2017 หลังมีภาพของเขากำลังถักผ้าพันคอในรถไฟใต้ดิน ซึ่งทำให้มีสื่อต่างๆเริ่มมาสัมภาษณ์ โดยเรื่องราวของเขาก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มีความฝันและรักการถักไหมพรม ทั้งยังทำให้ผู้ชายที่ชื่นชอบการถักไหมพรมได้รวมกลุ่ม และพูดคุยกันมากขึ้นด้วย โบเรียยังบอกด้วยว่าชื่อเสียงของเขาในโลกออนไลน์ก็ยังช่วยให้ร้านผ้าไหมพรมของเขาขายดีและเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งเขาก็ใช้ชื่อเสียงของตัวเองเริ่มโครงการ “แฮท โน เฮท” (Hat no Hate ) ซึ่งเป็นแคมเปญต่อต้านการข่มเหงและรังแกในเด็ก รวมทั้งสอนให้เด็ก ๆ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยการถักไหมพรม ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ประชุม ‘ทรัมป์-คิม’ ปิดฉากก่อนกำหนดแบบไร้ข้อตกลง

การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ปิดฉากลงแล้วในวันนี้(28 ก.พ.)  โดยไม่มีการลงนาม หรือบรรลุข้อตกลงใด ๆ จากผู้นำทั้งสอง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯเปิดการแถลงข่าวเมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือในกรุงฮานอยของเวียดนาม โดยประธานาธิบดีประทรัมป์และนายคิม จองอึนได้หารือกันในช่วงเช้า แต่ได้ยกเลิกการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงแบบกะทันหัน ทั้งยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง หรือลงนามในข้อตกลงใด ๆ ร่วมกันในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งทำให้การประชุมเสร็จสิ้นก่อนกำหนดเดิมถึง 2 ชั่วโมง แม้ว่าก่อนหน้าการประชุมผู้นำทั้งสองแสดงความมั่นใจว่าผลการประชุมจะออกมาดีและเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายก็ตาม ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าได้หารือในประเด็นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจกับผู้นำเกาหลีเหนือ และการหารือประเด็นปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีก็มีความคืบหน้า แต่เกาหลีเหนือกลับต้องการให้สหรัฐฯยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือทั้งหมดถึงจะยอมยุติการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ แต่สหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุด้วยว่ายังไม่มีแผนที่จะประชุมหารือกับนายคิม จองอึนในรอบที่ 3 ในเร็ววันนี้ และบอกว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการปูทางไปสู่การเจจราหารือที่ดีระหว่างทั้งสองประเทศในอนาคต ทั้งยังยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขากับนายคิม จองอึนยังคงเหนียวแน่น ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

สหรัฐฯ หนาวจัดต่อเนื่อง ‘ชิคาโก’ ติดลบ 28 องศา ทุบสถิติในรอบ 34 ปี

สภาพอากาศในหลายรัฐทางแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ยังคงหนาวจัดต่อเนื่อง อุณหภูมิลดลงจนทุบสถิติอากาศหนาวสุดในรอบกว่า 30 ปี ขณะที่การคมนาคมขนส่งกลายเป็นอัมพาต โดยที่มหานครนิวยอร์ก นักท่องเที่ยวต่างพากันไปบันทึกภาพของสถานที่สำคัญ เช่นน้ำพุหรือแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวจัด โดยอุณหภูมิในนิวยอร์กลดลงถึงติด  -18 องศาเซลเซียส ชาวนิวยอร์กเปิดเผยว่าตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเจออากาศหนาวขนาดนี้มาก่อน ส่วนที่นครชิคาโก อุณหภูมิลดต่ำติดลบถึง -28 องศาทำลายสถิติหนาวที่สุดในรอบ 34 ปี สายการบินได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ขณะที่รถไฟแอมแทรคประกาศยกเลิกเที่ยวรถที่จะเข้าตัวเมือง พนักงานไปรษณีย์งดส่งพัสดุเป็นวันที่ 2 ขณะที่เศรษฐีรายหนึ่งประกาศเปิดโรงแรมที่พักให้ฟรีสำหรับคนไร้บ้าน 70 คน ท่ามกลางอากาศวิกฤต ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ทำกิจกรรมท้าความหนาว บางคนลองเป่าฟองสบู่ให้เป็นลูกโป่ง ปรากฏว่าเพียงแค่ไม่กี่นาที ลูกโป่งฟองสบู่ก็แข็งตัว บางคนลองนำเสื้อผ้าไปตากไว้กลางแจ้ง เพียงแค่ไม่กี่นาทีเสื้อผ้าก็กลายเป็นน้ำแข็งเช่นกัน อย่างเช่นกางเกงยีนส์ที่เห็น ตั้งได้เหมือนกับว่ามีคนยืนสวมอยู่จริง ๆ ขณะที่บรรดาสัตว์เลี้ยงก็ถูกจับแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ากันหนาว เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น น้องหมาหลายตัวถูกเจ้าของปิดประตูขังไว้ในบ้าน เพื่อไม่ให้ออกไปวิ่งเล่นท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  

เจ้าของอึ้ง! พบแมวที่หายไป ไกล 1,600 กิโลเมตรจากบ้าน

เกิดเหตุเจ้าแบนดิท แมววัย 2 ปีครึ่ง ได้หายออกไปจากบ้านในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนถูกพบตัวอีกครั้งในรัฐฟลอริดาที่อยู่ห่างไปกว่า 1,600 กิโลเมตร จูดี้ แซนบอร์น เจ้าของแมวตัวดังกล่าว เล่าว่า เธอรู้สึกตกใจมากตอนที่ได้รับการติดต่อในเดือน ธันวาคม 61 ที่ผ่านมา จากโรงพยาบาลสัตว์ในเมือง แทมป้ารัฐฟลอริดา ว่าได้พบแมวตัวหนึ่งก่อนทำการตรวจสอบไมโครชิปที่ตัวของมัน และพบว่าเป็นแมวของเธอที่หายไป ทั้งนี้ไม่มีใครทราบว่าเจ้าแบนดิทเดินทางจากดีทรอยต์ไปฟอลริดาได้อย่างไร ด้านผู้เชี่ยวชาญ เผย ไม่เคยพบสัตว์ที่เดินทางห่างจากถิ่นที่อยู่ของตัวเองไกลขนาดนี้มาก่อน คาดว่ามันอาจซ่อนอยู่บนรถ หรือมีคนเจอมันที่เมืองดีทรอยต์และติดรถไปที่ฟลอริดาด้วย โดยแบนดิทจะเดินทางกลับบ้านในสัปดาห์นี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

keyboard_arrow_up