ผิดไหมที่อยากการุณยฆาต!? เมื่อการตายโดยสมัครใจ สวนทางกับความเชื่อทางศาสนา

สืบจากกรณีที่หนุ่มไทยรายหนึ่งตัดสินใจออกเดินทางไปทำการุณยฆาตที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังป่วยเป็นเนื้องอกในสมองนานกว่า 10 ปี ผ่านการผ่าตัดสมองมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ยังไม่หายขาด จึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากให้พ่อและแม่ต้องมาคอยดูแลหากผ่าตัดอีกครั้งแล้วต้องเป็นเจ้าชายนิทรา จนกลายเป็นกระแสที่ถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องความเหมาะสมของการ “ตายโดยสมัครใจ” ว่าผิดกฎหมาย หรือผิดหลักศาสนาหรือไม่ จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า ในประเทศไทยนั้นยังไม่มีกฎหมายรับรองเรื่องการทำการุณยฆาต หรือ Active Euthanasia ที่ถือเป็นการเร่งการตาย การุณยฆาตจึงแตกต่างจากการทำหนังสือแสดงเจตนา (Living Will หรือ Advance Directives) ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนาของบุคคลเพื่อที่จะกำหนดวิธีการดูแลรักษาของผู้ป่วยในวาระสุดท้ายของชีวิต เป็นการรับรองสิทธิของผู้ป่วยที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง (Right to Self-determination) ที่จะขอตายอย่างสงบตามธรรมชาติ ไม่ถูกเหนี่ยวรั้งด้วยเครื่องมือต่าง ๆ จากเทคโนโลยีต่างๆ ขณะเดียวกันก็มีกฎหมายหลายประเทศก็ให้การยอมรับในเรื่องนี้ อาทิ กฎหมายประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เดนมาร์ก ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส สิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ แพทยสมาคมโลก (World Medical Association) […]

ไม่มีหรอกปีชง!! เพจธรรมะยันเป็น ‘ความเชื่อ’ ที่สวนทางกับคำสอนพุทธศาสนา

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อเพจธรรมะชื่อ ธรรมะจากพระอริยสงฆ์ ได้โพสต์ข้อความที่ระบุว่า ‘ปีชง ไม่มีอยู่ในคำสอนพุทธศาสนา กลับสวนทางกับคำสอนด้วยซ้ำ’ โดยอ้างถึงคำตอบของพระอาจารย์ไพศาล วิสัชนา ซึ่งมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ ปุจฉา – กราบนมัสการพระคุณเจ้า อยากกราบเรียนถามพระคุณเจ้าในเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับการชงว่า เท็จจริงในศาสนาพุทธมีหลักคำสอนเกี่ยวกับในเรื่องนี้อย่างไร ว่าควรเชื่อในการชงหรือใช้พิจารณญาณในการดำเนินชีวิตคิดตัดสินใจ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วิสัชนา – พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ฤกษ์ยามนั้นไม่สำคัญเท่ากับกรรมคือการกระทำ หากทำดีด้วยความพากเพียรแล้ว ย่อมได้รับประโยชน์ดังหวัง โดยไม่จำต้องพึ่งฤกษ์ยาม คนที่เอาแต่พึ่งฤกษ์ยาม ไม่รู้จักพึ่งตนเองนั้น ถือว่าเป็นคนโง่ ดังมีพุทธพจน์ว่า “ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนโง่ผู้มัวถือฤกษ์อยู่” อันที่จริงเมื่อใดที่เราทำความดี เมื่อนั้นก็เป็นฤกษ์ดี ยามดีอยู่แล้ว ดังมีพุทธพจน์อีกตอนหนึ่งว่า “สัตว์ทั้งหลายประพฤติชอบในเวลาใด เวลานั้นย่อมชื่อว่าเป็น ฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี ขณะดี ยามดี”

keyboard_arrow_up