ผู้ใหญ่บ้านระนองโวย รถโดนสวมทะเบียน หวั่นถูกก่อเหตุร้าย

ผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่ง ในจังหวัดระนอง ออกมาร้องเรียน หลังซื้อรถมือสองแล้วถูกใบสั่ง ส่งมาถึงบ้านถึง 3 ใบ คาดถูกสวมทะเบียนรถ จึงกลัวว่าจะถูกนำรถคันที่สวมทะบียนไปก่อเหตุไม่ดี จนทำให้ตนเองเดือดร้อน นายกฤติน ตันทะสุวรรณ หรือผู้ใหญ่เอ็กซ์ อายุ 34 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.น้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง เล่าว่า ตนได้ซื้อรถยนต์มือสองยี่ห้อโตโยต้า มาตั้งแต่ปี 2558 จากเต็นท์รถแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร และนำมาใช้งานในจังหวัดระนอง หลังจากนั้น ทางสถานีตำรวจ 3 แห่ง ได้ส่งใบสั่งให้ชำระค่าปรับในข้อหาขับรถความเร็วเกินกำหนด โดยใบแรกลงวันที่ 27 มกราคม 2561 จากสถานีตำรวจทางหลวง1 จ.พระนครศรีอยุธยา ใบที่สองลงวันที่ 29 เมษายน 2561 จากกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จ.สระบุรี และใบสุดท้ายลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 จากตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยนำรถคันนี้ไปขับใน 3 จังหวัด ตามที่ถูกออกใบสั่ง […]

‘ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง’ เปิดใจ หนุ่มถูกสวมรอย เป็นผู้ต้องหากระทืบ นศ.แม่โจ้ ดับ!

จากกรณีพนักงานสถานบันเทิงที่จ.เชียงใหม่ ทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้จนมีผู้เสียชีวิตนั้น ต่อมาที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่งโพสต์ภาพผู้ต้องหาที่ถูกจับในคดีรุมทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ในสถานบันเทิงโอเชี่ยนผับ พร้อมบรรยายว่า “นี่คือรูปคนร้ายที่เอาชื่อเราก่อคดียังไงก็ช่วยแชร์ต่อด้วยน่ะครับ#ขอย้ำเขาใช่ชื่อเราข้อมูลในบัตรประชาชนของเราที่หาย” นั้น วันนี้ (23 พ.ย. 60) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับคุณเอิง เจ้าของโพสต์และเป็นผู้เสียหายถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ เล่าว่า เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ปี 59 ได้ไปเที่ยวที่ผับดังกล่าวและได้ทำกระเป๋าเงินหาย ซึ่งในกระเป๋ามีเงิน ใบขับขี่ บัตรประจำตัวประชาชน และเอกสารทางราชการอื่นๆ ซึ่งเมื่อไปสอบถามที่ร้าน กลับไม่มีคนพบกระเป๋า จึงไปแจ้งขอทำบัตรต่างๆ ใหม่หมดแล้ว ยอมรับว่า ตกใจมาก ตอนที่มีการแชร์ภาพและข้อความระบุว่าตนคือหนึ่งในผู้ต้องหารุมทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้จนมีผู้เสียชีวิต จึงรีบเดินทางไปสอบถามที่ สภ.แม่โจ้ โดยตำรวจแจ้งว่า 1 ในผู้ต้องหา 7 คน พกบัตรประจำตัวประชาชนของคุณเอิงไว้ และนำมาแสดงกับพนักงานสอบสวนด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากมีการแอบอ้างนำบัตรประจำตัวประชาชนของตนไปแสดงตัวว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ตนได้รับความเดือดร้อนมาก ซึ่งตนต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เกรงว่าจะมีคนมาทำร้าย เวลาออกไปทำธุระนอกบ้านก็ต้องใช้ผ้าคลุมหน้าตลอดเวลา รวมถึงญาติพี่น้องที่ได้ความเดือดร้อนและเป็นห่วงความปลอดภัยของตน อย่างไรก็ตามคุณเอิง ยืนยันว่า ได้ไปเที่ยวโอเชี่ยนผับครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 60 ที่ผ่านมาและวันเกิดเหตุได้พักผ่อนอยู่ที่บ้านกับครอบครัวและมีพยานยืนยันหลายคน นอกจากนี้ที่บ้านยังมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพในวันและเวลาดังกล่าวไว้อีกด้วย […]

หัวใสแต่ไม่รอด! รวบนักพนันไฮโลบนเรือกลางแม่น้ำ พบสวมรอยเป็นนทท.ดูหิ่งห้อย (คลิป)

เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ สภ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ออกสืบสวนทำการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่อำเภออัมพวา หลังจากได้สืบทราบมาว่า มีกลุ่มนักพนันได้นัดรวมกลุ่มกันประมาณ 20 คน ลักลอบเล่นการพนันไฮโล โดยกลุ่มนักพนันดังกล่าว ได้ใช้เรือโดยสารลำใหญ่ที่ใช้สำหรับโดยสารนักท่องเที่ยวดัดแปลงทำเป็นบ่อนการพนันไฮโล โดยได้ล่องเรือออกจากคลองอัมพวาล่องไปตามแม่น้ำสายแม่กลอง ระหว่างที่เรือแล่นไปนักพนันก็เล่นการพนันไฮโลกันอยู่บนเรือทำทีเป็นเหมือนนักท่องเที่ยวดูหิ่งห้อยเพื่อหลบสายตาเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่จึงได้ซ้อนแผนโดยการปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวและใช้เรือโดยสารนักท่องเที่ยวทำทีเหมือนจะไปดูหิ่งห้อยตามริมแม่น้ำแม่กลอง แอบสะกดลอยตามเรือของนักพนันลำดังกล่าวไปจนถึงบริเวณหน้าวัดบางแคน้อย ม.7 ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งกำลังแล่นอยู่กลางแม่น้ำแม่กลอง เจ้าหน้าที่จึงได้นำเรือเทียบประกบข้างเรือของกลุ่มนักพนัน และสามารถจับกลุ่มนักพนันได้ทั้งหมด 16 คน ที่นั่งมาภายในเรือเกือบเต็มลำเรือ แต่มีนักพนัน 1 รายโดนน้ำหนีไปได้ นายวินัย ยังมาก รับเป็นเจ้ามือไฮโล นายสุวรรณ ลาภผลสมบูรณ์ รับเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน โดยได้ว่าจ้างเรือโดยสารลำดังกล่าว ส่วนนายทวี ประชานิยม ผู้ขับเรือโดยสารพานักพนันให้เล่นการพนันกันภายในเรือ โดนข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้มีการเล่นการพนัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันลักลอบเล่นการพนันไฮโล พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมายและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.อัมพวา เพื่อดำเนินคดีต่อไป

แฉหลักฐานไอ้โม่งสวมรอย ‘ผอ.อ้อย’ ไลน์ขอยืมเงินหลานสาว เตรียมพาครอบครัวเข้าลาวพิสูจน์ศพนิรนาม

ความคืบหน้าการหายตัวไปนานกว่า 2 เดือนของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ญาติพี่น้องได้ช่วยกันติดตามหาอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่พบเบาะแสนั้น เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ “น้องปุยฝ้าย” ซึ่งเป็นหลานสาวของ ผอ.อ้อย ได้เปิดเผยข้อมูลในไลน์ที่มีการสนทนากับ น้าอ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ ว่าหลังจากที่ น.ส.จุฑาภรณ์ได้หายตัวไป น้องปุยฝ้ายได้แชตไลน์สอบถามว่า ขณะนี้อยู่ที่ไหนทำไมไม่กลับบ้าน ซึ่งไลน์ของ ผอ.อ้อย ก็ได้ตอบกลับมาว่าอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ไม่สบายใจจึงหนีมา และขอให้นำเงินเดือนที่ อบต.ชำ ส่งมาให้ด้วย จึงตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลที่ตอบไลน์กลับมาจะใช่ น้าอ้อย ตัวจริงหรือไม่ เพราะทุกเดือนจะมีการโอนเงินเดือน ผอ.อ้อย เข้าบัญชีธนาคาร ต่อมาผู้ที่ใช้นามว่าอ้อย ยังได้แชตไลน์ขอยืมเงินจากน้องปุยฝ้ายจำนวน 20,000 บาท ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกเพราะ ผอ.อ้อยไม่เคยยืมเงินใคร มีแต่ให้ลูกหลานญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงานยืมเงิน น้องปุยฝ้ายจึงถามกลับว่าจะเอาเงินไปทำอะไรหลังจากนั้นไลน์ของ ผอ.อ้อย ก็ขาดการติดต่อไป […]

หลักฐานชัด! ผู้กองเหน่งสวมรอยเล่นเฟซบุ๊ก ไลน์ ผอ.อ้อย จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม – ญาติบุกป่าค้นหาต่อ

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ล่าสุด พนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนางสุชาวดี ปทุมอินทร์ซึ่งเป็นนายหน้านำเอารถเก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีออส สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ของน.ส.จุฑาภรณ์ไปขายโดยแจ้งข้อหาว่าลักทรัพย์หรือรับของโจรและปลอมเเปลงเอกสารตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น ล่าสุด วันนี้ (21 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจตำรวจภูธรจ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.ประเสริฐ ศักดิ์ศรีไชย ผกก.กลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธรจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนคดีที่น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือผอ.อ้อย หายตัวไปนั้น ขณะนี้การสอบสวนมีความคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก โดยจากการสอบสวนพบว่า หลังจากที่น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไปแล้ว ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ของน.ส.จุฑาภรณ์ ในการสนทนากับญาติพี่น้องของน.ส.จุฑาภรณ์ ดังนั้นทางพนักงานสอบสวนจึงได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยการนำเอาโปรแกรมฟิชชิ่งมาใช้ในการดำเนินการโดยให้พี่สาวของน.ส.จุฑาภรณ์ส่ง Messenger เข้าไปในเฟซบุ๊กของน.ส.จุฑาภรณ์และไม่นานก็ได้มีข้อความในMessengerเฟซบุ๊กของน.ส.จุฑาภรณ์ตอบมา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดเอาโทรศัพท์มือถือของร.อ.ศุภชัย ภาโส ผู้ต้องหาสำคัญคดีนี้มาตรวจสอบ โดยใช้โปรแกรมฟิชชิ่งซึ่งพบว่าโทรศัพท์ของร.อ.ศุภชัย ใช้ในการสนทนาเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ของน.ส.จุฑาภรณ์มาโดยตลอด ทำให้เป็นหลักฐานสำคัญส่วนหนึ่งในการสอบสวนหาตัวน.ส.จุฑาภรณ์ที่หายไป พนักงานสอบสวนจะได้แจ้งข้อหากระทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แก่ร.อ.ศุภชัยในเร็วๆนี้ ทางด้านนายบัวกัน อุ่นอ่อน […]

keyboard_arrow_up